FEATURE

ไม่ได้เก่งแค่เล่น : ทำไมนักกีฬา "อเมริกันเกมส์" ถึงประสบความสำเร็จกับธุรกิจนอกสนาม ? | Main Stand 



หนึ่งในการเหมารวมที่เกิดขึ้นกับนักกีฬามากที่สุด คือการมองว่าพวกเขาเหล่านั้น "ไม่ฉลาด" และไม่สามารถจะทำงานแบบคนปกติได้ โดยเฉพาะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข และการลงทุน
 

นี่คือสิ่งที่ใครหลายคนคิดผิดไปอย่างสิ้นเชิง เพราะหากมองไปยังความสำเร็จของนักกีฬาสัญชาติอเมริกัน ที่ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงในฐานะนักกีฬา แต่ยังประสบความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจ สามารถสร้างกิจการของตัวเอง และมีทรัพย์สินหลายร้อยล้านเหรียญ

ความสำเร็จของนักกีฬาจากสหรัฐอเมริกาในวงการธุรกิจ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากการวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบ ด้วยการให้ความสำคัญกับการศึกษา และโอกาสที่เปิดกว้างในการลงทุน จากแนวทางเศรษฐกิจของประเทศ 

นี่คือเหตุผลว่าทำไม นักกีฬา "อเมริกันเกมส์" ถึงประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจนอกสนาม ?
 

รากฐานจากการศึกษา

เหตุผลแรกที่ทำให้นักกีฬาอเมริกันเกมส์ ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ คือเรื่องของ "การศึกษา" ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ และจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ในโลกปัจจุบัน

หลายคนทราบกันดีว่า อาชีพนักกีฬา ถือเป็นทางลัดที่ช่วยให้เยาวชนที่ด้อยโอกาส สามารถประสบความสำเร็จ และมีรายได้มหาศาล โดยไม่ต้องผ่านการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย เห็นได้จาก นักฟุตบอลในภูมิภาคยุโรป ที่สามารถหาเงินหลักแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ ตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี

สำหรับนักกีฬาในสหรัฐอเมริกา เส้นทางของพวกเขาแตกต่างไปจากนั้น พวกเขาต้องผ่านการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยแทบทุกคน เนื่องจากระบบกีฬาในสหรัฐอเมริกา มีความเชื่อมโยงระหว่าง มหาวิทยาลัย สู่ ทีมอาชีพ ผ่านระบบดราฟต์ตัวผู้เล่น ที่เปิดโอกาสให้ทุกทีมในลีกกีฬา สามารถหาตัวผู้เล่นเข้าทีมอย่างเท่าทีม

ด้วยเหตุนี้ แฟรนไชส์กีฬาในสหรัฐอเมริกา ทั้ง อเมริกันฟุตบอล, บาสเกตบอล, เบสบอล, ฮอกกี้น้ำแข็ง จะไม่มีทีมอคาเดมีเป็นของตัวเอง เยาวชนที่มีความสามารถจึงเข้าเรียน และเล่นให้กับทีมกีฬามหาวิทยาลัย เพื่อรอโอกาสในการดราฟต์เข้าสู่ลีกอาชีพต่อไป (ขณะที่ ซอคเกอร์ หรือฟุตบอลที่คนทั่วโลกคุ้นเคย ที่สหรัฐอเมริกามีทั้งระบบทีมเยาวชน และการดราฟต์ตัวจากนักเตะมหาวิทยาลัย)

ประสบการณ์ในรั้วมหาวิทยาลัยราว 3-4 ปี ของนักกีฬาชาวอเมริกัน ช่วยให้พวกเขาซึมซับความสำคัญของการศึกษา นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จบางคน จึงไม่หันหลังให้กับความรู้ในตำรา และกลับมาศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยจนจบ แม้จะหารายได้มหาศาลในฐานะนักกีฬาแล้วก็ตาม

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ไมเคิล จอร์แดน นักกีฬาบาสเกตบอลระดับตำนานของทีม ชิคาโก บูลส์ ที่ถูกดราฟต์เข้าสู่ NBA ในปี 1984 ซึ่งขณะนั้น เขากำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 เอกภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์

จอร์แดน พักการเรียนชั่วคราวเพื่อตามความฝันบนเส้นทางสายกีฬา และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยการติดทีมออล-สตาร์ และคว้ารางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ในฤดูกาล 1984-85

หลังจบซีซั่นแรกของเขาใน NBA จอร์แดนเลือกทำในสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิต คือกลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์ เขาใช้เวลาหนึ่งปีในการสำเร็จหลักสูตรการศึกษาที่เหลือ จนคว้าปริญญาบัตรมาครองในปี 1986

"พ่อผมพูดเสมอว่า มันไม่สายเกินไปที่จะลงมือทำสิ่งที่ต้องการ และอย่างที่ใครหลายคนบอกไว้ คุณไม่มีวันรู้ว่าคุณจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จนกว่าคุณจะลองลงมือทำ" ไมเคิล จอร์แดน ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ถึงเหตุผลที่กลับมาเรียนต่อ


Photo : ์ NBA 

นักบาสเกตบอลอีกคนที่ไม่มองข้ามความสำคัญของการศึกษา คือ "แชค" แชคีล โอนีล นักบาสเกตบอลร่างยักษ์ ที่พักการเรียนเพื่อเข้าสู่ NBA ในปี 1992 และไม่กลับมาข้องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยรัฐลุยเซียนาอีกหลายปี เนื่องจากภารกิจของเขาในฐานะนักบาสเกตบอลแถวหน้า

ปี 2000 แชค ก้าวสู่จุดสูงสุดของอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ NBA กับ ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส หลังจบฤดูกาลดังกล่าว เขายืนยันกับผู้บริหารของทีมว่า จะไม่ขอลงเล่นบางเกมในฤดูกาลถัดมา เนื่องจากต้องการแบ่งเวลาไปเรียนต่อให้จบ ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรก

ในที่สุด แชค ก็สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรัฐลุยเซียนา สาขาศิลปศาสตรบัณฑิต หลังจากนั้น แชค ทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาอย่างเต็มที่ โดยเรียนจบชั้นปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยฟีนิกซ์ เมื่อปี 2005 ก่อนจะเรียนจบระดับปริญญาเอก สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่มหาวิทยาลัยแบร์รี ในปี 2012

"นี่คือบางสิ่งที่ผมต้องมีในเรซูเม่ เมื่อกลับสู่โลกแห่งความจริง เพราะเมื่อถึงวันหนึ่ง ผมคงเลิกเล่นบาสเกตบอล และต้องหางานทำไม่ต่างจากคนทั่วไป" แชค กล่าวถึงความสำคัญของใบปริญญา


Photo : www.jestina-george.com

การศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยช่วยให้ แชคีล โอนีล และ ไมเคิล จอร์แดน เข้าใจว่าชีวิตไม่ได้มีแค่การแข่งขันในสนาม เมื่อถึงวันหนึ่งที่พวกเขาหันหลังให้แก่วงการกีฬา ทั้งคู่คือมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องหาเช้ากินค่ำไม่ต่างจากคนทั่วไป

ความรู้ที่ส่งสมมาจากการศึกษา จึงช่วยให้ แชค และ จอร์แดน ประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจ โดยแชค เป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ เช่น  Auntie Anne's หรือ Five Guys Burgers และร่วมลงทุนในธุรกิจใหญ่ อย่าง Google

ส่วน จอร์แดน เขาคือผู้ก่อตั้งและหุ้นส่วนของแบรนด์ Jordan ที่สร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในหนึ่งในไตรมาส เมื่อปี 2019 ส่งผลให้ ไมเคิล จอร์แดน คือนักบาสเกตบอลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 45,000 ล้านบาท
 

โอกาสที่เปิดกว้าง

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้นักกีฬาจากสหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ คือแนวคิด "เสรีนิยมใหม่" นโยบายเศรษฐกิจที่มีอิทธิอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากยุคสมัยของประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน


Photo : KansasCity 

แนวคิดเสรีนิยมใหม่ ให้ความสำคัญกับแนวทางตลาดเสรี และจำกัดบทบาททางเศรษฐกิจของรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนอย่างอิสระในธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ สหรัฐอเมริกาภายใต้นโยบายเสรีนิยมใหม่ จึงเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยการแข่งขันทางธุรกิจ ตามแนวคิด การค้าเสรี ลงทุนเสรี และการเงินเสรี

เมื่อกิจการแทบทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาตกเป็นของเอกชน ธุรกิจมากมายจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับความต้องการของประชาชน ซึ่งกลายเป็นโอกาสของนายทุนใหม่ในการสร้างธุรกิจของตัวเอง

หนึ่งในภาคเอกชนที่มีทุนทรัพย์ และความสนใจที่จะลงทุนในสหรัฐอเมริกา คือ นักกีฬา เพราะบุคคลเหล่านี้มีทรัพย์สินมหาศาลจากการเล่นกีฬา การนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาลงทุน เพื่อต่อยอดรายได้ของตัวเอง จึงเป็นเรื่องที่นิยมกันในสหรัฐอเมริกา

ทอม เบรดี ควอเตอร์แบ็คแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 6 สมัย ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่สร้างธุรกิจที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเสรีนิยมใหม่ แบรนด์ TB12 ของเขา คือธุรกิจสุขภาพ (Health and Wellness) ที่ครอบคลุมความต้องการของชาวอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, อุปกรณ์ออกกำลังกาย หรือแผนการดำเนินชีวิต


Photo : Businessinsider 

การลงทุนของ ทอม เบรดี ตอบแทนเขาอย่างคุ้มค่า ปัจจุบัน ทอม เบรดี มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีแบรนด์ TB12 เป็นธุรกิจหลักนอกเหนือการเล่นกีฬา แม้จะมีสะดุดบ้างในช่วงวิกฤติ COVID-19 จนต้องกู้เงินเกือบหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากโปรแกรม Paycheck Protection Program (PPP) แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า แบรนด์ TB12 มีความมั่นคง จนกลุ่มเงินทุนยอมปล่อยเงินกู้แก่เบรดี

ทอม เบรดี จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของนักกีฬาที่กล้าจะนำทรัพย์สินของตัวเองมาลงทุนกับธุรกิจในรูปแบบเอกชน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้นักกีฬาชาวอเมริกันประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ มากกว่านักกีฬาจากยุโรป

นักกีฬาอีกคนที่กล้านำเงินมาลงทุน ท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 คือ เดอะ ร็อค หรือ ดเวย์น จอห์นสัน อดีตนักมวยปล้ำที่ทุ่มเงิน 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เพื่อซื้อกิจการ XFL ลีกอเมริกันฟุตบอลหน้าใหม่ จาก วินซ์ แมคมาน เจ้านายเก่าที่ WWE ซึ่งยุติการแข่งขันอย่างไม่มีกำหนด และไม่รู้ว่าจะกลับมาทำการแข่งขันได้อีกเมื่อไหร่

การลงทุนครั้งนี้ของ เดอะ ร็อค ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย แต่หากมองอีกด้าน ถ้า XFL กลายเป็นลีกกีฬาที่ประสบความสำเร็จขึ้นมา เดอะ ร็อค จะได้รับผลตอบแทนมหาศาล เมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่มีมูลค่าไม่สูงนัก


Photo : Businessinsider 

การเปิดโอกาสในการสร้างธุรกิจของภาคเอกชน ตามแนวคิดเสรีนิยมใหม่ และความกล้าที่จะลงทุนแม้มีความเสี่ยง คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้นักกีฬาจากอเมริกันเกมส์ สามารถก้าวสู่วงการธุรกิจนอกสนาม และประสบความสำเร็จได้ ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ในภาคเศรษฐกิจมาก่อน

การมุ่งหน้าสู่วงการธุรกิจของนักกีฬาอเมริกันเกมส์ จึงมาจากการวางแผนชีวิตแบบปัจเจก และสภาพสังคมที่เปิดกว้างให้แก่การลงทุน 

ความสำเร็จของนักกีฬาอย่าง ไมเคิล จอร์แดน, แชคีล โอนีล, ทอม เบรดี, เดอะ ร็อค และนักกีฬารายอื่น ไม่ได้มาจากโชคช่วยหรือความบังเอิญ แต่เป็นเพราะแผนการชีวิตที่วางไว้ล่วงหน้า และรูปแบบเศรษฐกิจที่เปิดทางให้ประสบความสำเร็จในฐานะนักธุรกิจ
 
 
อ้างอิง
https://web.archive.org/web/20050627013656/http://www.msnbc.msn.com/id/8357843/
https://www.celebritynetworth.com/articles/entertainment-articles/astoundingly-impressive-shaquille-oneal-empire-shaq-makes-money-retired-player/
https://www.espn.com/espn/story/_/id/29180943/school-cool-notable-athletes-returned-their-college-degrees
http://sportandstudy.org/athletes-with-college-degrees-18-examples-of-sports-stars-that-went-back-to-school/
https://wealthygorilla.com/richest-nba-players-world/
https://tb12sports.com/
https://www.gobankingrates.com/net-worth/sports/athletes-major-business-empires-outside-sports/



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

I'm a sad girl, in this big world ... It's a mad world.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x