mainstand

Feature

อิมราน ข่าน : อดีตยอดนักคริกเก็ตผู้เป็นตัวแปรสำคัญในการยุติเหตุขัดแย้งปากีฯ-อินเดีย



อดีตกัปตันทีมชาติผู้พา “ปากีสถาน” สร้างเทพนิยาย คว้าแชมป์โลกคริกเกตสมัยแรก ใช้เวลา 22 ปี จากการลงเลือกตั้งหนแรก ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ในประเทศที่เสถียรภาพทางการเมืองอ่อนไหวมากสุดแห่งหนึ่งของโลก


 

เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นอย่างไม่ขาดช่วง บนท้องถนนภายในเมืองละฮอร์  กลางดึกคืนวันที่ 26 กรกฎาคม 2018 เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงชัยชนะ จากเหล่าประชาชนผู้สนับสนุน “อิมราน ข่าน” อดีตนักคริกเกตระดับตำนาน ที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไปในฐานะพรรคจัดตั้งรัฐบาล

อีกนัยนึงหมายถึงการที่ อดีตนักคริกเกต ผู้ได้รับการยอมรับว่า “เก่งที่สุดตลอดกาลของประเทศนี้” กำลังขึ้นแท่นสู่การเป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน

บนดินแดนที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ปัญหาเศรษฐกิจ และความไม่สงบในบ้านเมือง จนกองทัพทหาร เข้ามาแทรกแซงกิจการการเมืองบ่อยครั้ง “อิมราน ข่าน” เลือกแขวนไม้คริกเกต แล้วกระโดดเข้าสู่ถนนสายการเมือง  

ด้วยคาแรกเตอร์ ภาพลักษณ์ อุดมการณ์ที่แตกต่างจากนักการเมืองทั่วไป ต้นทุนที่ดีสุดของเขา ไม่ใช่ประสบการณ์ในด้านการบริหารประเทศ แต่กลับเป็นชื่อเสียงจากการเป็น “กัปตันคริกเกตทีมชาติ” ชุดแชมป์โลก ปี 1992

นี่คือเรื่องราวของ นายกรัฐมนตรี ที่มีเส้นทางชีวิตไม่เหมือนใครในโลก จากตัวตลกในสมัยไฮสคูล ด้วยท่าทางการขว้างลูกคริกเกตที่แปลกประหลาด เขามาถึงจุดสูงสุดในเส้นทางนักกีฬาได้อย่างไร และจากผู้แพ้ในการเลือกตั้งครั้งแรกแบบไม่ได้สักที่นั่งเดียว เหตุใดอีก 22 ปีต่อมา เขาถึงสามารถพาตัวเองมาได้ไกลขนาดนี้

 

First Game : อย่ากลัวที่จะฝันใหญ่

ต้นฤดูใบไม้ผลิ ปี 1992 ที่ประเทศออสเตรเลีย “อิมราน ข่าน” กัปตันทีมวัย 40 ปี อาจต้องปิดฉากการเล่นคริกเกตให้กับทีมชาติปากีสถาน ด้วยการตกรอบแบ่งกลุ่ม ศึกชิงแชมป์โลก หลังผ่านมาแล้ว 5 นัด ปากีสถาน แพ้คู่แข่งไปถึง 3 เกม ชนะ 1 และแข่งไม่จบ 1 นัด รั้งอันดับ 8 ของตาราง จากทั้งหมด 9 ทีม


Photo : en.dailypakistan.com.pk

สถานการณ์ในตอนนั้น ปากีสถาน แทบไม่เหลือความเป็นไปได้ ที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ (เอา 4 ทีมที่คะแนนดีสุด จากการแข่งแบบพบกันหมด)  โดยเฉพาะโปรแกรมที่เหลือ สามนัดสุดท้าย ปากีสถาน มีคิวพบกับ สองเจ้าภาพร่วม ออสเตรเลีย ที่มีศักดิ์ศรีเป็นแชมป์เก่า, นิวซีแลนด์ จ่าฝูงของกลุ่มที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ และอีกหนึ่งทีมคือ ศรีลังกา ที่เก็บชัยชนะไปแล้ว 2 เกม มีลุ้นเข้ารอบเต็มตัว

“คุณอาจต้องเจอกับความพ่ายแพ้ ความรู้สึกผิดหวัง แต่ท้ายที่สุดคุณจะเป็นผู้ชนะได้ ถ้าคุณมีคุณภาพ และที่สำคัญคุณต้องไม่ยอมแพ้” อิมราน กล่าวสุนทรพจน์ใน TED Talk

“ผมจำได้ดีเสมอมา ในการประชุมทีมก่อนลงสนาม ผมเน้นย้ำอยู่ตลอดว่า “สิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องไม่แพ้ ถ้าชนะคือโบนัส” นี่คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ เราใส่ความคิดด้านบวกที่ว่า เราจะชนะ ไม่ใช่ความคิดเชิงลบว่า เราน่าจะชนะในเกมนี้”

ความไม่ยอมแพ้ต่ออะไรก็ตามที่เข้ามา อาจเป็นคุณสมบัติขั้นต้นที่ติดตัว อิมราน ข่าน มาตั้งแต่วัยหนุ่ม จนถึงปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่าเป็น ผู้ชายที่ทรงอิทธิพลมากสุดในประเทศปากีสถาน แถมยังประสบความสำเร็จทั้งการเป็น นักกีฬา และนักการเมือง

เมื่อมองย้อนกลับไปใน ฤดูหนาว ปี 1971 เด็กหนุ่มจากครอบครัวผู้มีฐานะจากปากีสถาน กำลังพยายามฝึกขว้างบอลเร็ว ภายในสนามโรงเรียนมัธยมวูสเตอร์ ด้วยท่าทางที่ดูประหลาด และผิดแปลกจากตำรับทั่วไป แน่นอนว่าเขาโกรธที่โดนดูถูก  

จนดูเหมือนในเวลานั้น จะไม่มีใครเชื่อมั่นว่า เจ้าหนูอิมราน ข่าน จะกลายมาเป็นนักคริกเกตผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ในเวลาต่อมา มากเท่ากับตัวเขาที่เชื่อมั่นในตัวเอง

“ความท้าทายแรกในชีวิตผม เกิดขึ้นตอนอายุ 9 ขวบ ตอนที่ผมเริ่มเล่น เทสต์ คริกเกต ครั้งแรก ผมเห็น จาเวด เบอร์กี ทำเซนจูรีได้ (เกิน 100 แต้ม) ผมใส่ความเชื่อว่า ตัวเองจะสามารถเล่น เทสต์ คริกเกต ได้ตั้งแต่วันนั้น และไม่เคยมีความคิดในหัวเลยว่า ผมจะไม่สามารถเล่น เทสต์ คริกเกต ได้”

“ ตอนอายุ 18 ปี ผมเห็น เดนนิส ลิลี่ สุดยอดนักคริกเกตของออสเตรเลีย ผมต้องการเป็น ตัวขว้างเร็ว (Fast Bowler) แบบเขา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ ผมบอกเรื่องนี้กับโค้ช พวกเขามักพูดเหมือนกันหมดว่า “รูปร่างของนายไม่เหมาะกับตำแหน่งตัวขว้างบอลเร็ว และผมไม่มีทางทำได้ดี ด้วยท่าทางแบบนั้นได้”

“ทุกครั้งที่พวกเขาบอกผมว่า ถ้านายพยายามเปลี่ยนท่าทางการขว้าง นายจะไปไม่รอด เพราะผมกำลังฝืนในสิ่งที่ธรรมชาติให้มา แต่ผมเชื่อว่าท่าทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะร่างกายจะทำตามสิ่งที่สมองคุณสั่ง”

“ความคิดต่างหากเป็นสิ่งที่ทรงพลังของมนุษย์ พลังแห่งความคิด คือสิ่งที่คุณสามารถค้นหาได้ไม่รู้จบ นี่คือพลังที่คุณสร้างขึ้นมาจากข้างใน เพื่อพาตัวเองไปเผชิญกับความท้าทายต่างๆในชีวิต นั่นคือความแข็งแกร่งที่คุณจะค้นพบในตัวของคุณเอง”

เกล็น เทอร์เนอร์ อดีตกัปตันทีมชาตินิวซีแลนด์ และเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมสมัยมัธยมของ อิมราน เปิดเผยว่า อิมรานเป็นคนไฟแรง และมีความปรารถนาอยากเล่นตำแหน่ง ตัวขว้างบอลเร็ว แม้เพื่อนร่วมทีมอยากให้เขามีสมาธิกับการตีให้แม่นยำมากกว่า แต่เขามักไม่สนใจคำพูดเหล่านั้นเลย นอกจากสิ่งที่เขาโฟกัส

ขณะที่ จอห์น ปาร์คเกอร์ อดีตนักคริกเกตทีมชาตินิวซีแลนด์ กล่าวถึงอดีตคู่หูในเวลานั้นว่า “อิมราน มีท่าทางการขว้างที่ประหลาด ขาขวาของเขาจะอยู่ด้านหลังเท้าซ้าย แผ่นหลังของเขาจะโน้มไปข้างหน้า โดยใช้การเกร็งสะโพกซ้าย เข่าซ้าย เราเห็นการฝึกซ้อมแบบนี้ ยามเย็นหลายครั้ง เขาทำในสิ่งที่หลายคนบอกว่ายาก แต่ไม่ใช่สำหรับเขาเลย”

“อีกอย่างเขามักออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แผ่นหลัง ด้วยการนอนคว่ำราบกับพื้นที่ ก่อนยกคอกับขาขึ้นมาพร้อมกัน เขาทำแบบนี้เพื่อลดอาการบาดเจ็บแผ่นหลัง ที่มักส่งผลให้ ตัวขว้างบอลเร็วหลายคน ต้องเลิกเล่นอาชีพอย่างรวดเร็ว”


Photo : www.reddit.com

แม้จะดูเป็นเด็กหัวดื้อในสนาม คิดการณ์ใหญ่มาตั้งแต่เด็ก และทุ่มเวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับการฝึกซ้อม จนมืดค่ำ แต่ถึงกระนั้น อิมราน จัดเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม ด้วยความเป็นคนที่สนุกสนาน เฮฮา ซึ่งเหมาะกับกีฬาคริกเกต ที่ต้องใช้ทีมเวิร์กสูง และไม่สามารถเก่งได้ ด้วยตัวคนเดียว

เวลาต่อมา อิมราน ได้เข้าร่วมทีมคริกเกตของ มณฑลวูสเตอร์เชียร์, สโมสรซัสเซกซ์, ทีมของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ฯ และติดทีมชาติปากีสถาน ตอนอายุ 18 ปี อย่างไรก็ดี ในช่วงเริ่มต้นของการเล่นคริกเกตระดับสูงของเขา กลับไม่ได้สวยงามนัก อีกทั้งยังต้องมีภาระด้านการศึกษา ที่เลือกเรียน คณะปรัชญาการเมือง และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

“เมื่อไหรก็ตามที่คุณมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ และเลือกเดินไปยังเส้นทางนั้น คุณย่อมต้องทำใจรับมือกับขวากหนาม ที่อาจทิ่มแทงคุณ แบบไม่ทันตั้งตัว”

“ผมเจอกับช่วงเวลาเลวร้าย ตั้งแต่การเล่น เทสต์ คริกเกต นัดแรก เกมนั้นผมทำผลงานได้ไม่ดี เมื่อกลับมาถึงก็เจอ พาดหัวหนังสือพิมพ์เขียนว่า Imran Khan’t (อิมราน ทำไม่ได้) และผมถูกตัดออกจากทีม ไม่ได้เล่นอีกตลอดช่วงเวลา 3 ปี”

“มันเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่หนแรก ที่ผมได้รับจากคริกเกต สิ่งที่ผมคิดก็คือ ผมต้องรับมือกับความผิดหวังครั้งใหญ่ ตามขนาดเป้าหมายที่ใหญ่ให้ได้ คริกเกตไม่เหมือนกับกีฬาอื่นในโลก คุณสามารถออกจากสนามได้เลยตั้งแต่บอลแรก ถ้าเสียวิกเกต และมันก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ เสียงที่ปรบมือ โห่ร้องตอนคุณทำแต้มได้ จะกลายเป็นเงียบกริบ เมื่อคุณเสียวิกเกต การรับมือความพ่ายผิดหวังเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ”

หลังจากเรียนจบปริญญา ในปี 1975 เขาตัดสินใจเดินทางกลับมายังบ้านเกิด และเล่นอาชีพกับ ละฮอร์ จากนั้นในปี 1982 อิมราน ข่าน ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ กัปตันทีมชาติปากีสถาน

บทบาท กัปตันทีม ในกีฬาคริกเกต มีความสำคัญอย่างยิ่ง แตกต่างจากกัปตันในกีฬาชนิดอื่น เพราะกัปตันนอกเหนือจากจะต้องลงไปเล่นเหมือนกับ ผู้เล่นอีก 10 คนในทีม

กัปตันคริกเกต จะต้องเป็นคนที่สามารถสั่งการ แก้เกมระหว่างการแข่งขัน  รวมถึงการวางตำแหน่งการยืน (Fielding) ในแต่ละโอเวอร์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนการเล่น เนื่องจากสนามคริกเกตมีขนาดใหญ่ และโค้ชไม่สามารถตะโกนสั่งเกมได้เหมือนกับฟุตบอล

รวมถึงกัปตันทีม เป็นผู้ที่มีสิทธิ์ขอดูภาพช้า (Review) ในจังหวะที่ไม่แน่ใจ จังหวะก้ำกึ่งเพื่อรักษาผลประโยชน์ของทีม หากกัปตันตัดสินใจผิดพลาดก็อาจจะเสียสิทธิ์ในการขอดูภาพช้าไป

อิมราน ข่าน จึงมีอิทธิพลต่อแฟนคริกเกตปากีสถาน ในช่วงคริตส์ทศวรรษที่ 1980-90 ในฐานะผู้นำที่มีความสง่างาม ความสามารถในการเล่นทั้งการตี และการขว้างลูก รวมถึงใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับพระเอกบอลลีวูด


Photo : en.dailypakistan.com.pk

11 มีนาคม 1992 ภายในสนาม WACA Ground เมืองเพิร์ธ

การแข่งขันนัดที่ 6 ระหว่างเจ้าภาพและแชมป์เก่า ออสเตรเลีย พบกับ ทีมอันดับรองสุดท้ายอย่าง ปากีสถาน เดินทางมาถึง ท่ามกลางกองเชียร์เจ้าถิ่น ที่มาชมเกมนี้กันเต็มความจุ  

ออสเตรเลีย ที่มี 4 คะแนน ต้องการชัยชนะในแมตช์นี้ เพื่อทำแต้มเท่ากับ ทีมอันดับ 4 ของตาราง เวสต์ อินดี้ส์ (มี 6 คะแนน) ลุ้นเข้ารอบน็อกเอาท์ต่อไป ส่วนปากีสถาน หากแพ้นัดนี้ ตั๋วเครื่องบินกลับประเทศน่าจะถูกจองโดยทันทีหลังจบเกม

อิมราน ข่าน แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ไม่เคยยอมแพ้ เขาปลุกใจเพื่อนร่วมทีมให้กลับมาฮึดสู้ วางตำแหน่งการยืนได้อย่างชาญฉลาด จนเป็นฝ่ายเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปได้ 48 รันส์ ส่ง ออสเตรเลีย ร่วงมาเป็นรองบ๊วยแทนที่พวกเขา พร้อมกับจุดความหวังใหม่ ในการเข้ารอบน็อกเอาท์ ให้ลุกโชนอีกครั้งทั่วแผ่นดินปากีสถาน

“เมื่อคุณกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง คุณต้องไม่มีความกลัวอะไรเลย ความกลัวที่แย่ที่สุด คือ ความกลัวที่จะพ่ายแพ้ เพราะความกลัวต่อความปราชัยนี่แหละที่จะหยุดยั้งไม่ให้คุณเป็นผู้ชนะ”


Photo : www.thenational.ae

ไม่มีอะไรหยุดยั้งปากีสถานนาทีนั้นได้ เกมนัดที่ 7 พวกเขาดับฝัน ศรีลังกา ที่มีลุ้นเข้ารอบเช่นกัน ก่อนพลิกเข้ารอบราวปาฏิหาริย์ ด้วยการบุกไปชนะ นิวซีแลนด์ จ่าฝูงของกลุ่มถึงถิ่น  เก็บ 9 คะแนน จบรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยอันดับ 4 ของตาราง เฉือนทีมอันดับ 5 ออสเตรเลีย ที่นัดสุดท้ายชนะ เวสต์ อินดีส์ ไปเพียง 1 คะแนนเท่านั้น

ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ปากีสถาน ย้ำชัยชนะเหนือ นิวซีแลนด์ ต่อหน้ากองเชียร์เจ้าบ้านอีกครั้ง ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แบบเหนือความคาดหมายเข้าไปพบกับ อังกฤษ ต้นตำรับคริกเกตผู้รอคอยแชมป์โลกสมัยแรก

อิมราน ข่าน ในวัย 40 ปี กลายเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนจากการตีได้มากสุดถึง 72 รันส์ แถมขว้างบอลจนทำให้ ผู้เล่นอังกฤษ ต้องออกจากสนาม 1 คน

ก่อนที่สุดท้าย ปากีสถาน สร้างเทพนิยายด้วยการเอาชนะ อังกฤษ ไปได้  249/6 รันส์ (จาก 50 โอเวอร์ส) ต่อ 222 รันส์ (49.2 โอเวอร์) นับเป็นแชมป์โลกสมัยแรก และสมัยเดียวที่ ปากีสถาน เคยทำได้


Photo : en.dailypakistan.com.pk

“คุณมีโอกาสเล่นผิดพลาดเสมอในเกมคริกเกต แต่ผู้ที่มีความคิดแบบแชมเปียน เขาจะคิดบวก และมองหาโอกาสที่พลิกกลับมาชนะ สมมุติ ผู้เล่นที่เป็นฝ่ายรับ กลัวแพ้ พวกเขาก็อาจจะพลาดในจังหวะนั้นได้”

ในสัญชาตญาณนักล่า เมื่อคุณทำผิดพลาด คุณต้องอย่าปล่อยให้มันกลับมาหลอกหลอนอีก แต่คุณเพียงแค่ต้องเดินไปตามกรอบความคิดที่ถูกต้อง นี่คือสัจธรรมของชีวิต” อิมราน ข่าน ตัดสินใจปิดฉากการเป็นนักคริกเกตทีมชาติ หลังการคว้าแชมป์โลก ปี 1992 ก่อนสร้างภูเขาลูกใหม่ให้กับตัวเอง ในอีก 4 ปีหลังจากนั้น

 

Second Game : ล้มกี่ครั้งก็ได้ แต่ต้องลุกขึ้นมาให้แกร่งกว่าเดิม

“ผมต้องการเลิกเล่นในขณะที่ผมยังอยู่ในจุดพีค เหตุผลเดียว ที่ทำให้ผมสามารถลงเล่นคริกเกต คือ การเล่นเพื่อระดมทุน สร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็ง”

“แม้ว่าทางรัฐบาลจะบอกกับผมว่า ถ้าผมเลิกเล่นคริกเกต ผมจะไม่มีเงินเหลือเก็บมากพอ แต่เงินไม่ใช่เหตุผลหลักที่ผมเลือกเล่นคริกเกต แม้ผมไปถึงจุดสูงสุดแล้ว ผมไม่ต้องการให้พวกเขาเรียกผมมาติดทีมชาติอีก เพียงเพราะความสงสาร หรือต้องรอให้ถึงวันที่ คนปากีสถานเดินมาบอกว่า อิมราน นายควรเลิกเล่นทีมชาติได้แล้ว?”


Photo : www.smh.com.au

ความเป็นซูเปอร์สตาร์ของ อิมราน ข่าน ในฐานะกัปตันคริกเกตทีมชาติปากีสถาน ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างมาก และเข้าถึงสังคมชั้นสูงของอังกฤษได้ ถึงขนาดได้เป็น พระสหายของ เจ้าหญิงไดอานา บ่อยครั้งที่ภาพถ่าย ของเขา รวมถึงข่าวก็อสซิปเรื่องสาวๆ ของอิมราน จะถูกนำไปขึ้นหน้าหนึ่งบนแท็บลอยด์

ทุกอย่างเปลี่ยนไปในปี 1985 อิมราน ข่าน แทบหมดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต เป็น หนุ่มเจ้าสำราญ หลังสูญเสียคุณแม่ด้วยโรคมะเร็ง เขาเปลี่ยนความคิด หันมาวางเป้าหมายหลัก ที่อยากระดมทุนเพื่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางรักษาโรคมะเร็ง ในปากีสถาน

ภายหลังการประกาศเลิกเล่นคริกเกต อิมราน ข่าน ผันตัวเองเข้าสู่การทำกิจกรรมสาธารณกุศล และช่วยเหลือผู้ยากไร้ คนยากจน โดยใช้ชื่อเสียง จากความเป็น “กัปตันคริกเกตแชมป์โลก” เป็นกระบอกเสียงให้คนกลุ่มนี้ ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ในพื้นที่ทางตอนเหนือ ที่ติดกับพรมแดนอัฟกานิสถาน

เขาเดินทางไปทั่วประเทศ และได้รับการตอบรับแคมเปญนี้เป็นอย่างดี ทั้งในและต่างประเทศ แม้แต่ อินเดีย ชาติที่ทำสงครามกับปากีสถานบ่อยครั้ง สหรัฐฯ รวมถึง สหราชอาณาจักร จนสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็ง ได้สำเร็จในปี 1994 ที่เมืองละฮอร์บ้านเกิดของเขา โดยใช้ชื่อว่า Shaukat Khanum เพื่อรำลึกถึงคุณแม่ของตัวเอง ก่อนไปสร้างต่ออีกสองแห่งที่ เปชวาร์  และ การาจี

“ผมตัดสินใจสร้างสถานพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับ มะเร็ง เพราะผมเห็นคุณแม่ได้รับความเจ็บปวด จากการเป็นโรคมะเร็ง แล้วในความเป็นจริงของสังคมเรา การรักษาโรคมะเร็งต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่คนยากจน คนอยู่พื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถจ่ายค่ารักษานั้นได้ คำถามคือจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเขา? นั่นเป็นเหตุผลที่ผมทำแคมเปญนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างโรงพยาบาลที่คนส่วนมากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย”

“สิ่งสำคัญคือต้องมีความเท่าเทียมกันในการรักษา ระหว่างคนรวย และคนจน ตอนที่ผมส่งคุณแม่ไปรักษาที่อังกฤษ ที่นั่นพยาบาลปฏิบัติกับทุกคนด้วยความเสมอภาค ไม่มีความต่างกัน ผมต้องการสร้างโรงพยาบาลที่ไม่มีใครได้รับสิทธิพิเศษ ครั้งแรกที่ผมเปิดโรงพยาบาล มีนักวิชาการอเมริกัน คนหนึ่ง เข้ามาบอกกับเราว่า คุณไม่สามารถรักษาผู้ป่วยแบบไม่เสียเงิน ได้มากกว่า 5 เปอร์เซนต์หรอก เพราะนั่นจะทำให้ โรงพยาบาลคุณเจ๊ง ซึ่งอาจส่งผลให้ผมเป็นบุคคลล้มละลาย”

“แต่ทุกคนก็เห็นแล้วว่า พวกเราสามารถลบล้างคำพูดนี้ได้ เงินทั้งหมดที่เราระดมทุน สะสมกันมา สามารถทำให้คนส่วนใหญ่มากกว่า 75 เปอร์เซนต์ได้รับการรักษาฟรี รวมถึงเรายังได้รับรางวัลจากองค์กรอนามัยโลก ว่าเป็น ศูนย์การรักษามะเร็งที่ดีสุดแห่งหนึ่งของโลก”

อิมราน ใช้วิธีการระดมทุน ทั้งในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดคริกเกตการกุศล ที่เชิญดาวดังระดับโลกมากมายมาเล่น ตลอดจนใช้ความเป็น นักคริกเกตระดับโลก ที่สามารถเดินทางไปยังประเทศในเครือข่าย Cricket Nations (ชาติที่เล่นคริกเกต) ได้อย่างสบาย ต่อยอดสายสัมพันธ์อันดี

ทำให้แคมเปญของ อิมราน มีเงินระดมทุนที่มากพอ จะนำมาใช้จ่ายใน กิจการสถานพยาบาล อีกหลายสิบปี รวมถึงยังมีการจัด โครงการเฟ้นหาดาวรุ่งช้างเผือก ที่ไม่ค่อยได้รับโอกาส เพื่อก้าวสู่การเป็นนักคริกเกตอาชีพ ตัวอย่างเช่น อดีตกัปตันทีมชาติปากีสถาน อย่าง ชาฮิด อฟริดี คือหนึ่งในดาวรุ่งที่เติบโตมาจากโครงการของ อิมราน ข่าน

ในเวลาต่อมา เขาประกาศตัวชัดเจนว่า สนับสนุน อิมราน ข่าน ในทางการเมือง ดังนั้นความดังของอิมราน จึงยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก จากกิจกรรมการกุศล ด้านการศึกษา ที่เขาทำ โดยเฉพาะในหมู่คนยากจน ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งยกย่อง นับถือเขามาก

ในปี 1997 อิมราน ข่าน ตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองครั้งแรก โดยไม่ขึ้นตรงกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แต่เลือกสร้างพรรคขนาดเล็กขึ้นมาเอง ในชื่อ Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI) ที่แปลว่า การเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรม

ถึงแม้ว่าตัวของ อิมราน ข่าน จะได้รับความนิยมอย่างสูง และไม่มีใครปฏิเสธความเป็นฮีโร่คริกเกต ของ อิมราน ข่าน แต่ในเวทีการเมือง เขายังเป็นเพียง นักการเมืองหน้าใหม่ ที่อ่อนประสบการณ์ และทำให้การเลือกตั้งครั้งแรกของเจ้าตัว พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ไม่ได้ผู้แทนแม้แต่ที่นั่งเดียวในสภา

“พรรคของเรามีอายุได้แค่ 5 เดือนเท่านั้นก่อนการเลือกตั้ง ผมเก็บทุกคำพูดจากการลงพื้นที่ ผมถึงได้เข้าใจว่า พรรค PTI มีความหมายต่อประชาชนที่ต้องการเห็น ปากีสถาน ดีขึ้น แต่ผมไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน ช่วงเวลานั้นมีแต่คนถามผมว่า ไอเดียของผมจะส่งไปถึงคนทั่วปากีสถานได้อย่างไร”

“ผมชัดเจนในจุดยืนว่า คอร์รัปชั่น คือปัญหาอันดับ 1 ของประเทศ เรากลับมาที่ประชุมพรรค และเชื่อว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่เฟอร์เฟคเหนือกว่าพรรคอื่นๆ เรามีผู้สมัครกระจายไปทั่วประเทศ แต่เราต้องพบความผิดหวังครั้งใหญ่ เราไม่ได้รับเลือกแม้แต่ที่นั่งเดียว ผมต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ไม่ใช่ยอมแพ้”

“ปัญหาใหญ่ของคนที่แพ้ คือ การยอมลดขนาดความฝันของตัวเอง ลดความทะเยอทะยานลงมา ลดความคาดหวังลงมา ผู้คนจำนวนมากล้มเหลว เพราะเขายอมอ่อนข้อต่อความฝันของตัวเอง นั่นคือจุดอ่อน”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ ผู้คนอ่อนแอ บ้านเมืองอ่อนแอ เมื่อนั้นเราอาจตัดสินใจผิดพลาดที่ส่งผลร้ายตามมาภายหลัง ความผิดพลาดคือครูที่ดีสุด ที่สอนให้เราไม่พลาดอีกในวันข้างหน้า นี่เป็นช่วงเวลาที่ดี ที่จะได้ทบทวน และวิเคราะห์ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น”

2 ปีต่อมาเกิดการรัฐประหาร พลเอกเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ขึ้นมายึดอำนาจ ข่าน สนับสนุนรัฐบาลทหาร ก่อนเปลี่ยนใจหันมาต่อต้าน หลังจากเหตุการณ์ การลอบสังหารนางเบนาซีร์ บุตโต ผู้นำฝ่ายค้าน พรรค Pakistan Peoples Party (PPP) ในปี 2007 ซึ่ง อิมราน เคยถูก มูชาร์ราฟ สั่งกักบริเวณในบ้านพักด้วย

แต่กระแสความนิยมในตัวของ พลเอกเปอร์เวซ เริ่มถอดถอย จากการมีชื่อพัวพันกับการเสียชีวิตของ นางเบนาซีร์ การเมืองของปากีสถาน ตึงเครียดอีกเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่ง มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2013

ในครั้งนี้ อิมราน ข่าน ได้รับการจับตามองมากขึ้น ในฐานะผู้ท้าชิงคนสำคัญ เช่นเดียวกับ อาริฟ อาลี ซาร์ดารี แกนนำพรรค PPP จากฝั่งตระกูลบุตโต โดยมีเต็ง 1 คือ นาวาฟ ชาริฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย จากพรรค PML (N) ที่มีฐานเสียงหลัก อยู่ในปัญจาบ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่เกือบครึ่งประเทศ

ผลการเลือกตั้ง อิมราน ข่าน ได้ผู้แทนมา 35 ที่นั่ง เป็นพรรคอันดับ 3 โดยพรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้แก่พรรค Pakistan Muslim League ส่งผลให้ นาวาฟ ชาริฟ คว้าเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 ไปครอง ส่วน อิมราน ข่าน กลายมาเป็น ผู้นำฝ่ายค้านเต็มตัว แต่ถึงกระนั้นมันไม่ได้ทำให้เขาถอดใจอีกเช่นเคย เพราะเขายังเชื่อว่า สักวันชัยชนะจะตกเป็นของเขา

“เมื่อไหรก็ตามที่คุณมีความฝัน อย่าคิดว่าคุณจะไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ ผมไม่เคยมีความคิดแบบนั้น ไม่เคยลังเลว่าตัวเองจะทำไม่สำเร็จ ในทางการเมืองผมต่อสู้มาอย่างยาวนาน มีเสียงจากประชาชนมากมาย ถามผมว่า คุณเล่นการเมืองมาตั้งหลายสิบปี ยังไม่เห็นประสบความสำเร็จสักที แล้วทำไมคุณยังเดินหน้าไปต่อ อะไรคือความต้องการ และเป้าหมายของคุณกันแน่ “อยากเป็นนายกรัฐมนตรีนะเหรอ?

“คุณต้องทำงานหนัก และลงมือจริงๆ มันไม่มีทางลัดหรอกในชีวิต เมื่อคุณต้องการเดินไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีทางที่จะทำได้สำเร็จ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่มีเส้นทางไหนดีที่สุด คุณต้องถางทางเส้นนั้นขึ้นมาเอง”

“เส้นทางที่คุณสร้างขึ้นมานั่นแหละ จะทำให้คุณมั่นคงและแข็งแกร่ง เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณล้มลงระหว่างทาง คุณต้องลุกขึ้นมา ด้วยความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิม หัวใจสำคัญคือ คุณต้องอย่ายอมแพ้เด็ดขาด คุณจะเป็นผู้แพ้ทันที เมื่อคุณยอมแพ้” สุนทรพจน์ใน TED Talk ของ อิมราน เมื่อปี 2011

ด้วยผลพวงจากชื่อเสียง ในการเป็น อดีตกัปตันคริกเกต ทำให้ อิมราน ข่าน ยังคงถูกเรียกจากผู้คนว่า Kaptann (กัปตัน) อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเขาลงเล่นการเมือง และแพ้ เขาจึงกลายเป็น กัปตันของฝ่ายค้านไปโดยปริยาย และเริ่มเดินหน้าชน นาวาฟ ชาริฟ

กระแสของ อิมราน มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ อิมราน ถูกโจมตีด้วยเรื่องชู้สาว ของผู้ชายที่เคยผ่านการแต่งงานถึง 3 หน  แต่เขาก็สวนกลับด้วยหมัดที่หนักในเรื่องความไม่โปร่งใส และปัญหาคอรัปชั่นของรัฐบาล นาวาฟ ชาริฟ รวมถึงแนวคิดทางการเมือง อิมราน ชูความเป็นอนุรักษ์นิยมมากกว่า ชาริฟ เพื่อเจาะฐานเสียง ชาวมุสลิมรุ่นเก่าที่นิยม นายนาวาฟ  ขณะที่มุสลิมรุ่นใหม่ ค่อนข้างนิยม อิมราน อยู่แล้ว

“ความกลัวคือปัญหาใหญ่ของประเทศนี้ พวกเราตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว และทำอะไรบางอย่างลงไป แบบไม่เต็มใจ”

“ผู้ใดที่มีศรัทธา พระเจ้าจะทรงขจัดความกลัวนั้นออกไป และในการเลือกตั้งครั้งหน้า อินชาอัลลอฮ์ (หากพระเจ้าทรงประสงค์) คุณจะได้เห็นการปฎิวัติในประเทศนี้”

กระทั่งเกิดกรณีเอกสารลับปานามา 11.5 ล้านฉบับ รั่วไหลออกมา ซึ่งมีข้อมูลของผู้ถือหุ้น และบุคคลทางการเมืองหลายราย ในหลายประเทศ ใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมทางการเงิน ผ่านประเทศปานามา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ทำให้ความนิยมของ นาวาฟ ชาริฟ เริ่มลดลงไปมากพอสมควร  

เนื่องจากเขา ถูกโยงใยว่ามีการปกปิดสินทรัพย์ต่างๆ ภายใต้ธุรกิจบริษัทถลุงเหล็ก อัล-อาซิเซีย สตรีล มิลล์ส ในซาอุดีอาระเบีย ที่ก่อตั้งโดยบิดาของเขาในปี 2001 และแฟล็กชิป อินเวสต์เมนต์ส บริษัทที่ก่อตั้งโดย ฮาซาน นาวาซ ลูกชายของเขา

“ในปากีสถาน ปัญหาที่ใหญ่สุด คือพวกเรามีรัฐบาลที่ล้มเหลว เป็นประเทศโลกที่สาม ทันทีรัฐบาลหมดความชอบธรรม กลุ่มหัวรุนแรงก็จะออกมา” อิมราน ให้สัมภาษณ์กับ New York Times

ท้ายที่สุด นาวาฟ โดนศาลสั่งถอดถอนตำแหน่ง และตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก่อนถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ปรับเงิน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

End Game : ชัยชนะของผู้ไม่ยอมแพ้

“ผมได้เริ่มทำแคมเปญเพื่อช่วยเหลือ เด็กหนุ่มที่ว่างงานจำนวนมาก ในเขต Mianwali ที่มีอัตรา ผู้ติดยายาเสพติดพุ่งสูงมากแห่งหนึ่งของประเทศ ด้วยการสร้างวิทยาลัยเทคนิค เพื่อให้พวกเขาได้เข้ามาฝึกทักษะอาชีพ ในสาขาอาชีวะ และกลายเป็นคนที่มีงานทำ” อิมราน พูดถึงปัญหาเรื่องการว่างงาน ซึ่งในเวลาต่อมา ย่าน Mianwali กลายเป็นฐานเสียงหลักของเขา ในการเลือกตั้ง ปี 2018

“ผมออกไปเจอกับผู้คน ขึ้นเขา ลงห้วย ไปตามที่ต่างๆ นั่นทำให้ผมพบว่า วิทยาลัยสำหรับสายงานอาชีพ มีน้อยเกินไป ผมได้รับการทาบทามจาก มหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ด ในอังกฤษ ให้ไปดำรงตำแหน่ง อธิการบดี ผมตอบตกลง แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องย้ายแบรดฟอร์ด มาไว้ที่นี่ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีรากฐานมาจาก วิทยาลัยเทคนิค”

“ทุกคนบอกผมว่า คุณไม่สามารถสร้างมันได้ในพื้นที่ชนบท เพราะคงไม่มีอาจารย์คนไหนไปสอน แต่ถ้าคุณไม่มีความเชื่อว่าสามารถทำมันได้ คุณก็ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีเด็กสาวจากครอบครัวที่ยากจน ศึกษาร่วมกับเด็กชาย แน่นอนว่าตอนนี้ฝันของผม มีขนาดใหญ่ขึ้น ที่ต้องการสร้างเมืองแห่งองค์ความรู้ มีทั้ง วิทยาลัยทางการแพทย์, วิทยาลัยเกี่ยวกับสิ่งทอ ไม่เพียงแค่นั้น เราจะได้อาจารย์จากต่างประเทศ มาช่วยสอน เพื่อให้เยาวชนปากี ได้เรียนที่นี่ และทำงานที่นี่ ไม่ต้องออกไปข้างนอก”

ถ้าเปรียบการเมืองเป็นคริกเกต อิมราน ข่าน คงเป็นนักคริกเกตที่ฉลาด หลักแหลม และเลือกเดินตามเกมของตัวเองมากกว่าเกมของคนอื่น

ในขณะที่ ความนิยมด้านการเมืองของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขายังคงเดินหน้าทำโครงการการกุศลต่อเนื่อง จนมาถึงสนามเลือกตั้งในปี 2018 ที่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะกระแสของอิมราน แรงขึ้นภายหลังนาวาฟ สิ้นอำนาจลงไป

อิมราน ใช้โซเชียลมีเดีย เป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ด ที่เขาทำได้ดีกว่าคู่แข่งทุกราย แบบไม่เห็นฝุ่น  กูเกิล เทรนด์ ทำการวิเคราะห์ว่า อิมราน ได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ มากกว่านักการเมืองรายอื่นถึง 3 เท่าตัว

อดีตกัปตันคริกเกตทีมชาติปากีสถาน เล่นโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง นั่นทำให้เขามี ยอดกดไลค์เพจเฟซบุคอย่างเป็นทางการมากถึง 8.9 ล้าน, ยอดผู้ติดตามใน ทวิตเตอร์ สูงถึง 8.8 ล้านผู้ใช้งาน และอินสตาแกรม 1 ล้านผู้ใช้งาน เทียบกับคู่แข่งอย่าง เซห์บาซ ชาริฟ แกนนำพรรค PML (N) มียอดไลค์เฟซบุคเพียง 2.1 ล้าน และห่างสุดกู่กับ บิลาวัล ซาร์ดารี แกนนำพรรค PPP ที่มียอดคนกดไลค์เพจแค่ 1.6 แสนเท่านั้น (ข้อมูล 5 ม.ค.2019)

นอกจากนี้ อิมราน ข่าน ยังได้แอร์ไทม์จากทีวีค่อนข้างมาก จากการเป็นคนที่ให้สัมภาษณ์  พูดจาคมคาย ชัดเจน ตรงประเด็น และมีความมั่นใจในตัวเองสูง เขาสื่อสารได้อย่างฉลาด แถมการปราศรัยแต่ละครั้ง ยังมีผู้คนมืดฟ้ามัวดินเดินทางมาฟัง อดีตนักคริกเกตขวัญใจหาเสียง

ความฉลาดในจัดการสื่อ และภาพลักษณ์ของ อิมราน ข่าน ไปไกลถึงขั้นที่ว่า โลโก้พรรคการเมืองของตัวเขา เป็นรูปไม้คริกเกต ที่สื่อสารชัดเจน ถึงคนที่ไม่ว่าจะมีการศึกษาสูงส่ง หรืออ่านหนังสือไม่ออก แค่เห็นโลโก้พรรค PTI ที่รูปเป็นไม้คริกเกต ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่า นี่คือพรรคของ อิมราน ข่าน

จิบราน ยูซุฟ นักเขียนเกี่ยวกับสังคมฯ อธิบายว่า อิมราน ข่าน ไม่ได้วางตัวเองเป็นนักการเมือง เขาทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เขามีภาพลักษณ์เป็นนักคริกเกตที่เข้าใจความต้องการของมนุษย์ โดยเริ่มจากการรับฟังเสียงประชาชน ผ่านการลงพื้นที่ และการใช้โซเชียลมีเดีย บางนโยบายของพรรคที่ไม่เวิร์ก และมีกระแสคัดค้านในโลกออนไลน์ เขานำเอาไปวิเคราะห์ และแก้ไข เพื่อให้ประชาชนพอใจ

ส่วนนักการเมืองเก่าๆ ที่ใช้โซเชียลมีเดีย กลับเลือกใช้ทีมงานเพื่อดูแลภาพลักษณ์ตัวเอง ทำให้รูปแบบดูออกมาจืดชืด ไร้ชีวิตชีวา ต่างจาก อิมราน ข่าน ที่เขาเลือกจัดการเนื้อหาที่ลง โซเชียลมีเดีย ด้วยตัวเองโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสังคม แม้จะมีทีมที่ช่วยดูแลบัญชีออนไลน์ แต่เขามักให้เวลากับการติดต่อ สื่อสารกับประชาชนด้วยตัวเองด้วย

รวมถึงยังชนะใจคนรากหญ้าด้วยโครงการการกุศลต่างๆที่เขาสร้างขึ้นมา การเปิดโอกาสทางการศึกษา และชูเรื่องการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ที่กัดกินประเทศมาเป็นเวลานาน ผ่านการใช้ภาษา การสื่อสาร ที่แตกต่างกับนักการเมืองอาชีพ


Photo : Imran Khan Foundation

ครองพงษ์ ลังการ์พินธุ์ คนไทยที่เคยไปทำงานในปากีสถาน นานถึง 5 ปีครึ่ง เล่าผ่าน Main Stand ถึงอิทธิพลที่ อิมราน ข่าน มีต่อผู้คนในปากีสถาน “เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากในปากีสถาน ติดใน 1 ใน 2 ของประเทศแน่นอน ด้วยความที่ปากีสถาน เป็นประเทศที่คลั่งไคล้คริกเกต และเขาดันเป็นคนที่พาทีมชาติไปคว้าแชมป์โลก บวกกับชื่อเสียง บารมี ที่สะสมมาจากการทำงานการเมือง กิจกรรมการกุศลมาเป็นเวลานาน ยิ่งทำให้เขามีอิทธิพลต่อผู้คนมาก”

“ในระยะหลัง ผู้คนเริ่มเบื่อหน่าย นักการเมืองแบบเก่า อิมราน ก็เป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ จากเดิมที่เขามีฐานเสียงแค่ตอนเหนือของประเทศ ไม่ต้องอะไรนะเลยนะ ในออฟฟิศผม ลูกน้องผม สองคน จะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ อิมราน คนที่ชอบเขาก็จะมาจากพื้นที่ที่ยากจน ที่อิมรานไปสร้างแคมเปญ แล้วเขาได้ประโยชน์ ส่วนคนที่ไม่ชอบ ก็จะเป็นคนที่มาจากปัญจาบ ที่เขาได้ประโยชน์จากโครงการของ นาวาฟ และทำให้ความเป็นอยู่ของเขาดี”

“แต่ที่ อิมราน สร้างอิมแพคได้จริงๆ เหตุผลหลักๆมาจากการที่ นาวาฟ โดนตัดสิทธิ์ แล้วเขามีภาพของความเป็นผู้นำชัดเจน ลองนึกภาพคนที่เกิดทันเหตุการณ์ปี 1992 ที่เห็น อิมราน พาทีมชาติไปคว้าแชมป์โลก ก็คือคน Gen x - Gen Y ตอนนี้เติบโตมาเป็นคนวัยทำงาน เป็นกำลังสำคัญของประเทศ ที่สิทธิ์เลือกตั้งในหนนี้ ซึ่งมี อิมราน เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนพวกนี้อยู่แล้ว ในฐานะกัปตันที่ฉุดทีมขึ้นมา จากที่แพ้ติดๆกันในช่วงแรก กลายเป็นแชมป์โลกได้ อย่าลืมว่า คริกเกต ตำแหน่งกัปตันนี่สำคัญมาก เหมือนแม่ทัพนำประเทศไปออกรบเลย”  

“ที่สำคัญด้วยความที่ อิมราน ถูกยกย่องให้เป็น ตำนานของคริกเกตโลก และเป็น 1 ใน 11 ผู้เล่นคริกเกตยอดเยี่ยมตลอดกาลของโลก มันทำให้เขามีภาพลักษณ์ที่ดีมากๆ เหมือน ฟรานซ์ เบคเคนเบาเออร์ (ตำนานนักฟุตบอลเยอรมัน) ที่มีอิทธิพลต่อสังคมแบบนั้นเลย”


Photo : Imran Khan Foundation

นอกจากนี้ ครองพงษ์ ยังได้อธิบายต่ออีกถึง เหตุผลที่ฝ่ายตรงข้าม อิมราน ข่าน โจมตีว่า ทหารมีส่วนในการช่วยหนุนหลัง อดีตตำนานนักคริกเกต ให้ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า อาจมีความเป็นไปได้ ในแง่ที่ว่า กองทัพของปากีฯ มักเลือกที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับประชาชน จึงไม่ได้ยึดติดว่าต้องสนับสนุนพรรคใดถาวร

อย่างในช่วงที่ นาวาฟ ชาริฟ รุ่งเรืองในอำนาจ ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ มีกองทัพ คอยหนุนหลัง แต่เมื่อ นาวาฟ มีความนิยมถดถอย ทหาร ก็อาจมองหาคนที่เหมาะสมกว่า ในการคอยช่วยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ตลอดเส้นทางการเมือง อิมราน ข่าน เป็นคนที่ไม่ได้มีโปรไพล์ที่เสียหาย แถมยังประกาศตัวชัดเจนว่า ต้องการต่อสู้กับการคอรัปชั่น ซึ่งประชาชนเบื่อทีเต็ม กับปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

26 กรกฏาคม 2018 การเลือกตั้งทั่วไปของปากีสถาน ถูกจัดขึ้น และจากผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรค Pakistan Tekreek-e-Insaf ของ อิมราน ข่าน ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ด้วยจำนวน 149 เสียงจากทั้งหมด 342 เสียง

อย่างไรก็ดี พรรคของเขายังไม่ได้รับคะแนนเสียงเกินครึ่งหนึ่ง ทำให้ อิมราน ต้องทำการเชิญพรรคการเมืองขนาดเล็กอีก 8 พรรค มาร่วมรัฐบาล จนสามารถรวบรวมเสียงได้ ทั้งหมด 176 เสียง จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

“มันอยู่ในความเป็นผู้นำของคุณ อิมราน ข่าน พวกเราคว้าแชมป์โลก ร่วมกัน ในปี 1992 โดยมีคุณเป็นผู้นำ และตอนนี้ ประเทศของเรา ภายใต้การนำของคุณ จะเดินหน้าสู่การเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง”

“คำพูดที่แสนพิเศษจาก สุดยอดผู้นำ แสนเรียบง่าย ทรงคุณค่า และได้ผลจริง ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์คนนี้ ขอแสดงความยินดีด้วยครับ กัปตัน” วาซิม อัคราม อดีตเพือนร่วมทีม ชุดแชมป์โลก 1992 และอดีตกัปตันทีมชาติปากีสถาน กล่าว

เช่นกันกับ รามิช ราชา อดีตเพื่อนร่วมทีม ทวิตแสดงความยินดีกับ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า “ใครจะมีความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และเป็นตัวอย่างที่ดีไปกว่า อิมราน ข่าน? ใครจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ที่ยืนหยัดต่อสู้คอรัปชั่น สำหรับ 22 ปี ในการทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายของตัวเขาเอง เขาคือคนที่พิเศษ และพวกเรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้เขามาทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรีของเรา”

ข่าน ประกาศนโยบาย หลังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งว่า เขาจะทำการต่อสู้กับปัญหาคอรัปชันในระดับที่เข้มข้นสุด  นอกจากนี้ จะทำการปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีน แสวงหาความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับ สหรัฐอเมริกา รวมถึงการสร้างรัฐสวัสดิการอิสลาม และโปรเจกต์ใหญ่ในการสร้างบ้านให้ผู้คน 5 ล้านหลัง ใน 5 ปี ทำให้คนมีงานทำ 10 ล้านคน

ถือเป็นการสิ้นสุดการต่อสู้บนเส้นทางการเมืองอย่างยาวนาน ถึง 22 ปี ของ อิมราน ข่าน และเข้าสู่การต่อสู้ ในเกมต่อไป ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ต้องเผชิญกับการสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงมาก ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับสหรัฐอเมริกา, ปัญหาความไม่สงบของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ, การรักษาอำนาจการบริหาร ที่อาจถูกกองทัพเข้ามาแทรกแซง

รวมถึงเสถียรภาพของตำแหน่ง นายกฯ ที่ยังไม่เคยมีใครอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่รอ อิมราน ข่าน เผชิญหน้า ในฐานะกัปตันของชาติ ที่ต้องนำ ประเทศปากีสถาน ก้าวข้ามปัญหา ที่มีขนาดใหญ่กว่าสนามคริกเกตทุกสนามที่เขาเคยลงเล่น

“ผมเริ่มความยากลำบากนี้เมื่อ 22 ปีที่แล้ว และวันนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้สิ่งที่ผมฝันถึงประเทศนี้เป็นจริงเราจะบริหารประเทศปากีสถานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย” อิมราน ข่าน ในวัย 65 ปี กล่าวหลังชนะเลือกตั้ง

 

New Game : หยุดไฟสงคราม

ทว่า หลังจากเข้ามาทำงานในทำเนียบฯ ได้เพียงครึ่งปี อิมราน ก็ต้องรับมือกับปัญหาสำคัญ ที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อคามมั่นคงของประเทศเท่านั้น แต่ยังอาจรวมถึงสันติภาพของโลกเลยทีเดียว

14 กุมภาพันธ์ 2019 เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในเขตพูลวามา ซึ่งเป็นดินแดนแคชเมียร์ในส่วนที่อยู่ในการควบคุมของอินเดีย ทำให้มีเจ้าหน้าที่กองกำลังของฝ่ายรัฐบาลอินเดียเสียชีวิตถึง 46 นาย

หลังควันระเบิดจาง กลุ่มติดอาวุธ JeM ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในปากีสถานออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลังเหตุดังกล่าว ... แน่นอน รัฐบาลปากีสถานปฏิเสธถึงการมีส่วนร่วมทันที แต่อินเดียกลับยืนยันว่า ปากีสถานมีส่วนโดยตรงในการโจมตี และให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเข้าสู่ภาวะเปราะบางอีกครั้ง

แม้จะมีพรมแดนติดกัน แต่อินเดียและปากีสถานต่างก็มีปัญหาต่อกันมาตลอด โดยสาเหตุสำคัญที่สุดก็คือ การอ้างสิทธิเหนือดินแดนแคชเมียร์ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม โดยตั้งแต่ได้รับอิสรภาพจากอังกฤษในปี 1947 ทั้งสองประเทศเคยสู้รบกันในสงคราม 3 ครั้ง และมีความขัดแย้งย่อย ๆ อีกเป็นระยะนับครั้งไม่ถ้วน

แม้ อิมราน ข่าน นายกรัฐมนตรีปากีสถาน จะเรียกร้องให้ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย "เปิดโอกาสให้กับสันติภาพ" และพร้อมให้ความร่วมมือในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด แต่ทางการอินเดียไม่อดทนอีกต่อไป สั่งเครื่องบินขับไล่เข้าโจมตีเมืองบาลาก็อต ฐานที่มั่นกลุ่มติดอาวุธทันที

ปฏิบัติการดังกล่าวคือการโจมตีทางอากาศข้ามเส้นแบ่งเขตหยุดยิงครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศทำสงครามกันในปี 1971 ซึ่งแน่นอน เมื่ออินเดียบุกมา ปากีสถานก็ต้องตอบโต้ พวกเขาสั่งการให้เครื่องบินขับไล่บินขึ้นสกัด และสามารถยิงเครื่องฝั่งอินเดียตกได้ถึง 2 ลำ และจับนักบินที่ดีดตัวออกมาจากเครื่องได้ 1 นาย

ปฏิบัติการทางอากาศของทั้งสองฝ่าย ทำให้โลกอยู่ในภาวะวิตกกังวลอีกครั้ง เพราะทั้งอินเดียและปากีสถาน ต่างก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองด้วยกันทั้งสิ้น หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง สงครามนิวเคลียร์ที่ทั้งโลกพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดอาจถึงคราวที่เลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งแม้แต่ทาง อิมราน เองยังยอมรับว่า ทั้งสองชาติไม่อาจประเมินได้ว่าอีกฝ่ายมีสรรพกำลังมากน้อยขนาดไหน

ยิ่งเมื่อมีการปล่อยภาพของ นาวาอากาศโท อภินันดัน นักบินประจำกองทัพอากาศอินเดียที่ถูกจับตัวไว้ได้จากเหตุปะทะทางอากาศ ความตึงเครียดของทั้งสองชาติก็ทวีความรุนแรง ทั้งอินเดียและปากีสถานตัดสินใจปิดน่านฟ้าของตน ส่งผลกระทบต่อการบินพาณิชย์ หลายเที่ยวบินต้องถูกยกเลิก เช่นเดียวกันการกำหนดเส้นทางบินใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าของทั้งสองชาติ

อย่างไรก็ตาม ทาง อิมราน ก็ยอมรับว่า หากปล่อยให้ความรุนแรงทวีสูงขึ้น ปัญหานี้จะอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขารวมถึง โมดี เจ้าตัวจึงเสนอให้มีการเจรจาระหว่างสองฝ่าย รวมถึงประกาศว่าจะปล่อยตัวนาวาอากาศโทอภินันดัน โดยกล่าวยืนยันต่อสภาว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อลดความรุนแรงในสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างปากีสถานกับอินเดีย โดยนักบินของอินเดียได้ข้ามแดนกลับสู่บ้านเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา

แม้การยิงปืนใหญ่ข้ามพรมแดนใส่กันจะยังไม่ยุติลงง่ายๆ แต่การตัดสินใจของ อิมราน ข่าน ทำให้ความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับปากีสถานดูจะลดความเขม็งเกลียวต่อกันไปได้บ้าง เมื่อทั้งสองฝ่ายกลับมาเปิดน่านฟ้าอีกครั้ง เพิ่มความหวังในการเจรจาหยุดยิงให้คงอยู่ต่อไป

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การตัดสินใจด้วยมุมมองที่มองถึงสันติภาพระหว่างกันมากกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง ทำให้ อิมราน ข่าน ได้รับการยอมรับจากประชาชนในชาติของตนเองและชาติคู่ปรับในฐานะ "นักการเมือง" มากขึ้น และหากเขาสามารถนำพาสันติมาสู่ทั้งสองชาติได้สำเร็จในอนาคต ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะเป็นวีรบุรุษของชาติอีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นในฐานะ "นักกีฬาคริกเก็ต" ซึ่งแม้แต่คนอินเดียยังต้องยอมคารวะมาแล้ว

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=Xmbs8ihPrlg
https://themomentum.co/who-is-imran-khan-pakistans-new-prime-minister/
https://blog.socialchamp.io/how-social-media-played-a-vital-role-in-imran-khans-victory-in-general-election-2018/?fbclid=IwAR0xSRf5_sgAHP6yAoA6nW43olA67TJ_1Pwr-STYdqsP3DlSoXpop4VMVLw
https://www.dawn.com/news/1423261?fbclid=IwAR22Kis8uO3NgY7hYI7eDTP85_CV1AGRVCmHJXQSsH6QYMtLIpIlSIC79r0
https://www.thehindu.com/sport/cricket/bowling-to-imran-khan/article24771000.ece?fbclid=IwAR1u0do-seGX4biClzE3vcWGRazR-FgUMC38m28TFsEYSR0F8w8aVsDALdU
http://www.espn.com/cricket/story/_/id/17190441/how-imran-khan-changed-bowling-action-school-worcester-1971?fbclid=IwAR0Gn_COHC0cNgHgYVcKos01-HAEouuc1sa-zl2DjiNmIyX6k-33-fKOLH
https://www.bbc.com/thai/international-47371098
https://www.bbc.com/thai/international-47394100
https://edition.cnn.com/2019/02/28/india/india-pakistan-modi-speech-intl/index.html



ชื่นชอบบทความนี้ของ : อลงกต เดือนคล้อย ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง