Feature

กลิ้งชีส : การแข่งขันสุดแปลกที่อยู่คู่กับชุมชนอังกฤษยาวนานหลายร้อยปี | Main Stand



ชีส คืออาหารรสชาติเยี่ยมที่ชนะใจคนทั่วโลก ชีสจัดว่าเป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์หลากหลาย สามารถนำไปพลิกแพลงสร้างสรรค์อาหารได้มากมาย

 

แต่สำหรับผู้คนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ ชีสมีความหมายมากกว่าแค่อาหาร เพราะชีสอยู่คู่กับคนในท้องถิ่นที่นั่นมาอย่างยาวนาน จนนำไปสู่ประเพณีแปลกประหลาดซึ่งจัดขึ้นทุกปี กับการเปิดโอกาสให้ผู้คนวิ่งลงจากเนินเขาเพื่อไล่ล่าก้อนชีสขนาดใหญ่ที่กำลังกลิ้งลงจากเขา และผู้ชนะจะได้รับมันไปครอบครอง

การแข่งขันนี้ถูกเรียกว่า "กลิ้งชีส" ซึ่งเป็นกิจกรรมท้องถิ่นที่มีอายุยาวนานมากกว่า 200 ปีเป็นอย่างน้อย และดึงดูดให้ผู้กล้าทั่วโลก เดินทางมาลองกลิ้งลงจากเขา กับการแข่งขันที่บางคนมองว่าบ้า และเพี้ยน แต่มีความหมายมากเหลือเกิน กับผู้คนในท้องถิ่น

 

ชีส และ อังกฤษ 

ชีสกับประเทศอังกฤษมีความผูกพันมาอย่างยาวนาน นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า คนในพื้นที่เกาะบริเทนได้เริ่มทำชีสตั้งแต่สมัย 2,000 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งมนุษย์ยังใช้ชีวิตอยู่อาศัยในลักษณะชนเผ่า

ชาวอังกฤษเรียนรู้ และใช้เวลากับชีสมาตั้งแต่ตอนนั้น คิดค้นรสชาติของชีสที่โด่งดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชีสแลงคาเชียร์, ชีสเชสเชียร์, ชีสเชดดาร์ ผ่านช่วงเวลาที่ชีสถูกแบน ไปจนถึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ และสืบเนื่องเป็นอาหารอันเป็นสัญลักษณ์ของแดนผู้ดีจนถึงปัจจุบัน


Photo : The Times 

ชีสมีความผูกพันอย่างมาก กับพื้นที่ชนบทของประเทศอังกฤษ หนึ่งในนั้นคือกลอสเตอร์ เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีความผูกพันกับอาหารชนิดนี้มายาวนาน นับตั้งแต่ช่วงก่อนคริสตศักราช

ความผูกพันที่ยาวนานของผู้คนละแวกเมืองกลอสเตอร์กับชีส นำไปสู่การเกิดประเพณีการแข่งขันที่อยู่คู่กับท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน นั่นคือการกลิ้งชีส

"กลิ้งชีส" คือหนึ่งในการแข่งขันที่ได้รับการยอมรับว่าแหวกแนวที่สุดในโลก ซึ่งเป็นการให้ผู้เข้าแข่งขันขึ้นไปยืนอยู่บนเนินเขาคูเปอร์ ในเมืองบล็อคเวิร์ธที่อยูใกล้กับเมืองกลอสเตอร์ โดยระยะทางจากเนินเขาที่สูงชัน จนถึงพื้นด้านล่างมีระยะทางยาวมากกว่า 100 เมตร

ก่อนที่การแข่งขันเริ่ม จะมีการปล่อยชีส น้ำหนัก 3 ถึง 4 กิโลกรัมกลิ้งลงจากเขา และทันทีที่ชีสกลิ้งลงจากเขา ผู้เข้าแข่งขันก็ต้องออกวิ่ง หรือในความเป็นจริงคือกลิ้งลงจากเขา เพื่อไล่ตามชีสก้อนนี้ ซึ่งใครที่เข้าเส้นชัยได้ก่อนเป็นคนแรก จะได้รับชีสก้อนที่ลงจากเขากลับบ้านไปครอง

ความแปลกของการแข่งขันนี้ ทำให้ชื่อเสียงของมันโด่งดังไปไกลกว่าประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีคนต่างประเทศ จากทั้งออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งเนปาล เข้าร่วมการกลิ้งลงจากเขามาแล้ว

แม้ปัจจุบันประเพณีกลิ้งชีสจะได้รับความสนใจอย่างมาก จนสื่อในอังกฤษอวยให้เป็น "การแข่งขันที่โด่งดังที่สุดในโลก" ทว่ากลับไม่มีใครรู้ว่า จุดเริ่มต้นของการแข่งขันนี้มาจากไหน


Photo : VovWorld.vn

บางคนก็พูดว่านี่เป็นการแข่งขันที่มีมายาวนานกว่า 2,000 ปี, บ้างบอกว่าเกิดขึ้นเพียง 200 ปี, บางคนเผยว่าการแข่งขันนี้ เริ่มจากการเป็นกีฬากลิ้งถังไม้โอ๊คหมักไวน์ลงจากเขา แต่เปลี่ยนเป็นการกลิ้งชีสในเวลาต่อมา, บางคนก็เล่าว่าเริ่มต้นจากกลุ่มคนนอกศาสนา มากลิ้งชีสลงจากเขา เพราะเป็นพิธีกรรมที่เชื่อว่าจะทำให้พืชผลทางการเกษตรเจริญงอกงามในทุกปี

"มันมีหลายเรื่องเล่ามากครับ ส่วนตัวผมไม่รู้หรอกว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง คุณสามารถแต่งเรื่องราวได้ตามใจชอบเลย เพราะสุดท้ายมันจะหายไป แต่ไม่ว่ายังก็ตาม ประเพณีกลิ้งชีสมันมีอยู่จริง และยังคงอยู่ถึงตอนนี้" ร็อด สมาร์ท คนทำชีสในพื้นที่กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้บ่งบอกว่า การแข่งขันนี้มีอยู่ตั้งแต่ปี 1826 เป็นอย่างน้อย จากบันทึกประจำเมืองกลอสเตอร์ ซึ่งเผยว่ากิจกรรมนี้ได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นมาตั้งแต่เวลานั้น


Photo : NeoGav 

ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของประเพณีนี้จะมาจากไหน แต่นี่คือการแข่งขันที่คนท้องถิ่นทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ รับรู้ดีว่าได้อยู่คู่กับท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน และพวกเขาพร้อมที่จะรักษาตำนานนี้ให้คงอยู่ต่อไป

 

เสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับการแข่งขันกลิ้งชีส ในแต่ละปีจะมีการแข่งขันทั้งหมด 4 รอบ แบ่งเป็นผู้ชาย 3 รอบ และผู้หญิงอีกรอบ โดยชาวกลอสเตอร์ให้เหตุผลว่า เนื่องจากผู้ชายโดยทั่วไปฉลาดน้อยกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า ดังนั้นจึงต้องแข่งขันมากถึง 3 รอบเพื่อที่จะชนะการแข่งขัน

ชื่อเสียงของการแข่งขันกลิ้งชีส ดึงดูดให้คนมากมายเข้ามาลองแข่งขัน ด้วยเสน่ห์ของการกลิ้งลงจากเขาที่สูงชัน เพื่อไล่ล่าก้อนชีสที่ลงจากเขาด้วยความเร็วร่วม 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือความบ้าคลั่งที่ได้หาง่าย ๆ และเชื้อเชิญให้ผู้คนได้ลองมีประสบการณ์สุดแปลกกับเขาสักครั้ง

มาร์ค เอลลิส นักรักบี้ทีมชาตินิวซีแลนด์ ได้ยินชื่อเสียงของการแข่งขันครั้งนี้ และเขาตัดสินใจบินข้ามทวีปมาลองกลิ้งไล่ชีส เมื่อปี 2004 แถมยังได้เป็นหนึ่งในผู้ชนะของปีนั้นด้วย

แต่แม้จะมีคนจากหลายพื้นที่ทั่วโลกเข้าการแข่งขัน แต่หากพูดถึงความเก่งกาจในการแข่งกลิ้งชีส ไม่มีใครจะได้รับการยกย่องไปกว่า คริส แอนเดอร์สัน หนุ่มท้องถิ่นอดีตทหารชาวอังกฤษ ที่คุ้นเคยกับเนินเขาคูเปอร์เป็นอย่างมาก ถึงขั้นหาวิธีวิ่งลงจากเขาที่แสนชันนี้ได้ จนเป็นเจ้าของสถิติชนะการแข่งขันกลิ้งชีสถึง 22 สมัย

ถึงจะมีแชมป์ผูกขาด ทว่าในแต่ละปีมีผู้คนมากมาย เดินทางเข้ามาร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งการแข่งขันก็พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าร่วม ขอแค่อายุเกิน 16 ปี ไม่มีการลงทะเบียน ลงชื่อล่วงหน้า หรือเสียค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น ขอแค่คุณสามารถไปยืนรออยู่บนยอดเนินคูเปอร์ และมีความกล้าที่จะกลิ้งลงมา คุณก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลสำคัญนี้

การแข่งขันกลิ้งชีส มีเสน่ห์หลายอย่าง การสะท้อนถึงความเชื่อมโยงกับท้องถิ่น ได้ดึงดูดให้ คริส โธมัส ผู้กำกับหนุ่มชาวอังกฤษ ตัดสินใจไปร่วมกลิ้งลงจากเขา ในปี 2016 ... เขาไม่ได้เข้าร่วมกลิ้งเพราะต้องการได้ชีสกลับบ้าน แต่เขาแค่อยากรู้ว่า คนที่มาเข้างานนี้พวกเขามีเป้าหมายอะไร และหลังจากที่เขาได้มีประสบการณ์ด้วยตนเอง เขาก็หลงใหลเทศกาลนี้ จนต้องทำภาพยนตร์สั้น เพื่อเล่าถึงเรื่องราวของประเพณีกลิ้งชีส และเรื่องราวของผู้เข้าแข่งขัน


Photo : VovWorld.vn

"ผมไม่ได้มองว่าการแข่งขันมันพิเศษอะไรมากมาย แต่สิ่งที่พิเศษคือบรรยากาศต่างหาก สิ่งที่เกิดขึ้น ผู้คนในงานนั้น คือภาพสะท้อนว่าคนที่นั่นเป็นอย่างไร พวกเขามีแพชชั่นกับการแข่งขันอย่างน่าเหลือเชื่อ ผมมองว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมาก จนทำให้ผมต้องทำหนังขึ้นมา" คริส โธมัส กล่าว

ภาพยนตร์ของ คริส โธมัส ไม่ได้ทำขึ้นมาแบบขอไปที แต่หนังสั้นของเขาได้เข้าชิงรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษอย่าง BAFTA กับการเล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่ต้องการจะเข้าร่วมแข่งขันกลิ้งชีส แต่แม่ของเธอไม่อนุญาต เพราะความจริงที่ว่า การแข่งขันกลิ้งชีสอาจมีอันตรายถึงชีวิตของเธอ !

 

บ้าและกล้าต้องมาพร้อมกัน

แม้ว่าเทศกาลกลิ้งชีส จะมีความน่าสนใจมากมาย จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือการแข่งขันนี้มีความอันตรายอย่างมาก เพราะเนินเขาคูเปอร์ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ในการแข่งขัน โดยปกติแล้วเป็นเนินเขาที่ไม่อนุญาตให้คนเข้าไปเป็นอันขาด ด้วยความชัน และความขรุขระของเนินเขา สามารถทำให้คนที่เดินบนเดินอยู่บนนั้นประสบอุบัติเหตุได้ง่ายดาย และหากเข้าไปในบริเวณนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถถูกตำรวจจับได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทศกาลกลิ้งชีสมาถึง เนินเขาแห่งนี้จะเปิดขึ้นเฉพาะกิจเพื่อเปิดโอกาสให้ใครก็ตาม ได้มาลองเจ็บตัวกับการกลิ้งเพื่อไล่ล่าชีส อาการบาดเจ็บหัวแตก แขนถลอกถือเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับการแข่งขันนี้ 

เพราะอาการบาดเจ็บระดับปานกลาง คือข้อเท้าหัก และขาหัก หากโชคร้ายหน่อยก็อาจได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง บางคนเจ็บหนักจนไม่สามารถลุกขึ้นได้ หลังจากการแข่งขันจบลง

"ร่างกายของคุณจะลอยอยู่กลางอากาศ และค่อย ๆ หล่นลงมาจากเนินเขา ฉันเคยไหปลาร้าหลุดจากการแข่งขัน และมันไม่สามารถแก้ไขได้ กระดูกมันเลยหลุด และปูดออกมาจนถึงตอนนี้ ซึ่งฉันคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิต" ฟลอเรนซ์ เออร์ลี หญิงสาวผู้เป็นแชมป์กลิ้งชีส 4 สมัย กล่าวถึงความอันตรายของการแข่งขันนี้

ความอันตรายของการแข่งขันกลิ้งชีส ถือเป็นด้านมืดของเทศกาลนี้ เพราะในทุกปีมีคนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ ทำให้หน่วยงานราชการในอังกฤษ ไม่นับว่าการแข่งขันกลิ้งชีสเป็นกีฬา เพราะมันอันตรายเกินไป และผลที่ตามมาคือพวกเขาไม่รับรองเทศกาลนี้ ให้เป็นการแข่งขันกีฬาอย่างถูกต้อง 

ดังนั้นในแต่ละปีจึงไม่มีบุคคลจากส่วนกลาง ทั้งฝ่ายแพทย์ และฝ่ายรักษาความปลอดภัยเข้ามาดูแลการแข่งขัน ทำให้เทศกาลกลิ้งชีส มีผู้ได้รับบาดเจ็บเยอะทุกปี เพราะขาดผู้เชี่ยวชาญมาคอยดูแล

อย่างไรก็ตาม ในทุกปี การแข่งขันกลิ้งชีสสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะมีอาสาสมัครจำนวนมากเข้ามาช่วยเหลืองานนี้ โดยเฉพาะคนในท้องถิ่น เพราะสุดท้ายเทศกาลนี้ คืองานประจำปีที่จะขาดไม่ได้ สำหรับคนในกลอสเตอร์


Photo : BBC 

"10 หรือ 15 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร ทุกวันนี้การแข่งขันก็ยังเป็นแบบนั้น เราไม่สนว่าคนจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่เราจะจัดแบบนี้ต่อไป"

"แน่นอนว่ามีคนไม่เห็นด้วย และหาว่าเราเป็นพวกนอกคอก แต่ฉันคิดว่าถ้าเรามีความนอกคอกนิด ๆ มันก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอ เราคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นการนอกคอกที่ดีนะ เราจะยอมเป็นพวกนอกคอกแล้วกัน" ซารา สตีเวนส์ หนึ่งในหัวเรือใหญ่ที่จัดการแข่งขันกลิ้งชีสมาร่วม 10 ปี เผยถึงความสำคัญของประเพณีนี้ ที่อยู่คู่กับท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบันเรื่องราวความอันตรายของการไล่ล่าชีสลงจากเนินเขา เป็นที่รู้กันพอสมควรในประเทศอังกฤษ เพราะสื่อระดับประเทศอย่าง BBC คอยรายงานข่าวถึงความอันตรายของงานนี้ในทุกปี อย่างไรก็ตามเมื่องานกลิ้งชีสจัดขึ้น ผู้คนจะมารวมตัวกันแน่นขนัดที่เนินเขาคูเปอร์ ทั้งในฐานะผู้เข้าแข่งขัน และผู้ชม เพื่อแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมนี้ยังคงมีความหมาย มีคนที่กล้าและบ้ามากพอที่จะยอมเจ็บตัว ในฐานะส่วนหนึ่งของการแข่งขันครั้งนี้


Photo : Rubtly

การวิ่งกลิ้งตัวไล่ชีสลงจากเนินเขา อาจจะถูกมองว่าเป็นการแข่งขันที่บ้า หรือแปลกในสายตาของบางคน แต่หากมองให้ลึกลงไป นี่คือการแข่งขันที่สะท้อนถึงความผูกพัน และตัวตนของคนในท้องถิ่นหนึ่ง กับบางสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตของพวกเขามาอย่างยาวนาน 

การเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บจากการแข่งขัน หรือการได้ชีสหนักหลายกิโลไปครอบครอง ไม่สำคัญเท่ากับการได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมท้องถิ่น แสดงถึงความสำคัญของประเพณี เพื่อให้คงอยู่ต่อไป คู่กับคนในกลอสเตอร์ตราบนานเท่านาน

 

แหล่งอ้างอิง

สารคดี We Are The Champions : Cheese Rolling
https://www.gourmetcheesedetective.com/British-Cheese.html#:~:text=The%20earliest%20versions%20of%20cheese,the%20monasteries%20of%20medieval%20Britain.
https://cheese-store.com/history-of-british-cheese/
https://theculturetrip.com/europe/united-kingdom/england/articles/a-quick-guide-to-cheese-rolling-englands-strangest-sport/
https://www.gloucestershirelive.co.uk/whats-on/whats-on-news/gloucestershire-cheese-rolling-2020-dates-3688857
https://radseason.com/cheese-rolling-lets-roll-chris-thomas/



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

ติ่งเกาหลีที่รัก TWICE สุดหัวใจ กำลังสนใจเบสบอล ทำเพจเกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอล "NFL THAI TALK"
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x