Feature

ก้อย ดารณี : หญิงสาวที่ออกไปไต่เขาคนเดียวเพื่อเรียนรู้โลกผ่านคนแปลกหน้า | Main Stand



"คำว่าคนแปลกหน้า มันอาจจะเป็นแง่ลบเวลาคนได้ยิน แต่สำหรับก้อย ก้อยอยากถ่ายทอดในแง่บวกว่า คนแปลกหน้าที่เราไปเจอผ่านการเดินป่า เขาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเพื่อนร่วมทางได้"


 

มีคำกล่าวหนึ่งบอกไว้ว่า "สถานการณ์ที่ทำให้คนเราอึดอัดมากที่สุด คือการอยู่ท่ามกลางคนที่เราไม่รู้จัก และใช้ชีวิตในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย" 

"ก้อย - ดารณี หิมะสุทธิเดช" หญิงสาวเจ้าของเพจ "สวัสดีคนแปลกหน้า" ที่มีผู้ติดตามมากกว่าแสนคน จะลบล้างคำกล่าวนั้น ด้วยประสบการณ์ และข้อคิดที่เธอได้รับจากคนแปลกหน้า ผ่านการผจญภัยบนโลกใบใหม่แบบตัวคนเดียว

 

จะทำอะไรสำเร็จตัวเองได้เหรอ ? 

ยอดเขาสูงตระหง่าน ป่าสีเขียวท่ามกลางธรรมชาติในประเทศไทย คือจุดหมายปลายทางที่ ก้อย ดารุณี ฝันว่าชีวิตนี้จะเดินทางไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง แต่ด้วยจังหวะชีวิตที่ไม่ลงตัว ป่าเขาลำเนาไพรจึงเป็นเพียงภาพถ่ายที่ก้อยเฝ้ามองผ่านหน้าจอ 

กระทั่งวันที่เธอพบกับจุดเปลี่ยนในชีวิต ... "จุดเริ่มต้นมันมาจากก้อยได้เจอคำพูดหรือประโยคจากคน ๆหนึ่ง เขาพูดสบประมาทเราว่า ก้อยไม่สามารถจะทำอะไรสำเร็จได้ด้วยตัวเอง" 

"เขาบอกว่า ก้อยเป็นคนที่กลัวความลำบาก ไม่สามารถเที่ยวคนเดียวได้ ก็เลยอยากชนะใจตัวเอง ด้วยการเริ่มต้นออกเดินทางคนเดียว"

"ก้อยเป็นคนชอบการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เป็นคนชอบดูรูปชอบดูรีวิวอื่นเกี่ยวกับภูเขา แต่เราไม่มีโอกาสที่จะหาเพื่อนไปเที่ยวแบบนั้นได้ ก้อยเลยไม่เคยเดินทางไปเที่ยวคนเดียวเลย ส่วนใหญ่จะไปกับกลุ่มเพื่อน หรือซื้อทัวร์ไปต่างประเทศ เน้นเที่ยวแบบชิล ๆ นอนในโรงแรมหรู"

"แต่พอมีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้น มันทำให้ก้อยอยากเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ เที่ยวแนวธรรมชาติมากขึ้น มันถึงจุดหนึ่งที่เราต้องทิ้งความกลัวพวกนั้น และเริ่มลงมือทำในสิ่งที่เราฝันไว้ เพื่อหาคำตอบให้ตัวเองว่า ครั้งหนึ่งเราอยากท่องเที่ยวแบบนี้ แล้วเราจะทำได้ไหม ?"

ก้อย ออกเดินทางตามเสียงหัวใจของตัวเอง แม้จะมีเวลาวางแผนทริปลุยเดี่ยวแค่สามวัน แต่เธอเลือกละทิ้งความกลัวไว้ข้างหลัง และเก็บกระเป๋าเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง คือ เขาสันหนอกวัว จังหวัดกาญจนบุรี

ทริปจญภัยครั้งนี้ เป็นการท่องเที่ยวด้วยตัวเองครั้งแรกของก้อย โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ... ยามก้าวเท้าออกมาตามความฝัน จะทำให้เธอรู้จักกับบุคคลมากมายที่เดินเข้ามาในชีวิต 

"ก้อยไม่เคยเดินป่าระยะไกล 2 วัน 1 คืน ระยะทางรวมกันเกือบ 20 กิโลเมตรมาก่อน เราก็อาจจะกังวลว่าร่างกายเราจะไหวไหม สิ่งของที่เราเอาติดตัวไปจะเพียงพอหรือเปล่า คือเรื่องการเดินทางก้อยไม่ได้ซีเรียสอะไรเท่าไหร่ แต่พอถึงเวลาต้องขึ้นเขาจริงๆ เราก็กลัวว่าตัวเองจะไม่รอด"

"ก้อยต้องบอกก่อนเลยว่า เวลาไปเที่ยวป่าเขา มันต้องมีเรื่องของความปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่นำทาง ซึ่งปกติแล้ว การไปเดินป่าแบบนี้ เราไม่สามารถเดินทางคนเดียวได้ อยู่ ๆ จะเดินเข้าอุทยานแล้วขึ้นเขาไปคนเดียว อันนี้ไม่ได้ จะต้องมีการแบบบอกเจ้าหน้าที่และมีการรวมกลุ่มทีมกับคนอื่น"


"เวลาก้อยไปเที่ยว ก้อยเดินทางไปคนเดียว แต่เราจะรวมกลุ่มกับคนอื่นเมื่อไปถึง 'คนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก' ตรงจุดนี้คือ ถึงแม้เราจะไปเที่ยวคนเดียว แต่ความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนร่วมทีม มีคนอื่นที่เดินไปพร้อมกับเรา ความรู้สึกก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดไว้ตอนแรก ถึงจะเหนื่อยมาก แต่ก็เป็นการท่องเที่ยวที่สนุก และได้เพื่อนใหม่กลับมา"

บรรยากาศและธรรมชาติบนเขาสันหนอกวัว ทำให้ก้อยค้นพบการท่องเที่ยวที่หัวใจของเธอตามหา นับจากวันนั้น ก้อยไม่เคยลังเลที่จะก้าวเท้าออกจากบ้าน เพื่อผจญภัยด้วยสองเท้าและกระเป๋าหนึ่งใบ ร่วมกับคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

 

สวัสดีคนแปลกหน้า

"ก่อนจะเที่ยวเดินป่า ก้อยจะเหมือนเป็นคนเก็บตัวนิดนึง แต่ด้วยสถานการณ์ ด้วยความลำบากที่เจอบนเขา มันทำให้เราเรียนรู้และเปิดใจศึกษาคนที่เราไม่รู้จัก"  

"ความจริง การเที่ยวป่ามันอันตราย ไม่ว่าจะเป็น การไปเที่ยวแบบวันเดย์ทริป หรือสองวันหนึ่งคืน คือการท่องเที่ยวคนเดียว มันอันตรายสำหรับผู้หญิงอยู่แล้ว แล้วนี่เราต้องไปใช้ชีวิตในป่าด้วย เส้นทางบนนั้นมันไม่เหมือนเดินบนถนน เราต้องเจออุปสรรคเยอะแยะที่คาดเดาไม่ได้"

"ก้อยไปเที่ยวคนเดียว และเดินทางกลับมาปลอดภัย เป็นเพราะว่าคนแปลกหน้าและเพื่อนร่วมทาง คือเวลาก้อยไปในที่ซึ่งมีความเสี่ยง เราจะระวังตัวมากขึ้น ไม่อยากที่จะอยู่คนเดียว บางทีเราเดินไปเองตนเดียว เราก็กลัว มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย ก้อยเลยพยายามอยู่กับคนอื่น"

การผจญภัยตามป่าบนอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศไทย ไม่สะดวกสบายเหมือนนอนพักในโรงแรมหรู หรือซื้อทัวร์ท่องเที่ยวต่างประเทศ ความสวยงามของธรรมชาติรอบตัว อาจแปรเปลี่ยนเป็นอันตรายได้ทุกเมื่อ

สถานการณ์ที่ยากลำบากบนภูเขา บีบบังคับให้ก้อยเปลี่ยนตัวเองจากที่เคยเก็บตัว กลายเป็นผู้หญิงคนใหม่ที่มีมนุษย์สัมพันธ์กับผู้อื่น เธอเรียนรู้จะเปิดใจ พูดคุย ช่วยเหลือ และทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า ที่เดินทางและใช้ชีวิตร่วมกัน ตลอดเส้นทางธรรมชาติที่มีหลายสิ่งอย่างอยู่เบื้องหน้า

"ก้อยเปลี่ยนตัวเองไปเยอะค่ะ อย่างที่บอกไปว่า ก้อยเป็นคนไม่เข้าหาใครก่อน แต่สถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า มันทำให้เรากล้าก้าวผ่านจากตรงนั้น เพื่อมาเป็นคนใหม่ที่กล้าเอ่ยปากทักคนไม่รู้จักกัน บางทีอยากถามเส้นทาง เราก็ต้องเปิดใจ ยอมจะเข้าหาคนอื่นก่อน"

ความผูกพันเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต และก้าวผ่านความยากลำบากร่วมกัน คนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกัน แปรเปลี่ยนสถานะเป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมช่วยเหลือสมาชิกในทีม

การทำอาหารหรือกางเตนท์ร่วมกัน ถือเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้นักเดินทางสานสัมพันธ์กันและกัน พวกเขานั่งสนทนาถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา และเริ่มชักชวนสู่การท่องเที่ยวร่วมกันในทริปถัดไป

ก้อย ดารณี อาจเดินทางออกจากบ้านเพียงลำพัง แต่เธอไม่เคยเดินทางกลับมาเพียงลำพัง เพราะ "มิตรภาพ" และ "ความสัมพันธ์" คือสิ่งที่ก้อยได้รับจากการเดินทางสู่โลกอันกว้างใหญ่ ร่วมกับคนแปลกหน้าที่รายล้อมรอบตัว สำหรับเธอ นี่คือประสบการณ์อันล้ำค่าที่หาซื้อจากไหนไม่ได้

"ตรงนี้เป็นข้อดีของการไปเที่ยวคนเดียว คือมันทำให้เราได้เพื่อนใหม่ และเมื่อเราเที่ยวคนเดียวไปเยอะ ๆ ครั้งต่อไปเราจะไม่ได้ไปเที่ยวคนเดียวแล้ว"

"ตรงนี้ทำให้ก้อยรู้สึกว่า ความสัมพันธ์เกิดขึ้นได้จากการใช้ชีวิตร่วมกันในป่า มันไม่น่าเชื่อเลยว่า จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เพียงแค่วันเดียวที่อยู่ในป่า ได้เห็นความลำบาก ได้ท่องเที่ยวด้วยกัน ทุกอย่างทำให้เรากลายเป็นเพื่อนกัน ก้อยคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ คือความรู้สึกและความทรงจำที่ดีจากการไปเที่ยวคนเดียว"

 

ประสบการณ์สร้างแรงบันดาลใจ

ก้อยท่องเที่ยวบนภูเขาด้วยตัวเองเป็นเวลาราวสองปี เธอค่อย ๆ สะสมประสบการณ์และความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ จากมือใหม่ที่ไม่เคยออกผจญภัย ก้อยกลายเป็นนักเดินทางที่ผ่านความลำบาก และรู้จักเอาตัวรอดในสถานการณ์ขับคัน

เธอจึงท้าทายตัวเองด้วยการเดินทางเขาร่วมทริปเดินป่า 5 วัน ที่เขาโมโกจู จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ ที่กินระยะยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอ


"ก้อยไปเดินป่า 5 วัน ที่เขาโมโกจู คือก้อยได้พลังบวกเยอะมากจากการเดินป่าในทริปนั้น และได้เห็นอะไรหลายอย่างจากการเดินป่ากับคนแปลกหน้า เพราะเราอยู่กับคนแปลกหน้าในป่า 5 วัน ตื่นเช้ามาอยู่ในป่า นอนก็นอนในป่า เข้าห้องน้ำก็เข้าในป่า"

"ก้อยรู้สึกว่า 5 วันตรงนั้น มันมีเรื่องราวที่แบบเราให้ใครฟังก็เล่าไม่หมด ก้อยรู้สึกว่าเรื่องราวมันเยอะมาก อยากจะมาถ่ายทอดให้คนอีกหลายคนที่จะชอบในแนวเดียวกัน แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวแบบเรา ก้อยจึงเก็บเรื่องราวตรงนั้น กลับมาเปิดเพจ สวัสดีคนแปลกหน้า"

สวัสดีคนแปลกหน้า คือเพจเฟซบุ๊กที่บันทึกเรื่องราวการเดินทางด้วยตัวเองของผู้หญิงคนหนึ่ง ก้อยแบ่งปันประสบการณ์และเรื่องราวที่เธอเรียนรู้จากคนแปลกหน้า สู่ผู้คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ และต้องการออกเดินทางด้วยตัวเอง

ก้อยไม่เคยรู้ตัวเลยว่า การเปิดเพจเพื่อแบ่งปันเรื่องราวการเดินทาง คือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอด เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ก้อยเรียนรู้ว่า การท่องเที่ยวคนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย และมีหลายคนที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักแบบเธอ

"เมื่อเราไปเที่ยวคนเดียวบ่อย ๆ ก้อยอาจจะไปเจอเพื่อนร่วมทางที่มาเที่ยวคนเดียวเหมือนกัน หรือก้อยอาจเป็นคนเดียวที่เดินทางร่วมกลุ่มกับเขา ก้อยเจอหลายคำถามกลับมาว่า ทำไมมาเที่ยวคนเดียว ? ไปเที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง ?"

"จุดนี้มันเลยทำให้ก้อยรู้สึกว่า เออ มันมีอีกหลายคนนะ ที่ยังไม่กล้าเที่ยวคนเดียว ก้อยเลยรู้สึกว่า ตรงจุดนี้ถ้าเรามาแบ่งปันความกล้า มาแชร์โมเมนต์ดี ๆ หรือแรงบันดาลใจให้หลายคนที่อยากเที่ยวคนเดียวเหมือนเรา แต่ยังไม่กล้า ก้อยก็น่าจะแชร์ตรงนี้ได้นะ"

สวัสดีคนแปลกหน้า ถือเป็นเพจแรก ๆ ที่บอกเล่าประสบการณ์เดินเขาในประเทศไทยสู่โลกออนไลน์ เรื่องราวของก้อยและเพื่อนร่วมทาง จึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้คนที่สนใจ จนเพจของเธอมีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งแสนคน


ก้อยยอมรับว่า เสียงตอบรับที่ถูกส่งกลับมาผ่านเพจของเธอ คืออะไรที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก เพราะเธอไม่เคยคิดเลยว่า เรื่องราวและประสบการณ์ที่เธอนำมาบอกเล่า จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเปลี่ยนชีวิตของใครหลายคนได้จริง

"ฟีดแบ็กคือดีมาก เหมือนเราปล่อยรีวิวอะไรออกไป มันกลายเป็นแรงกระตุ้นให้อีกหลายคนออกไปเที่ยวตามเรา อยากที่จะชนะใจตัวเอง มีหลายคนส่งข้อความมาถามก้อยว่า อยากเดินทางคนเดียวแบบเราบ้าง มีวิธีหรือมีทริคอะไรแนะนำเขาบ้าง"

"ก้อยจะแนะนำคนที่อยากไปเที่ยวคนเดียว ในสถานที่ซึ่งเราเคยไป คือแค่มีคนส่งข้อความมาบอกว่า เขาเดินทางไปในสถานที่ที่เราแนะนำ โดยเดินทางไปคนเดียวแบบเรา อันนี้ถือว่าเป็นฟีดแบ็คที่ดีสำหรับก้อย เพราะแสดงให้เห็นว่า เราสามารถทำให้เขามีแรงบันดาลใจหรือเอาชนะความกลัวของตัวเองได้"

"ก้อยรู้สึกดีใจนะ ก้อยรู้สึกว่า แค่รูปภาพกับข้อความที่เราเขียนไปลงไป ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีมาก แต่เสียงเล็ก ๆ ของเราที่ส่งผ่านรูปภาพกับข้อความ มันกลับมีพลัง สามารถทำให้คนอื่นเอาชนะ และก้าวผ่านความกลัวของตัวเองไปเที่ยวคนเดียวได้ อันนี้คือเรื่องที่ดีมากจริง ๆ"

 

ความสุขที่สร้างได้โดยไม่ต้องรอใคร

ปัจจุบัน ก้อย ดารณี ผ่านการเดินทางขึ้นเขาลงห้วยด้วยตัวเองมายาวนานกว่า 4 ปี และตะลุยทริปผจญภัยตามสถานที่ธรรมชาติมากกว่า 50 แห่ง

ประสบการณ์ที่น่าจดจำมากมายถูกส่งต่อผ่านเพจของเธอ เพื่อบอกว่าการเดินป่าด้วยตัวเองได้อะไรมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียนรู้ชีวิตผ่านคนแปลกหน้า ซึ่งนำมาสู่ประสบการณ์และความรู้สึกดีมากมาย

"ข้อแรกคือ ก้อยได้เพื่อนใหม่เยอะมากจากการเดินป่า คือแต่ละสถานที่ ก้อยจะเจอคนแปลกหน้าที่ไม่ซ้ำกัน พวกเขาคือคนที่ก้อยไม่เคยรู้จัก คนที่เราไม่เคยคุยกัน คนที่ก้อยไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร แต่เมื่อเราเดินคนเดียว เขาเข้ามาทักเรา กลายเป็นว่า ก้อยกลายเป็นเพื่อนกับเขา"

"คำว่าคนแปลกหน้า มันอาจจะเป็นแง่ลบเวลาคนได้ยิน แต่สำหรับก้อย ก้อยอยากถ่ายทอดในแง่บวกว่า คนแปลกหน้าที่เราไปเจอผ่านการเดินป่า เขาสามารถแปรเปลี่ยนเป็นเพื่อนร่วมทางได้"

"ประสบการณ์ตรงนี้ มันเหมือนเป็นการทำลายกำแพงในใจ ถ้าเกิดก้อยไปเที่ยวคนเดียวต่างจังหวัด ถึงไม่ใช่การปีนเขา มันก็อาจจะมีการโบกรถเดินทาง เพราะก้อยได้เรียนรู้ว่า ทุกสถานที่ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป มันอาจจะมีโมเมนต์ดี ๆ ซ่อนอยู่จากการเจอคนแปลกหน้า"


มองย้อนกลับไปวันแรกที่ก้อยเริ่มต้นออกเดินทาง จากผู้หญิงที่ไม่เคยพบเจอกับความลำบาก สู่เจ้าของเพจที่บอกเล่าการผจญภัยแก่คนนับแสน การเดินทางด้วยตัวเองของเธอแสดงให้เห็นแล้วว่า มิตรภาพและความทรงจำดี ๆ ซ่อนอยู่ทุกแห่งรอบตัว

เรื่องราวของ ก้อย ดารณี คือแรงบันดาลใจสำหรับใครที่กำลังปิดกันตัวเองจากสิ่งที่รัก และไม่กล้าเผชิญหน้ากับโลกใบใหม่ที่ตัวเองใฝ่ฝัน ให้กล้าออกเดินทางเพื่อพบเจอกับประสบการณ์นั้นด้วยตัวเอง

"ก้อยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อนะ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เดินป่าเก่งมาก แต่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในป่ากับคนที่ไม่รู้จัก ไปกินข้าวกับเขา ไปเดินป่ากับเขา ตรงไหนมันชันมันลื่น เขาก็ยื่นมือมาช่วยเรา"

"การไปเที่ยวคนเดียวมันว้าวจริง ๆ นะ ถ้าลองเปิดใจดู เราจะรู้สึกได้ว่า นี่คือความสุขแบบหนึ่งในชีวิต เหมือนที่ก้อยเขียนในเพจว่า 'การเที่ยวคนเดียวคือความสุขที่เราสร้างได้โดยไม่ต้องรอใคร' ซึ่งประโยคนี้มันเหมือนเป็นสโลแกนของเรา คือถ้าเราอยากมีความสุขจากการเดินทาง เราต้องเปิดใจและกล้าออกเดินทางด้วยตัวเอง"

 

ภาพประกอบบทความ : สวัสดีคนแปลกหน้า



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

I'm a sad girl, in this big world ... It's a mad world
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x