mainstand

Feature

ทำไม "โคชิเอ็ง" ถึงได้รับความนิยมไม่แพ้กีฬาอาชีพ ทั้งที่เป็นแค่กีฬาเด็กมัธยม?



หลังจากถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน เบสบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติญี่ปุ่นประจำฤดูร้อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โคชิเอ็ง”  ก็ได้ทำหน้าที่ราวกับเป็นเทศกาลประจำปีของชาวญี่ปุ่น  


 

มันคือการแข่งขันผู้ชมทั่วประเทศเดินทางมาชมการแข่งขันถึง โคชิเอ็ง สเตเดียม จังหวัดเฮียวโงะในทุกหน้าร้อน  นัดชิงชนะเลิศมีผู้คนแออัดเข้าไปชมเกมถึงขอบสนามในระดับ 40,000- 50,000 คน และยังมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ที่มีคนติดตามไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน ทั้งที่เป็นเพียงการแข่งขันกีฬานักเรียนในระดับมัธยม 

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand

 

สังเวียนอันศักดิ์สิทธิ์ 

แม้ว่าลีกเบสบอลอาชีพ จะถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1936 ก่อนลีกฟุตบอลอาชีพอย่างเจลีกถึง 50 กว่าปี แต่สำหรับโคชิเอ็ง ต้องย้อนไปไกลกว่านั้น เมื่อการแข่งขันครั้งแรกมีขึ้นในปี 1915 หรือ 104 ปีมาแล้ว


Photo : asia.nikkei.com

มันถูกจัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์อาซาฮี หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น โดยใช้สนามโทโยนากะ ที่เมืองโอซากา เป็นสังเวียนให้ 10 ทีมเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขันครั้งแรก และย้ายมาแข่งที่ โคชิเอ็ง สเตเดียม จังหวัดเฮียวโงะ สนามหลักในปัจจุบันตั้งแต่ปี 1924 

ด้วยการแข่งขันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานทำให้ โคชิเอ็ง ได้มีโอกาสได้ต้อนรับนักกีฬาดังมากมาย ตั้งแต่ ซาดาฮารุ โอ เจ้าของสถิติตีโฮมรันได้มากที่สุดในโลก ไปจนถึง อิจิโร ซูซูกิ นักเบสบอลที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ที่ล้วนเคยผ่านเวทีแห่งนี้มาแล้ว

“มันเป็นการเล่นเบสบอลระดับสูง (อาจจะเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ของโลกในกลุ่มอายุเท่ากัน) สตาร์หลายคนในทัวร์นาเมนต์ กลายเป็นดาวเด่นในระดับอาชีพ และประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีก็บ่งบอกตัวตนของมันได้เป็นอย่างดี” แซค อิคุมะ ผู้บรรยายกีฬาที่รับหน้าที่บรรยายเกมของ โยโกฮามา เบย์สตาร์ส กล่าวกับ Japan Times 

โคชิเอ็ง จึงกลายเป็นสนามที่ทุกคนใฝ่ฝัน เพียงแค่มาขว้าง มาตี หรือคว้าแชมป์ ต่างเป็นเป้าหมายของนักเบสบอลรุ่นเยาว์ญี่ปุ่นด้วยกันทั้งสิ้น เป็นสังเวียนในตำนานพวกเขาอยากไปเหยียบให้ได้สักครั้งในชีวิต 


Photo : dot.asahi.com

“มันเป็นการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติของญี่ปุ่น ผมจึงมีความสุขจริงๆ ที่ได้ขว้างที่นั่น” ยูกิ ไซโต ที่พา วาเซดะ จิตสึเงียว คว้าแชมป์เมื่อปี 2006 กล่าวกับ Japan Times

“เพราะว่ามันเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการพูดว่าเป็นอันดับ 1 ของเบสบอลมัธยมปลายญี่ปุ่น ผู้เล่นที่ได้ไปขว้างที่นั่นจึงรู้สึกภาคภูมิใจมาก” 

โคชิเอ็ง ยังถูกพูดถึงในสื่อบันเทิงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน ละคร หรือภาพยนตร์ ที่ตัวละครของเรื่องมักจะมีคำพูดติดปากว่า “มุ่งหน้าสู่โคชิเอ็ง” แทบทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเบสบอล ล้วนต้องมีสนามโคชิเอ็งเป็นฉากหลัง 

ในปี 2009 ภาพยนตร์เรื่อง Rookies Graduation ที่สร้างจากการ์ตูน Rookies ที่เป็นเรื่องราวของชมรมเบสบอลที่เต็มไปด้วยอันธพาล แต่มีครูคนหนึ่งเขามาเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา และตั้งเป้าไปโคชิเอ็ง ทำยอดฉายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ได้ถึง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ก่อนจะกลายเป็นหนังทำเงินอันดับ 2 ของปีนั้นด้วยยอดรวม 2,600 ล้านบาท เป็นรอง Avatar เพียงเรื่องเดียว   

หรือ ทัชจิ การ์ตูนเบสบอลของอาจารย์ อาดาจิ มิตสึรุ ที่ว่าด้วยการสานฝันของพี่ชายและคนรักในการไปโคชิเอ็ง กลายเป็นการ์ตูนกีฬาที่มียอดขายเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดขาย 100 ล้านเล่ม โดยเป็นรองสแลมดังค์ การ์ตูนบาสเก็ตบอลเพียงเรื่องเดียว  ก็คือเครื่องพิสูจน์ความนิยมของการแข่งขันรายการนี้ได้เป็นอย่างดี


Photo : www.baseballjapan.org

“มันมีอะไรบางอย่างที่พิเศษเกี่ยวกับโคชิเอ็ง” ฮิโรชิ วาคายามะ ที่เดินทางกว่า 800 กิโลเมตร จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เพื่อมาดู โซอุกิ วาคายามะ ลูกชายลงเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายให้สัมภาษณ์กับ The Guadian เมื่อปี 2017 

“การได้เล่นที่นี่เป็นเหมือนความฝันของเด็กมัธยมทุกคน นอกจากนี้มันยังเป็นการแข่งขันแบบน็อคเอาท์ หากคุณแพ้ ความฝันก็จบลงตรงนี้ ไม่สามารถแก้ตัวได้อีกแล้ว” 

อย่างไรก็ดี อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนญี่ปุ่นให้คุณค่ากับโคชิเอ็งขนาดนี้? 

 

เครื่องมือแสดงความรักต่อบ้านเกิด 

“โคชิเอ็งคือประสบการณ์ร่วมของคนญี่ปุ่น” มาซาฮิโร โอคาซากิ บรรณาธิการ Number Magazine กล่าวกับ Japan Times 


Photo : mainichi.jp

ด้วยระบบการแข่งขันที่ใช้วิธีคัดเลือกเอาตัวแทนที่ดีที่สุดของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ (โตเกียวและฮอกไกโดได้โควต้าจังหวัดละ 2 ทีม) จากเกือบ 4,000 โรงเรียนจนเหลือ 49 โรงเรียน ในรอบสุดท้าย ทำให้โคชิเอ็ง เป็นเหมือนทัวร์นาเมนต์เชิงสัญลักษณ์ในการแสดงออกถึงความจงรักภัคดีต่อท้องถิ่น 

โรเบิร์ต ไวท์ติง นักเขียนชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเบสบอลญี่ปุ่นกล่าวว่าการแข่งขันโคชิเอ็ง มีส่วนผสมระหว่างประเพณีและความภาคภูมิใจต่อบ้านเกิด 

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้คนจากต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก พากันอพยพเข้าไปหางานทำหรือตั้งถิ่นฐานในเมืองใหญ่ โคชิเอ็งที่จัดขึ้นในช่วงวันหยุดโอบ้ง (วันหยุดยาวของญี่ปุ่น) จึงเป็นเหมือนเครื่องมือในการแสดงออกทางสัญลักษณ์ว่าพวกเขาไม่เคยลืมถิ่นที่เคยจากมา

ทำให้ในช่วงที่มีการแข่งขันมีผู้คนมากมายจากทั่วประเทศหลั่งไหล เข้ามาชมการแข่งขันอย่างอุ่นหน้าฝาคั่ง บางคนอาจจะมาจากโตเกียว หรือโอซากา หรือบางคนอาจจะเดินทางไกลเกือบ 1,000 กิโลเมตร เพื่อมาเชียร์ทีมบ้านเกิด หรือหากมาไม่ได้ ก็อาจจะตามเชียร์อย่างจริงจังจากหน้าจอโทรทัศน์แทน  

ในขณะเดียวกัน สื่อก็มีส่วนสำคัญในการขับความเป็นท้องถิ่นออกมา นอกจากสกู๊ปแนะนำแต่ละทีมอย่างละเอียด พวกเขายังฉายภาพนักกีฬารุ่นเยาว์ที่ดูประหม่าในระหว่างการสัมภาษณ์ออกมาทางหน้าจอโทรทัศน์ ที่ดูมีความเป็นธรรมชาติอย่างน่าสนใจ 

“ก่อนเกมที่มีการถ่ายทอดสด กัปตันของแต่ละทีมจะมาพูดอะไรสั้นๆ หน้ากล้อง (โดยมีเพื่อนร่วมทีมเป็นฉากหลัง) เพื่อแนะนำโรงเรียนของพวกเขาตอนถ่ายทอดสด หลายจังหวะ ผู้เล่นดูประหม่าและแข็งทื่อ ซึ่งทำให้ดูบ้านๆ และอยากรู้จักรากเหง้าของพวกเขามากกว่านั้น” อิคุมะอธิบาย 


Photo : travel.gaijinpot.com

การแข่งขันรายการนี้ ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนเทศกาลประจำปีของคนญี่ปุ่นที่คนจากทั้งประเทศมารวมกัน พวกเขาต่างแสดงอัฒลักษณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นธงท้องถิ่นที่โบกสะบัดไปทั่วอัฒจันทร์ หรือการสวมเสื้อฮัปปิ (เสื้อคลุม) ที่ประดับไปด้วยตราท้องถิ่น หรือหากไม่ได้ไปชมเกมที่ขอบสนาม ก็อาจสวมเสื้อยืดหรือหมวกของโรงเรียน ขณะเชียร์ในที่ทำงาน (ใช่แล้ว บางแห่งถึงขนาดเปิดทีวีที่มีการถ่ายทอดสดโคชิเอ็งในที่ทำงาน)

“พื้นฐานของโคชิเอ็งมันคืองานเทศกาลขนาดใหญ่ มันเหมือนกับงานกิอน (งานเทศกาลฤดูร้อนขนาดใหญ่ของเกียวโต) เป็นการอุทิศตัวเพื่อจิตวิญญาณและความกล้าหาญ” มาซายูกิ ทามากิ นักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่นกล่าวกับ Japan Times

แต่พวกเขายังมีสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้น 

 

นักกีฬาในอุดมคติ 

แม้ว่าเบสบอล จะเป็นกีฬาที่นำเข้ามาโดยชาวตะวันตก แต่กีฬาชนิดนี้ก็เข้ากับคนญี่ปุ่นได้ดีตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยแนวคิดของความอดทน ความสามัคคี และการอุทิศตัวเองเพื่อกลุ่ม  


Photo : english.kyodonews.net

เช่นเดียวกับการแข่งขัน โคชิเอ็ง ด้วยระบบคัดเลือกที่โหดหิน เอาผู้ชนะเพียงทีมเดียวในแต่ละจังหวัด (มีเพียงฮอกไกโดและโตเกียวที่ได้จังหวัดละ 2 ทีม) ทำให้แต่ละทีมต้องฝึกซ้อมอย่างหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อเข้ามาแข่งในรอบสุดท้าย 

นักกีฬาโคชิเอ็งจึงกลายเป็นตัวแทนของนักกีฬาที่ดีในอุดมคติของชาวญี่ปุ่น พวกเขาส่วนใหญ่มักจะมาในชุดสีชาวทั้งชุด ตัดผมสั้นเกรียนติดหนังหัว ที่สะท้อนให้เห็นการกลับไปสู่คุณค่าในอดีต ในแง่ความเสียสละ ความขยัน และการทำงานเป็นทีม  

“ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองในการดำรงอยู่ของ ‘วะ’ (ปรัชญาญี่ปุ่นที่ว่าด้วยความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ) แม้แต่กองเชียร์ที่กำลังเชียร์อย่างพร้อมเพรียงบนอัฒจันทร์ก็คือส่วนหนึ่งของโคชิเอ็ง” อิคุมะอธิบายกับ Japan Times  

“ในปี 2008 สมาชิกบางคนของทีมชาติญี่ปุ่นชุดโอลิมปิก ที่หลายคนเป็นดาาวเด่น NPB พยายามที่จะคงจิตวิญญาณของพวกเขาด้วยการโกนหัวตัวเองเลียนแบบเด็กมัธยม” 

“ผู้เล่นผมสั้นเกรียนที่ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อจะถูกมองว่าเป็นต้นแบบของนักกีฬารุ่นเยาว์ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ละครเรื่องนี้ได้รับการบอกเล่าแก่ผู้ชมขนาดใหญ่ด้วยสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอย่าง NHK ข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันจะมีอยู่ทั่วทุกที่ในระหว่างทัวร์นาเมนต์” 

พวกเขายังเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ การทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ เพื่อเอาชัยชนะกลับบ้านเกิด การพุ่งเข้าเบสอย่างไม่เกรงกลัว หรือการขว้างสุดแรงเกิดซ้ำๆ นับร้อยครั้ง แม้จะทำให้บาดเจ็บหนัก จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอในรายการนี้ 

“มันคืออิทธิพลของระบบศิลปะการต่อสู้ ปรัชญาคือความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ดี ยิ่งผู้เล่นวัยหนุ่มได้รับบาดเจ็บทางกาย เจ็บปวดทางใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับ ‘บทเรียน’ ของพวกเขา โคชิเอ็งจึงเป็นสนามสำคัญที่พิชเชอร์จะสังเวยการได้เป็นผู้เล่นอาชีพเพื่อโอกาสในการคว้าแชมป์” ไวท์ติงกล่าวกับ The Guadian 


Photo : www.nytimes.com

ในปี 2006 ยูกิ ไซโต สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขว้างไปถึง 948 ครั้ง โดยเฉพาะนัดชิงชนะเลิศ เขาต้องขว้างถึง 178 ลูกก่อนจะเสมอกันใน 15 อินนิ่ง และในนัดรีเพลย์เขาขว้างอีก 118 อินนิ่ง ก่อนจะพา วาเซดะ จิตสึเงียว คว้าแชมป์ในปีดังกล่าว 

“มันอาจจะดูไม่น่าเชื่อสำหรับคนนอกญี่ปุ่น นั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับคนญี่ปุ่นและวัฒนธรรมญี่ปุ่น แม้ว่าไหล่ ข้อศอก หรือหลังของคุณจะได้รับบาดเจ็บ แต่เราคิดว่าการเสียสละทำให้เกิดสิ่งที่สวยงาม” ไซโตกล่าวกับ Japan Times   

“มันเป็นวัฒนธรรมที่เราคิดแบบนี้ เราต้องมีความมานะอุตสาหะเพื่อคนอื่น เราคิดแบบนี้แม้ว่าเราจะได้รับบาดเจ็บ เรามองโลกในแง่ดี เราสามารถยึดมั่นในบางอย่าง ผมไม่ได้กังวลอะไรกับเรื่องนี้เท่าไร”

อย่างไรก็ดี การขว้างที่กลายเป็นสถิติตลอดกาลของการแข่งขัน ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาไม่น้อย หลังจากถูกดราฟท์ตัวจาก นิปปอนแฮม ไฟท์เตอร์ส ในปี 2010 เขาก็ไม่เคยทำผลงานได้ดีอีกเลย อันเป็นเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็ไม่เคยเสียใจ 

“ผมคว้าแชมป์โคชิเอ็ง สิ่งนี้ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้” ไซโตกล่าว

“ตอนนี้ผมอายุ 30 แล้ว ผมอาจจะไม่ได้มีประสบการณ์ของมืออาชีพมากมาย แต่ผมยังคงเล่นเบสบอลเพราะว่าผมยังคงรู้สึกแบบนั้นจากโคชิเอ็ง ตอนที่ผมคิดยอมแพ้ ความทรงจำที่โคชิเอ็งก็ย้อนกลับมา” 

และนี่คือเหตุผลว่าเหตุใดพวกเขาจึงต้องทุ่มเทเช่นนี้ 

 

เกียรติยศของโคชิเอ็ง 

อันที่จริง ไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่เคยเล่นในโคชิเอ็งที่จะได้รับสัญญาอาชีพที่มีผลตอบแทนมหาศาล หรือได้เล่นกับทีมดังทั้งในต่างประเทศ แต่พวกเขาที่เหลือก็มักได้รับผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อกับความพยายามที่ผ่านมา 


Photo : www.nytimes.com

หลายคนที่ไม่ได้เป็นผู้เล่นอาชีพก็จะได้เข้าทำงานในบริษัทที่ให้เงินเดือนในระดับดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีทีมอยู่ในลีกอุตสาหกรรม (ลีกกึ่งอาชีพญี่ปุ่น ที่ทีมส่วนใหญ่เป็นตัวแทนบริษัท) หรือได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง

การได้ไปเล่นโคชิเอ็ง จึงกลายเป็นค่านิยมที่คนญี่ปุ่นยกย่อง เพราะหมายความว่าพวกเขาสามารถผ่านบททดสอบอันหนักหน่วง และถือเป็นเกียรติยศในชีวิต หลายคนได้หน้าที่การงานที่ดี หรือได้เรียนต่อในสถาบันที่มีชื่อ แม้จะไม่ได้มีผลการเรียนที่ดีก็ตาม 

“การได้เล่นในโคชิเอ็ง สามารถเป็นตั๋วนำทางไปสู่ความสำเร็จ คนที่ไม่ได้สัญญามูลค่ามหาศาลหลังเรียนจบก็ยังได้งานที่ดี ที่มีเงินเดือนน่าพอใจ ในบริษัทที่มีทีมอยู่ในลีกอุตสาหกรรม (ลีกกึ่งอาชีพ)” ไวท์ติงกล่าวในบทความ Koshien: Annual event has provided a century of thrills ของ Japan Times 

“ยิ่งไปกว่านั้น เพียงแค่เป็นคนที่ได้ปรากฎตัวในโคชิเอ็ง หมายความว่าเขาจะได้รับเกียรติสำหรับชีวิตในสังคมญี่ปุ่น” 

ในขณะเดียวกัน โคชิเอ็ง ยังทำให้นักกีฬาหลายคนกลายเป็นฮีโรของชาติในช่วงเวลาหนึ่ง อย่างเมื่อปีที่แล้วที่ โยชิดะ โคเซอิ พิชเชอร์ของโรงเรียนการเกษตรคานาอาชิ ที่กลายเป็นดาวเด่นหลังพาทีมเขาถึงรอบชิงชนะเลิศอย่างเหลือเชื่อ ก็ถูกพูดถึงหลังการแข่งขันไปอีกหลายเดือน 

“ส่วนใหญ่นักเบสบอลอาชีพมักจะเป็นที่สนใจ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างในญี่ปุ่น นักเบสบอลมัธยมก็ได้รับความสนใจมากเช่นกัน” ไซโตให้ความเห็น  

“ผมคิดว่าสำหรับเบสบอลญี่ปุ่น แฟนจำนวนมากสนใจการแข่งขันเป็นหลัก สำหรับพวกเขามันจึงไม่มีความแตกต่างระหว่างเบสบอลอาชีพหรือเบสบอลมัธยม” 


Photo : www.cna.com.tw

โคชิเอ็ง จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันทัวร์นาเมนต์หนึ่ง มันมีอะไรมากมายจากการแข่งขันนี้ ไม่ว่าจะเป็นใบเบิกทางสู่การเป็นมืออาชีพ โอกาสในการเป็นฮีโรของชาติ หรือแม้กระทั่งใบรับรองการเป็นนักกีฬาที่ดีในแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น 

นั่นคือเหตุผลว่าเหตุใดคนญี่ปุ่นถึงให้ความสำคัญกับการแข่งขันกีฬานักเรียนรายการนี้ เพราะมันคือเครื่องการการันตีว่าผู้เล่นเหล่านี้คือคนที่มีคุณภาพ ทั้งมีวินัยในตัวเอง สามารถทำงานเป็นทีม มีความยืดหยุ่น ในขณะเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เฉพาะในเชิงกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการใช้ชีวิตในสังคม 

“ความงามของโคชิเอ็งนั้นมีพลังมาก เหมือนกับซากุระในฤดูใบไม้ผลิ ผู้เล่นกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจในช่วงเวลาที่สั้นมากๆ และหลังจากนั้นพวกเขาก็มีอนาคตที่ดี ความหวังและมุ่งมั่นที่พวกเขาแสดงให้เห็นตลอด 2 สัปดาห์ในหน้าร้อนมันซาบซึ้งตรึงใจผู้คนจริงๆ” จิม อันเลน ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาของสำนักข่าวเคียวโดกล่าวกับ The Guardian ทิ้งท้าย

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theguardian.com/world/2017/aug/22/japans-field-of-dreams-school-baseball-teams-vie-for-koshien-glory
https://www.japantimes.co.jp/?post_type=sports&p=1460932#.XV0QuHtx02w
https://features.japantimes.co.jp/koshien/
https://www.japantimes.co.jp/community/2014/08/04/voices/dark-side-koshien-dream/#.XQds6I9x02z
https://asia.nikkei.com/Life-Arts/Life/Agony-and-ecstasy-Why-Japan-is-obsessed-with-high-school-baseball
https://www.nytimes.com/2018/08/16/sports/japan-high-school-baseball.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง