mainstand

Feature

สกิลปาก : อาวุธลับที่ทำให้ "เลบรอน เจมส์" เป็นสุดยอดนักกีฬาแห่งยุค | Main Stand



“ผมขอบอกผู้เล่นทุกคนไว้เลยว่า ผมมาเพื่อที่จะชนะเท่านั้น ผมคิดว่าผมสามารถแบกทีมได้ทั้งทีม เพราะผมเป็นพวกผู้เล่นที่ไม่เคยพอใจอะไรง่าย ๆ” 


 

“มันไม่สำคัญหรอกว่า ผลงานส่วนตัวของคุณจะยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ถ้าจะเป็นแชมป์ ทุกคนในทีมต้องช่วยกัน”

เชื่อหรือไม่ว่า สองประโยคที่ดูต่างกันสุดขั้ว ประโยคหนึ่งบอกว่าเขาสามารถแบกทีมประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง อีกประโยคเผยว่า การจะเป็นแชมป์ต้องอาศัยแรงจากทุกคนในทีม หลุดออกจากปากของผู้ชายคนเดียวกัน

ชายคนที่เรากล่าวถึง คือ เลบรอน เจมส์ ยอดนักบาสเกตบอลวัย 35 ปี ที่เพิ่งคว้าแชมป์ NBA สมัยที่ 4 ของตัวเองมาหมาด ๆ และได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดนักบาสแห่งยุคสมัย 

สิ่งที่สร้างให้เลบรอน เจมส์ เป็นสตาร์ของวงการบาสเกตบอล ไม่ได้มีแค่ฝีมือ และความสำเร็จ  แต่เขายังมีประโยคเด็ดออกมาจากปากอยู่เสมอ และทุกคำล้วนสะท้อนความเป็นนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ ออกมาได้เป็นอย่างดี

 

ปากที่ไม่ได้มีไว้ทานข้าว

การจะมีสกิลปากที่เยี่ยมยอดต้องมาพร้อมกับความมั่นใจที่ใหญ่ยิ่ง เพราะถ้าไม่ใช่คุณเป็นคนขี้โม้ทันที 

เลบรอน เจมส์ คือ ดาวรุ่งที่ได้รับการคาดการณ์ว่า จะเป็นนักบาสผู้ยิ่งใหญ่ หลังจากยุคของไมเคิล จอร์แดน ในช่วงวัยหนุ่ม เขาจึงไปเปี่ยมด้วยความมั่นใจ และหล่นวาทะเด็ด ตั้งแต่ยังไม่เข้าลีก NBA ด้วยซ้ำ

“ผมขอบอกผู้เล่นทุกคนไว้เลยว่า ผมมาเพื่อที่จะชนะเท่านั้น ผมคิดว่าผมสามารถแบกทีมได้ทั้งทีม เพราะผมเป็นพวกผู้เล่นที่ไม่เคยพอใจอะไรง่าย ๆ” 

“ถ้าคุณมีสุดยอดนักบาสที่ไม่เคยพอใจสิ่งที่เกิดขึ้นบนสนาม ผมเชื่อมั่นว่าความคิดนี้จะส่งต่อไปยังเพื่อนร่วมทีมคนอื่น” เลบรอนโอ้อวดตัวเอง กับการสัมภาษณ์ก่อนการดราฟลีก NBA ในปี 2003

ถึงจะดูขี้โม้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง แต่เลบรอน ได้รับการดราฟในฐานะอันดับที่ 1 โดยทีมบ้านเกิด คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เขาทำผลงานในช่วงเริ่มต้นของอาชีพ ออกมาได้สมกับความมั่นอกมั่นใจของตัวเอง ด้วยการคว้าตำแหน่งผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี ประจำฤดูกาล 2003-04

หลังจากฤดูกาลแรกเป็นต้นมา เลบรอน เจมส์ มีชื่อติดทีมออลสตาร์ของ NBA ทุกปี เท่านั้นยังไม่พอเขายังแบกทีมได้สมคำคุย ด้วยการพาคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ เข้ารอบเพลย์ออฟ 5 ฤดูกาลติดต่อกัน ในช่วงปี 2006-2010

พูดกันตามความจริง หากไม่มีเลบรอน เจมส์ ทีมคาวาเลียร์ส คงไม่มีทางไปถึงรอบเพลย์ออฟอย่างแน่นอน เผลอ ๆ จะจมอยู่ท้ายตารางของลีกด้วยซ้ำ ความเก่งกาจของเลบรอน ทำให้เขาคว้ารางวัล MVP ในปี 2009 และ 2010 มาครอง

ถึงจะเก่ง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทว่าสิ่งหนึ่งที่เลบรอนขาดมาตลอด คือการคว้าแชมป์ NBA เพราะแม้จะแบกทีมเก่งแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยพอที่จะเป็นแชมป์ ซึ่งกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เหล่ากองแช่งเลบรอน สามารถล้อเลียนเขาได้ตลอดเวลาว่า ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ตัวจริง

การไม่ได้แชมป์กลายเป็นปมในใจของเลบรอน จนทำให้เขากระทำในสิ่งที่โลกบาสเกตบอลต้องจดจำไปตลอดกาล ในปี 2010 เขาตัดสินใจย้ายทีมไปอยู่กับไมอามี ฮีตส์ ที่มีซูเปอร์สตาร์อย่าง คริส บอช และดเวย์น เหวด ร่วมเป็นกำลังหลักเพื่อล่าแชมป์

หลังได้บ้านหลังใหม่ เลบรอนมั่นใจสุดขีดว่า เขาจะปลดล็อคฝันร้ายได้สักที และเขาได้หล่นวาทะเด็ดอันเป็นอมตะทันที ในงานเปิดตัวทีมไมอามี ฮีตส์ ประจำฤดูกาล 2010-11

“ไม่ใช่แค่สอง ไม่ใช่แค่สาม ไม่ใช่แค่สี่ ไม่ใช่แค่ห้า ไม่ใช่แค่หก ไม่ใช่แค่เจ็ด และที่ผมพูดไป คือสิ่งที่ผมเชื่อนะ ผมเชื่อนะว่าเราจะคว้าแชมป์ได้หลายสมัย” เลบรอน เจมส์ ตอบคำถามของพิธีกรที่ถามว่า ไมอามี ฮีตส์ จะคว้าแชมป์ได้กี่สมัย

แม้จะดูขี้โม้สุด ๆ แต่เขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูดแบบนั้น เพราะในปีแรกกับฮีตส์ เขาพาทีมจากรัฐฟลอริดา เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทันที ทว่าการพ่ายแพ้ในรอบชิงฯ ให้กับดัลลาส แมฟเวริคส์ ทำให้เขากลายเป็นที่หัวเราะเยาะของเหล่ากองแช่งอีกครั้ง และเลบรอนเลือกตอบโต้อย่างเผ็ดร้อน

“ผมขอบอกพวกคนที่ตามแช่งผมให้ล้มเหลวทุกคนเลยนะ เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ พวกเขาก็มีชีวิตแบบเดิม ในวันที่เขาเจอวันนี้นี่แหละ เจอปัญหาแบบเดิม เหมือนที่เจอในวันนี้”

“แต่ผมจะมีชีวิตแบบที่ผมอยากจะใช้ต่อไป และผมสามารถทำทุกอย่างที่ผมต้องการ เพื่อตัวเอง และครอบครัว ให้มีความสุขมากที่สุด” เลบรอน เจมส์ ประกาศกร้าว

ความปากดีของเลบรอน ช่วยทำให้เขาเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะยิ่งขี้คุยมากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งจับจ้องเขามากเท่านั้น เฝ้ารอวันที่เขาจะล้มเหลว แต่ด้วยฝีมือระดับ MVP ทำให้เขาสามารถโชว์ผลงานได้ตามที่พูด สยบคำวิจารณ์มาแล้วมากมาย

ในขณะเดียวกัน บ่อยครั้งที่คำกล่าวของเขา ดันไปสร้างแรงกดดันกลับมาหาตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ และกลายเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวของเลบรอน

ต้องเข้าใจว่าสุดท้าย ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพ เลบรอน เจมส์ ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ต่อให้เล่นบาสเก่งแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะรับมือกับแรงกดดันได้เก่งเหมือนเล่นกีฬาในสนาม เมื่อเวลาผ่านไป อายุที่มากขึ้น ความคิดที่โตขึ้น ทำให้เขาเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเอง รวมถึงการใช้คำพูดออกจากปาก

 

พูดดีเป็นศรีแก่ตัว

เลบรอน เจมส์ เคยต่อว่าแฟนบาสอย่างเผ็ดร้อน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เขาตัดสินใจขอโทษแฟน ๆ พร้อมกับเปลี่ยนปรับทัศนคติใหม่ ด้วยอารมณ์ด้านบวก

คำพูดของเขาในอดีต เคยทำให้ตัวเองต้องพลาดพลั้ง แต่เลบรอน เจมส์คนใหม่ ใช้แรงต่อต้านจากคำพูดในอดีต ช่วยให้ตัวเองทำผลงานได้ดีขึ้น จนเขาคว้าแชมป์ NBA ได้ถึง 2 สมัยซ้อน ในปี 2012 และ 2013

“คำพูดของผมในอดีต มันส่งผลกับคนจำนวนมาก และมันส่งผลเสียกับตัวผมเอง ซึ่งผมต้องใช้เวลาเยียวยาตัวเอง กับสิ่งเหล่านั้น แต่ตอนนี้ผมเติบโตเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ทั้งในฐานะผู้เล่น, พ่อ, เพื่อน, อาจารย์, ผู้นำ และมนุษย์คนหนึ่ง ผมคิดว่าตอนนี้ผู้คนเริ่มเข้าใจผมมากขึ้นแล้วว่า เนื้อแท้ตัวตนของผมเป็นอย่างไร”

เลบรอน เจมส์ ไม่เคยอายกับอดีตที่เคยพลาด ในทางกลับกันเขาพร้อมเรียนรู้ทุกอย่าง และส่งต่อสิ่งที่เขาได้รับให้กับทุกคน ในฐานะนักกีฬาระดับโลก ที่มีคนมากมายพร้อมรับฟัง เขาใช้ปากของเขาเป็นกระบอกเสียง เพื่อหวังสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่มีเขาเป็นไอดอล

“ชีวิตของผมเจอคำพูดที่คอยโจมตีมากมาย มันเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ผมจะไม่ยอมให้คนอื่นมาคอยทำร้ายเรา เราแค่ต้องเล่นบาสให้ดีที่สุดเท่านั้น ก็พอ นี่คือหน้าที่ของเรา ... สำหรับผมความเจ็บปวดนี่แหละ คือแรงกระตุ้นชั้นดีที่สุด”

หลังจากช่วงเวลา 4 ปี กับไมอามี ฮีตส์ และแหวนแชมป์ 2 วง … เลบรอน เจมส์ บรรลุเป้าหมายคว้าแชมป์ให้กับตัวเอง และถึงเวลาที่เขาจะตอบแทนบ้านเกิด ด้วยการตัดสินใจย้านกลับไปเล่นให้คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส อีกครั้ง 

ชีวิตของเลบรอน กับทีมบ้านเกิดครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อน เขาเติบโตขึ้นพร้อมนำทีมมากกว่าเดิม เขาพาคาวาเลียร์ส เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ NBA ฤดูกาล 2014-15 ในทันที 

แม้จะพ่ายให้กับทีมโกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส อย่างน่าเสียดาย แต่ปีถัดมา เลบรอน พาทีมจากคลีฟแลนด์เข้าชิงอีกครั้ง และรอบนี้เขาทำสำเร็จ พาคาวาเลียร์สล้างแค้นชนะวอร์ริเออร์ ในรอบชิงชนะเลิศ พร้อมกับพูดประโยคสุดคลาสสิคทันทีหลังจากได้แชมป์ว่า

“คลีฟแลนด์ แชมป์นี้เพื่อคุณณณณณณณณณณณณณณณณณ”

ประโยคนี้คือการปลดล็อคทุกอย่างในชีวิตของเลบรอน เจมส์ ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับคำดูถูกว่าดีไม่พอ ที่จะพาทีมบ้านเกิดเป็นแชมป์, เคยถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ กับการทิ้งคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ไปอยู่ไมอามี ฮีตส์ เพื่อคว้าแชมป์ แต่ในวินาทีที่เขาพูดประโยคข้างหน้า คือการก้าวขึ้นเป็นสตาร์เบอร์ 1 แห่งยุคสมัยอย่างสมบูรณ์

ไม่เพียงเท่านั้น เลบรอนได้พูดถึงเคล็บลับความสำเร็จครั้งนี้ว่า ความคิดของเขาได้เปลี่ยนไปจากในอดีตโดยสิ้นเชิง สมัยก่อนเขาเชื่อว่าตัวเขาแค่คนเดียว สามารถแบกทีมให้เป็นแชมป์ได้ แต่เวลาผ่านไปทำให้เขารู้ว่า นี่คือความคิดที่ผิด

“ผมคิดถึงทีมก่อนเสมอ ความคิดนี้ทำให้ผมประสบความสำเร็จ และทำให้ทีมของผมประสบความสำเร็จ” 

“มันไม่สำคัญหรอกว่า ผลงานส่วนตัวของคุณจะยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ถ้าจะเป็นแชมป์ ทุกคนในทีมต้องช่วยกัน” เลบรอน กล่าว 

น่าเสียดายที่ช่วงเวลา 2 ปีที่เหลือ ของเลบรอน เจมส์ กับคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ต้องไปแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ให้กับโกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ทั้ง 2 ครั้ง ในปี 2017 และ 2018 จนเขาตัดสินใจมาเริ่มต้นใหม่ กับลอสแองเจลิส เลเกอร์ส

นักวิจารณ์บาสจำนวนไม่น้อย พากันฟันธงว่า เลบรอนจะไม่ประสบความสำเร็จกับเลเกอร์ส ด้วยสภาพทีมที่ไม่พร้อม แต่เป็นอีกครั้งที่เขาสยบเสียงวิจารณ์ ด้วยการพาเลเกอร์สคว้าแชมป์ NBA ประจำฤดูกาล 2019-20

“ผมต้องการความเคารพ พวกเราทุกคนในทีม ในองค์กรแห่งนี้ต้องการความเคารพ แฟนบาสของเรา เลเกอร์ส-เนชั่น ก็ต้องการความเคารพเหมือนกัน” เลบรอน เจมส์ พูดถึงแรงผลักดันที่ทำให้เลเกอร์สคว้าแชมป์ 

ด้วยวัย 35 ปี ปฏิเสธไม่ได้ว่าเลบรอน เจมส์ กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงท้ายอาชีพ แต่ไม่ว่าจะวันแรกในฐานะนักบาส NBA จนถึงวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไป คือความมั่นใจในตัวเองว่า เขาคือซูเปอร์สตาร์ของวงการบาสเกตบอล และเลบรอนไม่เคยอาย ที่จะประกาศความอหังการของเขาออกไป

“สำหรับผม ผมต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา เพื่อเติมไฟให้ตัวเอง มีคนตั้งคำถามมากมายว่า อาชีพของผมจบลงแล้วหรือยัง หลังจากอาการบาดเจ็บเมื่อปีที่ผ่านมา (ทีมเลเกอร์สไม่เข้าเพลย์ออฟ) จนทำให้ผมมาถามตัวเองว่า เราดีพอเหมือนในอดีตหรือเปล่า ?”

“ความคิดนี้มันอยู่ในหัวผม ผมจึงมาคิดว่า ถ้างั้นก็มาพิสูจน์ให้คนพวกนี้เห็นไปเลย” เลบรอน กล่าวหลังคว้าแชมป์ NBA ฤดูกาลล่าสุด


Photo : www.essentiallysports.com

ความเป็นนักสู้ของเลบรอน ถูกถ่ายทอดผ่านคำพูดของเขาหลายต่อหลายครั้ง ปัจจุบันเขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงชีวิตที่ไม่ยอมแพ้ และมีพื้นที่ความสำเร็จ รอให้เราได้สัมผัสเสมอ หากมีทัศนคติที่ดี รวมถึงความตั้งใจจริง

ไม่ว่าจะเป็นเด็กปากดี หรือนักบาสตัวเก๋าผู้สร้างแรงบันดาลใจ สิ่งที่ไม่เคยหายไปจากตัวของเลบรอน เจมส์ คือวาทะเด็ดจากปาก ที่ช่วยสร้างให้เขาเป็นซุเปอร์สตาร์ของวงการกีฬา 

ไม่ว่าคำพูดของเขาจะออกมาเป็นที่ถูกใจหรือไม่ แต่ทุกคำพูดได้ออกมาจากตัวตน และหัวใจของผู้ชายคนนี้ และสะท้อนตัวตนความเป็นดาวเด่นของเลบรอน เจมส์ ได้เป็นอย่างดี

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=cA-slCPeh3o
https://bleacherreport.com/articles/740403-lebron-james-the-12-dumbest-quotes-of-his-professional-career
https://bleacherreport.com/articles/1455430-2012-changed-lebron-james-legacy-more-than-the-rest-of-his-career-combined
https://www.sportskeeda.com/basketball/top-15-inspirational-lebron-james-quotes
https://www.insider.com/lebron-james-championship-finals-mvp-i-want-my-damn-respect-2020-10



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง