mainstand

Feature

CGGG : เกมเมอร์วัย 23 ปี ผู้มีคนติดตามเกือบ 5 ล้านคน และไม่เคยเผยโฉมหน้า



ท่ามกลางกระแสของ อีสปอร์ตส์ หรือการแข่งขันเกมที่ได้ก้าวสู่ความเป็นกีฬาและเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่า แคสเตอร์ หรือ นักแคสเกม ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้นักกีฬาหรือกลุ่มทุนที่ให้การสนับสนุนเลย


 

ทั้งนี้ก็เนื่องจาก แคสเตอร์ มีส่วนสำคัญไม่น้อยที่ทำให้เกมสักเกมได้รับความนิยมในเหล่าเกมเมอร์มากขึ้น และด้วยทักษะในการพูด พวกเขาจึงมักจะได้รับโอกาสในการเปิดประตูสู่โลกใหม่ อย่างการเป็นนักพากย์ด้วยเช่นกัน

เมื่อพูดถึงเกม Free Fire เกมแนว Battle Royale ที่กำลังมาแรงในหมู่เกมเมอร์ชาวไทยในตอนนี้ CGGG ถือเป็นหนึ่งในแคสเตอร์ตัวท็อปของวงการ เมื่อในปัจจุบันเขามีผู้ติดตามในแชนแนล YouTube สูงถึงเกือบ 5 ล้านคน ทั้งๆ ที่ปัจจุบันเขาเพิ่งจะมีอายุเพียง 23 ปี และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าตัวเอง เพราะทุกครั้งที่ปรากฎตัวผ่านโลกสังคมออนไลน์ เขาจะมาพร้อมกับผ้าลายกระโหลกที่คาดปิดปากไว้เสมอ

Main Stand มีโอกาสได้พูดคุยกับแคสเตอร์หนุ่มคนนี้ถึงเส้นทางชีวิตสู่การเป็นนักแคสเกมตัวท็อปของวงการ พร้อมกับคำถามสำคัญ … เหตุใดถึงไม่เคยเผยโฉมหน้าให้ใครเห็น?

 

อยากให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการแคสเกมหน่อยว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และอะไรคือแรงบันดาลใจ?

ผมเริ่มแคสเกมเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนอายุ 20 ปีครับ สาเหตุที่เริ่มทำ ใช้ชีวิตด้วยการเล่นเกมแบบเรื่อยเปื่อยมานาน เล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย ทีนี้พอเล่นไปเรื่อยๆ มันก็เก่งขึ้น เริ่มเอาไอเทมในเกมไปขาย รับจ้างเล่นเก็บแต้มไปเรื่อย ทำจนอยู่ตัว แต่มันเหนื่อยมาก ไม่คุ้มกับร่างกายที่เสียไป ก็เลยผันตัวมาเป็นนักแคสเกม ซึ่งคิดว่าตัวเองน่าจะได้ เพราะนอกจากเล่นเกมแล้ว ก็เป็นคนชอบร้องเพลง คุยกวนกับเพื่อนๆ ก็ดูหลายๆ ช่อง อย่าง 1412 กับ UDIE แล้วก็เดินตามรอย เก็บสไตล์แล้วเอามาประยุกต์ให้เป็นของเราเอง

 

ช่วงแรกๆ ในการแคสเป็นอย่างไรบ้าง?

ช่วง 2 ปีแรกนี่คว้าน้ำเหลวมากเลย ตอนแรกก็เล่นเกมที่มีอยู่ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไป แล้วก็มาเล่น HoN (Heroes of Newerth) อยู่ปีกว่าๆ, FIFA, RoV จีบสาวไปเรื่อย มันเหมือนช่วงเวลาที่เราค้นหาตัวเองอยู่ว่าเก่งในด้านไหน จนมาจับจุดได้ว่า เออ เราพูดเก่งนะ ลองมาพากย์ดูมั้ย ลองใส่เอฟเฟกต์ตลกๆ เพิ่มเติมไหม ทีนี้ก็ดังปังเลย จากตอนนั้นยอดติดตามในยูทูบอยู่ที่ราว 2 แสนคน พุ่งพรวดยาวๆ ในปีเดียว จนตอนนี้มียอดติดตามประมาณ 4.5 ล้านคนละครับ

 

จากช่วงที่ลงคลิปไปก็ยังไม่ปังมาก นอกจากการปรับสไตล์ตัวเองแล้ว มีเหตุผลอื่นอีกบ้างไหมที่ทำให้ผลงานของเราติดตาผู้ชมได้ขนาดนี้?

นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมจะพูดเรื่องนี้กับแฟนๆ ที่ติดตามเลย คือพ่อผมป่วยครับ ตอนที่ผลงานของเราเริ่มจะดัง พ่อก็มาล้มป่วยพอดี ทีนี้เราก็หยุดไม่ได้เพราะต้องหาค่ารักษาให้พ่อ เรื่องนี้คนที่ติดตามผลงานผมแทบจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย เพราะไม่เคยบอกใครว่าระหว่างที่เรากำลังสตรีมเฮฮาอยู่เนี่ย เบื้องหลังเราแบกอะไรไว้บ้าง แต่หลังจากนั้นราว 4-5 เดือน อาการของพ่อก็ค่อยๆ ทรุดลงเรื่อยๆ เพราะพ่อผมเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ที่สุดแล้วพ่อก็เสียชีวิต

วันที่พ่อเสีย ตอนนั้นผมกำลังสตรีมอยู่ แล้วก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาบอกเรื่องนี้ ผมก็ โอเค เราทำดีที่สุดแล้ว อะไรที่ทำได้ก็ทำไปหมดแล้ว ตอนนั้นผมทุ่มสุดตัวเลย เงินก้อนใหญ่แรกที่เข้ามาผมเก็บไว้ใช้แค่ 3,000 ที่เหลือให้เป็นค่ารักษาพ่อทั้งหมด เรียกว่าในตอนนั้น เงินที่ได้จากการสตรีมแทบทั้งหมดยกให้เขาเลย แต่สุดท้ายก็รักษาชีวิตเขาไว้ไม่ได้ ถึงอย่างนั้นผมก็ภูมิใจนะ ที่มาถึงจุดนี้ได้ส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อ และก็ครอบครัว ทุกคนสู้หมด แล้วก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ทุกอย่างก็แฮปปี้ดีครับ คนดูรัก ผมก็รักคนดู ก็ลุยกันยาวๆ เลย

 

แล้วเกมอะไรที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในการเป็นแคสเตอร์จนถึงทุกวันนี้?

อย่างที่บอกไปครับว่าผมเองก็เล่นอยู่หลายเกม แต่เกมที่เล่นบ่อยสุดก็คงเป็น Free Fire นี่แหละ เพราะเล่นมาตั้งแต่ยุคแรกๆ บุกเบิกเลย จะบอกว่าผมมีส่วนช่วยให้เกมดังได้ไหม? (หัวเราะ) เพราะพอผมเล่น ปล่อยมุกแป้กไปเรื่อยๆ คนก็หันมาเล่นเกมนี้ตามผมกันเยอะขึ้น มีคนหันมาทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกมนี้มากขึ้น จะพูดว่า ผมกับ Free Fire เติบโตมาด้วยกันก็คงจะได้ อันนี้คือไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่หลายๆ สิ่งมันมาแบบสุดๆ จริงๆ จากเกมนี้ เรียกว่าเป็นยุคทองของผมเลย จนตอนนี้ก็รู้สึกว่าอยู่ตัวละ แต่ผมคงไม่หยุดแค่นี้ คงหาอะไรทำอีกเรื่อยๆ

 

ทุกคลิปเราจะเห็นว่า ผ้าปิดปาก คือสิ่งที่จะต้องมีอยู่เสมอ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจไม่เผยหน้าให้โลกออนไลน์เห็น?

เรื่องที่มีผ้าปิดปากนั้น เหตุผลแรกเลยคือที่บ้านไม่ค่อยอยากให้ผมเป็นคนดังครับ อยากให้เราใช้ชีวิตแบบคนธรรมดามากกว่า ตอนแรกที่บ้านนี่ไม่รู้เลยนะว่ารายได้ทั้งหลายเนี่ยมาจากการแคสเกม ผมบอกพวกเขาว่าทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพราะกลัวว่าถ้าที่บ้านรู้ พวกเขาจะเป็นกังวล คือแม่ผมเองก็เป็นห่วงในเรื่องแบบนี้มากด้วยครับ อีกสาเหตุหนึ่งคือ ผมเห็นคนที่มีชื่อเสียงหลายคนเวลาเจอคนรุมล้อมแล้วทำอะไรไม่ค่อยจะถูก อย่างผมเองตอนแรกเวลาเจอเด็กๆ มาทักทายก็เป็นเหมือนกัน เลยใส่ผ้าปิดปากไว้เหมือนกับเป็นการปรับตัวเอง ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมต้องเป็นลายกระโหลก คือผมชอบครับ มันดุดี

แต่หลังๆ มานี้ผมก็ค่อนข้างปรับตัวได้มากขึ้น ก็เริ่มชินละ ส่วนที่บ้านก็รู้แล้วว่าตอนนี้เราเป็นแคสเตอร์ที่มีชื่ออยู่ ถึงตอนนี้ก็อยู่ในช่วงเจรจากันอยู่ แต่อีเวนท์เปิดหน้ากากเผยตัวจริงต้องมีแน่ๆ เหลือแค่ว่าเมื่อไหร่ครับ

 

แล้วชื่อ CGGG ล่ะ มีที่มาจากอะไร?

ชื่อ CGGG เกิดขึ้นเพราะผมอยากได้ชื่อที่มันจำง่ายๆ และก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำใคร จะไปตั้ง 1413 ก็กลัว 1412 จะโกรธ จะตั้ง UDOY (ยูด๋อย) ก็กลัว UDIE จะเคือง ก็เอานี่แหละ CGGG จำง่ายดี เติม G ให้มี 3 ตัวมันจะได้ดูเจ๋งขึ้น ส่วนชื่อในเกมจะใส่เลขต่อท้ายเป็น CGGG1 ครับ

 

ทุกวันนี้เราปล่อยคลิป รวมถึงสตรีมผ่านช่องทางไหนบ้าง?

ทุกวันนี้ผมจะทำคลิปใน 3 แพลตฟอร์มหลักๆ คือ YouTube, Facebook และ Nimo TV ปกติผมก็จะสตรีมใน Nimo แทบทุกวัน แล้วก็อัดคลิปมาตัดช็อตเด็ดลง YouTube กับ Facebook อีกที โดยปกติก็จะปล่อยคลิปสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ซึ่งก็ยอมรับว่า สต็อกดองไว้เยอะเหมือนกัน (หัวเราะ) เพราะเคยลองแบบเล่นเสร็จแล้วตัดลงเลยปรากฎว่าไม่ไหว ส่วนเรื่องชอบแบบไหนมากกว่านั้น เวลาตัดคลิปลงเป็นช็อตเด็ด มันได้อารมณ์กว่านะ เพราะคนดูเขาชอบอะไรที่มันสนุกสนาน แต่เวลาไลฟ์สตรีมเนี่ย บางทีเราก็มีตายใช่มะ มันก็ได้อารมณ์คนละแบบ แต่ก็ดีทั้งสองอย่างนะ

ส่วนเรื่องที่เดี๋ยวนี้มีแพลตฟอร์มต่างๆ เพิ่มขึ้น จริงๆ ก็มีเอเยนซี่หลายเจ้าอยากให้ผมไปทำคลิป แต่ยอมรับครับว่าผมค่อนข้างที่จะติดเพื่อน คือ UDIE อยู่ที่ Nimo ไง เราก็เลือกที่จะอยู่กับเขา กลัวเขาเหงา (หัวเราะ)

 

เท่าที่เสิร์ชชื่อในเฟซบุ๊ก เหมือนเราจะเจอกับปัญหาเพจปลอม กลุ่มปลอมเยอะนะ มันเกิดอะไรขึ้น?

เรื่องเพจปลอมกลุ่มปลอมตามโซเชียลที่มีการใช้ชื่อผมเนี่ย คือสมัยก่อนผมเป็นคนที่หยาบคายมากเวลาทำคลิป ทีนี้เวลาผ่านไปเด็กๆ ก็มาติดตามเยอะ ผมก็รู้สึกว่าทำแบบนี้ต่อไปไม่ดีละ ก็เริ่มลดความหยาบลงจนมีเด็กๆ เข้ามาติดตามเยอะขึ้นมาก แต่ขณะเดียวกัน คนที่ทำเพจปลอมกลุ่มปลอมก็ละเลงใหญ่ มีไลฟ์ดูดกัญชา ลามกอนาจาร อะไรอีกหลายอย่าง คนเข้าใจว่าไม่ใช่เราก็มี คนที่ไม่เข้าใจก็มาก ก็มาถามผมว่าทำไมพี่ไม่แบน ก็จะแบนได้ไง พี่ไม่ได้อยู่ในนั้น แต่ผมก็อธิบายอยู่เรื่อยๆ นะ อีกอย่างคือพวกนี้ทำกันโจ่งแจ้งเกินไปจนหลายๆ คนสังเกตได้

 

พูดถึงแคสเตอร์แล้ว เรื่องหนึ่งที่หลายคนมักจะถูกถามคือ เหตุใดถึงไม่เลือกที่จะเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตส์ แล้วสำหรับเราล่ะ อะไรคือเหตุผล?

ผมตอบสั้นๆ 2 พยางค์เลย ปวดหัว (หัวเราะ) ให้ผมไปแข่งจริงนี่ปวดหัวนะ เพราะเวลาที่ผมจริงจังกับอะไรบางเรื่องมากเกินไป ร่างกายจะฟ้องออกมาด้วยอาการปวดศีรษะ อีกเรื่องคือ ยอมรับว่าไม่ได้มีความสามารถแบบนักกีฬาอีสปอร์ตส์ขนาดนั้น สมัยก่อนผมเคยไปแข่ง HoN นะ แต่แพ้ราบคาบเลยเพราะขาดซ้อมกับเก่งไม่พอ ด้วยตัวตนของเราที่ไม่ใช่สายนักกีฬา แต่เหมาะกับการพูด การพากย์มากกว่า ก็เลยโอเคกับการเดินในสายนักแคสมากกว่านักกีฬาครับ

 

กว่าจะมาถึงตรงนี้ การเติมเงินซื้อไอเทมในเกม คงเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นเกมเมอร์อย่างเราสินะ ว่าแต่หมดไปกับมันมากแค่ไหน แล้วปกติเติมผ่านช่องทางไหนบ้าง?

โห เดือนๆ นึงนี่ผมเติมเกมหนักมาก ก็ประมาณ 20,000-30,000 บาท นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งจัดไป 6,000 บาทเลย ถึงบางครั้งจะมีสปอนเซอร์ แต่หลายครั้งก็ต้องควักเอง ถือว่าช่วยอุดหนุนที่ทุกเจ้าให้การสนับสนุนแหละครับ ซึ่ง Pay via dtac นี่แหละโอเคที่สุดแล้ว สะดวก เติมง่าย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต แถมยังมีความปลอดภัยสูง เพราะผมเองก็ใช้ dtac เหมือนกัน เติมแล้วได้ใช้ทั้งไอเทมในเกมทั้งอินเตอร์เน็ต แถมอย่างเกม Free Fire ที่ผมเล่นประจำเนี่ย เวลาเติมผ่าน Pay via dtac แล้วได้ของคุ้มมาก ไม่เกลือเลย แต่อย่าเพิ่งเชื่อผมนะ อยากให้ลองดูก่อน เผื่อจะติดใจ (หัวเราะ)

 

ถึงตอนนี้เราก็ได้เพลตเงิน (ยอดติดตาม 100,000 คน) กับเพลตทอง (1,000,000 คน) จาก YouTube แล้ว คิดๆ ถึงเรื่องที่จะคว้าเพลตแพลตินั่ม (ยอดติดตาม 10,000,000 คน) รึยัง?

จริงๆ ผมก็หวังอยู่นะ แต่ก็ไม่ได้กดดันตัวเองอะไร เพราะตอนนี้ก็รู้สึกโอเคในระดับหนึ่งแล้ว จากวันที่เริ่มทำผมหวังว่าจะมีคนติดตาม 100,000 คน พอถึงเป้าตรงนั้นเราลุยต่อเพื่อเป้า 1,000,000 คน ผมก็หวังว่าจะถึง 5,000,000 คนเร็วๆ นี้แหละ

 

เอาล่ะ คำถามสุดท้ายละ จากเส้นทางที่ผ่านมา คิดว่าอะไรคือเหตุผลสู่ความสำเร็จ และอยากจะแนะนำคนที่อยากจะแคสเกมบ้างไหมว่า อะไรคือสิ่งที่ควรทำ?

ผมไม่รู้จะแนะนำยังไง แต่ผมจะพูดให้เป็นแรงบันดาลใจแทนละกัน ตอนเริ่มทำแรกๆ เนี่ย โทรศัพท์ที่ผมใช้ถ้าภาษเกมเมอร์ก็คงเรียกว่า โทรศัพท์กากๆ เปิด Hotspot เข้าโน้ตบุ๊คกากๆ อุปกรณ์เสริมก็กากๆ ไมค์ตัวละ 200 บาท เมาส์ตัวละ 49 บาท คีย์บอร์ดตัวละ 100 บาท จะทำอะไรซักอย่างนี้ช้ามาก เรนเดอร์คลิป 10 นาทีล่อเข้าไป 3 ชั่วโมง จนเดี๋ยวนี้ผมมีอุปกรณ์แรงๆ ที่จะทำอะไรได้เร็วดั่งใจสั่งละ นี่แหละ ผมเริ่มจากจุดที่ไม่มีอะไรเลย ผมทำเพราะ 1 เลยคือใจรัก 2 ไม่ยอมแพ้ 3 ทำเพื่อพ่อแม้ 4 ทำเพื่อความฝันตัวเอง ตอนนั้นผมฝันว่าอยากจะมีรถซูเปอร์คาร์หรือรถสปอร์ตป้ายแดงสักคัน เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบความเร็ว จนตอนนี้ก็มีแล้ว (หัวเราะ) ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะทุกคนให้การสนับสนุนด้วยครับ สมัยก่อนผมอาจจะเกร็งๆ กลัวๆ แต่ตอนนี้ผมไม่ใช้คำว่ารับมือครับ ผมยิ้มรับมากกว่า เพราะผมพร้อมอ้าแขนรับทุกๆ คนแล้ว ใครจะเข้ามาถ่ายรูปก็มาได้เลย

จากวันที่ไม่มีอะไร สิ่งที่ทำให้ผมมีทุกอย่างในวันนี้ได้ก็คือ เดินหน้าทำเลย ทำต่อเนื่อง อย่าหยุด ก็อยากให้ทุกคนทำในสิ่งที่รัก ที่ถนัดต่อไปครับ สู้เข้าไว้ และก็อย่าลืมพ่อลืมแม่ เพราะสำหรับผมนะ เป็นคนกตัญญู ยังไงก็เจริญครับ



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง