mainstand

Inspiration

ฟิว - เกริกพล อาบรัมย์ : จากเด็กที่เคยถูกโรงเรียนดังปฏิเสธ สู่ MVP FC Bayern Youth Cup



คุณคิดว่าการต้องพบเจอกับความผิดหวังตั้งแต่ในวัยที่ยังไม่เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจะทำให้เกิดความรู้สึกอย่างไรบ้าง?


 

คำตอบส่วนใหญ่คงออกมาใน 2 รูปแบบ คือหากไม่เป็นแรงกระตุ้นเพื่อกลับมาแก้ตัวใหม่ ก็อาจจะทำให้เด็กคนนั้นล้มเลิกความตั้งใจไปเลย

สำหรับ ฟิว - เกริกพล อาบรัมย์ เด็กหนุ่มวัย 16 ปีจากจังหวัดบุรีรัมย์ นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเขา เมื่อเขาพลาดโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมกับสถาบันที่ถือว่าเป็นหนึ่งใน "ราชาลูกหนังขาสั้น" ของประเทศไทย

แน่นอน มันคือความผิดหวังแสนสาหัส แต่ขณะเดียวกัน มันก็เป็นแรงผลักดันให้เขาพัฒนาตัวเองจนได้รับโอกาสในอีกหลายสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่คาดคิด ทั้งการได้เป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรดังในไทย

รวมถึงโอกาสครั้งสำคัญ กับการได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยในการแข่งขัน FC Bayern Youth Cup รอบ World Final ...

 

ความหวังของบ้าน

"ตอนเล็กๆ ผมก็เป็นเด็กธรรมดาๆ นี่แหละครับ เล่นฟุตบอลกับเพื่อนแถวละแวกบ้าน" นี่คือสิ่งที่ ฟิว เอ่ยเป็นเรื่องแรกเมื่อพูดถึงเรื่องราวสมัยยังเด็ก

แต่ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่มีกีฬาลูกหนังในหัวใจ โดยเฉพาะกับคุณพ่อ ซึ่งเคยเป็นนักฟุตบอลเดินสาย แต่ต้องจำใจปิดฉากเส้นทางตัวเองก่อนวัยอันควร ทั้งจากอาการบาดเจ็บเข่าที่สะสม รวมถึงชีวิตครอบครัวที่เริ่มต้น ทำให้ฟิวกลายเป็นความหวังของครอบครัวในการก้าวสู่อาชีพนักฟุตบอลไปโดยปริยาย

"พอที่บ้านเริ่มตั้งความหวัง ผมก็จริงจังกับฟุตบอลมากขึ้น ซ้อมทั้งโรงเรียนและที่บ้านจนติดทีมของโรงเรียนเทศบาล 1 ที่ จ.บุรีรัมย์ บ้านเกิด แล้วก็ได้ไปแข่งตามที่ต่างๆ"

ถึงกระนั้น ชีวิตของทุกคนก็ย่อมมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งสำหรับเด็กอย่างฟิว แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของการศึกษา เมื่ออายุถึงเกณฑ์ที่ต้องเข้าเรียนต่อในระดับมัธยม โรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ ซึ่งมีระบบการสร้างนักเตะที่ดี จึงกลายเป็นเป้าหมายของเขาและครอบครัว

และสำหรับฟิวนั้น จุดหมายแห่งแรกที่เขานึกถึงคือกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ...

 

จากความผิดหวัง สู่ประตูแห่งโอกาส

กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมหาอำนาจแห่งวงการฟุตบอลโรงเรียน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อของ "ลูกหนังขาสั้น" จากผลงานการสร้างนักเตะสู่ทำเนียบทีมชาติ เป็นแข้งดาวดังมากมายทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ฟิวก้าวเท้าเข้าสู่โรงเรียนนี้ในการทดสอบความสามารถทั้งทางวิชาการและกีฬา เพื่อที่จะได้ศึกษาต่อในรั้วชงโคม่วงทองกับฐานะ "นักฟุตบอลโรงเรียน" … ทว่าความจริงไม่ได้สวยงามเหมือนฝัน … ใช่ เขาคัดตัวไม่ผ่าน

"เรี่องที่ไม่ติดทีมโรงเรียนของคริสเตียนฯ ทำผมเฟลพักใหญ่เลย ถึงขนาดที่ไม่ไปคัดตัวกับโรงเรียนอื่นเลย" เจ้าตัวเผยถึงความรู้สึก ณ ช่วงเวลาดังกล่าว … แต่คำสั้นๆ ไม่กี่คำของคุณพ่อก็ทำให้เขาลุกขึ้น

"พ่อก็บอกผมว่า ไม่เป็นไรลูก...สักวันโอกาสนั้นก็จะมาหาเราเอง"

และโอกาสที่ว่านั้นก็มาถึงจริงๆ...

 

เมื่อ อลิอันซ์ อยุธยา ให้โอกาสไปเยอรมัน

6 เดือนหลังจากนั้น โรงเรียนที่ฟิวศึกษาอยู่ก็ได้รับเทียบเชิญจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (หรือ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในอดีต) หนึ่งในทีมดังของวงการฟุตบอลไทย ให้ส่งทีมไปแข่งขันรายการฟุตบอลเยาวชนที่ ลีโอ สเตเดี้ยม รังเหย้าของทีม บลู แมชชีน … ฟิวคือหนึ่งในนักเตะของทีมชุดนั้น แถมยังทำผลงานได้ดีจนสตาฟฟ์โค้ชของบีจีให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญาเพื่อให้เขาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสร

การได้รับโอกาสให้เป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรดังของไทย ทำให้ฟิวตัดสินใจที่จะออกตามฝันทั้งของตนและครอบครัวอย่างไม่ลังเล แม้การไปอยู่กับบีจีนั้น จะหมายรวมถึงการที่เขาต้องอยู่ไกลบ้าน มาศึกษาต่อที่ โรงเรียนวัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี สถาบันการศึกษาพันธมิตรของสโมสรก็ตาม

คำว่า “โอกาส” ที่คุณพ่อของเขาเคยพูดให้กำลังใจเดินเข้าหาเขาอีกครั้ง เมื่อทาง อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ วังขนาย และ สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย ได้จัดกิจกรรม FC Bayern Youth Cup เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะเยาวชนไทย ได้ไปฝึกทักษะฟุตบอลกับสโมสร บาเยิร์น มิวนิค หนึ่งในมหาอำนาจลูกหนังของโลกที่ประเทศเยอรมนี

"ตอนนั้นโค้ชทีมบอลโรงเรียนผมสนับสนุนให้เด็กๆ ไปคัดตัวเลยครับ แถมเพื่อนผมทุกคนในทีมยังไปด้วย ผมก็เลยเอากับเขาบ้าง" ฟิวย้อนความถึงเหตุการณ์นั้น

กว่าจะได้ติดเป็น 1 ใน 10 คนสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ... หลายๆ คนสังกัดอยู่อคาเดมี่ชั้นนำ หรือโรงเรียนฟุตบอลดัง ทุกๆการแข่งขันเต็มไปด้วยความยากลำบาก และเข้มข้นจริงจัง ทว่าแม้ฟิวจะมีจุดอ่อนทางสรีระ แต่ก็มีข้อชดเชยคือไปกับลูกบอลได้ดี และผ่านบอลแม่น ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้เล่นตำแหน่งปีก ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถเล่นได้ทั้งสองฟากสนาม รวมถึงมีความฟิต สามารถวิ่งได้ตลอดทั้งเกมแล้ว เขายังมีจุดเด่นเฉพาะตัวอีกเรื่องที่ทำให้ทีมงานโค้ชจากทั้งไทยและเยอรมนีจำชื่อเขาได้ขึ้นใจ

ท้ายที่สุดเขาถูกเลือกติดเป็น 1 ใน 10 คนสุดท้ายของโครงการในปี 2018 พร้อมกับคว้าแชมป์ได้สำเร็จ  

 

ความภูมิใจที่ (ไม่) สุด

ปี 2019 ฟิว - เกริกพล กลับมาทดสอบฝีเท้าในโครงการ FC Bayern Youth Cup อีกครั้ง เขาเก่งขึ้น เก๋าขึ้น ทักษะดีขึ้น หลังผ่านไป 1 ปี และนั่นทำให้เขาได้เป็นตัวแทนของไทย ไปแข่งขันรอบ World Final เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน

"ปีแรกที่ผมไป ผมหวังไว้สูงนะ คือต้องคว้าแชมป์ให้ได้ แต่พี่ๆ ทุกคนที่อยู่ในทีมก็ช่วยเหลือเต็มที่ พยายามให้ผมผ่อนคลายความกดดันลง แล้วทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี"

"ปีนั้นผมได้ลงสนามทุกนัด แบบไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกเลย แต่ที่ดีที่สุดคือ ทีมไทยคว้าแชมป์ได้สำเร็จ" เกริกพล เท้าความถึงผลงานปี 2018

ฟิว - เกริกพล ได้ไปเยอรมันอีกครั้ง และมีภารกิจพาไทยป้องกันแชมป์เป็นครั้งที่ 3 เขาไปเก็บตัวอยู่ที่แฟรงเฟิร์ต พร้อมกับทีมตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม พร้อมทำผลงานร้อนแรงในเกมอุ่นเครื่องกับทีมท้องถิ่น เหมือนกับประกาศตัวเองว่าพร้อมแล้ว

19 พฤษภาคม 2019  วันตัดสิน...FC Bayern Youth Cup รอบ World Final มาถึง

ท่ามกลางอุณหภูมิราว 17-18 องศาเซลเซียส ที่ อลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของ บาเยิร์น มิวนิค

มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมการแข่งขันในสนามเรือนหมื่นคน แต่นั่นไม่ได้ทำให้เด็กไทย รวมถึง ฟิว - เกริกพล ประหม่าเลยแม้แต่น้อย  เขาสร้างสรรค์เกมริมเส้นทั้งสองฝั่งฟากสนามอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ พาทีมไทยออกสตาร์ทด้วยการชนะ 3 เกมรวด อย่างไรก็ตามพวกเขาพลาดท่าแพ้ให้เยอรมนีเจ้าถิ่น ในรอบรองชนะเลิศ ไปไม่ถึงฝัน…

ทีมไทยยังโซซัดโซเซ เสียศูนย์ รอบชิงอันดับ 3 กับจีน พวกเขาพ่ายแพ้ไปอีก จบทัวร์นาเมนต์ด้วยการเป็นอันดับ 4 เท่านั้น

"เกมรอบรองฯ ที่เจอกับเยอรมนี เราเสีย 2 ประตูเร็วเกินไป และถึงเราจะบุกใส่หลังจากนั้น แต่ระยะเวลา 15 นาทีต่อเกม มันก็สั้นเกินกว่าจะทำให้กลับสู่เกมได้ ส่วนรอบชิงที่ 3 เรามาเสียท่าช่วงท้ายเกม เอาจริงๆ พวกเราก็ถือว่าเล่นได้ดีแล้วนะครับ แต่เพราะการเสียสมาธิเล็กๆ น้อยๆ มันก็ทำให้เราต้องผิดหวัง และที่ผมผิดหวังเป็นพิเศษก็เพราะ ในวันที่แข่งรอบ World Final วันนั้น (19 พฤษภาคม) เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 16 ปีพอดี" เกริกพล พูดถึงความพ่ายแพ้

แม้ทีมไทยไม่อาจป้องกันแชมป์ได้ แต่ผลงานตลอด 5 เกมของ ฟิว - เกริกพล ทำให้ทีมงานโค้ชลงมติเลือกให้เขาเป็นผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ MVP ของทัวร์นาเมนต์นี้

"ฟิวคือนักเตะที่ดีที่สุดในโครงการปี 2019 เขามีทักษะทางเทคนิค และไดนามิคที่ดี ความเร็วและการครองบอลเมื่อเทียบกับเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วถือว่าดีมาก และมีความเข้าใจในภาพรวมของเกมอย่างดี" เซบาสเตียน เดรมเลอร์ เฮดโค้ชฝ่ายโปรแกรมนานาชาติของ บาเยิร์น มิวนิค ผู้ดูแลหลักของโครงการ FC Bayern Youth Cup เผยถึงสาเหตุที่เลือกฟิวเป็น MVP ประจำการแข่งขันรอบ World Final ในปี 2019 กล่าว

โครงการ FC Bayern Youth Cup จำกัดอายุผู้เข้าร่วมโครงการไว้ที่อายุระหว่าง 14-15 ปี นั่นหมายความว่า ฟิวหมดสิทธิ์ที่จะแก้ตัวเป็นปีที่ 3 ไปโดยปริยาย เนื่องจากอายุเกินโควตาที่กำหนดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฟิว ยอมรับ ว่า โครงการ FC Bayern Youth Cup ภายใต้การสนับสนุนของ อลิอันซ์ อยุธยา, วังขนาย และ สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย คือโครงการที่ช่วยเปิด และเปลี่ยนโลก

"การได้ไปที่เยอรมนี ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย ผมได้รู้จักกับเพื่อนใหม่จากทั่วโลก ได้เรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังจากทางบาเยิร์น รวมถึงได้รู้ถึงมาตรฐานเกมฟุตบอลระดับโลก ซึ่งมันต่างจากที่บ้านเราเอาเรื่องเลยครับ"

"ตอนนี้ ผมขอทำหน้าที่นักฟุตบอลโรงเรียนวัดเขียนเขตให้ดีที่สุดก่อน แต่หากผู้ใหญ่ที่บีจีต้องการให้ผมไปซ้อมกับทีม ผมก็พร้อมครับ"

"เพราะการได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ คือความฝันของผม" เกริกพล กล่าวทิ้งท้าย

 


>> 
คุยผ่านตำนานบาเยิร์น เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ : อนาคตลูกหนังไทย กับพันธกิจของ อลิอันซ์ อยุธยา

 


>> Allianz Ayudhya กับพันธกิจมอบอนาคตให้กับแข้งเยาวชนไทยผู้ไม่ยอมแพ้

 


>> การก้าวข้ามความล้มเหลวของ 5 เด็กไทยผู้พลาดไปบาเยิร์น มิวนิค 

 


>> เด็กหนุ่มพวกนี้คือใคร...ทำไมคนไทยต้องเชียร์?

 


>> เพื่ออนาคต : วิเคราะห์ระบบโภชนาการอคาเดมีบาเยิร์น กินอาหารแบบไหนถึงโตมาเก่ง?



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง