mainstand

Feature

อิทธิพลและภาพจำของ “ซีอุย” ในสังคมไทย จนมีนักมวยอาชีพนำมาตั้งชื่อ 



ไม่มีใครในประเทศไทยไม่รู้จัก “ซีอุย” ชายที่ผู้ถูกตัดสินประหารชีวิต จากคดีฆาตกรรมสะเทือนคนทั้งประเทศ เมื่อราวๆ 60 ปีก่อน 

แม้กาลเวลาจะผ่านมานานเกือบ 6 ทศวรรษ นับตั้งแต่นายซีอุย แซ่อึ้ง ชาวจีนโพ้นทะเล ที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทย  ถูกพิพากษาประหารชีวิต ด้วยข้อหาฆ่าผู้อื่นตาย และบริโภคเนื้อมนุษย์ ในปี พ.ศ.2502 

แต่คำกล่าวหาและเรื่องเล่าขาน ของ ซีอุย ยังถูกพูดถึงเสมอ ไม่เคยเลือนหายไป ในภาพจำของ คนที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ผิดแปลกจากคนทั่วไป ผู้ลงมือฆ่าเด็กถึง 6 ราย ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ด้วยการผ่าท้อง ชำแหละอวัยวะ นำไปบริโภค 

จนมีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครทีวี ไปถึงขั้นเอาชื่อของฆาตกร “ซีอุย” มาตั้งเป็นชื่อนักมวยไทยฝีมือดีถึง 2 ราย และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อดังกล่าว ได้รับอิทธิพลมาจาก ภาพจำความดุร้ายของ ซีอุย มนุษย์กินคน 


ชื่อนักมวยสะท้อนตัวตน

โดยปกติแล้ว นักมวยไทยอาชีพ จะไม่เอาชื่อจริง นามสกุลของตน มาใช้ในวงการมวย แต่จะมีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ 

พิเชษฐ์ เรือนอินทร์ หัวหน้ากองบรรณธิการมวยสยาม และนักพากย์มากประสบการณ์ อธิบายกับ Main Stand ว่า แนวทางในการตั้งชื่อนักมวยนั้น มีด้วยกันหลากหลายแบบ ไม่มีหลักการตายตัว มีทั้ง การตั้งชื่อให้มีความเป็นศิริมงคล, ชื่อที่โบรารณสถาน, อัญมณีที่มีค่า, ถิ่นฐานกำเนิดของนักมวย 

ไปจนถึง ความชอบส่วนตัวของนักมวย, ชื่อนักมวยดังในยุคนั้น  ตลอดจนชื่อที่มีความน่าเกรงขาม และชื่อตลก โปกฮา ดูน่ารักๆ เพื่อเรียกรอยยิ้ม 

เนื้อหาตอนหนึ่งในงานวิจัย ทำเนียบภาษากีฬามวยไทย ของ ธนานันท์ ตรงดี ได้อธิบายถึงค่านิยมและความเชื่อของการตั้งชื่อนักมวยไทยได้เป็นอย่างดี โดยผู้ทำวิจัยได้ทำเก็บข้อมูลชื่อนักมวยไทย 800 คน
 
พบว่า นักมวยไทยส่วนใหญ่ นิยมใช้คำต้นชื่อ และคำท้ายชื่อ ที่มีความหมายสื่อถึง ความสามารถด้านเชิงมวย และสิ่งที่มีค่า
 
สำหรับ คำต้นชื่อ ที่นิยมใช้กันมากที่สุด ได้แก่คำที่สื่อความหมายถึงความ “ยอดเยี่ยม” และ “เก่งกาจ” เช่น เด็ดดวง ป.พงษ์สว่าง, เก่งกาจ เกียรติเกรียงไกร, ยอดแสนไกล แฟร์แท็กซ์ ฯ ส่วนคำลงท้าย ที่ได้รับความนิยมมากสุด ก็จะเป็นพวกอัญมณี สิ่งที่มีค่า เช่น สกัดเพชร อินแกรมยิม, สะเก็ดดาว เพชรพญาไท, เพชรมรกต ว.สังข์ประไพ ฯลฯ 
 
 
โดยที่ ครูมวย หัวหน้าคณะ จะเป็นผู้ที่เลือกชื่อเหล่านี้ ตามคุณลักษณะ และสะท้อนตัวตนของ นักมวยคนนั้น ดังนั้นพวกนักมวยที่มีสไตล์ดุดัน มวยบุก มักถูกตั้งชื่อให้มีความน่าเกรงขาม ข่มขวัญคู่ต่อสู้ รวมถึงฉายาที่แสดงให้ถึงคาแรกเตอร์ของพวกเขา 

ดุร้ายเหมือนซีอุย 

จอมโหด, น็อกเอาท์, เผด็จศึก, เอฟเอ 16, รถถัง นี่เป็นเพียงชื่อส่วนหนึ่งของนักมวยไทย ที่มีความหมายสื่อถึงความดุดัน แข็งแกร่ง ชนิดที่แค่เห็นชื่อ ก็พอนึกภาพตามได้แล้วว่า เป็นนักมวยสไตล์ไหน 

แต่คงไม่มีชื่อไหน ที่เหมือนกับ “ซีอุย” ฆาตกรคดีสะเทือนขวัญ ผู้โด่งดัง 


photo : เว็บไซต์ สุขภาพ สาธารณสุข

เนื่องจากมีเรื่องเล่าและข่าวที่นำเสนอออกมาว่า ซีอุย เป็นผู้ลงมือฆ่าผ่าท้องเด็ก ควักหัวใจและตับออกมาเพื่อไปนำกิน ให้ร่างกายตัวเองมีกำลังแข็งแรง และเวลาที่ ซีอุย ต้องการกินเนื้อมนุษย์ จะมีการอ้าปากหาวออกมา

ประกอบกับทุกคดีที่ ซีอุย แซ่อึ้ง ถูกกล่าวหา เขาได้ยอมรับสารภาพทั้งหมด นั่นทำให้ สังคมไทย ต่างพากันตื่นตระหนักกับความโหดเหี้ยมทารุณเกินคนของ ซีอุย จนปักใจเชื่อว่า เขา คือ ฆาตกรต่อเนื่อง ที่ลงมือทำฆ่าเด็กเพื่อหวังกินเนื้อมนุษย์จริง ๆ 

หนึ่งปีหลังจากถูกจับกุม ศาลฎีกา พิพากษาประหารชีวิต ซีอุย แซ่อึ้ง ด้วยการยิงเป้า และนับตั้งแต่นั้นมา ภาพจำของ ซีอุย ก็คือ “มนุษย์กินคน ผู้ถูกพูดมาถึงมาโดยตลอด 

บางครอบครัวเลือกใช้ ซีอุย เป็นอุบายในการหลอกล่อเด็กลูกหลาน เช่น “อย่าออกไปนอกบ้านนะ เดี๋ยวซีอุยกินตับ” “อย่าดื้อนะ เดี๋ยวซีอุยมาจับตัว” 

ซึ่งในวงการกำปั้นไทย เคยมีนักชกอาชีพชื่อดังถึง 2 ราย ที่เลือกใช้ชื่อนี้ ประกอบด้วย “ซีอุย ส.สุนันทชัย” อดีตนักมวยบ้าดีเดือด ขวัญใจแฟนมวย และ “ซีอุย สิงห์มาวิน” นักชกดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่กำลังสดใหม่ขึ้นมา 

เหตุผลที่นักชกทั้งสองคน มีชื่อว่า ซีอุย คงไม่ต้องอธิบายให้ยากเย็น เพราะทั้งคู่ต่างเป็นมวยบุก เดินหน้าชกอย่างดุดัน เปรียบเสมือน ซีอุย ที่หิวกระหายเลือดคู่ต่อสู้ยามอยู่บนเวที

ซีอุย ส.สุนันทชัย มีเอกลักษณ์และสไตล์การชกที่ เน้นการเปิดเกมใส่คู่แข่ง เขาจะเดินหน้าแลกศอก เข่า หมัดใส่คู่แข่งแบบไม่สนใจว่าเป็นใคร หรือว่าร่างกายตัวเองจะมีบาดแผล เลือดไหนมากแค่ไหน แถมยังตัดผมทรงสกรีน ทำท่าทาง แววตา แบบซีอุยตัวจริงเสียด้วย 

นั่นทำให้ ซีอุย ส.สุนันทชัย มีรายการต่อยอย่างต่อเนื่อง และได้เป็นคู่เอกบ่อยครั้ง เพราะเขาสามารถสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมได้เสมอ ว่ากันว่า ในช่วงพีกของ ซีอุย ทุกครั้งที่มีการชก บรรยากาศภายในเวทีมวย จะแน่นขนัด เนื่องจากแฟนๆหมัดมวย ต่างชื่นชอบความบ้า ดี เดือด สู้ไม่ถอยของ ซีอุย 

จนได้รับฉายา “มนุษย์กินตับ” และ “มิสเตอร์ ปะฉะดะ” รวมถึงยังเคยครอง รางวัลนักมวยขวัญใจขวัญช่อง 7 สี, นักมวยขวัญใจมหาชน ช่อง 7 ของชมรมผู้สื่อข่าวกีฬามวย และรางวัลคู่มวยดุเดือดแห่งปี 2555 ในไฟต์ที่พบกับ ลูกแมน ฝนจางชลบุรี ที่เวทีมวยช่อง 7 สี ที่แลกกันอย่างสนุก แม้ตนเองจะถูกนับไปก่อนยกที่ 2 ก็ตาม โดย ซีอุย ส.สุนันทชัย แขวนนวมไปเมื่อปี 2560 ด้วยวัย 29 ปี 

ส่วนอีกรายอย่าง ซีอุย สิงห์มาวิน ดาวรุ่งคนนี้มีสไตล์ดุดันไม่แพ้กัน ซึ่งทั้งคู่เลือกใช้คำว่า “ซีอุย” เป็นชื่อสำหรับการทำมาหากิน ในวงการกำปั้น  

เมื่อมนุษย์กินคนถูกสังคมตั้งคำถามอีกครั้ง ?

ซีอุย มุนษย์กินคน ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งในสังคมวงกว้าง หลังเกิดระแสเรียกร้อง ในแคมเปญที่มีชื่อว่า "นำร่างซีอุย แซ่อึ้งออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ล้างฉายามนุษย์กินคน” บนเว็บไซต์ Change.org ซึ่งในขณะนี้ มีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 100,000 รายชื่อ

เรื่องราวของ “ซีอุย มนุษยกินคน” มีจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2501 เขาถูกจับกุมพร้อมหลักฐานขณะอำพรางศพ เด็กชาย สมบุญ บุญยกาญจน์ ในพื้นที่ จ.ระยอง และได้เปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง 


photo : Change.org

ต่อมาได้มีการนำคดีในลักษณะเดียวกัน ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์, กรุงเทพมหานคร และ นครปฐม รวม 6 คดี มาสอบสวน ซีอุย ด้วย ซึ่ง ซีอุย แซ่อึ้ง ได้รับสารภาพทั้งหมด 

แต่ถึงกระนั้นคำสารภาพของซีอุย ในคดีก่อนหน้านั้น กลับขัดแย้งกับวัตถุพยาน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต และรอดชีวิต ต่างไม่ปักใจเชื่อว่า ซีอุย ได้ลงมือในคดีก่อนหน้านั้น

ขณะที่ ซีอุย ต้องสู้คดีเพียงลำพัง ไม่มีการนำสืบข้อเท็จจริงจากคำให้การของเขา ยิ่งไปกว่านั้น ซีอุย ที่ไม่สามารถพูดภาษาไทย ต้องให้การผ่านล่ามภาษาจีน และหลังจากเสียชีวิต ศพของซีอุย ไม่ได้ถูกส่งคืนกลับประเทศ แต่ได้มีการนำเข้าสู่การกระบวนชันสูตร และศึกษาเพื่อหาความผิดปกติของมนุษย์ โดย โรงพยาบาลศิริราช 

และนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่เคยมีหลักฐานชิ้นใดที่แสดงได้ว่า ซีอุย ได้เคยชิมหรือลิ้มลองรสชาติของเนื้อมนุษย์ แคมเปญที่เคยตั้งขึ้นเมื่อปีแล้วโดย ฟาโรห์ จักรภัทรานน จึงต้องการให้มีการนำศพของ ซีอุย แซ่อึ้ง ออกจากพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับเลิกตีตราว่าเขาว่าเป็น  มนุษย์กินคน

เกือบ 60 ปีแล้วนับแต่วันที่ซีอุยถูกประหารชีวิต แม้เขาจะได้รับโทษประหารไปแล้วแต่ร่างของเขายังถูกจองจำในตู้โชว์ของพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ อาคารอดุลเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช และตราหน้าบนป้ายชื่อเหนือตู้โชว์ว่าว่าชายผู้นี้คือ "มนุษย์กินคน" 


photo : 
Thairath

“ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะมาร่วมกันลงชื่อรณรงค์ให้พิพิธภัณฑ์ยุติการจัดแสดงร่างของซีอุย และคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้กับชายผู้นี้ด้วยการนำร่างของเขาไปประกอบพิธีทางศาสนา และลบล้างตราบบาป"มนุษย์กินคน" ด้วยการเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้องในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้” 

เพื่อให้สังคมไทยได้เรียนรู้จากความผิดพลาดว่าในอดีตเคยมีชายคนหนึ่งตกเป็นจำเลยสังคมเพราะการเผยแพร่ข่าวลือที่ไม่มีพยานหลักฐานของสื่อสำนักพิมพ์ และเพื่อเป็นอีกหนึ่งย่างก้าวในการตระหนักถึงสิทธิและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งตนเองและผู้อื่น ของคนไทยทั้งปวง” ข้อความจากแคมเปญในเว็บไซต์ Change.org

ไม่ว่าสุดท้าย ข้อเรียกร้องจากแคมเปญนี้ จะช่วยทำให้ ร่างไร้วิญญาณของ ซีอุย แซ่อึ้ง ได้ออกจากตู้โชว์ในพิพิธภัณฑ์หรือไม่ ?

ก็คงไม่อาจลบ มลทินที่ถูกสร้างโดยสื่อ และการตีความที่ผิดเพี้ยน จากข้อกล่าวหา มนุษย์กินคน 

จนทำให้ ซีอุย แซ่อึ้ง กลายเป็นภาพจำและสัญลักษณ์องความโหดร้าย อำมหิต ที่แทรกซึมไปในทุกวงการ แม้แต่ใน มวยไทย ที่นักมวยบางคนเลือก ที่ใช้ชื่อของเขามาตั้ง เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้...



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง