mainstand

Feature

ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี : สโมสรรากหญ้าที่ค้นพบว่าการสร้างเยาวชนนำไปสู่ความสำเร็จ | Main Stand



ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี ไม่ใช่สโมสรยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย เพราะทัพปลากัดนักสู้ ไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศฟุตบอลลีกสูงสุด หรือแม้กระทั่งลีกพระรอง วนเวียนอยู่แค่ลีกระดับล่างเท่านั้น


 

ขณะที่ ไทยลีกระดับบน กำลังเติบโตเป็นธุรกิจอย่างเต็มตัว เหล่าบรรดาทีมในลีกล่างกลับต้องเจอปัญหามากมาย โดยเฉพาะเรื่องการเงิน หลายสโมสรต้องล้มหายตายจาก เพราะไม่สามารถหาแนวทาง ที่จะสร้างฟุตบอลได้อย่างยั่งยืน 

สโมสรขนาดเล็กจากดินแดนภาคตะวันออก ค้นพบถึงแนวทางนั้น ด้วยการสร้างเยาวชน ขึ้นเป็นแกนหลักสำคัญของทีม เพื่อเลื่อนชั้นตามเป้าหมายของทีม แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม แต่แนวทางดังกล่าวช่วยให้ ปลากัดนักสู้ ก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 และกำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นตั๋วขึ้นไทยลีก 2

 

ปลากัดนักปั้น 

ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี คือ หนึ่งในสโมสรฟุตบอลเก่าแก่ประจำภาคตะวันออกก่อตั้งในฐานะทีมสมัครเล่นชื่อว่า “ลูกหลวงพ่อโสธร” โดยมี อภิสิทธิ์ กัณหะสุต อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นผู้ก่อตั้งทีมขึ้นมา ในปี 2542 

ก่อนจะพัฒนาเป็นทีมกึ่งอาชีพเมื่อปี 2548 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโปรวิเชียลลีก 2 ภายใต้การดูแลของสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา

วันเวลาผันผ่าน ทีมฉะเชิงเทรา ได้มีการเปลี่ยนผู้บริหารเข้ามาอยู่ในมือของ ชนะวิทย์ ฉายแสง ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาสมาคมกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ เวลานั้น ให้มาช่วยกู้วิกฤติของทีม ที่อยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยง กับการยุบสโมสร หลังจากผู้บริหารทีมชุดเก่าตัดสินใจไม่ทำทีมต่อ 

“ปีแรกเราดึงเด็กในจังหวัดมาเล่นเองหมดเลยนะ เพราะปีนั้นมันฉุกละหุก เราไม่มีความพร้อม ไม่มีงบอะไรเลย ผลงานที่ออกมาเราจบกลางตาราง เราก็รู้สึกว่า ใช้แค่เด็กในจังหวัด มันก็พอเอาตัวรอดได้” ชนะวิทย์ ฉายแสง ผู้ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี กล่าว

ทีมลูกหนังจากเมืองแปดริ้วกลายเป็นทีมที่น่าจับตามองในระดับฟุตบอลลีกภูมิภาค หรือดิวิชั่น 2 เดิม ด้วยเป้าหมายที่หวังจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกระดับสูงกว่า ทัพปลากัดนักสู้ ดึงนักเตะที่มีดีกรียอดเยี่ยม ทั้งไทย และต่างชาติ เข้ามายกระดับทีม เพื่อหวังประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย 

ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี มีผลงานที่น่าพอใจ กับการจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ดิวิชั่น 2 โซนภาคกลางและตะวันออก 2 สมัยซ้อน ในฤดูกาล 2558 และ 2559 แต่ไม่สามารถจะฝ่าด่านรอบแชมเปียนชิพ ขึ้นสู่ลีกลำดับถัดไป

แม้ผลงานบนตารางการแข่งขัน จะไม่ได้ย่ำแย่ แต่ชนะวิทย์ ฉายแสง กลับต้องเจอปัญหาใหญ่ภายในห้องแต่งตัว จนทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดในการทำทีมฟุตบอลในรูปแบบใหม่ 

“สมัยก่อนเรามีเงิน เราดึงนักเตะดัง ๆ มาร่วมทีม พอเตะไปสักพักเกิดปัญหา ช่วงท้ายฤดูกาล นักเตะไม่เชื่อ ไม่ฟังโค้ช เพราะสโมสรของเราใช้โค้ชท้องถิ่น คนฉะเชิงเทราทำทีมมาตลอด ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร”

“เล่นไปเล่นมา นักเตะพวกนี้ บางทีดูถูกโค้ช หาว่าไม่มีดีกรี เล่นไม่เต็มที่ ไม่อินไปกับเป้าหมายของทีม เหมือนมาเล่นเพื่อเอาเงิน สปิริตทีมก็ไม่ดี ทะเลาะกันบ่อย ถึงจะช่วยให้ทีมของเราเก่งขึ้นก็จริง แต่ผมมองแล้วว่าแนวทางนี้น่าจะไม่เวิร์ค สุดท้ายเราทุ่มเงินไปมากมาย แต่ไม่ได้อะไรตอบแทน” 

“ผมมานั่งคิดว่าถ้าเราทำอคาเดมีเป็นของตัวเอง น่าจะเป็นทางออกของเรา ที่จะสร้างทีมที่มีสปิริต ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย และทำให้สโมสรเติบโตอย่างยั่งยืน อยู่คู่กับแฟนบอลชาวฉะเชิงเทราตลอดไป”

ประจวบเหมาะกับปี 2559 มีการจัดการแข่งขันไทยแลนด์ยูธลีกขึ้นเป็นปีแรก ทำให้ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี ได้โอกาสในการสร้างนักเตะเยาวชนของทีมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างรากฐานในการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับสโมสร 

“เราเปิดรับคัดตัวนักเตะ ตั้งแต่ระดับยู-15, ยู-17 และยู-19 ตามทีมที่เราจะส่งแข่งไทยแลนด์ยูธลีก ซึ่งทีมรุ่น 15 กับ 17 เรารับนักเตะเป็นเยาวชนในจังหวัดทุกคนเลย ส่วนรุ่นยู-19 จะผสมผสานระหว่างเด็กฉะเชิงเทรากับเด็กต่างจังหวัด”

“สำหรับทีมรุ่นยู-15 และ ยู-17 ผมตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นโอกาสให้เยาวชนของเรา ได้มีพื้นที่พัฒนาฝีเท้า เติบโตก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพ ภายในจังหวัดของตัวเอง เพราะสมัยก่อนเรามีการพัฒนาเยาวชนอยู่ แต่สุดท้ายเขาไม่มีทีมให้เล่น ก็ต้องย้ายไปอยู่ทีมอื่น”

“ส่วนรุ่นยู-19 ผมตั้งใจสร้างขึ้นมาเป็นเหมือนกับทีมบี เป็นคู่ซ้อมลงทีมร่วมกับทีมชุดใหญ่ ที่จะฝึกซ้อมด้วยการใช้โค้ชชุดเดียวกัน เล่นในแทคติคเดียวกัน ซึ่งเป็นผลดีมากนะ เด็กชุดนี้ได้ทั้งประสบการณ์ และเข้าใจในการเล่นฟุตบอลระดับอาชีพ โดยที่เราไม่รู้ตัว”

“ผมนำแนวทางนี้ มาจากชลบุรี เอฟซี เพราะชลบุรีเขาไม่เคยกลัวที่จะฝากความหวังไว้กับเด็ก สมัยก่อนตอนเล่นในลีกภูมิภาค ชลบุรีส่งเด็กมาเล่น กับทีมลูก (พานทอง เอฟซี) ทั้งวรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สิทธิโชค ภาโส, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์, กฤษดา กาแมน โดนถล่มทุกนัด” 

“แต่เด็กพวกนี้ได้ประสบการณ์ มีโอกาสพัฒนาตัวเองผ่านการเล่นฟุตบอล เผลอแปปเดียวเด็กเหล่านี้ เล่นไทยลีกกันได้ทุกคน” ชนะวิทย์ ฉายแสง กล่าว

 

สู้และสร้าง 

ในฤดูกาลแรกกับการแข่งขันไทยแลนด์ยูธลีก รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ทัพปลากัดนักสู้พันธ์จิ๋ว ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการจบอันดับ 2 ของโซนภาคตะวันออก เป็นรองเพียงแค่ชลบุรี เอฟซี เพียงทีมเดียวเท่านั้น 

ทำให้สโมสรแห่งนี้รู้ตัวว่า พวกเขามีเพชรอยู่ในมือ นั่นคือ นักฟุตบอลเยาวชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังหลักของทีมได้ หากได้รับโอกาส และการขัดเกลาอย่างถูกต้อง 

“ด้วยความที่ทีมยู-19 กับทีมชุดใหญ่ ใช้โค้ชชุดเดียวกัน ฝึกซ้อมด้วยกัน ใช้แทคติคแบบเดียวกัน เมื่อถึงจุดหนึ่ง ทางทีมโค้ชเขาจะรู้เลยว่า เด็กคนไหนสามารถเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ได้ เราสามารถดึงเด็กคนนั้นขึ้นมาเสริมทีมได้เลย เพราะเขารู้วิธีการเล่นกับทีมชุดใหญ่อยู่แล้ว ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากเลย” 

“พอหันมาสร้างทีมจากเยาวชนจริง ๆ เราเห็นข้อดีหลายข้อมาก ข้อแรกคือเราไม่ต้องเสียเงิน ไปซื้อนักเตะ จ้างผู้เล่นค่าเหนื่อยแพง มาเสริมตำแหน่งที่ขาด เพราะเรามีเด็กที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาแทนอยู่ตลอด”

“สองคือเราได้โอกาสสร้างผู้เล่นในระยะยาว เพราะนักเตะที่เราดันขึ้นมาส่วนใหญ่ อายุแค่ 18-19 ปี บางคนยังเรียนชั้นมัธยม ซึ่งเราให้โอกาสเด็กของเราลงสนามสม่ำเสมอ เพราะถ้าไม่ได้ลงเด็กจะไม่พัฒนา เราต้องกล้าใช้เด็ก คนไหนพร้อมให้ลงเป็นตัวจริง คนไหนที่ยังขาดก็ส่งเป็นตัวสำรองลงท้ายเกม”

“สามคือสปิริตทีมไม่เสีย เราสร้างนักเตะเยาวชนของตัวเอง รู้ว่าเด็กแต่ละคนนิสัยเป็นอย่างไร คนไหนนิสัยดี คนไหนเกเร สามารถดึงนักเตะขึ้นสู่ทีมได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ให้สปิริตทีมเสีย”

“สมัยก่อนเราดึงนักเตะมา ไม่รู้ว่านิสัยเป็นอย่างไร บางคนมาขี้เกี้ยจซ้อม มาทีหลังกลับก่อน ไม่ได้ลงก็ไม่พอใจ ทะเลาะกับโค้ช ผมปวดหัวมาก แต่ทุกวันนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว สปิริตในทีมของเราดีมาก ไม่มีการทะเลาะกัน ทีมฟุตบอลฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี เป็นสโมสรที่มีแต่ความสุขอย่างแท้จริง” ประธานทัพปลากัดนักสู้ เล่าถึงข้อดีของการสร้างทีมผ่านการพัฒนาเยาวชนอย่างภาคภูมิใจ

สิ่งสำคัญของการสร้างทีมฟุตบอล ผ่านการปั้นนักเตะเยาวชนคือ “เวลา” แม้การการหันมาใช้เด็กเป็นแกนหลัก จะมอบเรื่องดีหลายอย่างให้กับทีมฉะเชิงเทรา แต่ผลงานในสนามของทีมไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก 3 ฤดูกาลหลังสุด ทัพปลากัดนักสู้ ทำได้เพียงจบกลางตารางในศึกฟุตบอลไทยลีก 3 ไม่ได้ไปลุ้นเลื่อนชั้นเหมือนในอดีต จนทำให้การหันพัฒนาเยาวชนของทีม ได้รับเสียงต่อต้านจากแฟนบอล

“ช่วงแรกแฟนบอลไม่เข้าใจ มาถามผมว่า ทำไมถึงใช้เด็ก ทำไมไม่ทุ่มบ้าง เมื่อไหร่เราจะเลื่อนชั้น บางครั้งเปลี่ยนเด็กลงสนาม แฟนบอลตะโกนลงมา ไม่อยากชนะเหรอ ส่งเด็กลงเดี๋ยวก็เสมอ เดี๋ยวก็แพ้อีก”

“แต่ผมมองว่านี่คือวิธีของเรา นั่นคือสู้และสร้าง เราสู้แน่นอน เป้าหมายของเราคือการเลื่อนชั้น แต่เราต้องใช้เวลาในการสร้าง เพราะผมอยากให้สโมสรแห่งนี้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความเป็นท้องถิ่นนิยม ให้โอกาสเด็กฉะเชิงเทรา ได้เล่นให้จังหวัดของตัวเอง”

“ผมเห็นหลายสโมสรก่อนหน้านี้ คนทำทีมรวยกว่าผมอีก ทุ่มเงินเยอะแยะมากมาย น่ากลัวมาก แต่พอทุ่มไป ไม่ได้ผลตอบรับที่ต้องการ เขาเลิกทำทีมเลย ผมไม่อยากให้เราเป็นแบบนั้น ผมอยากให้ทีมนี้อยู่คู่กับคนฉะเชิงเทราตลอดไป”

 

มากกว่าผลงาน คือการให้โอกาส

การสร้างเยาวชน เพื่อสู้ในสมรภูมิลูกหนัง ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หลายปีที่ผ่านมา ชื่อของฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี จากที่เคยวูบวาบลุ้นเลื่อนชั้นสู่ลีกพระรอง ได้เลือนหายไปจากหน้าสื่อ แต่เมื่อถึงเวลาที่เมล็ดพันธ์ทั้งหลายที่ทีมได้สร้างไว้ เริ่มเติบโตกลายต้นไม้ใหญ่ที่แข็งกล้า และกำลังช่วยให้สโมสรแห่งนี้ยืนหยัดต่อสู้ กับพายุวิกฤติลูกใหญ่ที่กำลังถาโถมวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบัน

“ตั้งแต่ผมทำฟุตบอลมา ปีนี้หนักที่สุด เพราะสถานการณ์โควิด-19 รายได้เราหายไปทุกช่องทาง แต่ตอนนี้ทีมของเราสามารถคงอยู่ได้ จ่ายเงินเดือนนักเตะได้ตรง และครบทุกเดือน รวมถึงมีลุ้นเลื่อนชั้นในปีนี้ เพราะแนวทางการพัฒนาเยาวชน”

“สโมสรแห่งนี้ไม่ได้มีเงินเยอะ การที่เราลงทุนกับการสร้างเยาวชน ในแง่หนึ่งมันเหมือนการหาเรื่องเสียเงินเพิ่ม แต่เรามองเป็นการลงทุนจนถึงทุกวันนี้ ผมมองว่าคุ้มค่ามากนะ เราสร้างนักเตะขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้ต่อเนื่อง ฝีเท้าพัฒนาขึ้นทุกปี ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อนักเตะ”

“ผมเชื่อว่าถ้าวันหนึ่ง ทีมจะต้องเจอวิกฤตที่หนักกว่านี้ เราก็สามารถอยู่ได้ เพราะมีเยาวชนที่พร้อมจะเล่นในระดับฟุตบอลอาชีพ ผลงานอาจจะไม่ได้ดีมาก แต่สโมสรจะอยู่ต่อไป”

ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี กลายเป็นสโมสรที่มีขุมกำลังหลักเป็นผู้เล่นอายุ 18-23 ปี นักเตะไทยอายุน้อยยึดตำแหน่งตัวจริงในหลายตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นบ่อยในวงการฟุตบอลบ้านเรา และปัจจุบันทัพปลากัดนักสู้ มีผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในทีมชุดใหญ่เพียง 16 ปีเท่านั้น

“ตอนนี้เป้าหมายของเราคือการพยายามดันเด็กอายุ 16-17 ปี ขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้มากที่สุด เพราะเราเห็นตัวอย่าจากสโมสรอื่น ทั้งในไทย และต่างประเทศ ว่าเด็กอายุเท่านี้ก็สามารถเล่นฟุตบอลอาชีพได้”

“เราไม่ได้มองแค่เรื่องฟุตบอล แต่เรามองถึงการให้โอกาส ผมพูดตามตรงว่า นักฟุตบอลหลายคนฐานะที่บ้านก็ไม่ดีเท่าไหร่ ฟุตบอลคือโอกาสของพวกเขา”

“ผมคิดว่า แทนที่เราจะเสียเงินไปจ้างนักเตะแพง ๆ เราเอาเงินมาสนับสนุนเด็กดีกว่า ส่งค่าเรียน ค่ากินอยู่ให้พวกเขา เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทีม”

“นี่คือหนึ่งในเป้าหมายของเรา เพราะเราอยากให้สโมสรแห่งนี้ เป็นทีมของคนฉะเชิงเทรา ที่สร้างนักฟุตบอลขึ้นมาได้ตลอด ให้เด็กในจังหวัดรู้ว่า พวกเขามีสโมสรบ้านเกิดที่พร้อม สามารถสร้างอาชีพเป็นนักฟุตบอล หาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว ได้อยู่กับพ่อแม่ ไม่ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดไกล ๆ ได้เล่นฟุตบอลไทยลีก มีทุนสนับสนุนเรียนหนังสือ วันหนึ่งที่พวกเขาเลิกเล่นฟุตบอล จะได้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพอื่น”

การพัฒนาเยาวชนคือเป้าหมายหลักของฉะเชิงเทรา ไฮเท็ค เอฟซี ปัจจุบันสโมสรแห่งนี้ได้เริ่มพัฒนาเยาวชน รุ่นเล็กสุดตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ไล่ขึ้นไปจนถึงระดับอาชีพ เพื่อสร้างการพัฒนานักฟุตบอลที่เป็นระบบ และการเติบโตให้กับทีมอย่างยั่งยืน

ไม่เพียงเท่านี้ ในทุกครั้งที่มีการจัดการแข่งขันรายการ “ช้าง จูเนียร์ คัพ” ในโซนภาคตะวันออก สโมสรแห่งนี้จะเปิดรัง ไฟต์ติงฟิช สเตเดียม เป็นเจ้าภาพการแข่งขันมาโดยตลอด 

สำหรับการแข่งขัน ช้าง จูเนียร์ คัพ อันเป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชน ที่จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มตราช้าง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนของทีมฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี เพื่อส่งเสริมการพัฒนานักฟุตบอลรุ่นเยาว์ของประเทศไทย ได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้าอย่างทั่วถึง และเห็นถึงความสำคัญของการสร้างนักเตะรุ่นใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของฟุตบอลไทย แบบเดียวกับที่สโมสรแห่งนี้เห็นความสำคัญมาตลอด

“ผมอยากให้แนวทางของเรา เป็นต้นแบบของการพัฒนาสโมสรในระดับรากหญ้า ทุกวันนี้ผมมองว่า การปั้นเยาวชน สิ่งที่เราทำมาตลอดประสบความสำเร็จมากในแบบของเรา แค่เห็นนักฟุตบอลที่เราสร้าง ได้เติบโตเป็นนักฟุตบอลอาชีพ สามารถมีรายได้ สร้างอนาคตของตัวเอง แค่นี้ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว”

“ผมหวังว่าฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี จะเป็นสโมสรแห่งท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ เหมือนกับสโมสรฟุตบอลในยุโรป ที่มีเด็กท้องถิ่นลงสนาม มีแฟนบอลเต็มอัฒจันทร์ ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ คนในจังหวัดใส่เสื้อของทีมฉะเชิงเทรา เหมือนกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นแรงบันดาลใจที่เราตั้งเป้าว่า สักวันเราจะไปให้ถึงจุดนั้น” ชนะวิทย์ ฉายแสง กล่าวทิ้งท้าย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง