mainstand

Feature

รู้จัก อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชญี่ปุ่นคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติไทย



ตลอดช่วงเวลา 104 ปี ของฟุตบอลทีมชาติไทย มีเฮดโค้ชชาวต่างชาติจากมากมายหลายประเทศ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามารับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ ทั้ง บราซิล, เยอรมัน หรือ อังกฤษ อันล้วนเป็นมหาอำนาจในวงการลูกหนังทั้งสิ้น 


 

อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไป กระแสการเลือกใช้เฮดโค้ชจากทวีปเดียวกัน เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น จากความเข้าใจในธรรมชาตินักเตะที่มากกว่า ขณะที่ความรู้ทางรูปแบบการเล่น ไม่ได้เป็นรองชาติจากประเทศชั้นนำอีกต่อไป 

Main Stand ขอพาคุณไปรู้จักกับ อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นคนแรกของทีมชาติไทย ผู้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่วงการฟุตบอลแดนสยาม

 

เริ่มต้นจากโค้ชขัดตาทัพ

จุดเริ่มต้นบทบาทเฮดโค้ชฟุตบอลของ อากิระ นิชิโนะ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาถูกผลักดันเข้ารับบทบาทโค้ชขัดตาทัพ ของทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี หลังโค้ชคนก่อน โยชิคาซุ นากาอิ (Yoshikazu Nagai) ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปคุมสโมสรในระดับเจลีก


Photo : www.legendsstadium.com

นอกจากจะถูกแต่งตั้งแบบปุบปับ นิชิโนะยังต้องเผชิญหน้ากับงานใหญ่ที่รอเขาอยู่ หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนเมษายน ปี 1992 ก่อนการแข่งขันรอบคัดเลือกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ (AFC Youth Championship) เพียงหนึ่งเดือน

แม้ภาระที่แบกรับของกุนซือหน้าใหม่ จะเป็นงานที่แสนยาก แต่นิชิโนะแสดงถึงความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ด้วยการพานักเตะในทีมไปเก็บตัวที่ประเทศเกาหลีใต้ อันเป็นสถานที่จัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ก่อนเวลาถึงหนึ่งเดือน เพื่อชดเชยเวลาการเตรียมตัวที่น้อยกว่าปกติ 

โชคร้ายที่การเตรียมพร้อมดังกล่าว กลับเปิดโอกาสให้โค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ แอบไปถ่ายวิดีโอ เพื่อเก็บข้อมูลการฝึกซ้อมของทีมชาติญี่ปุ่นมา

“ในฐานะที่ผมเคยเล่นฟุตบอลกับนักศีกษาชาวเกาหลีใต้ ซึ่งผมคิดว่ามีฝีมือมากกว่าพวกเขาในตอนนี้” นิชิโนะในวัย 37 ปี ตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน 

“ผมเข้าใจการเล่นทั้งในและนอกสนามที่เหมาะสมตามความหมายของพวกเขา เพื่อพูดถึงเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ผมคิดว่ามันมีผลดีต่อผู้เล่นของเราเช่นกัน”

ไม่ว่าผลดีที่นิชิโนะหมายถึงคืออะไร เขาสามารถพาทีมชาติญี่ปุ่นบุกเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 1-0 นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของทัพซามูไรบลู ที่มีต่อทีมโสมขาว ในการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี

ผลงานจากการแข่งขันนัดดังกล่าว ช่วยให้ทีมชาติญี่ปุ่นตีตั๋วเข้าแข่งรายการเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ปี 1992 ได้สำเร็จ เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในรอบแรก จนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับคู่ปรับเก่าอย่าง ทีมชาติเกาหลีใต้ แต่ครั้งนี้ ทีมชาติญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้ไปด้วยผลการแข่งขัน 2-1 

ความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว ทำให้ทีมชาติญี่ปุ่นพลาดโอกาสลงแข่งขัน ฟีฟ่า เวิลด์ ยูธ แชมเปียนชิพ (FIFA World Youth Championship) นิชิโนะออกโรงสับนักเตะของตัวเองแบบไม่เกรงใจใคร

“นักเตะเสียสติไปในการแข่งขัน และพวกเขาเอาความรู้สึกกลับมาไม่ได้ ผมคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว หลังจากเกมกับเกาหลีใต้ และผมไม่รู้สึกสิ่งใดนอกจากความอ่อนแอของพวกเรา”

แม้พลาดหวังจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่นิชิโนะใช้คำพูดของเขา ปลุกนักเตะที่เสียสติไปในการแข่งขันนัดก่อน ให้กลับมาสู้สุดใจอีกครั้งในการแข่งขันนัดชิงที่สาม กับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านให้ได้ 

“เราเคยเล่นกับพวกเขามาแล้วในรอบแบ่งกลุ่ม และเราจะคว้าเหรียญทองแดงกลับประเทศญี่ปุ่น” นิชิโนะพูดปลุกใจนักเตะก่อนการแข่งขัน

“เราพลาดหวังจากฟุตบอลโลก แต่สี่ปีข้างหน้ามีโอลิมปิกที่แอตแลนต้ารออยู่ และผมคิดว่าการคว้าอันดับสามในการแข่งขันครั้งนี้ คือก้าวแรกสู่โอลิมปิกของเรา”

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติญี่ปุ่นลงไปเล่นได้อย่างจืดชืดในครึ่งแรก และกลับสู่ห้องแต่งตัวด้วยผลการแข่งขัน 0-0 นิชิโนะเลือกใช้ไม้แข็งสั่งสอนนักเตะของเขาอีกครั้ง เพื่อเตือนสติให้ผู้เล่นเหล่านี้ รู้ถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง

“พวกคุณควรจะทำได้มากกว่านี้ แสดงความมุ่งมั่นในการแข่งขันออกมาซะ”

เมื่อนักเตะตอบรับแรงกระตุ้นของนิชิโนะ ทีมชาติญี่ปุ่นรัวสามประตูในครึ่งหลัง และเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะเหนือทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 3-0 คว้าตำแหน่งอันดับสาม ในการแข่งขันดังกล่าวมาครอง 

จากความสำเร็จที่เกินคาดของโค้ชขัดตาทัพ นิชิโนะสามารถครองตำแหน่งเดิมต่อได้อย่างสบาย แต่เขาเลือกลงจากตำแหน่ง และไปทำงานเป็นทีมโค้ชให้กับทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ เพื่อเก็บประสบการณ์ และรอเวลาในการกลับมาสานต่อสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ให้สำเร็จ

 

สำเร็จได้ด้วยความตั้งใจ

ปี 1994 นิชิโนะกลับมาสานต่องานที่ค้างไว้อีกครั้ง เขาเข้ามารับงานคุมทีมชาติทีมชาติญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งมีชุดผู้เล่นเป็นกลุ่มเดียวกับที่เขาเคยร่วมงาน ในศึกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ปี 1992 โดยมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือพาทีมเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก ประจำปี 1996 


Photo : www.news-postseven.com

หลังวางแผนพัฒนาทีมนานหลายปี ความพยายามของนิชิโนะสัมฤทธิ์ผล เขาพาทีมชาติญี่ปุ่นผ่านสู่การแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

แต่บททดสอบใหม่รอนิชิโนะอยู่ทันทีในการแข่งขัน เมื่อทีมชาติญี่ปุ่นถูกจับให้อยู่กลุ่มเดียวกับ ทีมชาติบราซิล หมายเลขหนึ่งวงการลูกหนังโลกในเวลานั้น และทั้งสองทีมต้องเจอกันในนัดเปิดสนาม

“มันเป็นเรื่องยากที่จะคว้าชัยชนะ แต่พวกเรามีแรงปรารถนาเหมือนกับเกมอื่นๆทั่วไป ว่าคุณสามารถทำได้ดีแค่ไหน ในการรับมือกับทีมระดับโลก” นิชิโนะกล่าวก่อนเจอทีมชาติบราซิล

ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยไม่ทำงานหนัก นิชิโนะเชื่อมั่นแบบนั้น เขาสั่งให้นักเตะของตัวเองฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยไม่หยุดพัก เพื่อมั่นใจว่าจะฟิตมากพอสำหรับการแข่งขันจริง

เมื่อการแข่งขันจริงมาถึง แฟนบอลในสนามกว่าสี่หมื่นราย ต่างตื่นตาตื่นใจไปกับระบบเพรสซิ่งที่ไม่มีหยุดของทีมชาติญี่ปุ่น นักเตะทุกคนต้องลงมาเล่นเกมรับ และพร้อมที่จะวิ่งไปสู่แดนฝั่งตรงข้าม หากได้จังหวะสวนกลับ ทุกคนต้องพร้อมที่จะเข้าปะทะ และช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม

สุดท้าย ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะบราซิล ไม่สามารถเอาชนะทีมเวิร์คของพวกเขาได้ ทีมชาติญี่ปุ่นคว้าชัยชนะด้วยผลการแข่งขัน 1-0 เหตุการณ์ครั้งนั้นถูกเรียกขานว่า “ปาฏิหาริย์แห่งไมอามี่” และจารึกชื่อของนิชิโนะ สู่หน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลญี่ปุ่นทันที


Photo : www.nikkansports.com

หลังหมดภารกิจในการแข่งขันโอลิมปิกปี 1996 นิชิโนะเบนเข็มเข้าสู่การคุมทีมระดับสโมสรอย่างเต็มตัว เขาเริ่มต้นจับงานในเจลีกกับสโมสรคาชิว่า เรย์โซล (Kashiwa Reysol) อดีตต้นสังกัด และสโมสรเดียวในชีวิตอาชีพนักฟุตบอลของเขา ด้วยความตั้งใจที่จะพาทีมฟุตบอลแห่งนี้ คว้าแชมป์ลีกมาครองให้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม นิชิโนะไม่สามารถทำฝันของเขาให้เป็นจริงได้ หลังเปิดตัวอย่างร้อนแรงด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เจลีก คัพ ในปี 1999 เขาถูกไล่ออกจากตำแหน่งในปี 2001 หลังหมดลุ้นแชมป์ในการแข่งขันทุกรายการ

ความล้มเหลวไม่ได้ทำให้นิชิโนะย่อท้อ เขาเดินหน้าต่อด้วยการย้ายไปคุมทีมกัมบะ โอซาก้า (Gamba Osaka) ในปี 2002 ช่วงเวลานั้นเอง ที่เขาได้เรียนรู้ระบบการเล่นรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

“ผมได้รับอิทธิพลอย่างมากจากแผนของ กุส ฮิดดิงก์ ในศึกฟุตบอลโลก ปี 2002 เขาให้ความสำคัญกับระบบการเล่น มากกว่าผู้เล่นในทีม”


Photo : www.espn.co.uk

ด้วยทรัพยากรผู้เล่นที่จำกัด ยอดกุนซือชาวดัตช์ สามารถพาทีมชาติเกาหลีใต้ก้าวไปคว้าอันดับสี่ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2002

เมื่อนิชิโนะได้เห็นรูปแบบการเล่น 3-4-3 ที่ฮิดดิงก์ใช้ระหว่างการแข่งขันดังกล่าว เขารู้ทันทีว่านี่คือระบบการเล่นฟุตบอลที่ใช่ สำหรับนักเตะชาวเอเชีย

สิ่งที่นิชิโนะทำหลังจากนั้น คือการผสานศาสตร์ของโลกตะวันตก และตะวันออกเข้าด้วยกัน เขานำรูปแบบการเล่นที่มีประสิทธิภาพจากยุโรป ผสานเข้ากับความมุ่งมั่น และการทำงานหนักอย่างเหลือเชื่อในสนามซ้อมของชาวเอเชีย

ระบบดังกล่าวส่งผลให้นิชิโนะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลกับกัมบะ โอซาก้า ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์เจลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อปี 2005 ก่อนในอีก 3 ปีถัดมา เขาพาต้นสังกัดคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก (AFC Champions League) ทำผลงานเป็นเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นรายแรก ที่คว้าแชมป์รายการดังกล่าวมาครอ


Photo : J.League

จุดเริ่มต้นของโค้ชที่ทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจ นิชิโนะคงไม่คาดคิดว่าวันหนึ่ง เขาจะก้าวเป็นตำนานของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น 

จากความสำเร็จที่กล่าวมา นิชิโนะจึงไม่ใช่เพียงโค้ชที่เปลี่ยนระบบการเล่นฟุตบอลในญี่ปุ่น แต่งานของเขายังส่งอิทธิพลไปถึงวงการฟุตบอลทั่วทั้งทวีป ในฐานะผู้ฝึกสอนฟุตบอลที่เข้าใจจุดเด่นของชาวเอเชียอย่างแท้จริง

 

หักล้างจิตวิญญาณญี่ปุ่น

ดอกไม้ที่เคยผลิบานอย่างสวยงาม อาจร่วงหล่นลงไปตามกาลเวลา ผลงานของ อากิระ นิชิโนะ เป็นไปตามคำกล่าวนั้นเช่นกัน หลังล้มเหลวกับ วิสเซิล โกเบ (Vissel Kobe) และ นาโกยา แกรมปัส (Nagoya Grampus) เขาถูกมองว่าเป็นโค้ชตกยุค และว่างเว้นจากการคุมทีมไปถึง 3 ปี 


Photo : sport360.com

โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองของเขา กลับมาอีกครั้งในปี 2018 เมื่อ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช (Vahid Halilhodžić) ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก เพียงสองเดือน 

บังเอิญอย่างน่าประหลาด สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับปี 1992 เมื่อนิชิโนะถูกเลือกเข้ามารับบทโค้ชขัดตาทัพ โดยมีสภาพเวลาให้เตรียมทีมไม่นาน 

แม้เคยสร้าผลงานน่าประทับใจมากมาย แต่เวลาผ่านไป 26 ปี นับตั้งแต่ที่เขาคว้าเหรียญทองแดงกลับบ้านในศึกเอเอฟซี ยูธ แชมเปียนชิพ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุคใหม่ของเขายังเป็นเครื่องหมายคำถาม ผู้คนไม่มั่นใจนักกับการนำทัพซามูไรบลูของเขา ในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

อย่างไรก็ดี นิชิโนะแสดงความเก๋าในการรับมือกับสถานการณ์ที่กดดัน แม้จะนำมาสู่การตัดสินใจที่สร้างความอื้อฉาว

เมื่อทีมชาติญี่ปุ่น จงใจเล่นต่อบอลกันไปมาในแดนหลัง ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ระหว่างการแข่งขันกับทีมชาติโปแลนด์ ที่พวกเขาแพ้ 1-0 เพื่อถ่วงเวลาไม่ให้มีการทำประตูเกิดขึ้นอีก และอาศัยกฎแฟร์เพลย์ที่พวกเขาเป็นต่อทีมชาติเซเนกัล เพื่อผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบต่อไป


Photo : www.zimbio.com

การกระทำดังกล่าว ไม่เพียงแต่ผิดวัฒนธรรมในการแข่งขันกีฬาของชาวญี่ปุ่น ที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกียรติคู่แข่งของตัวเองเสมอ แต่ยังยอมรับความพ่ายแพ้ในการแข่งขันแต่โดยดี ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง สำหรับชาวญี่ปุ่นที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของนักสู้

“ผมไม่มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะผมบังคับให้นักเตะเล่นแบบนั้น เราไม่ได้เดินหน้าเพื่อคว้าชัยชนะ แต่ยืมมือผลการแข่งขันจากคู่อื่นเพื่อผ่านเข้ารอบ” นิชิโนะยอมรับถึงการตัดสินใจของตัวเอง ที่ดูหมิ่นวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น

แม้จะมีชาวญี่ปุ่นไม่น้อยที่ไม่สามารถยอมรับกับชัยชนะที่ปราศจากศักดิ์ศรีได้ แต่การตัดสินใจดังกล่าวช่วยให้ทีมชาติญี่ปุ่น เป็นชาติเดียวจากทวีปเอเชีย ที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ

หนึ่งปีผ่านไป อากิระ นิชิโนะ ตัดสินใจเซ็นสัญญากับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ และ ทีมชาติไทย U23 ด้วยเป้าหมายพาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จในการแข่งขันรายการสำคัญหลังจากนี้


Photo : fathailand.org

ด้านหนึ่ง การร่วมงานระหว่างทีมชาติไทยกับนิชิโนะ คือก้าวใหม่ที่สร้างความน่าตื่นเต้นให้แก่แฟนบอลชาวไทยทุกคน เพราะทัพช้างศึกไม่เคยใช้งานโค้ชชาวญี่ปุ่นมาก่อน จึงน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า ผลงานที่ออกมาหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

แต่อีกด้านหนึ่ง การรับงานครั้งนี้ถือว่าสร้างความท้าทายให้แก่นิชิโนะได้ไม่น้อย เพราะตลอดเวลา 27 ปีที่ผ่านมา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เขาตกลงทำงานในต่างประเทศ นี่คือการเริ่มต้นใหม่นี่น่าสนใจสำหรับนิชิโนะเช่นกัน

ดังนั้น เรื่องราวที่รออยู่ด้านหน้าจึงน่าสนใจเป็นอย่างมากว่า นิชิโนะจะนำความสามารถ, ความตั้งใจ และ ประสบการณ์ที่เขาได้รับตลอดระยะเส้นทางการคุมทีมที่ผ่านมา ช่วยเหลือทีมชาติไทยได้มากแค่ไหน 

แม้จะไม่มีใครตอบได้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่เราเชื่อว่าเรื่องราวที่รอทัพช้างศึก และแฟนฟุตบอลหลังจากนี้ จะมีแต่ความน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง