mainstand

Feature

8 วิธีเอาตัวรอดแฟนบอลไทยลีกยุคฝุ่น PM 2.5 คลุมเมือง



สัปดาห์หน้า ฟุตบอลลีกรองของไทยทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ M-150 แชมเปียนชิพ (ไทยลีก 2), ออมสิน ลีก โปร (ไทยลีก 3) และ ออมสิน ลีก (ไทยลีก 4) ประจำฤดูกาล 2019 จะได้ฤกษ์เปิดฉากกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้ง


 

แม้สภาพอากาศ และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่หลายๆ สโมสร ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง และอาจส่งผลต่อสุขภาพของแฟนบอล ที่ต้องการเข้าไปเชียร์ทีมรักถึงขอบสนาม ในสถานการณ์เช่นนี้

Mainstand ได้พูดคุยกับ นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ แพทย์ประจำทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ถึงคำแนะนำ วิธีปฏิบัติของกองเชียร์ ที่อยากเข้าไปชมเกมในสนาม ในช่วงเวลาที่มลพิษฝุ่น ยังคงรังควานจิตใจใครหลายๆ คน ดังนี้

 

เช็คค่าคุณภาพอากาศ (AQI) ทุกครั้ง ก่อนออกจากบ้าน, อย่าลืมหน้ากากอนามัย, กลุ่มเสี่ยงควรงดชมสนามพื้นที่สีแดง

ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index) เป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก ที่แฟนบอลจำเป็นต้องทราบก่อนเดินทางไปสนามใด เพราะค่าฝุ่น PM 2.5 นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย และที่สำคัญฝุ่นมลพิษเหล่านี้สามารถลอยข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัดไปได้ ไม่ใช่แค่เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล เท่านั้นที่มีความเสี่ยง

อย่างในวันนี้ (3 กุมภาพันธ์) กรุงเทพฯ มีค่า AQI อยู่ที่ 68 เป็นอันดับ 41 ของโลก ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อน เพิ่งขึ้นไปติดอันดับ 4 ของโลก เมืองที่มีมลพิษฝุ่นมากสุด โดยแฟนบอลสามารถเช็ค ดัชนีคุณภาพอากาศ ได้ทั้งที่เว็บ http://air4thai.pcd.go.th/webV2/ และ https://www.airvisual.com/ (พิมพ์ชื่อเมืองที่ตั้งของสนาม เป็นภาษาอังกฤษ)

สำหรับเกณฑ์ค่า AQI ของประเทศไทย แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ประกอบด้วย สีฟ้า ค่า AQI ตั้งแต่ 0-25 หมายถึง คุณภาพอากาศดีมาก, สีเขียว ค่า AQI 26-50 คุณภาพอากาศดี, สีเหลือง ค่า AQI 51-100 คุณภาพอากาศปานกลาง ซึ่งทั้งสามสี แฟนบอลทั่วไป สามารถออกจากบ้าน ไปเชียร์ทีมรัก ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องใส่แมสก์

ส่วน แฟนบอลที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หาก มีอาการไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งให้สั้นลง (รีบกลับหลังชมเกมจบทันที) รวมถึง พกแมสก์ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งชนิดที่ดีสุดคือ หน้ากากแบบ N95

แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เช็ค ดัชนีคุณภาพอากาศ พบว่า สนามแข่งขันที่จะไป เป็น พื้นที่สีส้ม (ค่า AQI 101-200) หมายถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) หรือ สีแดง (ค่า AQI เกิน 200) หมายถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ แฟนบอลทั่วไป จำเป็นต้องหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ด้วยหรือ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าชมชั่วคราว ในกรณีที่สนามนั้น อยู่ในพื้นที่สีแดง

เช่นกันกับ แฟนบอลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ รวมถึงกองเชียร์ ที่มีโรคประจำตัวไวต่อผลกระทบ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหอบหืด โรคปอดฯ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าชมในสนาม ที่พื้นที่นั้น มีค่า AQI แตะสีส้มหรือแดงไปก่อน อาจเปลี่ยนมาชมถ่ายทอดสดอยู่ในบ้านแทน เพื่อความปลอดภัย

 

เลี่ยงการเดินทางในช่วงการจราจรติดขัด โดยเฉพาะผู้ใช้จักรยานยนต์ รวมถึงหลีกเลี่ยงจุดที่มีการสูบบุหรี่รอบๆ สนาม

อย่างที่ทราบกันดีว่า ฝุ่นละออง PM 2.5 จำนวนมาก เกิดขึ้นจากควันรถดีเซลบนท้องถนน และแฟนบอลจำนวนไม่น้อย นิยมเดินทางด้วยการขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยตัวเองมาที่สนาม เนื่องจากสะดวก และประหยัดเวลา

แต่หากในวันแข่งขันที่ค่ามลพิษฝุ่นไม่ดีนัก แฟนบอลที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ควรต้องสวมใส่หน้ากาอนามัยแบบ N95 และวางแผนการเดินทางให้ดี หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด เพราะจะทำให้ต้องอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน ซึ่งเท่ากับ โอกาสสูดรับฝุ่นพิษเข้าร่างกาย ก็จะเพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน เมื่อไปถึงสนาม ควรหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในบริเวณที่มีการสูบบุหรี่ เนื่องจากควันบุหรี่ มีค่า PM 2.5 มากกว่าควันรถดีเซลถึง 2 เท่า อีกทั้ง สนามฟุตบอลในไทย ยังไม่ได้มีการจัดโซนนิ่ง หรือห้องสำหรับการสูบบุหรี่ที่ชัดเจน แฟนบอลส่วนใหญ่จึงต้องสูบบุหรี่ บริเวณรอบๆ สนาม ทั้งในช่วงก่อนเกม และ พักครึ่ง

ซึ่งในส่วนนี้ นพ.เอกภพ แสดงความเห็นว่า หากเป็นไปได้ สโมสรต่างๆ ควรจัดพื้นที่สำหรับการสูบบุหรี่ ที่ไม่อยู่เหนือลม และให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนกับสนามบิน ก็น่าจะช่วยลดความเสี่ยงของแฟนบอล ที่อาจได้รับควันบุหรี่

เพราะสนามฟุตบอลจำนวนไม่น้อยของไทย ลักษณะของสนาม ค่อนข้างทึบ และมีการระบายอากาศได้ไม่ดี ควันบุหรี่ที่ลอยขึ้นไปในอากาศ ก็จะกลายมาเป็น ฝุ่น PM 2.5 ที่คลุ้งอยู่รอบๆสนาม ในวันแข่งขัน

 

ดื่มน้ำให้มากๆ มีโรคประจำตัวพกยา หากมีอาการผิดปกติกับร่างกาย ควรรีบออกจากสนามไปพบแพทย์

การดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ การใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำหมาดๆ เอามาเช็ดใบหน้าและจมูก เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับจมูก ที่เป็นด่านแรกของทางเดินหายใจ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ แฟนบอลทั่วไปสามารถปฏิบัติได้  หากต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งที่สนามฟุตบอล

ส่วนแฟนบอลที่มีโรคประจำตัวไวต่อผลกระทบ และมีความประสงค์อยากไปชมเกมในสนาม สิ่งที่ควรนำติดตัวไปด้วย นอกเหนือจากหน้ากากอนามัย N95 คือยารักษาโรค เช่น ยาอมใต้ลิ้น ขยายหลอดเลือดของ แฟนบอลที่เป็นโรคหัวใจ, ยาลดความดัน, ยาพ่นสำหรับแฟนบอลเป็นหอบหืด เป็นต้น

ที่สำคัญอย่าลืม บัตรประชาชน และเบอร์ติดต่อกับทางบ้าน เผื่อฉุกเฉินกรณีที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล รวมถึงต้องสำรวจสนามก่อนขึ้นไปชมเกมด้วยว่า ห้องน้ำ ห้องพยาบาล รถพยาบาล และทางออกของสนามนั้นๆ อยู่ตรงไหน

ในกรณี ที่แฟนบอลทั้งที่มีโรคประจำตัว และแฟนบอลทั่วไประหว่างการชมการแข่งขัน รู้สึกมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายเช่น หน้ามืด ใจสั่น รู้สึกไม่สบาย หายใจไม่สะดวก ควรนั่งพักก่อนบนที่นั่งก่อน สูดหายใจเข้าออกลึกๆ และแจ้งกับผู้คนรอบข้าง ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที เพื่อรับการรักษาต่อไป

อย่าเสียดายที่ต้องพลาดชมเกมในสนาม แค่ไม่กี่นาที เพราะชีวิตของเรา สำคัญที่สุด



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง