mainstand

Grand Stand

แตกต่างแต่เหมือนกัน : ชีวิตที่ไม่เป็นธรรมของตัวเตะ NFL กับผู้รักษาประตูในฟุตบอล



หากพูดถึงตำแหน่งที่เรียกได้ว่า กดดันมากที่สุดในสนามแข่งขันฟุตบอล … ผู้รักษาประตู คงเป็นตำแหน่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน


 

เพราะด้วยความที่ตำแหน่งนี้คือปราการด่านสุดท้ายที่ขวางปากประตูไว้ ทุกการตัดสินใจของนายทวารจึงมีความสำคัญมาก เพราะความผิดพลาดเพียงนิดเดียว อาจเปลี่ยนสถานการณ์ของทีมจากชัยชนะ เป็นผลเสมอ หรือแม้แต่ความพ่ายแพ้ได้ในทุกเมื่อ

แต่ขณะเดียวกันในฟากฝั่งของอเมริกันฟุตบอล กลับมีอีกตำแหน่งหนึ่งที่แม้แอคชั่นจะมีไม่มากเหมือนตำแหน่งอื่นๆ แถมแต้มที่พวกเขาสามารถทำได้ก็ยังน้อย แต่พวกเขากลับถูกมองอย่างไม่เป็นธรรมสักเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับตำแหน่งอื่นๆ เวลาเกิดความผิดพลาด

ตำแหน่งนั้นก็คือ ตัวเตะ หรือ คิกเกอร์ นั่นเอง

 

ความกดดันบนกรอบ 6 หลา

หลายคนมักจะพูดว่า พื้นที่รับผิดชอบของผู้รักษาประตูนั้น คือพื้นที่กรอบ 6 หลา หรืออย่างอย่างมากก็แค่กรอบ 18 หลาเท่านั้น ด้วยตัวเลขที่น้อยเช่นนี้ เหล่านายทวารก็ควรจะจัดการทุกลูกที่พุ่งเข้าหาตน รวมถึงพื้นที่ซึ่งต้องรับผิดชอบได้โดยง่ายมิใช่หรือ?

แต่หากมากางพื้นที่กันจริงๆ คุณจะเข้าใจมากขึ้นว่า เหตุใดงานที่คุณๆ คิดว่าง่าย มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ... เพราะหากวัดพื้นที่กรอบ 6 หลา เขตที่ผู้รักษาประตูจะต้องได้รับการปกป้อง ซึ่งนับจากเส้นประตู และเสาประตูทั้งสองฝั่งออกมาฝั่งละ 6 หลา พื้นที่ซึ่งผู้รักษาประตูต้องดูแลชนิดอย่าให้คลาดสายตาก็มากถึง 120 ตารางหลาแล้ว

เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ พื้นที่กรอบ 6 หลานั้นมีขนาดมากถึง 100 ตารางเมตร หรือ 1,080 ตารางฟุตเลยทีเดียว จนแม้แต่ จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน หนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลกแห่งยุคปัจจุบันยังต้องยอมรับว่า "ขนาดของมันพอๆ กับแฟลตสองห้อง หรือแม้กระทั่งบาร์ซักแห่งเลยนะ"

ด้วยโลกฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลงไป เดิมพันของการแข่งขันที่นับวันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีการถ่ายทอดสดแบทุกแมตช์ ทุกอิริยาบถของผู้เล่นทุกคนในสนามจึงได้รับการจับตามองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ... ซึ่งนั่นรวมถึงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น จนนำมาซึ่งการเสียบประจานด้วยน้ำมือของแฟนบอลและสื่ออีกด้วย

"เอาเข้าจริงผมก็สงสัยตัวเองแทบจะตลอดนะ" เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ ตำนานนายทวารของทีมชาติฮอลแลนด์, อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย "ว่าผมจะทำมันได้ไหม? ผมประสบความสำเร็จแบบที่ทุกคนคาดหวังรึยัง? ผมจะเก็บคลีนชีท ไม่เสียประตูได้รึเปล่า? และผมสามารถช่วยทีมได้จริงๆ มั้ย?"

ด้วยตำแหน่งการเล่นที่มักจะมีการเปรียบเทียบเสมอ ตลอดจนเสียงวิจารณ์เวลาเกิดความผิดพลาด และโควตาในสนามที่จะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งจะได้ลงไปยืนเฝ้าเสา ผู้รักษาประตูถึงแม้จะไม่ใคร่จะมีการเปลี่ยนแปลงกันบ่อยๆ เพื่อความต่อเนื่องของทีม แต่เวลามีการเปลี่ยนตัวจริงแต่ละที คุณๆ คงคาดเดาได้ว่ามันเกิดขึ้นจากความผิดพลาดร้ายแรง และผู้ที่เสียตำแหน่งดังกล่าว แทบจะหมดอนาคตกับทีมนั้นๆ ไปเลย

และด้วยสาเหตุที่กล่าวมา จึงทำให้เกิดเรื่องเศร้ากับวงการลูกหนังขึ้นแล้วในอดีต กับกรณีของ โรเบิร์ต เอ็งเค่ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน ซึ่งการย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2002 กลายเป็นฝันร้ายอย่างที่สุด เมื่อความผิดพลาดที่ส่งผลให้ทีมตกรอบฟุตบอล โคปา เดล เรย์ ในนัดแรกที่เขาลงสนาม ส่งผลให้ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาอีกเพียงไม่กี่นัด แม้จะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับ ฮันโนเวอร์ แต่ก็ไม่อาจสลัดช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ออกจากหัวสมองได้เลย

ยิ่งบวกกับปัญหาชีวิตส่วนตัว ที่ต้องสูญเสียลูกสาวตั้งแต่อายุยังน้อยจากปัญหาโรคหัวใจ ที่สุดแล้ว เอ็งเค่จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในปี 2009 ด้วยวัยเพียง 32 ปีเท่านั้น

 

แค่หวดเข้าไปจะยากอะไรหนักหนา?

ตัดภาพกลับมาที่วงการอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่งตัวเตะนั้นดูจะเป็นตำแหน่งที่หลายๆ คนมองข้าม เพราะด้วยชื่อตำแหน่งก็พอจะบ่งบอกหน้าที่ของเจ้าตัวได้ดีพออยู่แล้ว นั่นคือ เตะมันอย่างเดียว


Photo : dawgpounddaily.com

ไม่เพียงเท่านั้น จากเพดานค่าเหนื่อยของทีมใน NFL ซึ่งปัจจุบันตกอยู่ที่ราว 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เงินเดือนโดยเฉลี่ยที่เหล่าตัวเตะได้ส่วนใหญ่อยู่ที่ราวๆ เพียง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกินจากฐานค่าเหนื่อยขั้นต่ำไปไม่มาก

ดูจากตัวเลขทางการเงิน เห็นได้ชัดว่าทีมใน NFL ส่วนใหญ่แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับตำแหน่งนี้เลย แต่เมื่อลงสนามจริงทีไร ตัวเตะมักจะเป็นตำแหน่งแรกๆ ที่ต้องสังเวยความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการหวดลูกของเขานำมาซึ่งความพ่ายแพ้ในเกมสุดสูสี ซึ่งการเตะครั้งเดียวอาจพลิกสถานการณ์จากแพ้เป็นเสมอ หรือแม้แต่ชนะก็ยังได้

และความรับผิดชอบที่ต้องสังเวย ไม่ใช่เพียงแค่การสูญเสียตำแหน่งตัวจริง เพราะอย่างที่กล่าวไปว่า ค่าเหนื่อยของพวกเขานั้นน้อยเอามากๆ จนทีมตีค่าเป็นหนี้สูญได้ การเปลี่ยนตัวเตะใน NFL จึงมักมาพร้อมกับการที่เจ้าของตำแหน่งเดิมต้องตกงาน หาต้นสังกัดใหม่อยู่เสมอ และนั่นคือสาเหตุสำคัญที่พวกเขาต้องอยู่กับภาวะแสนกดดันโดยที่ไม่อาจเลี่ยงได้


Photo : www.cleveland.com

อย่างในฤดูกาล 2018 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก็มีตัวเตะมากมายจากหลายทีมที่ต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วย้ายออกจากทีมไป ไม่ว่าจะเป็น เซน กอนซาเลซ ที่โดน คลีฟแลนด์ บราวน์ส ปล่อยตัวหลังเตะฟิลด์โกลไม่เข้าในช่วงท้ายเกม จนทีมผ่าน 2 สัปดาห์แรกแบบไร้ชัยทั้งๆ ที่มีโอกาสชนะ รวมถึง แดเนี่ยล คาร์ลสัน ที่ถูก มินนิโซต้า ไวกิ้งส์ ปล่อยออก หลังพลาดฟิลด์โกลที่จะช่วยให้ทีมคว้าชัยเหนือ กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส จนเกมจบด้วยผลเสมอ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวเพิ่มได้โอกาสลงเล่นเพียง 2 นัดนับตั้งแต่ถูกดราฟท์เข้าลีกในฤดูกาลนี้


Photo : www.twincities.com

และเหตุผลที่ ไมค์ ซิมเมอร์ เฮดโค้ชของทีมนักรบไวกิ้งส์ใช้ประกอบการตัดสินใจในเรื่องนี้ก็ช่างเป็นอะไรที่เสียดแทงหัวใจดีเหลือเกิน “โคตรง่ายเลย คุณดูเกมนั้นรึยังล่ะ? เพราะถ้าดูก็จะเข้าใจเอง”

ซึ่งในกรณีของทีมไวกิ้งส์ คนที่มาแทนที่คาร์ลสันอย่าง แดน ไบลี่ย์ ก็เป็นอีกคนที่ต้องเก็บกระเป๋าออกมาจากที่เดิม หลัง ดัลลัส คาวบอยส์ ปล่อยตัวออกจากทีมจากผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2017 โดยไม่สนสถิติของเจ้าตัวในฐานะตัวเตะที่แม่นที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ NFL เลยแม้แต่น้อย


Photo : www.bloggingtheboys.com

“ดูเหมือนผมจะตกเป็นเหยื่อจากความสำเร็จของตัวเองน่ะนะ” ไบลี่ย์เปิดเผยถึงฉากสุดท้ายกับทีมเก่าด้วยความเซ็ง

 

แตกต่างแต่เหมือนกัน

เห็นได้ชัดเจนว่าไม่ว่าตัวเตะคนนั้นอยู่ในสถานะใด จะเป็นรุกกี้ไร้ประสบการณ์ หรือตัวดังระดับเจ้าของสถิติ ก็มีสิทธิ์หลุดจากทีมได้ทุกเมื่ออย่างแท้จริง ซึ่งการปฏิบัติของแต่ละทีมกับผู้เล่นในตำแหน่งนี้ ถือว่าไม่เป็นธรรมเอามากๆ เมื่อเทียบกับตำแหน่งอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควอเตอร์แบ็ก ผู้เป็นแม่ทัพในเกมรุก ที่ยังได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกไม่น้อยเมื่อยามผิดพลาด ทั้งๆ ที่ความผิดพลาดของตำแหน่งนี้ อาจร้ายแรงถึงขั้นแจกทัชดาวน์ให้กับฝั่งตรงข้าม ไม่ว่าจะมาจากการทำฟัมเบิ้ล หรือลูกหลุดมือ รวมถึงการถูกอินเตอร์เซปต์ วิ่งย้อนทำทัชดาวน์ หรือ พิก-ซิกส์ ซึ่งแต้มนั้นมากกว่าการเตะไม่เข้าเสียอีก


Photo : www.sportingnews.com

เมื่อมองในมุมนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตำแหน่งผู้รักษาประตู ที่พวกเขามักจะต้องยืดอกรับผิดชอบในความผิดพลาดจนเสียประตูอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่ในเกมเดียวกันอาจจะมีศูนย์หน้าตัวความหวังที่ยิงทิ้งยิงขว้าง จนทีมพลาดโอกาสที่จะได้ประตูมากกว่าจังหวะผิดพลาด ซึ่งบางทีก็โทษตัวผู้รักษาประตูไม่ได้เสียอีก

ทว่าในขณะที่โลกฟุตบอลค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อผู้รักษาประตูยุคใหม่ได้รับความสำคัญมากขึ้น จากค่าตัวในการย้ายทีม ตลอดจนค่าเหนื่อยที่พุ่งทะยานในทุกๆ ปี แต่สำหรับใน NFL ตัวเตะก็ยังเป็นตำแหน่งที่ดูจะถูกลืมให้ความสำคัญอยู่เช่นเดิม เมื่อค่าเหนื่อยที่ผู้เล่นตำแหน่งนี้ได้รับก็ยังอยู่ในกลุ่มต่ำสุดของแต่ละทีมเหมือนเดิม

ถึงกระนั้น สังคมของตัวเตะใน NFL นั้นดูจะมีความใกล้ชิดกลมเกลียวมากกว่านายทวารอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพวกเขามักจะคอยให้กำลังใจกันเสมอเวลาที่มีใครสักคนก่อความผิดพลาดในการแข่งขัน อย่างที่ วิล ลุตซ์ ตัวเตะของ นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส กล่าวว่า "พวกเราทุกคนล้วนต้องเคยเจอช่วงเวลาอันย่ำแย่แบบนี้ทั้งนั้นแหละ มันเป็นวิถีทางของมัน ซึ่งเราทุกคนต่างก็คอยผลักดันกันอยู่เสมอ เพราะแม้ทุกคนต้องการเห็นทีมได้รับชัยชนะ แต่การที่ผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันต้องเจอกับชะตากรรมอันโหดร้ายแบบนี้ มันก็อดสะท้อนถึงตัวเองไม่ได้เหมือนกันครับ"


Photo : nola.com

เรื่องดังกล่าวดูจะต่างกับวงการฟุตบอลอยู่ไม่น้อย เพราะ เดวิด เจมส์ อดีตผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติอังกฤษออกมาแฉว่า ผู้คนร่วมทีมดูจะเป็นอุปสรรคกับการเรียกความมั่นใจกลับคืนมาไม่น้อยทีเดียว

"สมัยที่ผมโชว์ฟอร์มแย่ๆ ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ผมพยายามเข้าหาสโมสรเพื่อขอการสนับสนุน ตอนนั้นพวกเขาบอกว่า 'หุบปากไปซะแล้วอยู่กับมันให้ได้' ซึ่งทุกวันนี้ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แม้หลายสโมสรมีการจ้างนักจิตวิทยามาให้ความช่วยเหลือ แต่นักเตะก็มักจะกังวลอยู่มากนะว่า คนอื่นๆ จะคิดอย่างไร"


Photo : www.express.co.uk

แต่ไม่ว่าจะมีคนในทีมหรือเพื่อนร่วมวงการคอยให้กำลังใจหรือไม่ ที่สุดแล้ว บุคคลจากทั้งสองโลกต่างก็มีแนวคิดที่เหมือนกัน นั่นคือ ตัวเรานี่แหละคือคนที่จะให้กำลังใจตัวเองให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ได้ดีที่สุด

"เรื่องความผิดพลาดเนี่ยมันเกิดขึ้นได้เสมอกับทุกๆ คน แม้แต่ผมยังเคยมาแล้วเลย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือ คุณจะสปริงตัวเองกลับมายังจุดเดิม และปล่อยวางเรื่องที่ไม่ดีได้อย่างไร" ร็อบบี้ กูลด์ ตัวเตะมากประสบการณ์ของ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส เผยถึงวิธีการรับมือกับความผิดพลาด เช่นเดียวกับ วิล ลุตซ์ ที่เสริมด้วยว่า "เชิดหัวเข้าไว้ อย่าให้สื่อเข้ามาปั่นป่วนชีวิตคุณ เพราะพวกเขาเล่นคุณหนักแน่ๆ"

ขณะที่ ริชาร์ด ลี อดีตผู้รักษาประตูของ เบรนท์ฟอร์ด ได้ให้คำแนะนำไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตู ตัวเตะ หรือแม้แต่ใครก็ตามน่าจะสามารถนำไปใช้ได้ว่า


Photo : independent.co.uk

"ที่สุดแล้ว คุณก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีการปลดปล่อยความรู้สึกแย่ๆ ออกไปจากตัวและกลับสู่ช่วงเวลาปกติให้เร็วที่สุด ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมด้วยว่า ความผิดพลาดในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ได้ตัดสินสิ่งที่คุณเป็นแต่อย่างใด"

"เพราะเกมที่ดีหนึ่งเกมไม่อาจทำให้คุณเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ได้ฉันใด เกมแย่ๆ หนึ่งเกมก็ไม่อาจทำให้คุณเป็นคนเลวร้ายได้ฉันนั้นแหละ"

 

แหล่งอ้างอิง

http://www.espn.com/nfl/story/_/id/24735867/nfl-kickers-recall-their-low-points-how-persevered-advice-struggling-peers
https://www.nytimes.com/2018/09/17/sports/with-nfl-kickers-you-get-what-you-pay-for.html
https://www.usatoday.com/story/sports/nfl/2018/12/28/nfl-kickers-misses-2018-zane-gonzalez-chris-boswell/2302178002/
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-2193273/How-goalkeepers-cope-physiological-toll.html
https://deadspin.com/its-time-for-a-better-conversation-about-goalkeeping-1828717458
https://deadspin.com/some-common-goalkeeping-mistakes-arent-actually-mistake-1828856632
https://just4keepers.co.uk/dealing-with-mistakes-as-a-goalkeeper/
https://www.npr.org/sections/showmeyourcleats/2010/06/30/128222244/playing-on-the-edge-the-psychology-of-a-goal-keeper
https://usatodayhss.com/2014/the-pressure-of-being-goalkeeper



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง