Feature

ไหนว่าชาตินิยม : เหตุใดรักบี้ทีมชาติญี่ปุ่นจึงใช้ผู้เล่นครึ่งทีมเป็นชาวต่างชาติ ? | Main Stand



ญี่ปุ่น คือหนึ่งในชาติที่ขึ้นชื่อถึงความเป็นอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะเรื่องของความเป็นชาติ การยึดติดกับขนบธรรมเนียมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไม่เปิดกว้างให้อิทธิพลจากโลกภายนอก เข้ามาครอบงำเท่าไหร่นัก


 

อย่างไรก็ตาม วงการรักบี้ของญี่ปุ่น กลับแตกต่างออกไป เพราะพวกเขาปล่อยให้คนชนชาติอื่น ตั้งแต่ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ฟิจิ, ซามัว และอีกมากมาย เข้ามาเป็นผู้เล่นตัวแทนของแดนอาทิตย์อุทัย ไล่ล่าความสำเร็จ ต่อกรกับทีมระดับโลก

เหตุใดญี่ปุ่นจึงกล้าฉีกธรรมเนียมเดิม ยอมรับคนต่างชาติ เข้ามาเป็นนักรบ ในเกมกีฬาที่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นญี่ปุ่นอย่างสูง เช่น รักบี้ 

ติดตามได้ที่นี่ 

 

ใช้ต่างชาติ...เพราะญี่ปุ่นไม่เล่น

เหตุผลที่ง่ายที่สุด กับการเข้าใจได้ว่า ทำไมคนญี่ปุ่นถึงยอมรับได้กับการดึงผู้เล่นต่างแดน มาเล่นภายใต้ธงชาติของตัวเอง ก็เพราะว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่เล่นกีฬารักบี้ หรือถ้ามีก็ถูกจำกัดอยู่ในวงแคบเท่านั้น

กีฬารักบี้เคยเป็นที่นิยมมากในยุค 1950s ตอนนั้นถึงขั้นที่ว่ามีการส่งนักกีฬาของญี่ปุ่น ไปเรียนรู้งานที่ประเทศอังกฤษ ต้นกำเนิดของเกมรักบี้ รวมถึงทำการแข่งขันอุ่นเครื่องกับทีมชาตินิวซีแลนด์ อีกหนึ่งชาติที่เก่งกาจในเกมกีฬานี้


Photo : guidable.co

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของวงการรักบี้ญี่ปุ่นเผยออกมาให้เห็นในช่วงยุค 70s อันเป็นช่วงเวลาที่วงการรักบี้ทั่วโลก คาดหวังจะได้เห็นญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำ แต่ผลงานของทีมจากแดนอุทัยกลับน่าผิดหวัง โดนทีมระดับโลก อย่าง อังกฤษ, สกอตแลนด์ ไล่อัดเป็นว่าเล่น

ปัญหาสำคัญของญี่ปุ่น คือการไม่ขยายทรัพยากรเข้าสู่ชุมชน คนรุ่นใหม่ไม่สามารถเข้าถึงศาสตร์การเล่นรักบี้ ไม่ว่าจะในแง่ของการเรียนการสอน หรือพื้นที่สาธารณะที่จะเล่นในชุมชน ทำให้คนรุ่นหลังหมดความสนใจในกีฬารักบี้ และหันไปเล่นกีฬาอื่นที่เล่นได้ง่ายกว่า เช่น เบสบอล เป็นต้น

เมื่อไม่มีการกระจายความรู้ในวงกว้าง จำนวนผู้เล่นรักบี้ของญี่ปุ่น จึงถูกสร้างภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด นอกจากนี้การพัฒนาเรื่องความรู้ของเกมรักบี้ในญี่ปุ่นยังมีไม่มากพอ ทำให้ผู้เล่นหลายคนได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น และเลิกเล่นกีฬา หันไปเอาดีทางด้านอื่น 

การพัฒนาของวงการรักบี้ญี่ปุ่นเป็นไปอย่างล่าช้า กว่าจะรู้ตัวอีกที ชาติอื่นก็พัฒนานำหน้าพวกเขาไปไกล ผู้เล่นญี่ปุ่นไม่สามารถต่อกรกับชาวต่างชาติได้ ถึงจะคัดระดับหัวกะทิมาติดทีมชาติแล้วก็ตาม

ในอดีตญี่ปุ่นเคยยึดติดกับการใช้ผู้เล่นในประเทศเท่านั้น ไม่รับนักกีฬาโอนสัญชาติโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ความไม่เป็นมืออาชีพของวงการรักบี้ในญี่ปุ่น กลายเป็นดาบที่ย้อนกลับมาแทงพวกเขาเอง

ถึงญี่ปุ่นจะมีความภูมิใจในความเป็นชาติมากเพียงใด พวกเขาก็ต้องการความเป็นเลิศมากเช่นกัน แนวคิดหนึ่งที่ฝังอยู่ในคนญี่ปุ่นมาอย่างเนินนาน คือการมองว่าชนชาติของตัวเองเป็นเลิศ ไม่เป็นรองใครในโลกใบนี้ ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนจากประเทศตะวันตก ถ้าพวกเขาเล่นรักบี้ได้ดี นักกีฬาที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นก็ต้องเล่นได้ดีเช่นกัน


Photo : www.walesonline.co.uk

ญี่ปุ่นมองหาการพัฒนาด้วยตนเอง แต่พวกเขาพบว่า ด้วยศักยภาพในตอนนั้น ไม่สามารถยกระดับความสามารถของคนญี่ปุ่นในการเล่นรักบี้ได้อย่างรวดเร็ว บวกกับด้วยเรื่องวิทยาศาสตร์กีฬาในอดีต ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยแบบทุกวันนี้ ทำให้คนญี่ปุ่นไม่สามารถหาวิธีสร้างร่างกาย ให้ทัดเทียมกับ "คนขาว" จากโลกตะวันตกได้ รวมถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีประชาชน ที่มีเชื้อสายยุโรปด้วยเช่นกัน

ในช่วงเวลาที่วงการญี่ปุ่นกำลังติดหล่มความล้มเหลวของตัวเอง กีฬารักบี้กลับเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวต่างชาติที่ย้ายมาทำงานที่ญี่ปุ่น พวกเขารวมทีมในฐานะพนักงานบริษัทแข่งขันกันเอง และกลายเป็นที่นิยมอย่างลับ ๆ บนแดนอาทิตย์อุทัย

ยุค 90s ถือเป็นช่วงเวลาที่รักบี้เฟื่องฟูในกลุ่มชาวต่างชาติ ภายใต้การนำของ เอียน วิลเลียมส์ อดีตนักกีฬารักบี้ทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งย้ายมาเล่นรักบี้ที่ญี่ปุ่น และตัดสินใจดึงชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่บนแดนอาทิตย์อุทัยนับร้อยคน ให้หันมาเล่นรักบี้ โดยมีเงินค่าจ้างให้ เพื่อให้ลีกรักบี้ของบริษัทเอกชน ได้รับความนิยมมากขึ้น

การเล่นรักบี้จึงกลายเป็นเสมือนอาชีพเสริมของชาวต่างชาติในญี่ปุ่น และด้วยเงินตอบแทนที่ดี จึงก่อให้เกิดพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ลีกของพนักงานบริษัทกลายเป็นลีกยอดนิยม จนได้สปอนเซอร์มาสนับสนุน ระดับหลักล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดึงดูดชาวต่างชาติให้เดินทางมาเล่นรักบี้ที่นี่ 

ญี่ปุ่นมองเห็นการเติบโตของสังคมรักบี้โดยชาวต่างชาติ พวกเขาจึงปิ๊งไอเดียใสแจ๋วขึ้นมา นั่นคือ ทำไมไม่ดึงชาวต่างชาติเหล่านี้ มาเล่นให้ทีมชาติรักบี้เสียเลยล่ะ ? 

 

ความไม่มืออาชีพกับทางเลือกที่มัดมือชก

แม้ว่าชาวต่างชาติที่เล่นรักบี้ในญี่ปุ่นตอนนั้น จำนวนไม่น้อยเป็นพนักงานออฟฟิศ ที่รับจ็อบควบเป็นนักกีฬาไปด้วย แต่ความสามารถของเขา ไม่ได้ต่างจากนักรักบี้อาชีพชาวญี่ปุ่นเลย สืบเนื่องมาจากปัญหาความไม่เป็นมืออาชีพของวงการรักบี้ญี่ปุ่น ที่ค้างคาเป็นปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขมายาวนาน


Photo : www.smh.com.au

"ที่ญี่ปุ่นแตกต่างจากที่อื่น ไม่ว่าคุณจะเป็นทีมระดับมัธยม, มหาวิทยาลัย หรือ ทีมจากบริษัท คุณก็คว้าแชมป์ของญี่ปุ่นได้ ไม่มีใครสนเรื่องทีมชาติญี่ปุ่นหรอก เพราะว่าไม่มีใครแคร์" เอียน วิลเลียมส์ นักรักบี้ชาวออสเตรเลีย ที่ย้ายมาเล่นที่ญี่ปุ่น กล่าว

อย่างไรก็ตาม วิลเลียมส์คือหนึ่งในนักรักบี้ต่างชาติ ที่ถูกทีมชาติญี่ปุ่นเรียกติดทีมชาติ ในปี 1993 ซึ่งเขาตกลงอย่างเต็มใจ เพราะความผูกพันที่มีต่อญี่ปุ่น แม้ว่าการลงสนามในฐานะผู้เล่นตัวแทนของญี่ปุ่นเกมแรก และเกมเดียว ในชีวิตของเขา จะจบลงด้วยการถูกทีมชาติเวลส์ถล่ม 5 ต่อ 55 จุดก็ตาม

การเรียกผู้เล่นชาวต่างชาติมาติดทีมชาติญี่ปุ่นในระยะแรก ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีนัก เพราะพวกเขาไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ ทำให้ญี่ปุ่นหันไปใช้บริการผู้เล่นในชาติเป็นหลัก ผลลัพธ์คือการถูกถล่มยับโดยทีมชั้นนำ ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ชนิดที่เรียกว่า ทีมชาติญี่ปุ่นเคยโดนทีมชาตินิวซีแลนด์ถล่ม 145–17 ในการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก เมื่อปี 1995 ซึ่งกลายเป็นสถิติการแพ้ที่ขาดลอยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้ มาจนถึงปัจจุบัน

ด้วยโครงสร้างลีกรักบี้ในญี่ปุ่นที่ไม่มีลีกอาชีพ ทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถพัฒนานักกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพได้เสียที ในทางกลับกันยิ่งลีกรักบี้ของพนักงานบริษัทบูมมากเท่าไหร่ นักรักบี้จากต่างแดนยิ่งเข้ามาเล่นที่ญี่ปุ่นมากเท่านั้น โดยพวกเขาหันมาเป็นนักรักบี้จริงจัง โดยมีชื่อทำงานในองค์กร แต่เน้นเล่นรักบี้เป็นหลัก (คล้ายกับโมเดลฟุตบอลไทยลีก ก่อนเป็นลีกอาชีพเต็มตัว ที่มีแต่ทีมองค์กร และนักกีฬาจะมีชื่อเป็นพนักงานบริษัทควบคู่ไปด้วย)

ลีกบริษัทได้รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น Top League ในปี 2003 กลายเป็นลีกกีฬาอาชีพ มีการดึงผู้เล่นต่างชาติเข้ามาอย่างจริงจัง นำโดยบริษัท Yamaha ที่จ้างนักรักบี้อาชีพจากต่างแดนมาเล่นให้กับทีมเท่านั้น มีการสร้างสนามฝึกซ้อมให้ใหม่ เพื่อหวังสร้างชื่อให้องค์กรผ่านกีฬาประเภทนี้


Photo : english.kyodonews.net

เมื่อลีกพัฒนา ก็เป็นการบังคับกลาย ๆ ให้สมาคมกีฬารักบี้ญี่ปุ่นต้องปรับตัวตาม ช่วยเหลือผลักดันลีก ให้เป็นที่นิยม มีรายได้เข้ามามากกว่าเดิม เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เล่น 

ขณะเดียวกัน สมาคมกีฬารักบี้ญี่ปุ่น มองเห็นว่าตอนนี้ นักรักบี้ต่างชาติที่เล่นอยู่ในประเทศ มีความสามารถสูงกว่าเมื่อก่อนมาก พวกเขาจึงหวังชุบมือเปิบ ดึงผู้เล่นเหล่านี้มาติดทีมชาติ เพื่อยกระดับทีมโดยใช้ทางลัด

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกเหล่าบริษัทต่าง ๆ ไม่ยอมปล่อยนักกีฬาของตัวเอง ไปเล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่น ไม่ใช่เพราะว่าอยากรักษาพื้นที่ให้กับคนญี่ปุ่นแท้ ๆ แต่เป็นเพราะองค์กรทั้งหลายมองว่า สมาคมรักบี้ไม่ได้ออกเงินสักเยนเดียว ในการดึงผู้เล่นเหล่านี้เข้ามา จะเอาไปใช้งานฟรี ๆ ได้อย่างไร 

อย่างไรก็ตาม สมาคมรักบี้ญี่ปุ่นผลักดันโครงการอย่างจริงจัง ถึงขั้นเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ ในการดึงผู้เล่นต่างชาติมาเป็นนักกีฬาทีมชาติอย่างเต็มตัว และยอมที่จะเปิดโอกาสในการดึงเลือดเนื้อเชื้อไขของชาติอื่น มาเล่นในฐานะตัวแทนของประเทศญี่ปุ่น 

 

ปัญหาจากองค์ประกอบภายใน

ไม่ใช่แค่เรื่องของความไม่เป็นมืออาชีพเพียงอย่างเดียว ที่ทำให้ญี่ปุ่นต้องหันไปดึงชาวต่างชาติมาเป็นนักรักบี้ในประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงปัญหาด้านประชากรในญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

นับตั้งแต่ยุค 1990s เป็นต้นมา อัตราการเกิดของเด็กชาวญี่ปุ่นมีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง หากเทียบจากในอดีต ซึ่งส่งให้ญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่สถานะการเป็นสังคมผู้สูงอายุ


Photo : www.ft.com

ในขณะที่กลุ่มประชากรตั้งแต่อายุ 0-65 ปีของสังคมญี่ปุ่น มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้าสู่ยุค 90s จำนวนประชากรตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป กลับสวนทางมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ญี่ปุ่นสูญเสียทรัพยากรในวัยทำงานไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่รวมถึงการคาดการณ์ในอนาคตไปอีกหลายสิบปี เพราะจำนวนเด็กเกิดใหม่ก็ลดลงเช่นกัน ขณะที่คนวัยเกษียณกลับมีเพิ่มมากขึ้น เท่ากับว่ามีช่องว่างจำนวนมาก ที่ญี่ปุ่นต้องหาแรงงานทดแทนเข้ามาเพิ่มคนที่หายไป จากการเข้าสู่วัยชรา เพราะไม่สามารถให้กำเนิดคนญี่ปุ่นสายเลือดใหม่เข้ามาทดแทนตรงนี้

วิธีที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้มาแก้ไขปัญหา คือ การดึงชาวต่างชาติเข้ามาทำงาน ไม่ต้องพูดถึงในแง่ของนักกีฬา แต่เราพูดถึงในแง่พนักงานบริษัททั่วไป เพราะญี่ปุ่นคือแหล่งเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของเอเชีย และต้องการแรงงานที่ฝีมือจากต่างประเทศ เข้ามาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจต่อไป

ดังนั้นแล้ว อัตราการเข้ามาของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาทำงานในญี่ปุ่นย่อมมีเพิ่มขึ้น เท่ากับว่าทีมรักบี้ญี่ปุ่นในลีกพนักงานบริษัท ย่อมต้องมีมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่มากขึ้นของชาวต่างชาติในเกมรักบี้ของญี่ปุ่น


Photo : rugby-japan.jp

แม้ว่าปัจจัยหลักของการดึงผู้เล่นต่างชาติมาเล่นให้ทีมชาติญี่ปุ่น จะเป็นเรื่องของการพัฒนาลีกอาชีพ และดึงนักกีฬาอาชีพจากต่างประเทศ เข้ามาเล่นมากกว่า แต่การเปิดรับคนต่างถิ่นเข้ามาทำงานในประเทศ ช่วยให้ชาวญี่ปุ่นมีความรู้สึกคุ้นเคยกับคนต่างชาติ ในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมมากขึ้น

ประกอบกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าอย่างจริงจัง กับนโยบายในการเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานที่ญี่ปุ่น เพื่อทดแทนแรงงานในประเทศ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากคนญี่ปุ่นจะมีความรู้สึกหวงแหนความเป็นชาติน้อยลง และสัมผัสได้ถึงตัวตนของคนต่างชาติในสังคมญี่ปุ่น

 

ทำผลงานดี ไม่มีใครกังขา

เมื่อมองถึงจำนวนประชากรที่ลดลง ญี่ปุ่นย่อมต้องการให้ประชากรในประเทศไปประกอบอาชีพที่ดีกับเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า หรือหากมองที่การเล่นกีฬา รัฐบาลญี่ปุ่นก็สนับสนุนเยาวชนให้ไปเล่นกีฬา อย่าง เบสบอล หรือ ฟุตบอล ที่สร้างชื่อเสียงของประเทศได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความรัฐบาลญี่ปุ่นจะทิ้งกีฬานี้ หลังจากตัดสินใจเอาจริงเอาจัง กับการผลักดันรักบี้ ญี่ปุ่นสามารถสร้างความนิยมของเกมชนิดนี้ ให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว


Photo : edition.cnn.com

ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันการแข่งขันในระดับมัธยมศึกษา จนกลายเป็นที่ติดตาของคนญี่ปุ่น รวมถึงการใช้สื่อการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ มังงะ หรือ อนิเมะ มาช่วยโปรโมท เช่นเรื่อง All Out!!, Try Knights หรือ Number24 ก็ช่วยปลุกกระแสความชอบในกีฬารักบี้ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีไหนจะดึงผู้คนให้มาติดตามเกมรักบี้ ไปมากกว่าการได้รับชัยชนะ ซึ่งญี่ปุ่นก็พยายามหาทางออกมาตลอด และหนึ่งในนั้น คือการนำผู้เล่นต่างชาติ มาเป็นตัวแทนของประเทศ

เนื่องจากกฎของกีฬารักบี้ระดับนานาชาติ สามารถเปิดโอกาสให้ผู้เล่นต่างชาติมาเล่นได้ หากผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น มีพ่อแม่ หรือ ปู่ย่า เป็นคนชาตินั้น, ย้ายมาอาศัยในประเทศนี้ ก่อนจะเป็นนักกีฬารักบี้ และเล่นรักบี้ในชาตินั้น เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี (ในอดีต 3 ปี)

ด้วยกฎที่เปิดกว้าง เช่นนี้ ทำให้ญี่ปุ่นย่อมไม่ปฏิเสธโอกาส การดึงผู้เล่นต่างชาติเข้ามาเป็นนักกีฬาของทีม อีกทั้งผู้เล่นเหล่านี้ ล้วนมีประสบการณ์ต้องเข้ามาใช้ชีวิตในญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปี ได้เรียนรู้วัฒนธรรม วิธีชีวิตของคนในหมู่เกาะแห่งนี้

ช่วงแรกอาจจะมีเสียงต่อต้าน จากการใช้ผู้เล่นต่างประเทศ เพราะผลงานของทีมไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก และขัดกับความเป็นชาตินิยมของชาวญี่ปุ่น แต่เมื่อผลงานของทัพ เบรฟ บลอสซัม แข็งแกร่งขึ้น มีผลงานเป็นรูปธรรม เสียงวิจารณ์ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป

ไม่ว่าจะเป็น การคว้าแชมป์ Pacific Nations Cup ได้เป็นครั้งแรกในปี 2011 ก่อนจะคว้าแชมป์ได้อีก 2 ครั้งหลังจากนั้น ในปี 2014 และ 2019


Photo : www.planetrugby.com

ขณะเดียวกัน ผู้เล่นต่างชาติค่อย ๆ ยกระดับความแกร่งของทีมชาติญี่ปุ่น ให้สามารถเอาชนะทีมระดับหัวแถวของวงการรักบี้ ได้อย่างต่อเนื่อง

เริ่มต้นที่การถล่มทีมชาติเวลส์ 23-8 ซึ่งถือเป็นชนะทีมในระดับ "Tier 1" เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ของทีมชาติญี่ปุ่น หลังจากนั้นพวกเขาก็เก็บทีมดัง ๆ มาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ แอฟริกาใต้, อิตาลี, สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังพบกับความสำเร็จชิ้นโบว์แดง ด้วยการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกในปี 2019 และผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

ความสำเร็จจากทัวร์นาเมนต์นี้ ช่วยสร้างความนิยมอย่างรวดเร็วให้กับวงการรักบี้ญี่ปุ่น ดึงคนบนเกาะแห่งนี้ ให้มาติดตามมากขึ้นได้เป็นสองเท่าเลยทีเดียว

 

ชาตินิยมในอีกรูปแบบ

ผลงานที่ยอดเยี่ยม กระแสรักบี้บูมที่ตามมา ทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ เปิดรับผู้เล่นต่างชาติอย่างเต็มใจ เพราะความชาตินิยมของพวกเขา ไม่ได้หมายถึงการผูกพันกับคนญี่ปุ่นแท้เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความภาคภูมิใจ กับความสำเร็จของชาติ การมีชื่อเสียงที่โด่งดัง ได้รับการยอมรับไม่แพ้ชาติอื่น

อีกทั้งผู้เล่นเหล่านี้ ยังเล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่นอย่างเต็มที่สุดความสามารถ ถึงจะไม่ใช่เชื้อชาตินิฮงจิน แต่คนญี่ปุ่นสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณนักรบซามูไรในผู้เล่นเหล่านี้ ที่พร้อมสู้เต็มที่เพื่อนำชัยชนะมาให้


Photo : www.rugbyworldcup.com

"ฉันหวังว่าจะได้เห็นคนญี่ปุ่นแท้เล่นในทีมมากกว่านี้ แต่ฉันรับได้ที่จะมีคนต่างชาติมาเล่น เพราะฉันรู้สึกว่า พวกเขาคือคนญี่ปุ่นเหมือนกัน"

"มันเหมือนช่วงสงครามเอเชียตะวันออก ที่คนเกาหลี และชาติอื่น ๆ มาสมัครร่วมรบ เพื่อปกป้องแผ่นดินญี่ปุ่น" แฟนรักบี้หญิงชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งกล่าว

คนญี่ปุ่นไม่ได้เพียงยอมรับ นักรักบี้ต่างชาติเท่านั้น แต่มีการยกให้ผู้เล่นต่างชาติ อย่าง ไมเคิล ลีทช์ นักรักบี้ชาวนิวซีแลนด์แท้ ๆ ขึ้นเป็นกัปตันทีม

เพราะญี่ปุ่น ไม่ได้มองลีทช์ เป็นชาวนิวซีแลนด์ แต่เห็นเขาเป็นคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง เนื่องจากผู้เล่นรายนี้ย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่อายุ 15 ปี เล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่นมาตั้งแต่ชุดเยาวชน และที่สำคัญตัวของ ไมเคิล ลีทช์ เอง ไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างเต็มตัว


Photo :  japan-forward.com

"คนญี่ปุ่นเป็นโรคกลัวคนต่างชาติ ตอนแรกพวกเขาก็กลัวผม แต่ผมไม่ได้คิดแบบนั้น เราเป็นมนุษย์ มีกระดูก มีเลือดเนื้อเชื้อไขเหมือนกัน ผมยอมรับว่า ผมพยายามนำส่วนหนึ่งของความเป็นนิวซีแลนด์ในตัว มาใส่ในทีมที่มีวิธีทางของญี่ปุ่น" 

"แต่ผมภูมิใจมาก ๆ ที่ได้เป็นกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น นี่คือทีมที่มีความแตกต่างอย่างมาก ทางเชื้อชาติ" ไมเคิล ลีทช์ กล่าว 

ถึงจะไม่ได้เป็นคนญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซนต์ แต่ผู้เล่นรักบี้ต่างชาติทุกคน ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคมญี่ปุ่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทีมรักบี้ญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นว่า สังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ไม่ได้ชาตินิยมตกขอบจนล้าสมัย แต่พร้อมเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคม

ฮิโรอากิ มูโตะ นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ ได้เผยว่า ทีมรักบี้ญี่ปุ่นคือภาพสะท้อนของสังคมสมัยใหม่ ที่มีการเรียนรู้ อารยธรรมจากต่างแดน เพื่อนำจุดเด่นที่เข้ากับประเทศญี่ปุ่น มาพัฒนาสังคมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

"คนทำงานที่มาจากต่างประเทศ พวกเขามาจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย จากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการปรับระบบการทำงานใหม่ ... เราต้องไม่กลัวที่จะเปลี่ยนแปลง หากจะยกระดับญี่ปุ่น ให้อยู่ในมาตรฐานสากล" มูโตะ กล่าว


Photo : www.nippon.com

ขณะเดียวกัน โยอิจิ ชิมาดะ อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาวญี่ปุ่น ได้มองปรากฎการณ์ในครั้งนี้ว่า เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และแสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีความสัมพันธ์กันได้ โดยไม่มีกรอบของคำว่าชาติมาคอยขวางกั้น 

"นักรักบี้ญี่ปุ่นกว่าครึ่งทีมตอนนี้เป็นชาวต่างชาติ แต่มันน่าเหลือเชื่อมากที่พวกเขาทุ่มเทสู้เพื่อญี่ปุ่นขนาดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก"

"ผมมองว่านี่เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจน กับการแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรักบี้ไม่จำเป็นต้องเป็นชาวญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว เหมือนที่สื่ออนุรักษ์นิยมพยายามปั่นข่าว ... พวกเขาร้องเพลงชาติญี่ปุ่นอย่างภาคภูมิใจก่อนการแข่งขันทุกครั้ง" โยอิจิ ชิมาดะ กล่าว 


Photo : www.nytimes.com

สุดท้ายแล้ว ความหมายของคำว่าชาตินิยม ในสายตาของคนญี่ปุ่นยุคใหม่ จึงไม่ได้ยึดติดกับเรื่องเชื้อชาติ หรือความคิดเดิม ๆ ที่ล้าหลัง หากแต่ชาตินิยมของพวกเขามองถึงผลดี ผลพลอยได้ ที่จะตามมา กับการเปิดรับคนต่างชาติ ที่จะช่วยเข้ามายกระดับผลงานของประเทศญี่ปุ่น ให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต และท้ายที่สุดเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จนั้นไม่ได้มีบัญญัติไตรยางค์ที่ตายตัว คนญี่ปุ่นอาจเคยมีความคิดว่าเลือดรักชาติ หรือความอนุรักษ์นิยมของพวกเขา นำไปสู่ความสำเร็จมากมาย แต่ความจริงแล้วสูตรสำเร็จเปลี่ยนแปลงได้เสมอโดยไม่ต้องยึดติดกับชุดความคิดและวิธีการเดิม ๆ 

กีฬารักบี้ จึงกลายเป็นภาพแทนในรูปแบบหนึ่งเท่านั้น กับการแสดงให้เห็นถึงญี่ปุ่นโฉมใหม่ ที่พร้อมเปิดรับชาวต่างชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคม และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อความสำเร็จของประเทศญี่ปุ่น

 

แหล่งอ้างอิง

เอกสารทางวิชาการ : The influence of foreign players on the transformation of Japanese rugby over the last three decades
https://www.theaustralian.com.au/sport/rugby-union/ian-williams-the-winger-who-helped-open-japan-rugby-to-the-world/news-story/b4a91eeaa1712fbfa5268006edbb23b7
https://www.scmp.com/sport/rugby/article/3031218/they-speak-language-and-know-our-customs-japan-embraces-foreign-born
https://www.npr.org/2018/12/21/679103541/japans-population-is-in-rapid-decline
https://www.theatlantic.com/business/archive/2017/07/japan-mystery-low-birth-rate/534291/
https://www.japantimes.co.jp/news/2016/09/23/national/politics-diplomacy/japan-grows-open-foreign-workers-population-declines/?fbclid=IwAR28Jp52pjodPCE5eHh-3AJ5Jzh-YKoEmPC20GwsMa99qv8KmEdF1rhLusY
https://apnews.com/article/8a36dc9d5a8243acb8d1c553996e88e9?fbclid=IwAR3TNUB5V-WrZvo_vtEQMWcjEWpFFb5CNtxTHkjhYEzFqhAhLbpQTUNiID0
https://www.rugbyworld.com/news/rugbys-international-eligibility-rules-90995
https://www.theguardian.com/sport/2019/oct/09/brave-blossoms-challenging-old-ideas-of-what-it-means-to-be-japanese?fbclid=IwAR3rGpLA1mhXrEztnE-8h0F-1rcaX_TtJFtABKHD9tBH7e80CuHLtzojNE0
https://asia.nikkei.com/Spotlight/Rugby-World-Cup/Diversity-strengthens-Japan-on-and-off-the-rugby-pitch?fbclid=IwAR2r4pmYGX2I5pwlxiSbWBQg1UIBOvFsPBWD9h5lzgFjFFg2v39-GmzGMKg



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

ติ่งเกาหลีที่รัก TWICE สุดหัวใจ กำลังสนใจเบสบอล ทำเพจเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอล "NFL THAI TALK"
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x