mainstand

Feature

ไขข้อสงสัย : แฟนบอลหาย ช่วยให้พรีเมียร์ลีกยิงกระจายจริงหรือ ? | Main Stand



แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนยิง 5 ลูก, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสีย 6 ประตู, ลิเวอร์พูล ถูกถลุง 7 เม็ด นี่คือผลสกอร์อันน่าเหลือเชื่อของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 หลังผ่านการแข่งขันไปได้แค่ 4 นัด


 

ความสูสีในฟุตบอลอังกฤษเกิดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผลประตูรวมที่มากกว่า 7 ลูกต่อนัด สามารถเห็นได้ทุกสัปดาห์ 

ท่ามกลางคนดูที่หายไปจากสนามแข่งขัน ดูเหมือนว่า นี่อาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ พรีเมียร์ลีก เปลี่ยนไปในทิศทางใหม่

Main Stand จะมาไขข้อสงสัยแฟนบอลหาย ช่วยให้พรีเมียร์ลีกยิงกระจายจริงหรือ ? ด้วยข้อเท็จจริงจากสถิติ และคำยืนยันของคนในวงการ 

 

สถิติบอกอะไร ?

มีสถิติมากมายที่ยืนยันว่าการหายไปของผู้ชม มีผลต่อการประตูที่มากขึ้นในพรีเมียร์ลีก หากมองที่ยอดทำประตูของฤดูกาล 2020-21 ที่ลงสนามไปแล้ว 38 นัด จาก 4 แมตช์เดย์ มีการยิงประตูทั้งหมด 144 ลูก มากกว่าการแข่งขัน 38 นัดแรกของฤดูกาล 2019-20 ถึง 40 ลูก

ถ้าเจาะลึกลงไปกว่านั้น พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อเกมที่ 3.79 ลูกต่อนัด ถือเป็นค่าเฉลี่ยสูงสุดนับแต่ซีซั่น 1930-31 หรือ 90 ปีที่แล้ว

ค่าเฉลี่ยการทำประตูสูงสุดในรอบเกือบ 100 ปี ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เมื่อเทียบกับผลการแข่งขันในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 เพราะมี 11 เกม จาก 38 นัด ที่มีการทำประตูอย่างน้อย 5 ลูก โดยจำนวนนี้ มีถึง 7 เกมที่มีการทำประตูไม่น้อยกว่า 7 ลูก

ได้แก่ ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์, ลีดส์ 4-3 ฟูแลม, เอฟเวอร์ตัน 5-2 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน, เซาแธมป์ตัน 2-5 ท็อตแนม ฮอทสเปอร์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-5 เลสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-6 ท็อตแนม ฮอทสเปอร์ และ แอสตัน วิลลา 7-2 ลิเวอร์พูล

เกมที่เป็นไฮไลต์มากที่สุด คงหนีไม่พ้น แอสตัน วิลลา เอาชนะ ลิเวอร์พูล 7-2 ทั้งในแง่ของการแข่งขันที่มีการทำประตูมากที่สุดในซีซั่น (จนถึงปัจจุบัน) ด้วยจำนวน 9 ลูก และยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1953 ที่แชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีก ถูกคู่แข่งถล่ม 7 ประตู ในฤดูกาลถัดมา

ความพ่ายแพ้ของลิเวอร์พูลในเกมดังกล่าว สร้างแรงกระเพื่อมทั่วทั้งพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล หรือ ผู้สื่อข่าว ที่ให้ความสนใจต่อการทำประตูที่มากขึ้นแบบก้าวกระโดด แม้แต่นักเตะยังรู้สึกว่า การเสียประตูนัดละ 3 หรือ 4 ลูก ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติในการแข่งขันฤดูกาล 2020-21

“เรื่องนี้มีการพูดถึงในกลุ่มนักเตะ เพราะดูเหมือนว่าการทำประตูหลายลูกในหนึ่งเกม จะดำเนินต่อไปหลังจากนี้ การเสีย 3 ประตูในหนึ่งเกมดูเป็นปกติ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในพรีเมียร์ลีก คุณอาจกลับมาชนะ 4-3 หรือ 5-3 ก็ได้” ไมเคิล คีน แนวรับจากสโมสรเอฟเวอร์ตัน ให้สัมภาษณ์ผ่าน BBC ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“นักเตะส่วนมากไม่ได้รับการฝึกซ้อมอย่างที่เคยเป็นมา ผมคิดว่าการที่แฟนบอลไม่ได้เข้าชมเกมในสนาม ส่งผลกระทบพอสมควร”

“กองหน้าอาจรู้สึกว่าตัวเองมีอิสระมากขึ้น ในการลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เพราะพวกเขาได้รับความกดดันที่น้อยลง แต่สำหรับกองหลัง นี่ไม่ใช่พรีเมียร์ลีกที่เคยรู้จัก คำว่า คลีนชีท แทบเป็นไปไม่ได้ และเราไม่ต้องการให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้น”

 

คนดูหาย สกอร์เพิ่ม

การหายไปของแฟนฟุตบอลในสนาม ถูกสันนิษฐานว่าเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้การทำประตูเพิ่มขึ้นของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 

มีหลายคนในวงการฟุตบอลที่เห็นด้วยกับสันนิษฐานข้อนี้ BBC รายงานว่า เฮดโค้ชหนึ่งรายในพรีเมียร์ลีกที่ไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า นักเตะตัดสินใจแย่ลง เนื่องจากความกดดันจากแฟนฟุตบอลในสนาม หายไปจากการแข่งขัน ส่งผลให้ ความกระหาย และความดุดันของผู้เล่นเกมรับลดลง เมื่อไร้แรงกระตุ้นจากแฟนบอล

คำกล่าวของหัวหน้าผู้ฝึกสอนรายนี้ สอดคล้องกับสถิติที่ออกมา พบว่า พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีการสร้างโอกาสทำประตูเฉลี่ย 4.05 ครั้งต่อเกม มากสุดเท่าที่มีการเก็บสถิติ ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการเปลี่ยนโอกาสยิงเป็นประตู ยังเพิ่มจากซีซั่นก่อนซึ่งอยู่ที่ 11 เปอร์เซ็นต์ เป็น 16.1 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลปัจจุบัน

“การหายไปของแฟนบอล ทำให้นักเตะจากสโมสรใหญ่ที่คุ้นเคยกับความกดดัน สูญเสียโฟกัส และความตั้งใจ” คาร์ลอส คาร์วัลญัล เฮดโค้ชของบรากา ทีมดังจากโปรตุเกส ให้สัมภาษณ์กับสื่อ

“แฟนบอลทำให้การรับรู้ของนักเตะกว้างขึ้น และทำให้การตื่นตัวของกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น ผมมองว่าแฟนบอลส่งผลถึงสิ่งที่อยู่ในหัวนักเตะค่อนข้างมาก คิดเป็นราว 20 เปอร์เซ็นต์”

“ความกดดันจากแฟนบอลทีมใหญ่ ที่เคยส่งผลต่อนักเตะฝั่งตรงข้ามก็หายไป ตอนนี้เหลือเพียง นักฟุตบอลฝั่งละ 11 คน ลูกบอลหนึ่งลูก และกรรมการหนึ่งคน ทุกอย่างมันกลับมาเท่ากันหมด”

คำกล่าวของเฮดโค้ชหลายคนถึงแรงกระตุ้นที่หายไปของนักเตะ สอดคล้องกับคำบอกเล่าของอดีตนักเตะอย่าง อลัน เชียร์เรอร์ และเจอร์เมน จีนาส ทั้งคู่กล่าวว่า การฟังเสียงโห่ร้องของแฟนบอลในสนาม ทำให้อดรีนาลีนของนักฟุตบอลพุ่งพล่าน ทำให้เกิดความกระหายที่จะวิ่ง อยากจะเอาชนะ ถือเป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน แต่เมื่อไร้เสียงแฟนบอลที่คุ้นเคย ไม่มีทางที่นักเตะจะกลับมาแสดงผลงานเหมือนเดิมได้

เฮดโค้ชบางคนในพรีเมียร์ลีก มองเห็นถึงปัญหาข้อนี้ จึงเริ่มแก้ไขด้วยการปรับให้นักเตะลงมาฝึกซ้อมในสนามแข่งขันมากขึ้น เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพบรรยากาศของสนามที่ไร้แฟนบอล บางทีมถึงกับจัดเกมแบ่งข้าง 10 ต่อ 10 เพื่อจำลองสถานการณ์แข่งขันจริงในการฝึกซ้อม

“ฟุตบอลคือเกมที่มีรากฐานะจากภัยคุกคาม และความหวาดกลัว แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับหายไป เมื่อแฟนบอลไม่อยู่ในสนาม” ไมเคิล คอลฟิลด นักจิตวิทยาด้านกีฬา กล่าว

“คุณลองนึกภาพทีมอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือ คริสตัล พาเลซ ที่มีแฟนอันจงรักภักดีคอยหนุนหลัง พวกเขาเข้าสู่สนามด้วยความรู้สึกที่บอกกับตัวเองว่า ‘โชคดีแค่ไหนที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก’ เมื่อแฟนบอลเหล่านี้หายไป มันไม่ต่างกับคอนเสิร์ตของ เฟรดดี เมอร์คิวรี ที่ปราศจากคนดู”

 

ปัจจัยอื่นที่มีผล 

ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับสันนิษฐานที่บอกว่า การหายไปของแฟนบอลในสนาม ส่งผลต่อการทำประตูที่มากขึ้นของพรีเมียร์ลีก นักฟุตบอล และนักวิจารณ์เกมหลายคน เห็นตรงข้ามว่า มีปัจจัยอื่นอีกมากที่มีผลต่อเรื่องนี้ โดยเฉพาะปัจจัยที่มาจากตัวผู้เล่นเอง

“มาตรฐานเกมรับของพรีเมียร์ลีกย่ำแย่อยู่แล้ว แถมยังมีผู้รักษาประตูที่ฝีมือห่วยแตกอีกมากมาย มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่มีแฟนบอลในสนาม นั่นไม่ใช่เหตุผลเลยด้วยซ้ำ มาตรฐานเกมรับที่ต่ำลงต่างหาก คือเรื่องสำคัญ” คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และนักวิจารณ์ของ บีที สปอร์ต ให้ความเห็น

“มีหลายคนถกเถียงว่า หากมีคนดูในเกมแอสตัน วิลลา กับ ลิเวอร์พูล จะเป็นอย่างไร ผมถามกลับว่า หลังจากอาเดรียนทำพลาดครั้งแรก แล้วในสนามมีคนดู เขาจะแย่กว่านี้ได้อีกแค่ไหน ?”

การที่กองหลังของทีมระดับโลก อย่าง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเสียประตูไม่ต่ำกว่า 5 ลูก ในฤดูกาล 2020-21 ย่อมแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของเกมรับพรีเมียร์ลีกที่ตกลงไป อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเสียประตูมากขนาดนี้ของทีมใหญ่อาจไม่เกิดขึ้น หากไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามาปั่นป่วนวงการฟุตบอลจนผิดเพี้ยน

หากตัดเรื่องแฟนบอลไม่เข้าสนามออกไป ผลกระทบจากการพรีซีซั่นที่สั้นกว่าปกติ ย่อมส่งผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีเวลาฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาลแค่ 34 วัน แถมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องเพียงหนึ่งนัด การเตรียมตัวที่น้อยขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทัพปีศาจแดง จะถูกท็อตแนม ฮอทสเปอร์ ยิงยับ 6 ประตู ในการแข่งขันก่อนเบรคทีมชาติ

“นักกีฬาระดับสูงแสดงออกในรูปแบบที่ต่างออกไปก่อนเกิดการระบาด แม้ว่ามาตรฐานการเล่นของพวกเขาจะสูงเหมือนเดิม แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่เกิดขึ้นในช่วงล็อกดาวน์ แล้วกลับมาทำการแข่งขัน พวกเขาไม่มีเวลาพักผ่อนเลย” คอลฟิลด์ นักจิตวิทยากล่าว

นอกจากตารางที่อัดแน่นหลังช่วงเบรกโควิด-19 กฎแฮนด์บอลใหม่ในกรอบเขตโทษของพรีเมียร์ลีก ยังส่งผลต่อการทำประตูที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยตัวเลขเฉลี่ยของจุดโทษในฤดูกาล 2020-21 เพิ่มจากซีซั่นก่อนหน้า 22 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการเป่าเป็นจุดโทษทุกกรณี หากบอลโดนมือ หรือ แขนในกรอบเขตโทษ

VAR คืออีกส่วนของด้านการตัดสินที่ส่งเสริมให้มีการทำประตูมากขึ้น BBC วิเคราะห์ว่า นักเตะเกมรับระมัดระวังในการเข้าสกัดมากขึ้น เนื่องจากกลัวถูกเช็คย้อนหลังจาก VAR ส่งผลให้มีช่องว่างในเกมรับมากกว่าที่เคย

การปราศจากแฟนฟุตบอลเข้าชมในสนามแข่งขัน ย่อมถือเป็นปัจจัยที่ทำให้มีการทำประตูมากขึ้นในพรีเมียร์ลีก 

แต่หากพิจารณาจากปัจจัยด้านอื่น ทั้ง ความผิดพลาดส่วนบุคคล, ความเหนื่อยล้าจากตารางที่อัดแน่น และการตัดสินรูปแบบใหม่ คงบอกว่าทุกปัจจัย มีส่วนต่อการทำประตูที่เพิ่มขึ้นไม่ต่างกันมากนัก

ไม่ว่าแฟนบอลที่หายไปจากสนาม จะส่งผลต่อพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-21 มากแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่มั่นใจ คือ การทำประตูแบบถล่มทลายในหนึ่งนัด จะไม่หยุดลงแค่นี้ เชื่อว่าหากพรีเมียร์ลีกกลับมาดำเนินการแข่งขันอีกครั้ง แฟนบอลทั่วโลกจะได้พบกับความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเห็นในซีซั่นไหน และนั่นคือกำไรของผู้ชม

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.bbc.com/sport/football/54433028
https://www.premierleague.com/results



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง