FEATURE

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย : ทำไมการเรียกขานสกอร์กอล์ฟถึงเกี่ยวข้องกับคำว่า "นก" ? | Main Stand



หากแฟน ๆ กีฬา โดยเฉพาะกีฬากอล์ฟติดตามชมการถ่ายทอดสด หรือตามหน้าข่าว คงสังเกตเห็นว่า การพูดถึงการทำคะแนนในกีฬานี้ มักจะใช้คำที่เกี่ยวข้องกับ "นก" อยู่หลายคำ


 

"เบอร์ดี้", "อีเกิล", "อัลบาทรอส" ... เหตุใดสัตว์ปีกที่ไม่น่าจะมีโอกาสมาเกี่ยวดองกับกีฬานี้ได้เลย (ยกเว้นการโดนลูกกอล์ฟลอยมากระแทก) ถึงกลายมาเป็นคำเรียกขานในการพูดถึงสกอร์ในกีฬากอล์ฟได้ล่ะ ?

 

จากตำนานสู่คำเรียกขาน

แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่องราวของนกกับกีฬากอล์ฟ เราคงต้องกล่าวถึงคำอื่นที่ถูกใช้ในบริบทเดียวกับเสียก่อน ซึ่งปรากฏว่า ศัพท์คำแรกที่ถูกนำมาใช้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นคำที่มีความหมายในแง่ลบเสียอย่างนั้น


Photo : www.glenmuir.com

หนึ่งในปัญหาสำคัญของกีฬากอล์ฟในยุคโบราณ คือการหาคำที่จะใช้นิยามผลงานการตีในแต่ละหลุมสำหรับนักกอล์ฟผู้เชี่ยวชาญ นอกจากจำนวนครั้งที่ตี หรือ "สโตรก" (Stroke) กระทั่งในปี 1890 ฮิวจ์ ร็อตเธอร์แฮม (Hugh Rotherham) เลขานุการสนาม โคเวนทรี กอล์ฟ คลับ ก็คิดค้นคำดังกล่าวออกในชื่อ "กราวด์สกอร์" (Ground Score)

หลังจากนั้น สนามกอล์ฟต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักรก็เริ่มนำคำดังกล่าวไปใช้ แต่สำหรับหลายคนก็มองว่า คำดังกล่าวมันดูเยิ่นเย้อไป กระทั่งในการแข่งขันกอล์ฟรายการหนึ่งที่สนาม เกรธ ยาร์เมาท์ คลับ ชาร์ลส เวลล์แมน (Charles Wellman) หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันก็ได้กล่าวว่า "กราวด์สกอร์นั้นก็คือโบกี้แมน" โดยอ้างอิงจากเพลง "The Bogey Man" (หรือ "The Colonel Bogey March" ในเวลาต่อมา) ที่นำตำนานปีศาจในนิทานปรัมปรายุคศตวรรษที่ 16 มาแต่งเป็นเพลงที่มีเนื้อว่า I'm the Bogey Man, catch me if you can.

หลังจากนั้น คำว่า "โบกี้" (Bogey) ก็เริ่มถูกนำมาใช้แทน กราวด์สกอร์ ในฐานะคำที่ใช้กำหนดจำนวนการตีที่นักกอล์ฟผู้เชี่ยวชาญควรจะทำได้ในแต่ละหลุม ซึ่งในพจนานุกรมของนักกอล์ฟก็ได้มีการสร้างตัวละครที่มีชื่อว่า "ผู้พันโบกี้" (Colonel Bogey) ให้เป็นตัวอย่างของนักกอล์ฟที่ทุกคนต้องเอาชนะ

นับตั้งแต่นั้นมา คำว่า โบกี้ ก็กลายเป็นคำที่ใช้นิยามผลงานระดับมาตรฐานของนักหวดวงสวิงมาโดยตลอด กระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ก็ได้มีคำศัพท์ใหม่ที่ทำให้นิยามของโบกี้เปลี่ยนแปลงไป

 

จากตลาดหุ้นสู่ขอบกรีน

และศัพท์ที่ทำให้คำนิยามของ โบกี้ เปลี่ยนไปก็คือ "พาร์" (Par) ซึ่งเป็นคำที่ถูกหยิบยืมมาจากบริบทของตลาดหลักทรัพย์ที่หมายความถึง "ราคาฐาน" นั่นเอง


Photo : www.alwoodley.co.uk

อันที่จริง คำว่า พาร์ ถูกนำมาใช้ในวงการกอล์ฟก่อนที่คำว่า โบกี้ จะถูกนิยามให้เกี่ยวข้องกับวงการกอล์ฟเสียอีก โดยในปี 1870 เอเอช โดลแมน (AH Doleman) นักข่าวสายกอล์ฟได้ใช้คำดังกล่าวในการอธิบายถึงสกอร์ที่นักกอล์ฟผู้เชี่ยวชาญควรจะทำได้ในสนาม เพรสวิค ซึ่งเป็นสังเวียนแข่งขันกอล์ฟ ดิ โอเพ่น เมเจอร์รายการเก่าแก่ที่สุดของโลก

ทว่าสิ่งที่ทำให้คำว่า พาร์ ถูกนิยามเป็นคำมาตรฐานของกีฬากอล์ฟ เกิดขึ้นเมื่อสมาคมนักกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ USGA ได้บัญญัติคำว่า พาร์ ว่าเป็น "ผลงานที่นักกอล์ฟผู้เชี่ยวชาญควรจะทำได้ในแต่ละหลุมในสภาวะอากาศปกติ โดยอนุญาตให้พัตต์ 2 ครั้งบนกรีนเพื่อให้ลูกกอล์ฟลงหลุม" ในปี 1911 ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังได้กำหนดระยะทางจากแท่นทีออฟไปถึงหลุมว่าแต่ละหลุมควรจะตีกี่ครั้งถึงลงอีกด้วย ซึ่งตัวเลขในอดีตคือ

น้อยกว่า 225 หลา พาร์ 3
225-425 หลา พาร์ 4
426-600 หลา พาร์ 5
601 หลา ขึ้นไป พาร์ 6

หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้นิยามคำว่า พาร์ ซึ่งมีการใช้มาก่อนที่จะถูกบัญญัติเป็นคำศัพท์แล้วหลายปี ในอีก 3 ปีต่อมา หรือปี 1914 นิตยสารกอล์ฟในสหราชอาณาจักรก็ได้นำคำดังกล่าวมาใช้บ้าง ก่อนที่คณะกรรมการสหภาพกอล์ฟแห่งสหราชอาณาจักรจะนำบริบทดังกล่าวมาปรับใช้อย่างสมบูรณ์ในปี 1925 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุด


Photo : golfdigest.com

และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ โบกี้ ที่เคยถูกใช้นิยามผลงานระดับมาตรฐาน ต้องลดสถานะสู่ผลงาน "ต่ำกว่ามาตรฐาน" เนื่องจากระบบการกำหนดระยะของฝ่ายอเมริกันนั้นมีมาตรฐานและทันสมัยกว่านั่นเอง โดยระยะทางและการกำหนดพาร์ของแต่ละหลุมของวงการกอล์ฟชายในปัจจุบันถูกระบุไว้ดังนี้

น้อยกว่า 250 หลา พาร์ 3
251-470 หลา พาร์ 4
471 หลา ขึ้นไป พาร์ 5

 

นก = เจ๋ง

หลังจากที่มาของสกอร์ตามมาตรฐานและต่ำกว่ามาตรฐานถูกชี้แจงแถลงไขไปแล้ว ก็มาถึงคำถามสำคัญกับเรื่องที่ว่า "เหตุใดการนับสกอร์กอล์ฟที่ทำผลงานได้ดี ถึงต้องมีนกเป็นบริบทในทุกคำกันด้วยล่ะ ?"


Photo : Wikipedia

สำหรับประเทศไทย "นก" ถือเป็นคำสแลงที่มีความหมายว่า "การพลาดโอกาสสำคัญ" แต่สำหรับชาวอเมริกัน "Bird" ที่มีความหมายว่า นก นั้นคือสแลงที่หมายถึง "สิ่งที่ยอดเยี่ยม"

แล้วมันมาเกี่ยวข้องกับวงการกอล์ฟได้อย่างไร ? เรื่องดังกล่าว เอบี สมิธ (A B Smith) เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารกอล์ฟแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกาว่า เขาและน้องชาย วิลเลี่ยม พี สมิธ (William P Smith) และ จอร์จ เอ ครัมพ์ (George A Crump) เพื่อนของทั้งคู่ ได้ไปเล่นกอล์ฟที่สนาม แอตแลนติก ซิตี้ คันทรี คลับ ขณะที่เกมมาถึงหลุม 2 พาร์ 4 เอบี สมิธ ได้ตีช็อตสองของตนขึ้นไปออนกรีน แถมตำแหน่งที่ลูกหยุดนั้นอยู่ห่างจากปากหลุมแค่เพียงไม่ถึง 1 นิ้ว เขาจึงพูดว่า "ช็อตเมื่อกี๊เจ๋งว่ะ" (That was a bird of shot.) แถมยังบอกอีกว่า หากเขาสามารถตีลงหลุมได้ในสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ เขาควรจะได้กินเงินเดิมพันมากกว่าเดิม 2 เท่า ซึ่งก็พัตต์ลงในไม้เดียวจริง ๆ

แม้ทาง แอตแลนติก ซิตี้ คันทรี คลับ จะมีหลักฐานอีกอย่างที่ชี้ว่า วาทะดังกล่าวของ เอบี สมิธ เกิดขึ้นในปี 1903 แต่ "เบอร์ดี้" (Birdie) ก็ถูกนำมาใช้ในความหมายเดียวกันว่า "การตีกอล์ฟลงหลุม 1 สโตรกก่อนกำหนดพาร์ที่ระบุไว้" สืบมาจนถึงปัจจุบัน

Photo : Atlantic City Country Club

แล้วศัพท์ที่อธิบายผลงานอันยอดเยี่ยมอื่น ๆ อย่าง "อีเกิล" (Eagle) และ "อัลบาทรอส" (Albatross) ล่ะ ? ทาง เอบี สมิธ ผู้ให้นิยามคำว่า เบอร์ดี้ ยืนยันว่า ก็เแ็นพวกเขาอีกนั่นแหละที่เป็นคนนิยามคำว่า อีเกิล ว่าคือผลงานที่ทำได้ดีกว่า เบอร์ดี้ โดยมีที่มาจากสามัญสำนึกของชาวอเมริกันอย่างพวกเขา ที่มองเห็นนกอินทรีเป็นสัญลักษณ์อันสูงส่งของประเทศนี้ และเริ่มนำมาใช้ภายหลังจาก เบอร์ดี้ ไม่นาน โดย อีเกิล นั้นหมายถึง "การตีกอล์ฟลงหลุม 2 สโตรกก่อนกำหนดพาร์"

ส่วนคำว่า อัลบาทรอส นั้น ในตอนแรกไม่ได้มีการใช้คำนี้ ซึ่งทาง เอบี สมิธ ยืนยันว่า ในยุคสมัยของพวกเขา การตีกอล์ฟลงหลุม 3 สโตรกก่อนกำหนดพาร์จะใช้คำว่า "ดับเบิล อีเกิล" (Double Eagle) ... ศัพท์ดังกล่าวถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในปี 1929 บนหน้ารายงานข่าวของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ซึ่งสาเหตุที่ใช้คำว่า อัลบาทรอส นั้นก็เนื่องจาก นกอัลบาทรอส ถือเป็นหนึ่งในนกพันธุ์หายากและใกล้สูญพันธุ์นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งคำที่ไว้ใช้นิยามการตีกอล์ฟลงหลุม 4 สโตรกก่อนกำหนดพาร์ นั่นคือ "คอนดอร์" (Condor) ซึ่งแม้ แร้งคอนดอร์ ที่มาของศัพท์ดังกล่าวจะไม่ได้เป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่ขนาดอันใหญ่โตของมันก็ทำให้ไม่ค่อยมีใครพบเห็นมากนัก โดยในการแข่งขันกอล์ฟยุคใหม่ ที่มีระยะสูงสุดแค่พาร์ 5 การทำ คอนดอร์ จะเกิดได้ในกรณีเดียวคือการตี "โฮลอินวัน" (Hole in One) ทีเดียวลงหลุมในพาร์ 5 ซึ่งตามหน้าประวัติศาสตร์ระบุว่า มีการทำได้แค่เพียง 5 ครั้งเท่านั้นในประวัติศาสตร์ ประกอบด้วย

ปี 1962 แลร์รี บรูซ ทำได้ใน หลุม 5 พาร์ 5 ระยะ 480 หลา ที่ โฮป คันทรี คลับ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปี 1973 ดิ๊ก โฮแกน ทำได้ใน หลุม 8 พาร์ 5 ระยะ 456 หลา ที่ เปียดมอนท์ เครสเซนต์ กอล์ฟ คอร์ส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปี 1995 ชอน ลินช์ ทำได้ใน หลุม 17 พาร์ 5 ระยะ 496 หลา ที่ ไทจน์ วัลเลย์ กอล์ฟ คลับ ประเทศอังกฤษ
ปี 2007 แจ็ค บาร์ทเลตต์ ทำได้ใน หลุม 17 พาร์ 5 ระยะ 511 หลา ที่ รอยัล เวนท์เวิร์ธ ฟอลส์ คันทรี คลับ ประเทศออสเตรเลีย
ปี 2012 ไมค์ ครีน ทำได้ใน หลุม 9 พาร์ 5 ระยะ 517 หลา ที่ กรีน วัลเลย์ แรนช์ กอล์ฟ คลับ ประเทศสหรัฐอเมริกา และถือเป็นการตีโฮลอินวันระยะไกลที่สุดในโลก เนื่องจากสนามอยู่ในพื้นที่สูง ความกดอากาศต่ำ


Photo : www.tvnz.co.nz

จากคำสแลงของชาวอเมริกัน การนำมาใช้เพื่อเปรียบเทียบกับผลงานที่เหนือกว่ามาตรฐาน ทำให้คำศัพท์ที่มีรากฐานจากนกอย่าง เบอร์ดี้, อีเกิล, อัลบาทรอส ถูกนำมาใช้ในฐานะสกอร์ของการแข่งขันกอล์ฟ ...

และถือเป็นสิ่งที่ทำให้กีฬากอล์ฟมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นไม่เหมือนใครมาจนถึงทุกวันนี้

 

แหล่งอ้างอิง 

http://www.scottishgolfhistory.org/origin-of-golf-terms/bogey/
https://www.liveabout.com/origins-of-birdie-and-eagle-1561077
https://www.pga.com/news/golf-buzz/how-par-became-golf-term
https://www.usga.org/history/faq--golf-history-questions-232994f0.html
https://golftoday.co.uk/golf-a-to-z-the-condor/



AUTHOR

เจษฎา บุญประสม

Content Creator ผู้ชื่นชอบการกิน, ท่องเที่ยว และดูกีฬาแทบทุกประเภท โดยเฉพาะฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, มอเตอร์สปอร์ต, อีสปอร์ต
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x