mainstand

Feature

ทำไมการ์ตูนสึบาสะถึงโอเวอร์นัก? แล้วมันเปลี่ยนวงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้อย่างไร?



เมื่อการ์ตูนกลายเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างชาติ มังงะฟุตบอลที่มีท่าไม้ตายเวอร์วังอลังการช่วยเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลญี่ปุ่นอย่างไร


 

หากเอ่ยถึงการ์ตูนที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นในยุค 80-90 ชื่อของ “กัปตันสึบาสะ” น่าจะเป็นชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึง ด้วยยอดขายกว่า 65 ล้านเล่ม และติดอันดับ 5 การ์ตูนกีฬาที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี กัปตันสึบาสะ ไม่ได้มีดีแค่สนุกเท่านั้น เพราะมันยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพลิกโฉมวงการฟุตบอลญี่ปุ่น จนก้าวมาเป็นที่รู้จักอย่างในทุกวันนี้

การ์ตูนเรื่องนี้ทำได้อย่างไร? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand

 

การ์ตูนฟุตบอลจากคนเล่นฟุตบอลไม่เป็น

ในวัยเด็ก โยอิจิ ทาคาฮาชิ ก็เหมือนเด็กญี่ปุ่นทั่วไป เขาชื่นชอบการเล่นเบสบอล กีฬายอดนิยมในแดนอาทิตย์อุทัย แต่ในขณะเดียวกันการวาดการ์ตูน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาหลงใหล

เขามุ่งมั่นที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนหลังจบมัธยมปลาย และเบสบอลคือกีฬาแรกๆที่เขานึกถึง เนื่องจากคุ้นเคยและมีประสบการณ์มาก่อน แต่ฟุตบอลโลก 1978 ที่อาร์เจนตินา ก็ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

ความตื่นตาของทัวร์นาเมนต์นั้น ทำให้ ทาคาฮาชิ ตกหลุมรักฟุตบอลเข้าอย่างจัง และเริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างจริงจัง และมันก็ส่งผลให้เขาตัดสินใจเลือกวาดการ์ตูนเกี่ยวกับฟุตบอล เขาใช้เวลาพัฒนาบทอยู่เกือบ 3 ปี ก่อนจะได้ตีพิมพ์ในชื่อ “กัปตันสึบาสะ”

“ตอนอยู่ ม.ปลายปี 3 (ม.6) ผมได้ดูฟุตบอลโลก (1978) ที่อาร์เจนตินาทางทีวี และพบว่ามันเป็นกีฬาที่สนุกมาก ความอยากรู้อยากเห็นของผมทำให้ผมศึกษาเรื่องฟุตบอล มันทำให้ผมรู้ว่าในยุโรป ฟุตบอลได้รับความนิยมกว่าเบสบอล และจำนวนของนักฟุตบอลก็มากกว่ามาก ฟุตบอลคือกีฬาอันดับหนึ่งของโลก นั่นคือสิ่งที่ผมรับรู้” ทาคาฮาชิให้สัมภาษณ์กับ Nippon.com  

“แน่นอนว่าเบสบอลเป็นหนึ่งในเรื่องที่ผมคิดตอนเริ่มวาดมังงะ แต่ตอนนั้นมันมีมังงะเกี่ยวกับเบสบอลเยอะมาก ผมจึงคิดว่าผมน่าจะลุยไปกับฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่แทบจะไม่มีคนศึกษามัน (แทบจะไม่มีใครรู้จัก)”  

“ตอนที่การ์ตูนเรื่องนี้เริ่มตีพิมพ์ แม้แต่คำว่า “ฟุตบอลโลก” ก็ยังไม่คุ้นหู ผมจึงต้องใช้ทางลัดเพื่ออธิบายมันในกัปตันสึบาสะว่ามันมีการแข่งขันที่ชื่อว่า ฟุตบอลโลก เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และจัดขึ้นทุกสี่ปี ซึ่งมันเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ปรากฏอยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย”  


Photo : en.as.com

13 เมษายนปี 1981 เรื่องราวของเด็กชายที่ชื่อว่า โอโซระ สึบาสะ ที่อยากเป็นยอดนักเตะ และการต่อสู้ไปพร้อมกับผองเพื่อน ก็ถูกเผยแพร่สู่สายตานักอ่านชาวญี่ปุ่น

 

รู้ว่าเสี่ยงแต่ต้องขอลอง

แม้ว่าทีมชาติญี่ปุ่นจะผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในโอลิมปิก 1964 และคว้าเหรียญทองแดงจากกีฬาฟุตบอลในอีก 4 ปีต่อมา แต่ฟุตบอลก็ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก


Photo : www.jfa.jp

ทาคาฮาชิ ทราบดีในเรื่องนี้ว่าการที่จะเขียนการ์ตูนฟุตบอลในประเทศที่คนส่วนใหญ่หายใจเป็นเบสบอลเป็นเรื่องยาก แต่เขาก็อยากลองเสี่ยงกับมัน ในความรู้สึกที่อยากจะถ่ายทอดความสนุกของกีฬาชนิดนี้ผ่านลายเส้นของเขา

“ตอนที่ผมเริ่มวาดมังงะเกี่ยวกับฟุตบอล ผมหวังว่าวัฒนธรรมฟุตบอลจะเป็นที่ยอมรับในญี่ปุ่น และผมหวังว่ากีฬาที่สนุกและมหัศจรรย์นี้จะแพร่หลายไปทั่วประเทศ ผมเริ่มวาดด้วยความคิดนี้ในใจ” ทาคาฮาชิกล่าวกับรายการ We Are 11 ของ EA Sports

“ตอนนั้นมันยังไม่ค่อยมีมังงะประเภทนี้ในญี่ปุ่น ผมต้องทดลองและพบกับความผิดพลาดหลายครั้งกว่าจะบรรยายให้เห็นภาพของฟุตบอลในการ์ตูนได้”


Photo : en.as.com

แต่ตอบรับกลับเกินคาด กัปตันสึบาสะใช้เวลาไม่นาน ก็ก้าวขึ้นไปครองใจชาวญี่ปุ่น มันได้รับการรับความนิยมอย่างล้นหลาม ส่งผลให้ยอดขายของ โชเนน จัมป์ นิตยสารที่ลงการ์ตูนเรื่องนี้มียอดจำหน่าย 2.5 ล้านเล่มต่อสัปดาห์ในปี 1982 ยิ่งไปกว่านั้นในภาคเยาวชนโลก มันยังทำให้ โชเนน จัมป์ ในปี 1995 มียอดจำหน่ายสูงถึง 6.5 ล้านเล่มเลยทีเดียว

ความนิยมของกัปตันสึบาสะ ทำให้มันถูกดัดแปลงไปอยู่ในสื่ออื่น ทั้งอนิเมชั่น, ภาพยนตร์ หรือแม้แต่วิดีโอเกม มันยังถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในอนิเมะท็อป 100 ทั้งจาก Animage และ TV Asahi รวมทั้งเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์โปรโมตโตเกียว โอลิมปิก 2020

อะไรที่ทำให้การ์ตูนฟุตบอลได้รับความนิยมในตอนที่คนเกือบทั้งประเทศเล่นเบสบอลในทุกหย่อมหญ้า? 

 

ความเวอร์คือจุดขาย

“ปรากฎการณ์ทางสังคม” คือคำที่อาจารย์ใช้เรียกความนิยมของกัปตันสึบาสะ ในช่วงพีคๆมันถูกจำหน่ายจนจนหมดเกลี้ยงหลังวางแผงได้แค่วันเดียว

พล็อต “สู้เพื่อฝัน” ที่เป็นเรื่องราวของเด็กชายที่มีฟุตบอลเป็นเพื่อน ร่วมต่อสู้กับอุปสรรค ในความฝันที่วันหนึ่งจะพาทีมชาติญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลก ที่ตอนนั้นไม่เคยแม้แต่จะไปเล่นเอเชียนคัพ หรือฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย บวกกับเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นแบบวางไม่ลงทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ฮิตติดลมบน

“แม้ว่าจะเกิดและเติบโตที่แคนาดา แต่พ่อแม่ของผมเป็นคนญี่ปุ่น และกลับไปญี่ปุ่นบ่อยมาก พ่อแม่ผมแนะนำการ์ตูนเรื่องนี้กับผม มันทำให้ทักษะการพูดและการอ่านภาษาญี่ปุ่นผมดีขึ้น เพราะว่ามันทำให้ผมอยากอ่านตอนต่อไป อยากอ่านตอนต่อไปต่อไปเรื่อยๆ และมันก็ทำให้ผมสนใจฟุตบอลอีกด้วย” คาสุ โทคุยามะ นักฟุตบอลชาวญี่ปุ่นของโตรอนโต กล่าวกับ Yahoo! News

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ก็คือท่าไม้ตายสุดเวอร์วังอลังการ ที่ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์การเล่นของอเมริกาใต้

ไดร์ฟชูตครึ่งสนามของสึบาสะ ตัวเอก, ไทเกอร์ช็อตที่ยิงจนทะลุตาข่ายของ เฮียวงะ โคจิโร หรือ สกายแลบเฮอร์ริเคนที่ต่อตัวขึ้นไปของสองพี่น้องทาจิบานา หรือท่าไม้ตายสุดพิสดารของหลายตัวละคร ต่างตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่อ่าน ที่แม้แต่คนที่เล่นฟุตบอลไม่เป็นหรือไม่รู้กฎก็สนุกไปได้กับการ์ตูนเรื่องนี้


Photo : press.ikidane-nippon.com | Yoichi Takahashi

“ช่วงแรกผมสนใจทีมอเมริกาใต้มากกว่า สไตล์การเล่นและทักษะที่ลื่นไหลของพวกเขาสะดุดตากว่าการเล่นแบบทื่อๆของทีมยุโรป มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับช่วงที่มาราโดนาขึ้นมา ผมได้รับอิทธิพลจากการเล่นของเขา” ทาคาฮาชิกล่าวกับรายการ We Are 11  

และเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้มีท่าไม้ตายเกินมนุษย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงปัจจุบันราวกับจุดขาย ก็เป็นเพราะอาจารย์ทาคาฮาชิเล่นฟุตบอลไม่เป็น ซึ่งทำให้เขาไม่รู้ว่าขีดจำกัดของกีฬาชนิดนี้อยู่ตรงไหน จึงสามารถสร้างสรรค์ท่า ที่เกินจะจินตนาการออกมาได้เพียงนี้

“ผมคิดว่าความจริงที่ผมไม่เคยเล่นฟุตบอล ทำให้ผมมีไอเดียเกี่ยวกับรูปแบบการเล่นประหลาดๆ ถ้าคุณเคยเล่นฟุตบอลมาก่อน คุณจะรู้ข้อจำกัดของมัน ผมสามารถมีไอเดียแบบนักเขียนการ์ตูนดิบๆ เพราะว่าผมไม่รู้พรมแดนของมัน”

 

อิทธิพลต่อวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

กัปตันสึบาสะ ไม่เพียงประสบความสำเร็จในแง่ความนิยมและยอดขาย แต่มันยังมีส่วนในการพลิกโฉมวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

ย้อนกลับไปในช่วงที่กัปตันสึบาสะเพิ่งตีพิมพ์ ญี่ปุ่นมีเพียงแค่ลีกกึ่งอาชีพ ที่เป็นเพียงการแข่งขันของทีมจากบริษัทหรือองค์กร ส่วนเอเชียนคัพ หรือฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ของทีมชาติญี่ปุ่นยังเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม

ทว่าหลังจากกัปตันสึบาสะกลายเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของเด็กๆทั้งประเทศ มันยังทำให้ฟุตบอลกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นักเตะชื่อดังในญี่ปุ่นหลายคน ทั้ง ฮิเดโตชิ นาคาตะ, ชุนซุเกะ นาคามูระ หรือ โยชิคัตสึ คาวางุจิ ต่างยอมรับว่าการ์ตูนเรื่องนี้ คือ แรงบันดาลใจในวัยเด็กของเขา  

“ในญี่ปุ่นเมื่อปี 20 หรือ 30 ปีที่แล้วเบสบอลยิ่งใหญ่มาก ส่วนฟุตบอลเพิ่งจะเริ่มตั้งไข่ ดังนั้นผมจึงไม่มีฮีโร หรือทีมในฝันอะไร” นาคาตะกล่าวกับ FIFA.com

“แต่มันมีการ์ตูนเรื่องนึงที่ชื่อว่ากัปตันสึบาสะ ตอนที่ผมอ่านมัน ผมรู้สึกชอบฟุตบอลมากๆ ผมเคยคิดว่าจะเล่นเบสบอลหรือฟุตบอลดี และสุดท้ายผมก็เลือกฟุตบอล”

สึบาสะผองเพื่อนได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อความคิดของเด็กในยุค 80-90 นักเตะหลายคนยอมรับว่าเคยพยายามเลียนแบบท่าไม้ตายจากการ์ตูนเรื่องนี้

“กัปตันสึบาสะ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม เขาเป็นเหมือนความฝันของผม เพราะว่าเขามีลูกเตะกลางอากาศทุกประเภท ท่าไม้ตาย มันบ้ามากๆเลย และอันที่จริง คนในรุ่นเดียวกับผมล้วนพยายามทำตามกัปตันสึบาสะ” จิฮิโระ โนดะ อดีตนักเตะชาวญี่ปุ่นที่ค้าแข้งอยู่ในแคนาดากล่าวกับ Yahoo Sports

ในขณะเดียวกันมันยังมีส่วนทำให้คนในประเทศให้ความสนใจฟุตบอลมากขึ้น ในช่วงเวลาเดียวกันในความคิดริเริ่มการก่อตั้งเจลีก หรือลีกอาชีพแห่งแรกของญี่ปุ่น ที่กลายเป็นหนึ่งในรากฐานที่ทำให้ญี่ปุ่นได้ไปเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในปี 1998 หรือการเป็นกำลังใจให้กับทีมชาติหญิงญี่ปุ่นจนสามารถคว้าแชมป์โลกในปี 2011

คุณูปการของกัปตันสึบาสะ ทำให้สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นบรรจุการ์ตูนเรื่องนี้ไว้ในพิพิธภัณฑ์ฟุตบอล JFA ในฐานะส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันวงการฟุตบอลของประเทศ คัตสึชิกะ เมืองบ้านเกิดของทาคาฮาชิ ในกรุงโตเกียวมีหล่อรูปปั้นทองแดงตัวละครจากการ์ตูน และเปลี่ยนชื่อถนนในย่านการค้าเป็น “ถนนสึบาสะ” เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่เขา

“เรามีมังงะ และเราก็มีอนิเมะ ทุกคนอ่านการ์ตูนแล้วก็ดูอนิเมะ ก่อนหน้านั้น ประวัติศาสตร์ฟุตบอลอาชีพญี่ปุ่นเพิ่งจะมีมาแค่ 25 ปี เรายังเด็กมาก แต่กัปตันสึบาสะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ก่อนที่จะมีลีกฟุตบอลอาชีพเสียอีก” โนดะกล่าวต่อ

“กัปตันสึบาสะ ช่วยทำให้ฟุตบอลเป็นที่แพร่หลายทั่วทุกที่ในญี่ปุ่น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมทุกคนชอบมังงะเรื่องนี้”

 

นิยมไปทั่วโลก

ความสำเร็จของกัปตันสึบาสะไม่แค่ในประเทศเท่านั้น เพราะมันได้กลายเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล


Photo : www.guiltybit.com

มังงะและอนิเมะถูกแปลออกไปในหลากหลายภาษาทั่วโลกตั้งแต่อาราบิกยันตากาล็อก ในตะวันออกกลางมันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “กัปตันมาเจด” ส่วนที่อเมริกาใต้ใช้ชื่อว่า Super Campeones ในขณะที่อเมริกาเหนือรู้จักในชื่อ Flash Kicker ส่วนในยุโรป สึบาสะ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โอลิเวอร์ ส่วนวากาบาชิ เกนโซ กลายเป็น เบนจี และที่สเปน และอิตาลี พวกเขารู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ในนาม Oliver and Benji

กัปตันสึบาสะ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเตะดังระดับโลกหลายราย ทั้ง ซีเนอดีน ซีดาน, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร, อเล็กสิส ซานเชส หรือ 3 แข้งแชมป์โลกที่ค้าแข้งอยู่ในเจลีกในขณะนี้อย่าง ลูคัส โพดอลสกี, อันเดรส อิเนียสตา และ เฟร์นันโด ตอร์เรส


Photo : Fernando Torres

“ผมจำได้ตอนสมัยเด็กๆ ทีวีสัญญาณก็ยังไม่ค่อยดี แต่ทุกคนที่โรงเรียนเอาแต่พูดถึงการ์ตูนฟุตบอลจากญี่ปุ่น มันชื่อว่า Oliver y Benji ในสเปน” ตอร์เรสกล่าวกับสื่อตอนเดินทางไปแข่งฟุตบอลสโมสรโลกกับเชลซีที่ญี่ปุ่น  

“มันเป็นเรื่องของเด็กสองคนที่เริ่มเล่นบอลตั้งแต่เด็ก ติดทีมชาติ คว้าแชมป์ (เยาวชน) โลก และย้ายไปบาร์เซโลนา กับบาเยิร์น มิวนิค มันเหมือนกับความฝันเลย”

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลเพราะมัน ผมอยากเป็น โอลิเวอร์ (สึบาสะ)”    


Photo : www.fernando9torres.com

ไม่ใช่แค่วงการลูกหนัง แต่กัปตันสึบาสะยังมีอิทธิพลไปถึงวงการภาพยนตร์ ครั้งหนึ่ง โจวซิงฉือ ผู้กำกับชื่อดังของฮ่องกงออกมายอมรับว่าเรื่อง “นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่” ของเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่องนี้

“อันที่จริง CG และการเคลื่อนไหวของลูกบอล (ในนักเตะเสี้ยวลิ้มยี่) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอนิเมะญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “กัปตันสึบาสะ” อนิเมะเรื่องนี้ได้นับความนิยมมากในฮ่องกงเมื่อ 10 ปีก่อน ครองใจเด็กทุกวัย แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ชอบมัน เห็นว่าในยุโรปก็เช่นกัน”  

แม้ว่ากัปตันสึบาสะ จะได้รับการยอมรับว่ามีอิทธิพลต่อผู้คนมากมาย แต่อาจารย์ทาคาฮาชิ ก็ไม่ได้เห็นด้วยมากนัก เพราะคิดว่าเป็นการพูดเกินไป แต่เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้รับเกียรติขนาดนี้


Photo : Alexandro Del Piero | faster86.com

“ผมคิดว่ากัปตันสึบาสะไม่ได้มีอิทธิพลอะไรมากหรอกนะ เป็นเพราะเสน่ห์ของฟุตบอลเองที่ทำให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้างและเป็นกีฬาที่สนุกในวันนี้” ทาคาฮาชิกล่าวกับ Nippon

“แต่ผมก็รู้สึกซาบซึ้งที่ผู้คนพูดแบบนั้น และจริงๆแล้วรู้สึกยินดีที่ทำให้คิดว่าบางทีผมอาจจะสามารถช่วยส่งเสริมวงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้ในบ้างก็แค่นั้น”

ผ่านมาแล้วกว่า 30 ปี นับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก กัปตันสึบาสะ ยังคงโลดแล่นอยู่บนแผงหนังสือ โดยภาคล่าสุดคือ Rising Sun ที่เป็นการต่อสู้ของทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโอลิมปิกที่สเปน

สึบาสะ เพิ่งจะอายุเพียง 21 ปีในเรื่องเขายังมีเวลาอีกมากมายในฐานะนักเตะอาชีพ มีเวลาอีกมากในการสร้างแรงบันดาลใจ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งในพลิกโฉมวงการฟุตบอลญี่ปุ่น จากประเทศที่ไม่มีลีกอาชีพสู่การเป็นทีมอันดับท็อปของเอเชีย และเป็นขาประจำในฟุตบอลโลก


Photo : tamashachi.com

“ความฝันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น” คือสโลแกนของทีมชาติญี่ปุ่นที่พวกเขายึดถือมาตลอด อันที่จริงไม่ใช่แค่ความฝันเท่านั้น ที่ทำให้พวกเขามาได้ขนาดนี้

เพราะกัปตันสึบาสะก็ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

 

แหล่งอ้างอิง

https://thesefootballtimes.co/2018/06/11/captain-tsubasa-the-anime-star-who-changed-the-face-of-japanese-football-and-inspired-messi-iniesta-and-nakata/
http://www.thehardtackle.com/2013/japanese-football-rise-captain-tsubasa/
https://www.tofugu.com/japan/soccer-in-japan/
https://www.nippon.com/en/views/b00103/
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-2245925/Fernando-Torres-I-took-football-Captain-Tsubasa.html
https://ca.sports.yahoo.com/news/comic-book-inspired-generation-soccer-players-171830825.html
https://thisisfutbol.com/2011/01/blogs/asia-can-thank-captain-tsubasa/
https://www.marca.com/2013/11/01/en/football/barcelona/1383332099.html
https://www.animenewsnetwork.com/news/2003-06-17/anime-inspired-shaolin-soccerhttps://en.as.com/en/2016/12/17/football/1481991686_215388.html
https://web.archive.org/web/20121017205058/http://www.dailytimes.com.pk/default.asp?page=story_10-5-2002_pg2_12
https://www.youtube.com/watch?v=hgdCVXnFYWk



ชื่นชอบบทความนี้ของ : มฤคย์ ตันนิยม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง