mainstand

Grand Stand

แอสไปร์ อคาเดมี่ : ขุมพลังแห่งกาตาร์ที่คัดเด็กหัวกะทิทั่วโลกมาฝึกแบบเดียวกับ ‘เมสซี่’



พูดถึง กาตาร์ ขึ้นมาหลายคนคงนึกถึงความร่ำรวยและประเทศที่มั่งคั่ง แต่ถ้าพูดถึงฟุตบอลกาตาร์ พวกเขาเป็นชาติที่มีภาพติดตาคือการให้สิทธิพิเศษและโอนสัญชาตินักเตะต่างประเทศเก่งๆ เข้ามารับใช้ทีมเพื่อชัยชนะ


 

แต่ถึงจะรวย พวกเขาก็ไม่ได้โง่ การโอนสัญชาติคือทางลัดที่สามารถยกระดับได้ในทันทีก็จริง แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อเสียของมันก็คือพวกเขาจะได้มีความสุขกับชัยชนะเพียงชั่วครู่ และเมื่อเหล่าแข้งโอนสัญชาติถึงวัยปลดระวาง พวกเขาก็ต้องหาต่างชาติเก่งๆ มาโอนสัญชาติกันใหม่ทำให้ขาดความต่อเนื่อง

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องยอมลงทุนสร้างอนาคตขึ้นมาด้วยตัวเอง และไม่ใช่แค่เรื่องของเงินอย่างเดียวที่จำเป็นต้องมีในการสร้างอนาคต เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วทำไมชาติอย่าง คูเวต, บรูไน และ สิงคโปร์ ไม่สามารถยกระดับตัวเองได้?

นี่คือเรื่องราวของการลงทุนที่กล้าได้กล้าเสียของประเทศ กาตาร์ ก่อนจะกลายเป็น แอสไปร์ อคาเดมี่(Aspire Academy) อคาเดมี่ที่สร้างให้พวกเขากลายเป็นทีมที่สามารถเข้าชิงฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2019 โดยที่ยังไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว  

กาตาร์ ทำได้อย่างไร? และ แอสไปร์ อคาเดมี่ แตกต่างตรงไหนกันแน่? 

 

แผนงานอันยาวนาน


Photo : thepeninsulaqatar.com

หลายคนเข้าใจว่า แอสไปร์ อคาเดมี่ คือสถานที่บ่มเพาะลูกหนังทีเกิดขึ้นในช่วงที่ กาตาร์ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022 แต่เปล่าเลย พวกเขาสร้างมันมาตั้งแต่ปี 2004 แล้ว เพราะตอนนั้น กาตาร์ กับคำว่าฟุตบอลหัวแถวของเอเชียยังห่างไกลกันลิบลับหากเทียบกับทุกวันนี้

ย้อนความกันในยุค 2000 กาตาร์ ไม่เคยผ่านเข้าถึงฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรอบ 4 ทีมสุดท้าย และไม่เคยเฉียดโควต้าฟุตบอลโลกเลยแม้แต่หนเดียว เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ พวกเขายังเคยแพ้ไทยมาแล้วถึง 0-2 ในเกมอุ่นเครื่องก่อนถึงเอเชี่ยนคัพปี 2007 และหากย้อนไปอีกสักนิดการพบกันของทั้งไทยและกาตาร์ ยังมีภาพการวางหมัดวางมวยให้เห็นกันอยู่เลยด้วยซ้ำไป 

กาตาร์ ได้งบประมาณจากกลุ่มเชื้อพระวงศ์ของประเทศและลงทุนสร้างศูนย์ฝึกที่มีมูลค่าถึง 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 4 หมื่นล้านบาท) เพื่อกลบจุดด้อยตรงนี้ให้หมดไป พวกเขาไม่ใช่แค่มีเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันเกิดจากการประเมินตัวเองอย่างรอบคอบ ก่อนที่สุดแล้ว แอสไปร์ อคาเดมี่ จะเป็นรูปเป็นร่าง

จุดประสงค์การสร้างนั้นมีแนวทางที่ชัดเจนมาก นั่นคือการค้นหาและพัฒนาความเป็นเลิศด้านกีฬาให้กับประเทศโดยไม่คำนึงถึงชนชั้นทางสังคม และ เศรษฐกิจ พวกเขาต้องการเพชรที่อยู่ในตมขึ้นมาขัดสีฉวีวรรณให้เปล่องประกาย ขอแค่มีแวว พวกเขาพร้อมออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างเพื่อดึงตัวเยาวชนอายุ 8-19 ปี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการล่าฝันที่ยิ่งใหญ่ของทั้งประเทศ 


Photo : spin.ph

เงินกว่า 4 หมื่นล้านบาทถูกเปลี่ยนเป็น สนามซ้อมที่สามารถจุคนดูได้ 5,000 คนถึง 7 สนาม, สระว่ายน้ำ,ห้องประชุมและห้องเรียน ไปจนถึงศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ล้ำสมัยที่สุดระดับเดียวกับที่สโมสรชั้นนำของโลกอย่าง เรอัล มาดริด, แมนฯ ยูไนเต็ด และ บาเยิร์น มิวนิค มี แม้แต่นักเตะอย่าง ยาย่า ตูเร่, ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, นาบิล เบนทาเล็บ และ โซฟียาน บูฟาล ยังเคยมาใช้บริการเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของพวกเขามาแล้ว

อุปกรณ์ที่ครบครันก็ต้องอยู่ควบคู่กับคนที่ใช้งานมันได้อย่างคุ้มค่า เงินของ กาตาร์ บวกกับการเอาจริงในการพัฒนา พวกเขาจัดการดึงเอาเหล่าผู้มีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาไม่ว่าเรื่องของศาสตร์และศิลป์ ทั้งเวชศาสตร์การกีฬา, แพทย์, ฟิตเนส, โค้ชมือทอง และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกที่ดึงเอา อิบัน บราโว่ ที่เป็นอดีตไดเร็กเตอร์ของ เรอัล มาดริด มาจัดการ แม้แต่สเก๊าท์ก็ยังไม่เว้น แอสไปร์ เอาเงินฟาดได้หมด พวกเขานำตัว โจเซป โคโลเมอร์ แมวมองผู้นำ ลิโอเนล เมสซี่ ส่งมอบให้ บาร์เซโลน่า พัฒนาต่อมาเป็น "หัวหน้าแมวมอง" เพื่อช่วยมองหาเด็กๆ เข้ามาศูนย์ฝึก และนี่คือทีมงานชุด 5 ดาว ที่มารวมตัวกัน ณ แอสไปร์ แห่งนี้ 


Photo : www.fcbarcelona.com

ชีก ยาสซิม บิน ฮัมหมัด หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงขององค์กรมั่นใจว่าการทำเช่นนี้ไม่ใช่การอวดร่ำอวดรวยแข่งกับฝั่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศคู่ปรับ แต่ กาตาร์ ทำเพราะอยากจะพัฒนาตัวเองจริงๆ และเรื่องเงินคือเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะพวกเขามีอย่างมหาศาล ดังนั้นการเอาออกมาใช้เพื่อผลักดันวงการกีฬาถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า 

"ผมไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ที่มีคนบอกว่าเราทำเช่นนี้เพราะอยากอวดรวย จริงแหละที่เรามีเงินแต่ก็ต้องแยกให้ออกด้วยเพราะ แอสไปร์ คือโครงการระยะยาวของแท้ สถานศึกษาแห่งนี้จะเป็นการปฎวัติวงการกีฬาครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี ไม่ใช่แค่การเอาชนะเท่านั้น แต่เราเอาจริงทั้งเรื่องการฝึกซ้อม, การพัฒนาสื่อ, ความมั่นคงด้านกีฬา และ วิทยาศาสตร์การกีฬาด้วย" สมองขององค์กรกล่าว

"เรามีปรัชญาการเล่นแบบสเปนแน่นอน เราชอบบอลบุก เรามีโค้ชสเปน และผู้บริหารที่มาจาก บาร์เซโลน่า การสร้างเยาวชนของแอสไปร์จะมีกลิ่นอายรสชาติแบบสเปน นักเตะของเราจะต้องรวดเร็ว คล่องแคล่ว มีเทคนิคสูง" เขาปิดท้าย

 

วิชามาร?

ศูนย์ฝึกราคา 4 หมื่นล้านบาทในประเทศที่มีประชากรแค่ 2 ล้านคนถือว่าเป็นอะไรที่ใหญ่เกินตัวหรือเปล่า? เด็กๆ ในประเทศกาตาร์ พร้อมจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆสักกี่คน และเมื่อกาตาร์เป็นประเทศที่ไม่ได้เก่งฟุตบอลมากนัก (ในเวลานั้น) อาจทำให้มีปัญหาเพราะเมื่อวัตถุดิบไม่ดี ต่อให้เชฟเก่งแค่ไหนก็ปรุงออกมาให้อร่อยไม่ได้ นี่คือสิ่งที่หลายคนคิดในวันที่ แอสไปร์ แสดงถึงศักยภาพที่พวกเขามี


Photo : goalzz.com

ทว่ามันไม่ได้ยากสำหรับ กาตาร์ เพราะทุกอย่างถูกวางแผนมาไว้หมดแล้ว กาตาร์ มีทีมสเก๊าท์ในมือเป็นพันๆ คน เหตุผลที่มีเยอะเช่นนั้นก็เพราะ สเก๊าท์เหล่านี้จะถูกส่งตัวไปยังประเทศต่างๆ ที่กำลังพัฒนาอาทิ กัวเตมาลา และ ประเทศไทยของเรา ซึ่งจุดที่เน้นที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นทวีปแอฟริกา อันเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นดีที่สุด

ในช่วง 7 ปีหลังก่อตั้ง อคาเดมี่ แอสไปร์ ส่งสเก๊าท์ไปแอฟริกาแบบไม่มีพัก พวกเขาได้เห็นเด็กแอฟริกันเล่นฟุตบอลผ่านสายตากว่า 3.5 ล้านคน นั่นคือจำนวนมากกว่าประชากรในประเทศ กาตาร์ เสียอีก 

จากหลักแสนหลักล้านจะถูกคัดเหลือเพียงหลักสิบ นั่นหมายความว่าเด็กๆ ในระดับหัวกะทิจะเป็นสมาชิกของพวกเขา ซึ่งแลกมากับข้อเสนออย่างงามสำหรับเด็กแอฟริกันที่ยากจน ด้วยการให้ที่พักฟรี, การศึกษาฟรี พร้อมมีเงินส่งให้ครอบครัวของเด็กๆ อีก 5,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน ข้อเสนอแบบนี้ทำเอาคนที่ได้รับอ่อนระทวย ไม่มีใครกล้าปฎิเสธเงินก้อนใหญ่แน่ภายใต้ความยากจนที่ได้เจอ และมันอดคิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าหากเด็กจากแอฟริกันเหล่านี้เก่งพอ ในวันหนึ่งพวกเขาอาจจะโดนโอนสัญชาติมาเป็นชาวกาตาร์ก็ได้ 


Photo : en.psg.f

อย่างไรก็ตาม อันเดรียส บลีเชอร์ โปรแกรมไดเร็คเตอร์ ของแอสไปร์กาตาร์ ก็ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น และเชื่อกว่าการที่ได้เด็กฝีเท้าดีจากทั่วทุกมุมโลกมาอยู่ในอคาเดมี่จะเป็นการช่วยพัฒนาเด็กท้องถิ่นที่ได้ซ้อมร่วมกันต่างหาก

"หากเราโอนสัญชาตินักเตะสัก 3-4 คน คงมีคุณโจมตีเราแน่ เราไม่ได้โง่ขนาดนั้น และไม่คิดอะไรเช่นนั้นเลย" อันเดรียส บลีเชอร์ กล่าว

อย่างไรก็ตามนักเตะที่เก่งที่สุดในประเทศ กาตาร์ ในเวลานี้อย่าง อัลโมเอซ อาลี ที่เพิ่งทำสถิติทาบ อาลี ดาอี ตำนานของ อิหร่าน หลังจากยิงในศึกเอเชี่ยนคัพได้ 8 ประตู ก็เป็นนักเตะที่เกิดและโตในซูดาน ก่อนที่จะผ่านระบบคัดกรองของ แอสไปร์ อคาเดมี่ สาขาเซเนกัล และพัฒนาตัวเองขึ้นมาเก่งกาจจนถูกส่งมายังศูนย์ใหญ่ที่กรุงโดฮา และที่สุดแล้วก็โอนสัญชาติเป็นชาวกาตาร์ตามที่เราได้เห็นกัน 

แต่ตัวอย่างที่เอามาค้านกันก็มีเพราะ  ดิอาวานดู ดิอาเย่ เด็กที่ผ่านการคัดเลือกจาก 4 แสนคนเหลือ 24 คนในรุ่นของเขา ปัจจุบันก็ไม่ได้โอนสัญาชาติมาเป็นชาวกาตาร์แต่อย่างใด เขายังคงเล่นให้ เซเนกัล บ้านเกิดจนติดทีมชาติชุดใหญ่ร่วมรุ่นกับพวก ซาดิโอ มาเน่ ในทุกวันนี้


Photo : Twitter : diawandou diagne

ที่สุดแล้วดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ชอบธรรมกับ กาตาร์ เพราะการโอนสัญชาติของนักเตะในทีมชุดเอเชี่ยนคัพ 2019 หลายคน ไม่ใช่เป็นการชุบมือเปิบดึงตัวมาตอนที่เก่งแล้ว แต่เป็นเพราะพวกเขาลงทุนกับเด็กๆ ต่างชาติที่เก่งจริงพวกนี้ โดยมอบความมั่งคั่งและชื่อเสียง หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือพวกเขาไม่ใช่พ่อค้าคนกลางที่คอยกว้านซื้อผลผลิตของคนอื่นๆ แต่พวกเขาซื้อต้นกล้ามาลงแปลงก่อนจะลงแรงกายและแรงเงินของพวกเขาเอง 

หากถามว่าผิดศีลธรรมหรือไม่คงเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะที่ใดในโลกก็ทำกัน แม้แต่ชาติมหาอำนาจทางฟุตบอลอย่าง เยอรมัน หรือ สเปน ยังทำได้ แล้วทำ กาตาร์ ชาติที่มีประวัติศาสตร์ด้านฟุตบอลเป็น 0 จะทำไม่ได้? … แม้จะถูกวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องของการค้ามนุษย์แต่ที่สุดแล้วเรื่องแบบนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละบุคคล เมื่อมันไม่ผิดกฎหมายพวกเขาก็มีสิทธิ์โดยชอบธรรมต่อไป

 

ตัดสินใจสร้างยุคทอง

แอสไปร์ อาจจะมองที่ภาพรวมในระยะยาวของวงการฟุตบอลกาตาร์ ทว่าพวกเขาก็มีงานใหญ่ให้ต้องทำ เพราะหลังจากทีได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 2022 พวกเขาก็ตอบสนองโอกาสนี้ทันทีด้วยการสร้าง "โกลเด้น เจเนอเรชั่น" หรือยุคทองของประเทศขึ้นมาเพื่อที่ว่าเมื่อถึงวันที่แข่งขันกันจริง กาตาร์ จะไม่ไปแพ้ราบคาบแบบขายหน้าการได้เป็นเจ้าบ้าน

ช่วงเวลานั้น กาตาร์ อยู่ในอันดับที่ 100 ของ ฟีฟ่า แรงกิ้ง เรียกได้ว่าห่างไกลกับทีมที่จะมาแข่งขันกันในประเทศของพวกเขาทั้ง 32 ทีม (อาจเพิ่มขึ้นอีก) อย่างลิบลับ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการสร้างทีมที่สามารถบันดาลความสำเร็จในระยะสั้นก่อนเป็นอันดับแรก

ในปี 2006 เฟลิกซ์ ซานเชซ บาส โค้ชชาวสเปน ที่เป็นผู้ดูแลทีมเยาวชนของ กาตาร์ ได้ถูก แอสไปร์ ดึงตัวเข้ามาทำงานกับพวกเขา และมอบภารกิจสร้างทีมชุดฟุตบอลโลกที่เป็นเจ้าภาพให้เขารับผิดชอบ


Photo : www.afc.com

บาส ทำงานกับผู้เล่นเยาวชนในที่เรียกว่ายุคทองมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เขาค่อยๆ ยกระดับทีมไปทีละขั้นๆ ด้วยการฝึกซ้อมที่ดัดแปลงมาจากที่เคยใช้ที่ บาร์เซโลน่า โดยเหล่านักเตะเกมรุกของ กาตาร์ จะได้ซ้อมในแบบเดียวกับที่ ลิโอเนล เมสซี่ เคยซ้อมาก่อน 

ขณะที่ปัจจัยภายนอกก็ถูกดูแลควบคู่กันไปด้วย พวกเขาจะได้กินอิ่มนอนหลับภายใต้โภชนาการที่สมบูรณ์แบบที่สุดและการพัฒนากล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งแบบเน้นกันคนต่อกันต่อคน ซึ่งการฝึกที่หนักหน่วงและต้องเสียสละตัวเองขนาดนี้จำเป็นต้องการได้รับความสมัครใจจากตัวนักเตะเองซึ่ง แอสไปร์ จัดการเปลี่ยนทัศนคตินักเตะทีมชุดนี้ใหม่ทั้งหมดเพราะในช่วงเวลาที่ กาตาร์ มั่งคั่ง พวกเขาไม่สนใจฟุตบอล ดังนั้น แอสไปร์ ต้องเปลี่ยนให้เด็กพวกนี้อยากที่จะเอาชนะ อยากที่จะสร้างเกียรติประวัติจนต้องยอมเหนื่อย

มูฮันันด ฮูซาอิน นายทวารที่สูง 188 เซ็นติเมตร ในวัย 22 ปี คือหนึ่งผู้เล่นที่อยู่ในทีมชุดนี้ เขาถูกเปลี่ยนตำแหน่งมาเล่นเป็นประตูตั้งแต่ยังเด็กเพราะทางโค้ชเชื่อมั่นว่าความสูงของเขาต่อยอดได้ ซึ่งกว่าที่ ฮูซาอิน จะได้มาเล่นให้ แอสไปร์ อคาเดมี่ ก็ต้องผ่านด่าน พ่อ-แม่ ที่ไม่เห็นความสำคัญของฟุตบอล เพราะพ่อของเขาเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ มีรายได้มากมาย

"ครอบครัวของผมปฎิเสธให้ผมไปฝึก พวกเขาคิดว่ามันเลี้ยงชีวิตผมไม่ได้ เขาอยากให้ผมทำงานเป็นนักธุรกิจเป็นนักบิน แต่ทัศนติผมเปลี่ยนไป ผมเชื่อว่าการที่ กาตาร์ จะได้เล่นฟุตบอลโลกทำให้ความคิดของคนที่นี่เปลี่ยนไปเยอะ ผมต้องเป็นคนที่อยู่ในสนามในฟุตบอลโลก 2022  ผมไม่สนความล้มเหลวที่เคยเกิดขึ้นระหว่างทางใดๆ ทั้งสิ้น"

เห็นได้ชัดว่างานของ เฟลิกซ์ ซานเชซ บาส ไม่ได้ง่ายเลย นอกจากจะต้องเอาชนะใจนักเตะด้วยแท็คติกแล้ว เขายังต้องเอาชนะใจพ่อ-แม่ รวมถึงตัวเด็กๆ เองด้วย 


Photo : Fifa.com

"ซานเชซ เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อฟุตบอลไปเยอะมาก นักฟุตบอลคนหนึ่งมีอนาคตที่ดีกว่าวิศวกรโยธาด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็จริงตอนนี้สถานะของนักฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไป พวกเขาให้ทุกอย่างกับคนที่อยากจะเป็นนักฟุตบอล" มิสเตอร์ อลาเอลดิน วิศวกรชาวอียิปต์ ที่พาครอบครัวมาหากินในกาตาร์ปี 2003 ก่อนที่ลูกชายทั้ง 2 คนของเขาจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ แอสไปร์ อคาเดมี่ กล่าว 

ซานเซซ ทำทีม กาตาร์ ชุดยุคทองผ่านศึกมากมายตั้งแต่อายุ 12 และเคยเกือบอยู่ไม่ได้เพราะความล้มเหลวในฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียชุดยู 16 ที่ตกรอบคัดเลือกจนทำให้ผู้บริหารระดับบิ๊กของศูนย์บอกว่า กำลังมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามเขาหนักแน่นและยืนยันว่า "ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของการมีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่านั้น มันยังมีเรื่องของโชคและความกระหายที่เป็นปัจจัยสำคัญ" ที่สุดแล้ว เขาพิสูจน์ตัวเองได้ด้วยการพา กาตาร์ ชุดยู 19 คว้าแชมป์เอเชียเมื่อปี 2014

ปัจจุบัน ซานเชซ ก้าวขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชของ กาตาร์ ชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว หลังจากผ่านการคุมทั้งชุดยู 16, ยู 19, ยู 20 และ ยู 23 ตอนนี้เด็กๆ ของเขากำลังเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ... โดยมีผลผลิตจาก แอสไปร์ อคาเดมี่ เป็นกำลังสำคัญในทีมชุดเอเชียน คัพ 2019 ถึง 7 คน … พวกเขากำลังจะสร้างให้ กาตาร์ เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย อันเป็นก้าวสำคัญที่เคยได้วางแผนการไว้

 

สู่ระดับโลก

จะมีประโยชน์อะไรที่มัวแต่ฝึกซ้อมและลงเล่นทัวร์นาเม้นต์รับเชิญเท่านั้น เงิน 4 หมื่นล้านคงสูญเปล่าหากพวกเขาไม่ยอมปล่อยผลผลิตออกสู่ตลาดเพื่อแสดงให้โลกรู้ว่า แอสไปร์ เจ๋งแค่ไหน 


Photo : pulse.ng

ภายใต้ความยิ่งใหญ่ของศูนย์ฝึก พวกเขาทุ่มเทเม็ดเงินมากมายยกระดับงานภายในในทุกๆ ปี เปิดคัดนักเตะใหม่ เดินทางหาเพชรเม็ดงามจากทั่วโลก แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ลืมว่าควรสร้างคอนเน็คชั่นให้องค์กรด้วย 

แม้ว่าศูนย์ฝึกแห่งนี้จะมีนักเตะดังระดับโลกเดินทางแวะเวียนเข้ามาให้ความรู้ และมีโค้ชที่เก่งกล้าทางแท็คติกอาทิ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาจัดงานประชุมเพิ่มองค์ความรู้ แต่การที่เด็กๆของพวกเขาจะได้ไปเล่นฟุตบอลอาชีพในทวีปยุโรป ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องรอให้สโมสรเข้ามาดูและมาหยิบเอานักเตะในศูนย์ฝึกเอาเอง ทว่าสำหรับ แอสไปร์ นั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องรอ พวกเขามาทางลัดด้วยการซื้อสโมสรที่กำลังจะล้มละลายในลีกเบลเยี่ยมอย่าง อูเปน ในปี 2012  นอกจากนี้ยังมีทีมในลีกสเปนอย่าง คูตูรัล เลโอเนซ่า ให้เป็นเหมือนโรงงานรับต่อยอดเด็กๆ ของพวกเขาให้เป็นมืออาชีพ

"เราจะส่งนักเตะกาตาร์ไปที่ อูเปน อีกเป็นสิบๆ คน ในปีนี้ไม่ว่าจะอยู่ในทีมชุดใหญ่หรือชุดสำรองก็ตาม"  หนึ่งในผู้บริหารของแอสไปร์กล่าว 

เส้นสายในวงการฟุตบอลยุโรปของ แอสไปร์ ยังไม่หยุดแค่ทีมเล็กๆ เท่านั้น ปัจจุบันกลุ่มทุน กาตาร์ กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่แสนแน่นแฟ้นของทีมยักษ์อย่าง บาร์เซโลน่า และ เปแอสเช แผนงานขยายสาขาดูจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ ดิอาวานดู ดิอาเย่ กองหลังเชื้อสายเซเนกัลวัย 24 ปี คือตัวอย่างที่ชัดเจนมาก เขาเติบโตจากแอสไปร์ ก่อนจะไปเล่นให้ อูเปน และได้มีโอกาสเข้าสู่ทีม บาร์เซโลน่า เบ อีกด้วย ณ ตอนนี้เขาลงเล่นเกมอาชีพในยุโรปเกิน 100 นัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

Photo : www.fcbarcelona.com

กลุ่มทุนจาก กาตาร์ เสียเงินสนับสนุน บาร์ซ่า และ เปแอสเช ปีละไม่ต่ำกว่า 90 ล้านปอนด์  หลายคนมองพวกเขาเป็นตัวตลกที่จ่ายเงินหลายพันล้านเพื่อแลกกับการจับมือและถ่ายรูปกับทีมดัง ทว่าจากนี้ไปจะไป กาตาร์ จะผลิตนักเตะแบบ อัลโมเอซ อาลี ออกมาแบบรุ่นต่อรุ่น และพวกเขากำลังรอวันเก็บเกี่ยวจากเม็ดเงินที่ลงทุนมหาศาลก้อนนี้ในอนาคตอันใกล้ ถึงตอนนั้นเราจะได้รู้กันว่า แอสไปร์ อคาเดมี่ ในอีก 10 ปี 20 ปี 30 ปี หรือาจจะมากกว่านั้น จะกลายเป็นคำตอบที่หลายคนหายสงสัยได้หรือไม่สำหรับคำถามที่ว่า "เงินซื้อแชมป์โลกได้จริงหรือไม่?"



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง