mainstand

Feature

"ศรเงิน" ตำนานโรแมนติกแห่งโลกความเร็ว ที่อาจเป็นเพียงคำโกหก



บนโลกใบนี้มีเรื่องเล่าขาน ตำนานต่างๆ มากมาย ไม่เว้นแม้แต่วงการกีฬาที่มีประเด็นในลักษณะนี้ให้พูดถึงกันได้ไม่รู้จบ


 

และหนึ่งในตำนานอันเป็นที่กล่าวขานในโลกกีฬาความเร็วหรือ มอเตอร์สปอร์ตส์ ก็คือ "Silver Arrows" หรือ "ศรเงิน" ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เล่าว่าด้วยเหตุจำเป็น ทีมดาวสามแฉกจึงต้องเปลี่ยนสีรถจากขาวเป็นเงินจนกลายเป็นสีนำโชคมาถึงทุกวันนี้

แต่เหตุไฉน ถึงมีการตั้งข้อสงสัยว่า เรื่องราวแสนโรแมนติกนี้ อันที่จริงมีมูลเหตุจูงใจทางการตลาดซ่อนอยู่ได้ล่ะ?

 

ครั้งแรกรำลึก

สำหรับแฟนกีฬาความเร็วที่ชมการแข่งขัน ฟอร์มูล่า 1 หรือ รถสูตรหนึ่ง รายการ เยอรมัน กรังด์ปรีซ์ 2019 คงอาจสังเกตเห็นถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่ใคร่จะปกตินักในทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมื่อพวกเขาเลือกที่จะมาในภาพลักษณ์ย้อนยุค ไล่ตั้งแต่ชุดแข่งจนถึงรถ


Photo : Mercedes-AMG Petronas Motorsport

แน่นอน การมาในภาพลักษณ์สมัยโบราณย่อมต้องมีที่มา และสิ่งนั้นก็ได้ถูกเฉลยผ่านป้ายผู้สนับสนุนของการแข่งสนามนี้ ซึ่งก็เป็น เมอร์เซเดส-เบนซ์ บริษัทแม่ของพวกเขา กับข้อความ "125 Years Motorsport" รอบ ฮอคเค่นไฮม์ริง สังเวียนแข่ง

เหตุผลก็คือ ในเดือนนี้เมื่อ 125 ปีที่แล้ว การแข่งขันรถยนต์รายการแรกในประวัติศาสตร์ ได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 1894 กับการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ หรือแข่งความทนทานทั้งรถและคน ระยะทาง 127 กิโลเมตร จากกรุงปารีส ถึงเมืองรูอ็อง ในประเทศฝรั่งเศส

ที่สำคัญก็คือ ผู้ชนะในรายการดังกล่าว แม้จะเป็นการครองตำแหน่งร่วมกันระหว่างผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส 2 รายอย่าง ปานฮาร์ แอนด์ เลวาสซอร์ (Panhard et Levassor) และ เปอโยต์ (Peugeot) แต่ทั้งสองคันต่างก็ใช้เครื่องยนต์ Système Daimler ที่ผลิตโดย ก็อตลีบ เดมเลอร์ หนึ่งในสองผู้ก่อตั้งบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยกันทั้งสิ้น

 

จากความจำเป็นสู่ตำนาน

แต่หากสังเกตที่รถแข่งของทีมเมอร์เซเดส คงสังเกตเห็นถึงการสาดสีที่ดูแปลกตา เมื่อช่วงหน้ารถเป็นสีขาว ก่อนที่จะค่อยๆ มีลายเหมือนการถูกขูด เปลี่ยนเป็นสีเงินแบบที่ทีมดาวสามแฉกใช้อยู่ในปัจจุบัน


Photo : Mercedes-AMG Petronas Motorsport

ซึ่งเรื่องดังกล่าวคืออีกส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขา ...

ในการแข่งขันรถยนต์ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แต่ละทีมที่ลงทำการแข่งขันจะต้องทำสีตัวถังรถโดยบอกถึงสัญชาติของรถ หรือนักแข่งที่ลงทำการแข่งขัน ซึ่งทีมจากประเทศเยอรมนีถูกกำหนดให้ใช้สีขาว โดยมีที่มาจากการแข่งขันรถยนต์รายการ Gordon Bennett Cup ซึ่งถือเป็นการแข่งระดับนานาชาติรายการแรกเมื่อปี 1900 

แม้ไม่มีการระบุเหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใดฝ่ายจัดถึงระบุให้ใช้สีดังกล่าว แต่สีขาวก็ได้เป็นภาพจำของทีมแข่งสัญชาติอินทรีเหล็กตั้งแต่นั้นมา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตค่ายใด ก็ต้องใช้สีเดียวกัน กระทั่งในการแข่งขัน Eifelrennen ที่สนาม เนอร์เบิร์กริง ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 1934 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์สำคัญของทีมดาวสามแฉกตลอดกาลก็เกิดขึ้น

ในการแข่งขันดังกล่าว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตัดสินใจส่งรถแข่งรุ่น W25 ที่เพิ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ลงสนามเป็นครั้งแรก รถคันดังกล่าวได้รับการพัฒนาตามหลักอากาศพลศาสตร์ รวมถึงกฎการแข่งขันรถยนต์ที่ถูกปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย


Photo : media.daimler.com

หากดูจากสเปครถ อาวุธใหม่จากค่ายดาวสามแฉกน่าจะฉีกคู่แข่งกระจุยจนคว้าแชมป์ได้อย่างง่ายดาย เมื่อพวกเขาบรรจุเครื่องยนต์ตัวใหม่ 3.4 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ 354 แรงม้าอันทรงพลังไว้ข้างใน แต่หนึ่งในกฎการแข่งขันที่ระบุไว้ กำลังจะทำให้พวกเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่นำรถเข้าสู่กริดสตาร์ท

เรื่องที่ว่านั้นก็คือ น้ำหนัก เพราะตามกติการะบุว่า น้ำหนักของตัวรถ ไม่รวมยาง 4 เส้น ตลอดจนของเหลวต่างๆ ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง, น้ำมันเครื่อง และน้ำหล่อเย็น จะต้องไม่เกิน 750 กิโลกรัม แต่เมื่อเข็น W25 ขึ้นตาชั่งก่อนวันแข่งขัน ตัวเลขที่ขึ้นกลับเลยตัวเลขที่กำหนดไปเล็กน้อย

กติกาน้ำหนักไม่ว่าสำหรับกีฬาไหนก็เหมือนๆ กัน อาจจะขาดได้นิดหน่อย แต่เกินไม่ได้เลย เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน และทุกอย่างที่ทำมาก็ต้องสูญเปล่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวคือสิ่งที่ อัลเฟรด นอยเบาเออร์ (Alfred Neubauer) ผู้จัดการทีม เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ แต่ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด วิธีการที่จะลดน้ำหนักให้ได้ในเวลาอันสั้นก็เหลืออยู่ไม่กี่วิธี ซึ่งในที่สุดเขาก็คิดออก ...

"ขูดสีขาวนั่นทิ้ง! ทั้งหมดเลย"

ทีมช่างใช้เวลาตลอดคืนสุกดิบในการขูดสีขาวที่ถูกพ่นไว้จนเกลี้ยง เหลือเพียงสีเงินของโลหะที่ถูกใช้เป็นวัสดุในการสร้างตัวรถ ซึ่งผลลัพธ์แห่งความพยายามก็ประสบผล เมื่อน้ำหนักที่ชั่งได้ในการตรวจสภาพในช่วงเช้าวันแข่งลดลงเหลือ 750 กิโลกรัมพอดิบพอดี


Photo : Motor1.com

ไม่เพียงเท่านั้น มานเฟรด วอน โบรททิชต์ (Manfred von Brauchitsch) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขับ ยังสามารถควบรถเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก คว้าชัยชนะรับขวัญรถคันใหม่ได้อย่างงดงาม แถมยังทำลายสถิติสนามด้วยความเร็วเฉลี่ยสูงสุด 122.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง อีกด้วย

ชัยชนะดังกล่าวทำให้สีรถแข่งของทีมจากเยอรมนีมีการเปลี่ยนแปลงจากสีขาวเป็นสีเงิน และตำนาน "Silver Arrows" หรือ "ศรเงิน" ก็เริ่มขึ้นจากตรงนั้นเป็นต้นมา

 

เมื่อความโรแมนติกเกิดคำถาม

ตำนานศรเงิน ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวอันเป็นที่กล่าวขานของโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตส์ และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็ได้นำเรื่องดังกล่าวไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ จนสีเงินกลายเป็นหนึ่งในสีที่ขายดีที่สุดของค่ายดาวสามแฉกมาจนถึงปัจจุบัน


Photo : Mercedes-AMG Petronas Motorsport

ทว่าท่ามกลางเรื่องราวอันแสนโรแมนติกที่เกิดขึ้น กลับมีบางคนที่ตั้งข้อสงสัยกับมัน ...

เอเบอร์ฮาร์ด รูทส์ (Eberhard Reuss) นักข่าวชาวเยอรมันผู้เขียนหนังสือ Hitler's Motor Racing Battles: The Silver Arrows Under the Swastika ได้ค้นพบหลักฐานและพยานว่า ตำนานศรเงินที่พูดๆ กันมานั้นเป็นเรื่องโกหก

หนึ่งในพยานของทฤษฎีโต้แย้งดังกล่าวคือ ยูจีน รีเช่ (Eugen Reichle) วิศวกรประจำทีม เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 1934 ที่ยืนยันจากการสัมภาษณ์เมื่อปี 1999 ว่า "รถคันนั้นน่ะมันไม่เคยถูกพ่นเป็นสีขาวเลย แล้วมันจะมีสีให้ขูดทิ้งได้อย่างไร"

ถึงกระนั้น หลักฐานจากปากคำของทีมงานก็มีพยานโต้แย้ง เพราะในอัตชีวประวัติของนอยเบาเออร์และโบรททิชต์ รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของ เฮอร์มาน ลัง (Hermann Lang) ช่างเครื่องและนักแข่งของทีมเมอร์เซเดส และ รูดี้ อูเลนเฮาท์ (Rudi Uhlenhaut) อีกหนึ่งวิศวกรประจำทีม ทั้งสี่ต่างยืนยันว่า เรื่องการขูดสีออกนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม รูทส์ก็ยังไม่ยอมแพ้ งัดหลักฐานชุดใหม่มาหักล้าง เริ่มจากการดิสเครดิตพยานอย่างอูเลนเฮาท์ว่า กว่าที่เขาจะมาร่วมทีมเมอร์เซเดสก็ปาเข้าไปปี 1936 ซึ่งไม่ทันเหตุการณ์ขัดสีอันลือลั่นแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ในการแข่งขันรถยุค 1930s ก็มีหลักฐานชัดเจนว่า สีขาว ไม่ได้เป็นเพียงสีเดียวที่ทีมจากเยอรมนีเลือกใช้ในการแต่งเติมสีสันให้ตัวรถ

"ในช่วงเวลาดังกล่าว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้เป็นเพียงค่ายรถจากเยอรมนีค่ายเดียวที่ส่งรถทำการแข่งขัน ยังมีค่ายอื่นๆ อีกมาก หนึ่งในนั้นคือ ออโต้ ยูเนี่ยน (ออดี้ ในปัจจุบัน) ที่ในปี 1934 พวกเขาก็ใช้สีเงินเป็นสีรถในการแข่งที่ เอวุส 1 สัปดาห์ก่อนเหตุการณ์ดังกล่าว" นักข่าวสายประวัติศาสตร์ยานยนต์ของเยอรมนีเผย ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ว่า ในยุคสมัยดังกล่าวเองก็มีการใช้สีหลัก-สีรอง สำหรับการแข่งขันรถยนต์ระดับนานาชาติ อีกทั้งสีขาวกับสีเงินยังมีโทนสีใกล้เคียงกัน สามารถนำมาใช้ได้โดยที่ไม่เห็นถึงความแตกต่างมากนัก


Photo : media.daimler.com

ไม่เพียงเท่านั้น รูทส์ยังพบภาพรถแข่ง W25 ของเมอร์เซเดสในการทดสอบที่สนาม เอวุส ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่รถแข่งทีมดาวสามแฉกเป็นสีเงิน และเป็นการตอกย้ำถ้อยคำของรีเช่ให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้น

แต่หลักฐานที่ดูจะเป็นการเน้นชัดๆ ว่าตำนานศรเงินอาจจะกลายเป็นเรื่องไม่จริง กลับมาจากเอกสารที่ออกโดยทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอง เพราะในเอกสารประกอบการเปิดตัวรถแข่ง W25 ได้มีข้อความบรรยายถึงตัวรถว่า "Ein Silberne Pfeil" หรือแปลเป็นไทยก็คือ ศรเงิน ซึ่งอาจหมายความได้ว่า คำดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือสถานการณ์บังคับ แต่เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรก

ไม่เพียงเท่านั้น บนโลกออนไลน์ยังมีการโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันในยุคก่อนในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์นิตยสาร Autosport ด้วยว่า ในรายการดังกล่าวไม่ได้นำกฎจำกัดน้ำหนัก 750 กิโลกรัมมาใช้ ส่วนเรื่องการขูดสีลดน้ำหนัก มีหลักฐานปรากฎว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1904 แล้ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่านอยเบาเออร์จะเกิดความสับสนจนจำเหตุการณ์ในอดีตผิด


Photo : Mercedes-AMG Petronas Motorsport

หลักฐานและพยานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้องจัดการสัมมนาชำระประวัติศาสตร์ แต่ผลที่ออกมาก็คือ ค่ายรถดาวสามแฉก ยังคงยืนยันในทฤษฎีการขูดสีรถว่าเป็นที่มาของตำนานศรเงินมาจนถึงปัจจุบัน

เพราะแม้เรื่องดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ยากว่าเป็นความจริง 100% หรือไม่จากหลักฐานและพยานที่กล่าวมา แต่ตำนานดังกล่าวคือสิ่งที่ "ขายได้" และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์แห่งอัจฉริยภาพในสนามแข่งสู่ท้องถนนมาจนถึงทุกวันนี้

 

โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญที่ทำให้ 'เมอร์เซเดส-เบนซ์' อำลาวงการความเร็วกว่า 3 ทศวรรษ

คุณตาของ "ฮิวโก" ผู้อยู่เบื้องหลังนักขับ F1 คนแรกของไทย

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.mercedesamgf1.com/en/mercedes-amg-f1/amg-f1-news/amg-f1-article/marking-a-milestone-125-years-of-motorsport/
https://www.telegraph.co.uk/motoring/motorsport/2749203/The-history-of-the-Silver-Arrows.html
https://www.gordonbennettclassic.ie/history/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง