mainstand

Grand Stand

นุ้ก สากล : จากหนุ่มน้อยมหัศจรรย์สนุกเกอร์ SangSom 6 Red สู่แชมป์เอเชีย



ในโลกของกีฬา ไม่เคยมีการระบุว่า “คนที่อายุน้อยกว่า” ย่อมต้องเป็นฝ่ายแพ้ให้ “คนที่อายุมากกว่า” เสมอไป เพราะบางครั้งผู้ชนะ อาจเป็นเพียงแค่เด็กอายุน้อย และในบางที ชัยชนะเพียงไม่กี่ครั้ง อาจสร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบให้แก่ตัวของคนๆนั้น 


 

แน่นอนว่า...กว่าที่ใครสักคนหนึ่งจะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์เอเชีย ย่อมไม่ใช่ง่าย และเชื่อเหลือเกินว่าเขาคนนั้นต้องผ่านบททดสอบมากมายกว่าจะไปยืนบนจุดนั้น

 “นุ้ก สากล” หรือ กฤษณัส เลิศสัตยาทร นักสนุกเกอร์ทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์เอเชีย ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ 

จากดาวรุ่งที่ฝีมือร้อนแรงในทัวร์นาเมนต์ SangSom 6 Red ที่ใครๆ ต้องจับตามองเมื่อสักประมาณ 10 ปี ในวันนี้ นุ้ก สากล ยืนระยะและพัฒนาตัวเอง จนกลายเป็น นักสอยคิวแถวหน้าของเอเชียได้อย่างไร ติดตามเรื่องราวของเขาได้ที่นี่ ? 

 

เด็กหนุ่มมหัศจรรย์

“ผมชื่อเล่น นุ้ก เพราะคุณพ่อชอบเล่นสนุกเกอร์มาก จึงตั้งชื่อลูกชายว่านุ้ก”  นุ้ก สากล กล่าวเริ่ม 

“ผมตามคุณพ่อไปวิ่งเล่นอยู่ในโต๊ะสนุ๊กฯ ตั้งแต่จำความได้ แต่มาเริ่มฝึกเล่นครั้งแรกตอนอายุ 6 ขวบ ตอนนั้นความสูงผมยังไม่พ้นขอบโต๊ะเลย ต้องเข็นลังน้ำอัดลมไปรอบๆโต๊ะ ยืนอยู่บนนั้น เพื่อที่ให้มันสูงพอที่ตัวเองจะแทงสนุกเกอร์ได้”

ลูกสนุกเกอร์หลากสี กลิ้งไปมา บนผืนผ้าสักหลาดสีเขียว ภายในโต๊ะสนุกเกอร์ซอย วัดด่านสำโรง 60 คือ ภาพที่เด็กชายกฤษณัส คุ้นเคยเป็นอย่างดี ท่ามกลางซีนแห่งยุค ที่ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย กำลังโด่งดังสุดขีดในเวทีระดับโลก 

นุ้ก สากล ซึบซับบรรยายกาศเหล่านั้น และเริ่มค่อยๆฝึกปรือฝีมือในทุกๆวัน จนเขาเริ่มมีความฝันที่อยากจะเป็น นักสนุกเกอร์ทีมชาติไทย แต่ถึงกระนั้นทางบ้านไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะครอบครัวของนุ้ก อยากให้เขาสนใจเรื่องการเรียนมากกว่าการเล่นสนุ๊กฯ 

“ตอนแรกทางบ้านก็อยากให้ผมยึดเรื่องเรียนเป็นหลัก สนุ๊กฯ เป็นแค่กิจกรรมยามว่าง แต่ผมอยากเอาดีทางสนุ๊กฯ กระทั่งมาเกิดจุดเปลี่ยน ตอน ม.4 ผมลงแข่งรายการแรก สามารถคว้าแชมป์เยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ของสยามกีฬา ทำให้ทางบ้านเริ่มเห็นแวว และสนับสนุนผม ก่อนถูกเรียกเข้าไปเก็บตัวเป็นทีมชาติชุดเล็ก รุ่นเดียวกับ นุ้ก จันท์ (ยุทธภพ ภาคพจน์)”

นุ้ก สากล ในวัย 16 ปี ได้ถูกเรียกเข้าไปเก็บตัวอยู่ในศูนย์ฝึกการกีฬาแห่งประเทศไทย ทำให้เขาได้ลงฝึกซ้อมและเจอกับเหล่าบรรดานักสนุ๊กฯ ชั้นนำของประเทศ  และเป็นการจุดประกาย ให้เขามีความตั้งใจที่จะกลับมาในแคมป์ทีมชาติอีกครั้งในฐานะนักสนุกเกอร์ ทีมชาติชุดใหญ่

เขาตระเวนเดินสายแข่งตามรายการต่างๆ ในปี 2010 นุ้ก สากล ขยับเข้ามาอยู่ในการแข่งขันระดับ คลาส C (ดิวิชั่น 2) แต่เพียงระยะเวลาแค่ปีเดียวหลังจากนั้น เขาก็กระโดดพุ่งพรวดขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ หลังแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์ สนุกเกอร์ SangSom 6 Red 

“ผมลงแข่ง SangSom 6 Red ในประเภทคลาส B (ห้ามมืออันดับต่ำกว่า 32 ของประเทศลงแข่ง) ในระดับภูมิภาค ซึ่งแบ่งการแข่งขันออกเป็น 16 สนาม หาเอาแชมป์กับรองแชมป์แต่ละสนาม จำนวน 32 คนเข้าไปเล่นรอบ Grand Final ครั้งนั้นผมลงแข่งที่จังหวัดตาก และได้รองแชมป์มา”

“ต้องบอกว่า ผมเก่งมาจากรายการของ SangSom 6 Red เพราะรายการนี้ทำให้ ผมมีความมั่นใจขึ้นมาก เพราะผมเป็นแค่มือสมัครเล่นคลาส C แต่ด้วยรูปแบบการแข่งขันแบบ 6 แดง ที่ไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรืออาชีพก็สามารถแทงหมดโต๊ะได้ในครั้งเดียว เนื่องจากเกมมันเร็วขึ้น และรูปแบบการเล่นไม่ได้หลากหลายเท่า 15 แดง ที่ต้องใช้เทคนิคเยอะกว่า ทำให้ มืออันดับรองเมื่อเจอมือเก่งๆ ก็สามารถพลิกชนะกันได้”

“ในรอบ Grand Final ผมไม่มีความกดดันอะไรเลย  สามารถคว้าแชมป์ไปครอง รู้สึกว่าจะเสียไปแค่ 2-3 เฟรมนั้น” 

“ซึ่งทางแสงโสมได้มอบสิทธิ์ให้ผมบินไปดูการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกที่ ครูซิเบิล เธียเตียร์ รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง สตีเฟน แม็กไกวร์ กับ อาลี คาร์เตอร์ ก็ได้ไปเปิดประสบการณ์ว่า นักสนุ๊กฯ ระดับโลกเขาเล่นอย่างไร ก็นำเอาเทคนิคและสิ่งที่ได้ไปเห็นมาปรับปรุงในเล่นของตัวเอง ทำให้หลังจากนั้น ผมมีผลงานที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ และได้ติดทีมชาติไทย” 

แชมป์แจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์ SangSom 6 Red สร้างความมั่นใจให้กับเด็กหนุ่มวัย 22 ปีอย่างมาก ดูได้จากสไตล์การแทงที่เน้นความแม่นยำ กล้าเสี่ยงทุกหลุม ทำให้แฟนๆที่ชมเกมในวันนั้น สามารถจดจำชื่อของ นุ้ก สากล ได้อย่างดี ในฐานะนักสนุ๊กฯ รุ่นใหม่ไฟแรงของวงการ 

 

แชมป์เอเชีย 

นุ้ก สากล เข้ามาอยู่ในทำเนียบนักสนุกเกอร์ทีมชาติไทยอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้ ส่วนในเส้นทางของอาชีพ เขาก็ตระเวนลงแข่งขันในรายการต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ 

ในปี 2014 นุ้ก สากล สร้างชื่อได้อีกครั้งในการแข่งขัน SangSom 6 Red World Championship เมื่อเจ้าตัวสร้างเซอร์ไพรส์ทะลุเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย โดยเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ในรอบก่อนรองชนะเลิศ หลังจากปราบ มาร์ก เดวิส อดีตมือวางอันดับ 12 ของโลก ในรอบ 16 คน ก่อนพ่ายต่อ สตีเฟน แม็กไกวร์ อดีตนักสอยคิวมือ 2 โลก ในรอบรองชนะเลิศ ที่ต่อมา แม็กไกวร์ ไปถึงตำแหน่งแชมป์ SangSom 6 Red World Championship ในปีดังกล่าว 

“มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมเคยท้อแท้กับอาชีพนักสนุกเกอร์ โดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นไม่ได้ดั่งใจ ไปไม่ถึงเป้าหมาย จนผมได้โอกาสลงแข่ง และมาได้แชมป์ในรายการของ SangSom 6 Red”

“ผมต้องขอบคุณทางแสงโสม ที่จัดการแข่งขัน SangSom 6 Red เป็นสีสันให้กับวงการสนุกเกอร์ไทย ผมเองถือได้ว่าเติบโตมาจากรายการนี้เลยครับ ได้โอกาสมากมายจากทางแสงโสม ทำให้ผมพัฒนาตัวเอง จนมาอยู่ในจุดนี้ได้” นุ้ก กล่าว


แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางของ นุ้ก สากล เพราะเขายังมีความทะเยอทะยาน ที่จะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์สนุกเกอร์สมัครเล่นเอเชีย (ACBS Asian Snooker Championship) ให้ได้ แม้จะต้องแลกกับการฝึกซ้อมที่เข้มข้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน 

“ครั้งแรกผมมีความความตื่นเต้นมากไปหน่อย ทำให้ผลงานออกมาไม่ดี ส่วนครั้งต่อมา ผมเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไปไม่ถึงแชมป์” 

“ทุกครั้งที่ผมแพ้ ผมจะกลับไปทบทวน แก้ไข และซ้อมให้หนักมากขึ้น ในที่สุดผมทำมันสำเร็จในปีที่สาม” 

ความพยายามครั้งที่ 3 กลายเป็นผล เมื่อ นุ้ก สากล ผงาดซิวแชมป์ สนุกเกอร์สมัครเล่นเอเชีย (ACBS Asian Snooker Championship) ปี 2016 หลังเอาชนะ มุสตาฟา ชีฮับ ในนัดชิงชนะเลิศไปได้ พร้อมกับมีโอกาสได้เทิร์นโปรไปเล่นอาชีพที่ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 2 ปี 

 

ยืนหยัดด้วยคุณภาพ 

เกมสนุกเกอร์ก็เหมือนเกมชีวิตจริง บางวันคุณอาจระเบิดฟอร์ม แทงลงหมดโต๊ะ คว้าชัยไปไม่ยาก แต่บางวันอาจไม่เป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะลงมือทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด ต้องพบกับความพ่ายแพ้ ที่เข้ามาบั่นทอนจิตใจไปบ้าง

แต่พลังแห่งการคิดบวก และ การมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม ก็เป็นสองสิ่งที่ทำให้ นุ้ก สากล ข้ามผ่านช่วงเวลาแย่ๆไปได้ 

“ระเบียบวินัย การฝึกซ้อม และความคิดด้านบวก สำคัญมากสำหรับนักสนุกเกอร์ เพราะกีฬานี้ต้องใช้เรื่องสภาพจิตใจค่อนข้างเยอะ ถ้าสมมุติวันนี้เราแพ้มืออันดับต่ำกว่า ทำผลงานไม่ดี หากเราคิดลบ โทษตัวเองที่ทำได้แค่นี้ มันก็ยิ่งบั่นทอนจิตใจเรา” 

“หากเราคิดบวกมองว่า วันนี้อาจเป็นจังหวะของเขา เราแค่ต้องกลับไปฝึกซ้อมให้มากกว่าเดิม เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งกว่านี้ บางทีวันข้างหน้ามันอาจเป็นวันของเราก็ได้”

หลังหวนกลับมาเล่นที่แผ่นดินเกิดในปีนี้ นุ้ก สากล กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง กวาดแชมป์ระดับประเทศมาแล้วถึง 3 รายการจาก 6 สนามแข่งขันที่เขาไปชิงชัยมา 

ในวัย 31 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่นักสนุกเกอร์คนหนึ่ง ได้ผ่านอะไรต่างๆมากมาย และเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ที่มีทั้งฝีมือ ประสบการณ์และการจัดการอารมณ์สมาธิได้ดีขึ้น 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ในวันนี้ นุ้ก สากล ยังถูกเรียกเข้ามาเก็บตัวกับทีมชาติไทย ชุดเตรียมสู้ศึก ซีเกมส์ 2019 จากคุณภาพที่เขารักษามาตลอดเวลาร่วม 10 ปี ในเส้นทางนักสนุ๊กฯ ระดับประเทศ 

“การติดทีมชาติกับการรักษาชื่อตัวในทีมชาติ เป็นเรื่องยากๆพอกัน เพราะกว่าที่จะติดทีมชาติได้ เราต้องผ่านด่านคนเก่งๆหลายร้อยคน แต่การจะยืนระยะมีชื่ออย่างสม่ำเสมอ คุณต้องทำผลงานให้ดีต่อเนื่องด้วย ไม่ใช่ฝีมือขึ้นๆลงๆ ถ้าเป็นแบบนั้น โอกาสจะได้ติดทีมชาติในครั้ง ต่อไปก็คงยาก”

“การได้ติดทีมชาติเป็นสิ่งที่นักกีฬาทุกคนภาคภูมิใจอยู่แล้ว และที่ผมมายืนจุดนี้ได้ ก็เพราะผมให้ความสำคัญกับเรื่องระเบียบวินัย และการฝึกซ้อม” 

“ผมเชื่อว่ากีฬาทุกประเภท ต่อให้เขาจะเก่งมาจากไหน หากคุณซ้อมหนัก ไม่เอาจริงเอาจังกับการฝึกซ้อม คุณอาจพัฒนาได้ช้ากว่าคนอื่น ผมเชื่อว่า ถ้าผมไม่หยุดที่จะฝึกซ้อม ไม่หยุดจะใส่ใจกับมัน วันข้างหน้าผมอาจจะพัฒนาไปในระดับที่สูงกว่าที่เคยอยู่ก็ได้” นุ้ก กล่าวทิ้งท้าย 

เรื่องราวของนุ้ก สากล คือ อีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่มีความมุ่งมั่น และไม่ย่อท้อต่อความฝัน ถ้าคุณไม่ท้อ คุณทำเต็มที่ต่อไปในทุกๆ วัน เชื่อมั่นในสิ่งที่ลงมือกระทำ… วันหนึ่งจะเป็นวันของคุณ   

 

ติดตามผลการแข่งขัน และข่าวสารเพิ่มเติมของ SangSom 6 Red ได้ที่นี่



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง