mainstand

Grand Stand

อนุสรณ์ ไชยชำนาญ : 4 ปีที่ไม่เคยหยุดไล่ล่าฝันของนักแม่นปืนผู้ไร้แขน



นักกีฬาพาราทีมชาติไทย ต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน? เพื่อไล่ล่าความฝันในเวทีการแข่งขันระดับโลก


 

หลายคนอาจไม่เคยรู้เลยว่า กว่าจะมาถึงช่วงเวลาของการแข่งขันเพียงแค่ไม่กี่นาที เหล่านักกีฬาพาราทีมชาติไทย ต้องผ่านกี่พันชั่วโมงแห่งความเหน็ดเหนื่อย, กี่หมื่นนาที แห่งความอดทน ในการฝึกซ้อมกันมานานเท่าไหร่

แม้ร่างกายของพวกเขาอาจไม่ได้ครบถ้วนเหมือนคนปกติ แต่ความพยายาม ความตั้งใจของนักกีฬาพารา ก็ไม่ได้แตกต่างกับตัวแทนทีมชาติที่มีร่างกายสมบูรณ์ 

ในทางกลับกัน นักกีฬาพาราทีมชาติไทย ยิ่งต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเป็นสองเท่า ทั้ง การก้าวข้ามอุปสรรคด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพื่อไปสู่จุดสูงสุดในการแข่งขัน นั่นคือตำแหน่ง “ผู้ชนะ”

จ่าเอก อนุสรณ์ ไชยชำนาญ นักแม่นปืนสังกัดบริดจสโตน ผู้เคยผ่านการสูญเสียขา-แขน จากเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ บุคคลที่น่าจะทำให้เราได้เห็นภาพความพยายามของนักกีฬาพาราฯ มากขึ้น 

เพราะก่อนหน้าที่เขาจะได้มาเป็นตัวแทนประเทศไทย ในมหกรรมกีฬาพาราระดับนานาชาติ อนุสรณ์ ไม่เคยเล่นกีฬาใดๆมาก่อน… แต่เพราะอะไรเขาถึงมายืนอยู่ในจุดนี้ได้?

 

จุดเริ่มต้นความสำเร็จมาจากสนามฝึกซ้อม 

เสียงกระสุนที่ดังสนั่นภายในสนามยิงปืน สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี เปรียบเสมือนสัญญาณการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ของ จ่าเอก อนุสรณ์ ไชยชำนาญ นักกีฬายิงปืนยาวอัดลมพาราทีมชาติไทย

มันกลายเป็นกิจวัตร  และส่วนหนึ่งในชีวิตของ อนุสรณ์ ที่จะต้องใช้เวลา ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น มาฝึกซ้อมยิงปืนในทุกๆ วัน  

แม้กีฬายิงปืนอาจไม่ต้องใช้พละกำลังมากมายมหาศาล เพียงแค่ลั่นไกไปยังเป้า ไม่ต้องเล่นกลางแจ้ง ทนแดดร้อน แต่กีฬานี้มีความยากและอุปสรรคมากมายในแบบฉบับของมันเอง

“ยิงปืนเป็นกีฬาที่ไม่ได้ใช้แรงเยอะ แต่ใช้สมอง และสมาธิที่ค่อนข้างสูง หากเราไม่สามารถควบคุมความคิด หรือจิตใจเราไม่นิ่งพอ เราอาจไม่สามารถทำคะแนนได้อย่างที่ตัวเองคาดหวังไว้”

“อุปสรรคที่นักยิงปืนทุกคนเจอคือเรื่องการรับมือกับสภาพจิตใจของตัวเองยามอยู่ในสนามแข่งขัน ที่ทุกนัดมีความเสี่ยง หากเราพลาด คนอื่นมีโอกาสทำคะแนนนำได้ ผมจึงต้องฝึกฝนทุกวัน วันละหลายชั่วโมง เพื่อทำให้ทุกอย่างออกมาราบเรียบที่สุด”

สำหรับ จ่าเอก อนุสรณ์ เขามองว่า “ความสมบูรณ์แบบ” ยามอยู่ในสนามจริง เป็นสิ่งที่ต้องสร้าง ระหว่างการฝึกซ้อม ไม่ใช่รอให้จังหวะเป็นใจหรือโชคชะตาเข้าข้างในวันแข่งขัน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาถึงต้องปลุกตัวเอง ตั้งแต่เช้ามืด และอยู่กับการฝึกซ้อมจนถึงช่วงเย็นของทุกวัน 

“ช่วงเวลาการฝึกซ้อมของผม ถ้าตามที่โค้ชกำหนดก็จะประมาณ 9 โมงเช้า แต่ก่อนหน้าที่จะมาสนามฝึกซ้อม ผมจะตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้า ตั้งแต่ 6-7 โมงเช้า จากนั้นจึงค่อยอาบน้ำ กินข้าว และเดินทางมาถึงสนามยิงปืน ก่อนเวลาฝึกซ้อม สักประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัว เตรียมอุปกรณ์ เมื่อถึงเวลานัด เราก็จะสามารถซ้อมได้เลย”

“สิ่งสำคัญของการฝึกซ้อมคือเราต้องหาตำแหน่งตัวเองให้เจอ ทั้งจุดในการเล็ง การยืน การนั่ง ถ้าเราไม่เจอจุดของตัวเองที่ทำให้เราเป็นธรรมชาติ พอฝืนไปนานๆ อาจทำให้ร่างกายมีอาการเจ็บสะสม ยิงได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น”

1 เหรียญทองจากการแข่งขัน ชิงแชมป์โลก
1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน เอเชียนพาราเกมส์
1 เหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ 

นี่คือรางวัลแห่งความสำเร็จ ที่มีเบื้องหลังมาจากการทำงานหนักในฝึกซ้อม ที่ไม่ได้มีแค่การเตรียมพร้อมด้านร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในด้านจิตใจ และความคิด ที่ต้องใช้เวลาฝึกฝน

 

จงเรียนรู้ความพ่ายแพ้ก่อนลิ้มรสชัยชนะ 

เสียงปืนยังคงดังต่อไปอยู่ในสนาม แม้เวลาจะผ่านมาใกล้ช่วงเที่ยงวัน แต่ จ่าเอก อนุสรณ์ ยังคงมีสมาธิอยู่ที่ไกปืนและเป้ายิงที่อยู่ตรงหน้า ในช่วงเซ็ทที่สองของการฝึกซ้อม

“เวลาฝึกซ้อม ไม่ใช่ว่าเรายิงไปโดยไม่มีจุดหมาย หรือทำแค่ครบตามกำหนด อย่างตัวผมจะซ้อมทั้งหมด 3 เซ็ท เซ็ทแรกตั้งแต่ 9.00 น. - 10.30 น. พักประมาณ 15-20 นาที เพื่อหาข้อผิดพลาดจากการยิงช่วงเซ็ทแรก ดูว่าเราพลาดนัดไหน แล้วจึงกลับมาแก้ไขข้อผิดพลาดในช่วงเซ็ทที่ 2 อีก 1 ชั่วโมงครึ่ง”

“พอถึงเซ็ทที่ 3 ผมจะไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดกระสุน เพราะจะนำเอาข้อผิดพลาดในเซ็ท 1 และ 2 มาแก้ไขในเซ็ทสุดท้าย และเมื่อการฝึกซ้อมเซ็ทสุดท้ายจบลง ก็ถือว่าวันนี้สิ้นสุดแค่นี้ ไม่ต้องเอาเรื่องการฝึกซ้อมกลับไปคิดมากต่อที่บ้าน พรุ่งนี้เช้าตื่นมาค่อยเริ่มต้นใหม่”

รูปแบบและแนวคิดในการฝึกซ้อมของ จ่าเอก อนุสรณ์ ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การทำคะแนนให้ได้สูงๆ แต่กลับให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างวัน เพราะต่อให้เซ็ทนั้นเขาจะทำคะแนนได้สูงจนน่าพอใจ แต่หากยังมีข้อผิดพลาด เขาก็พร้อมที่แก้ไขมัน ไม่ยอมให้ความผิดพลาดนั้นผ่านไป 

“ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้คิดแบบนี้ ผมก็ซ้อมไปเรื่อยๆ พอผ่านไปได้สัก 1 ปี ผมรู้สึกว่าทำไมตัวเองยังไม่สามารถข้ามไปได้อีกระดับหนึ่ง เหมือนความสามารถผมไม่พัฒนาขึ้น ผมเริ่มหันกลับมาสำรวจตัวเองว่า ในการยิงแต่ละครั้ง มีจังหวะไหนบ้างที่ผิดพลาด แล้วจะจะแก้ไขอย่างไร”
 
“ถ้าเราไม่เคยหาข้อผิดพลาดเลย ในระหว่างซ้อม มัวแต่พอใจกับคะแนนหรือช็อตที่เราทำได้ดี พอถึงเวลาแข่งจริง และเกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างการแข่งขัน เราจะไม่สามารถวิเคราะห์ และแก้ไขสถานการณ์ได้ในทันที ทำให้ การยิงนัดต่อไปอาจไม่สมูธ ส่งผลต่อการทำคะแนน เพราะมีความกังวลเข้ามา”

“แต่หากเราฝึกซ้อม หาวิธีแก้ไขช็อตผิดพลาดอยู่เสมอ เมื่อถึงสถานการณ์จริง เราก็จะสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น ได้ภายในนัดต่อไปเลยทันที” 


จ่าเอก อนุสรณ์ ไชยชำนาญ ทำผลงานได้ดีขึ้น มีข้อผิดพลาดในสนามแข่งขันน้อยลง ควบคุมประสาทสัมผัส และแก้ไขสถานการณ์จริงได้อย่างทันท่วงที โดยมีบ่อเกิดมาจากการเรียนรู้ ในช่วงการฝึกซ้อม 

อุปสรรคสำคัญที่มักทำให้นักกีฬายิงปืน ไปไม่ถึงฝั่งฝัน คือ เรื่องการรับมือกับความเครียด ความกดดัน เพราะยิงปืนเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิและจิตใจที่แน่วแน่ ในทุกๆ การตัดสินใจ 

“ผมเคยผ่านความตึงเครียดหลายๆอย่าง ทั้งเรื่องเหตุการณ์ระเบิด ที่ทำให้ผมต้องสูญเสีย แขน และขา ดังนั้นผมคิดว่าการฝึกสภาพจิตใจให้พร้อมกับสำหรับการแข่งขัน ต้องเริ่มทำตั้งแต่ช่วงการฝึกซ้อม” 

“ดูซิว่าวันนี้ เราซ้อมอะไร แล้วโฟกัส มีสมาธิอยู่กับแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราเท่านั้น ไม่ต้องคิดเรื่องอย่างอื่น ไม่ต้องสนใจเพื่อนซ้อม ที่อยู่ด้านข้าง อยู่กับตัวเอง”

“เมื่อเราฝึกแบบนี้ เวลาแข่งจริง เราจะรู้สึกเหมือนกำลังแข่งกับตัวเอง ไม่ได้เอาคะแนนของผู้นำหรือคะแนนของแชมป์โลกมาเป็นตัวตั้ง ทำให้เราสามารถยิงได้เป็นธรรมชาติ ไม่กดดัน เครียดจนเกินไป มีสมาธิอยู่กับตัวเอง ซ้อมมาอย่างไร ก็ยิงไปแบบนั้น”

 

4 ปีที่ไม่เคยหยุดไล่ล่าความฝัน 

เมื่อเสียงยิงปืนนัดสุดท้ายเริ่มเบาลง เปรียบเสมือนสัญญาณว่า หน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทยของ จ่าเอก อนุสรณ์ ไชยชำนาญ ประจำวันได้สิ้นสุดแล้ว 

แต่เมื่อพระอาทิตย์ของวันใหม่เริ่มต้น เขาจะเตรียมตัว และพาตัวเองกลับมาฝึกซ้อมแบบเดิม ในสถานเดิม และเขาทำแบบนี้ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว เพราะเหตุผลเดียว...คือ การไล่ล่าความฝัน

“เราต้องมีระเบียบวินัยในตัวเอง ถ้าเราไม่มีสิ่งนี้ มาซ้อมสาย ไม่ตั้งใจฝึกฝน ก็จะเหมือนกับว่าเราบกพร่องในหน้าที่” 

“ผมพยายายามปฏิบัติให้เหมือนเดิมทุกวัน ให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่ในเวลานี้ ผมควรทำอะไร เวลานี้ผมจะทำอะไร เมื่อถึงเวลาเราจะรู้หน้าที่ของตัวเอง โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก”

กีฬายิงปืน จึงต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายเดือน เพื่อให้ร่างกายและจิตใจของนักกีฬาพร้อมมากที่สุด ก่อน “พาราลิมปิก เกมส์” จะกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้งในปี 2020 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ จ่าเอก อนุสรณ์ ไชยชำนาญ จะได้เข้าร่วมชิงชัยเหรียญทอง…เหรียญทองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาฝันไว้ 

แต่ทุกๆ เส้นชัยของนักกีฬา ย่อมต้องมีมือที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น… นอกเหนือจากมือของต้นสังกัดอย่าง “บริดจสโตน” (Bridgestone) ผู้นำด้านการผลิตยางรถยนต์ ที่เล็งเห็นความสำคัญของนักกีฬาคนพิการ และมอบโอกาสให้ อนุสรณ์ ได้เข้ามาทำงานเป็น พนักงานประจำ โดยที่ อนุสรณ์ สามารถฝึกซ้อมกีฬาได้ทุกวันอย่างที่เช่นเคยเป็นมา ตลอดจนสมาคมกีฬายิงปืนคนพิการไทย และมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ที่ให้การสนับสนุนเสมอมา 

กำลังใจจากผู้เป็นแม่ ก็เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ผลักดันให้ อนุสรณ์ ไชยชำนาญ ไม่เคยหยุดที่ก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเอง เพื่อออกไปไล่ล่าความฝัน ในมหกรรมกีฬาระดับโลก “พาราลิมปิกเกมส์”

“การฝึกซ้อมต้องทำอย่างต่อเนื่อง สมมติหยุดพักสัก 1 เดือน พอกลับมาซ้อม เราก็เหมือนต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่หมด ผมจึงฝึกซ้อมไม่เคยหยุดในตลอดช่วงเวลา 4 ปีกว่าๆ และมันทำให้ผมมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้”



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง