FEATURE

เพราะความผิดหวัง : จุดหักเหชีวิตจากสระน้ำ ... สู่สตาร์ดังฮอลลีวูดของ เจสัน สเตแธม | Main Stand



ทุกวันนี้ เชื่อว่าแฟน ๆ กีฬาคงจะเห็นตรงกันว่า เส้นแบ่งระหว่างวงการกีฬา กับวงการบันเทิงนั้นดูจะค่อยๆ บางลงจนแทบจะเชื่อมกันสนิทแบบไร้รอยต่อ


 

นักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายคน สามารถผันตัวเองเข้าสู่เส้นทางสายบันเทิงหลังปิดฉากเส้นทางแห่งการแข่งขันจนประสบความสำเร็จ อย่างเช่น ดเวย์น จอห์นสัน หรือ เดอะ ร็อก ตำนานนักมวยปล้ำ WWE ที่กลายเป็นดาราเกรด เอลิสท์ ทุกเรื่องที่เขาแสดงสามารถการันตีได้ว่าทำเงินแน่นอน ขณะเดียวกันก็มีนักกีฬาดังมาก ที่อาศัยช่วงเวลาว่าง ดอดไปรับงานแสดง เพิ่มเรตติ้งให้ตัวเองได้มากโข

แต่สำหรับ เจสัน สเตแธม ดารานักบู๊ หนึ่งในสองตัวเอกจากภาพยนตร์ Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw ร่วมกับ เดอะ ร็อก ... เส้นทางสู่ดวงดาวในฮอลลีวูด กลับมีจุดเริ่มต้นจากความผิดหวังที่เขาไม่ได้มีโอกาสร่วมมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ... โอลิมปิก เกมส์

 

พื่อนซี้ "ไอ้โรคจิต"

หากดูจากหน้าที่การงานของคุณพ่อและคุณแม่ คุณ ๆ คงอาจคิดว่า เจสัน สเตแธม คงจะเติบโตสู่การเป็นคนในวงการบันเทิงได้ไม่ยากนัก เมื่อคุณแม่ของเขาหากินด้วยการเป็นนักเต้น ขณะที่คุณพ่อ แม้จะมีทั้งงานหลักงานเสริมมากมายเต็มไปหมดตามแบบฉบับพ่อบ้านที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ทั้งการเป็นพ่อค้าขายของเถื่อนข้างถนน, ช่างทาสีบ้าน, คนงานเหมืองแร่ แต่หนึ่งในอาชีพเสริมนั้น คือ การเป็นนักร้องในสถานบันเทิง


Photo : www.worldation.com

อย่างไรก็ตาม สเตแธมกลับเลือกที่จะสร้างเส้นทางชีวิตของตนเอง ไม่เลือกเดินตามรอยพ่อหรือแม่ เนื่องจากตัวเขาเองก็มีสิ่งที่ชอบอยู่ในใจแล้ว นั่นคือ "กีฬา" 

สมัยวัยเยาว์ สเตแธมถือเป็นอีกคนที่สนใจในกีฬาหลากชนิด ทั้งศิลปะการป้องกันตัวอย่าง มวยสากล, กังฟู, คิกบ็อกซิ่ง, คาราเต้ รวมถึงกีฬาอื่น ๆ อย่าง ยิมนาสติก, กระโดดสูง, ฟุตบอล, เทนนิส, สควอช และแทรมโปลิน ทว่าเมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนสายวิชาการหรือ Grammar School สเตแธมก็ได้เจอกับหนึ่งคน ที่ทำให้เส้นทางสายกีฬาของเขาชัดเจนยิ่งขึ้น

เขาคนนั้นก็คือ วินนี่ โจนส์ ผู้ที่ต่อมาได้เติบโตเป็นนักเตะพันธุ์ดุเจ้าของฉายา "ไอ้โรคจิต" กับ วิมเบิลดัน ที่ชักนำให้เขาเปลี่ยนเส้นทางมายังสายฟุตบอลอย่างเต็มตัวด้วยวัย 11 ปี

ทว่าท่ามกลางช่วงเวลาดี ๆ ที่สเตแธมและโจนส์เล่นฟุตบอลให้กับทีมโรงเรียนด้วยกัน ก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางความคิดการเล่นกีฬาของฝ่ายแรกอย่างเงียบ ๆ

 

จากสนามหญ้าสู่ผืนน้ำ

ขณะที่สเตแธมกำลังสนุกกับการเป็นนักฟุตบอลโรงเรียน การเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดครั้งหนึ่งตอนเขาอายุได้ 13 ปี กลับเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล


Photo : www.bbc.com

"ตอนนั้นรู้สึกว่าจะไปเที่ยวที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกามั้ง ที่นั่นผมได้เห็นไอ้หนุ่มคนหนึ่งมันกระโดดน้ำจากแพลตฟอร์มสูงลิบที่สระในโรงแรมตอนเที่ยงทุกวัน แถมยังมีใส่ท่าลังกาหลังเกลียวอะไรพวกนี้ด้วย ผมนี่แบบ 'แม่มเอ๊ย ! กูอยากทำแบบนี้ได้ว่ะ'" เจ้าตัวเปิดใจกับ The Guardian ถึงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

นับแต่นั้นมา กีฬากระโดดน้ำ ก็เริ่มเข้ามายึดครองหัวใจของสเตแธมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนตัดสินใจเลิกที่จะเป็นนักฟุตบอล เพื่อหันมาเอาดีกับกีฬากระโดดน้ำอย่างเต็มตัว

โดยปกติแล้ว นักกีฬากระโดดน้ำส่วนใหญ่จะเริ่มฝึกฝนกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย อย่าง ทอม ดาลีย์ ยอดนักกระโดดน้ำของอังกฤษในยุคปัจจุบัน ก็เริ่มต้นฝึกกีฬานี้ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ แต่สำหรับสเตแธม เขาเริ่มมาเอาจริงเอาจังตอนอายุที่ดูจะช้าเอามาก ๆ ด้วยวัย 15 ปี

แม้จะเริ่มต้นช้า แต่สเตแธมนั้นเชื่อในการอุทิศตัวอย่างหนัก เขาใช้เวลาหลังเลิกเรียนในการไปซ้อมกระโดดน้ำที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติ คริสตัล พาเลซ แทบจะทุกวัน ซึ่งพัฒนาการของเขาก็ไปต้องตาของ คิม ไวท์ ที่คอยสอนเขาอย่างเงียบ ๆ

และเมื่อได้รับเกียรติให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการโปรแกรมกระโดดน้ำของสหราชอาณาจักร ไวท์จึงตัดสินใจเรียกตัวสเตแธมเข้าสู่โรงเรียนสอนกระโดดน้ำของทีมชาติในปี 1985 ขณะนั้นเขาอายุได้ 18 ปี


Photo : This Is Not Porn

การได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมทีมชาติ ทำให้ฝีไม้ลายมือในการกระโดดน้ำของสเตแธมพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้วยจุดขายในความแม่นยำ, ความกล้าที่จะเสี่ยง แต่ขณะเดียวกันก็มีความเยือกเย็น ทำให้เขาขยับเข้าสู่การเป็นนักกระโดดน้ำตัวท็อปของประเทศในเวลาอันรวดเร็ว

และผลลัพธ์ของความพยายามก็มาประสบผลในอีก 5 ปีต่อมา เมื่อสเตแธมได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนนักกระโดดน้ำทีมชาติอังกฤษ สู้ศึก คอมมอนเวลธ์ เกมส์ หรือกีฬาเครือจักรภพอังกฤษ ที่เมืองออคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในปี 1990

 

ความผิดหวังครั้งใหญ่

การได้เป็นตัวแทนทีมชาติด้วยวัย 23 ปี อาจฟังดูอายุเยอะเกินไปสำหรับนักกีฬากระโดดน้ำที่เริ่มฝึกฝนกันตั้งแต่อายุหลักเดียว แต่ในสนามแข่งขัน อายุของสเตแธมก็ไม่ต่างกับนักกีฬาร่วมสนามเดียวกันในกีฬาเครือจักรภพอังกฤษอย่าง บ็อบ มอร์แกน จากเวลส์ ที่เกิดในปี 1967 เช่นเดียวกัน

ทว่าผลงานในศึกใหญ่ที่นิวซีแลนด์คราวนั้นดูจะไม่เป็นใจสำหรับสเตแธมนัก เมื่อเขาเข้าป้ายเพียงอันดับ 8 ในรายการสปริงบอร์ด 1 เมตร, อันดับ 11 รายการสปริงบอร์ด 3 เมตร และอันดับ 10 รายการแพลตฟอร์ม 10 เมตร ไม่เฉียดเข้าใกล้เหรียญรางวัลเลยแม้แต่รายการเดียว

แต่นอกจากผลงานในกีฬาเครือจักรภพอังกฤษ รวมถึงอันดับ 12 ในศึกชิงแชมป์โลกเมื่อปี 1992 ที่เมืองบาร์เซโลน่าของสเปนแล้ว สเตแธมก็แทบจะไม่มีผลงานในเวทีใหญ่รายการอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอลิมปิก มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ซึ่งลงเอยด้วยการที่เขา ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี 1988 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้, 1992 ที่บาร์เซโลน่า และ 1996 ที่แอตแลนต้า สหรัฐอเมริกา

และนั่นยังเป็นแผลในใจมาจนถึงทุกวันนี้ ...

"เรื่องที่ผมไม่ได้ไปแข่งโอลิมปิก มันก็ยังทำให้ผมเจ็บปวดอยู่เหมือนกันนะ" สเตแธมเผยกับสื่อในปี 2016 "ผมได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้นักกระโดดน้ำทำเงินได้มากกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ก็ถือว่าสมควรกับฝีมือแล้วครับ พวกเขาในยุคนี้เก่งจริง ๆ"

"ส่วนผมน่ะเหรอ ? ผมเริ่มต้นกับกีฬานี้ช้าเกินไป และดูแล้วมันอาจจะไม่ใช่กีฬาของผม ถ้าตอนนั้นผมจริงจังกับกีฬาอื่น เรื่องราวคงแตกต่างออกไป"


Photo : www.celebsnow.co.uk

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยอมรับว่าการเป็นนักกีฬาได้สอนอะไรกับเขาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระเบียบวินัย, สมาธิ รวมถึงกันตัวเขาให้อยู่ห่างจากปัญหาของวัยรุ่น อย่างเช่นการเข้าสู่เส้นทางสายนักเลงอีกด้วย

ที่สำคัญ การเป็นนักกีฬาของสเตแธม ยังได้เปิดประตูสู่โลกอีกใบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ...

 

สู่โลกใบใหม่

คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเล่นกีฬา คือสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และอาจจะรวมถึงรูปร่างอันกำยำสมส่วน และสิ่งนี้เองที่ช่วยเปิดประตูสู่โลกอีกใบให้กับสเตแธมอย่างไม่รู้ตัว


Photo : www.kennethinthe212.com

เพราะในขณะที่ไปฝึกซ้อมกระโดดน้ำที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติ คริสตัล พาเลซ อย่างต่อเนื่อง รูปร่างหน้าตาของเขาก็ไปต้องตาต้องใจของ สปอร์ตส์ โปรโมชั่น เอเจนซี่นายแบบ-นางแบบสายกีฬาเข้าอย่างจัง

นั่นคือประตูที่ทำให้สเตแธมได้ก้าวเข้าสู่วงการนายแบบ เริ่มจากการเป็นนายแบบเสื้อผ้าบนแคตาล็อกสินค้า ก่อนที่แบรนด์ดัง ๆ อย่าง ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์, ลีวายส์ และ เฟรนช์ คอนเน็คชั่น จะเลือกเขาให้มาสวมใส่ชุด โดยโฆษกของ เฟรนช์ คอนเน็คชั่น เคยเผยถึงเบื้องหลังการตัดสินใจว่า "เราเลือกเจสันเนื่องจากเราต้องการนายแบบที่ดูเหมือนคนธรรมดา และลุคของเขาตอบโจทย์เราอย่างจัง ร่างกายเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อก็จริง แต่ก็ดูไม่เป็นนายแบบจนเกินไป"

หลังจากความผิดหวังซ้ำซากกับการคว้าตั๋วโอลิมปิก ที่สุดแล้วเขาก็ตัดสินใจปิดฉากชีวิตการเป็นนักกีฬากระโดดน้ำในปี 1997 หลังผ่านประสบการณ์ 12 ปีในแคมป์ทีมชาติ โดยเจ้าตัวเผยถึงเหตุผลที่เลิกว่า "ตอนนั้นก็แบบ 'ช่างแม่ง จะให้กูเสียเวลาซ้อมไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ อีก 4 ปีงั้นรึ ? ไม่ละว่ะ"


Photo : wallpapers.net

ประตูการเป็นนักกีฬาปิดตายลง และแม้จะมีงานนายแบบ รวมถึงการถ่ายมิวสิควิดีโอเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง รายได้ของสเตแธมก็ยังไม่พอต่อค่าใช้จ่าย ที่สุดแล้ว เขาก็ต้องมาทำในสิ่งที่ไม่อยากจะทำจนได้ ... ขายของเถื่อนข้างถนนเหมือนกับที่คุณพ่อเขาเคยทำนั่นเอง

ทว่าจู่ ๆ ประตูสู่โลกอีกใบก็เปิดกว้างให้อย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะในขณะที่เป็นพ่อค้าแบกะดินนั้น กาย ริชชี่ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังก็พบสเตแธม และเห็นถึงศักยภาพลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัว จึงหยิบยื่นโอกาสทดสอบหน้ากล้องในภาพยนตร์เรื่อง Lock, Stock And Two Smoking Barrels ให้ ... นั่นคือผลงานการแสดงชิ้นแรกของเขา และหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวออกฉายในปี 1998 ชื่อของ เจสัน สเตแธม ก็โด่งดังจนกลายเป็นหนึ่งในดารานักบู๊ชั้นแนวหน้าของฮอลลีวูดมาจึนถึงทุกวันนี้ แถมยังได้ร่วมงานกับอดีตเพื่อนซี้อย่าง วินนี่ โจนส์ ที่แขวนสตั๊ดแล้วเข้าสู่โลกเซลลูลอยด์อีกด้วย


Photo : www.anorak.co.uk

"เอาเข้าจริงมันก็ถือเป็นหนึ่งในโอกาสที่ผ่านเข้ามานะ" สเตแธมมองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตครั้งนั้น "ผมเลิกเป็นนักกีฬากระโดดน้ำ แทบไม่ได้ทำอะไรอยู่พักใหญ่ แล้วจู่ ๆ ก็ได้เล่นหนังใหญ่ มันแบบ 'โอ้ เรื่องบ้า ๆ แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ไงวะ ?"

"โอกาสที่คุณจะเจอผู้กำกับหนังข้างถนนแบบที่ผมเจอมันไม่มากนักหรอก แบบที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วพูดว่า 'โอ้ ขอบคุณนะสำหรับกระเป๋าโง่ ๆ ราคา 10 ปอนด์ที่เพิ่งขายให้ คุณอยากมาเล่นหนังของผมมั้ย ?'"

"แต่ก็นั่นแหละ ด้วยสิ่งที่ผมทำ และบางเรื่องที่หาคำอธิบายไม่ได้ มันทำให้ผมมาถึงจุดนี้"

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.bbc.com/sport/commonwealth-games/28292980
https://www.esquire.com/entertainment/movies/a22729555/jason-statham-diving-video/
https://www.ign.com/articles/2003/06/07/an-interview-with-jason-statham
https://www.sportskeeda.com/athletics/jason-statham-international-diver-before-hollywood-star
https://www.telegraph.co.uk/sport/othersports/commonwealthgames/10985879/How-Jason-Statham-competed-for-England-in-1990-Commonwealth-Games.html
https://www.telegraph.co.uk/olympics/2016/08/23/jason-stathams-failure-to-compete-at-olympics-remains-sore-point/
https://www.theguardian.com/film/2013/jun/21/secret-life-jason-statham
http://www.worldation.com/stories/incredible-life-jason-statham/



AUTHOR

เจษฎา บุญประสม

Content Creator ผู้ชื่นชอบการกิน, ท่องเที่ยว และดูกีฬาแทบทุกประเภท โดยเฉพาะฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, มอเตอร์สปอร์ต, อีสปอร์ต
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x