mainstand

Feature

โนแลน บุชเนลล์: มนุษย์ให้กำเนิดเกมตู้เครื่องแรกของโลก




ถึงไม่ต้องอธิบายยืดยาวแต่ทุกคนก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมเกมมีมูลค่ามากแค่ไหน และพัฒนาก้าวหน้าไปมากเพียงใด โดยเฉพาะเกมอาร์เคด หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “เกมตู้” ที่ถึงขั้นสามารถใช้เทคโนโลยี VR เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกเสมือนจริงราวกับหลุดไปอยู่ในโลกของเกมได้แล้วด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมเกมจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ได้เลยถ้าไม่มี “ผู้บุกเบิก” ที่ได้สร้างรากฐาน วางแนวทาง รวมถึงเป็นผู้คิดค้นเกมตู้เครื่องแรกของโลกในคนรุ่นหลังได้เดินรอยตาม 

ชื่อของเขาคือ โนแลน บุชเนลล์ และ แน่นอนว่ากว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จ ย่อมต้องมีอุปสรรคมากมายให้ต้องฝ่าฟัน ติดตามเรื่องราวการต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อของบิดาแห่งวงการเกมตู้ได้ที่ Main Stand Gaming
 

เหตุเกิดจากสวนสนุก

ก่อนหน้าที่จะกลายเป็นบุคคลสำคัญแห่งวงการเกมเหมือนเช่นทุกวันนี้ โนแลน บุชเนลล์ ก็เป็นเพียงแค่นักศึกษาคณะวิศวกรรมมหาวิทยาลัยยูทาห์ธรรมดาๆ เท่านั้น โดยเขาเกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1943

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของ บุชเนลล์ เริ่มขึ้นในปี 1961 ในคณะวิศวกรรมไฟฟ้า โดยสาเหตุที่เขาเลือกเรียนคณะนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการที่เขามีพรสวรรค์เรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก บุชเนลล์ อธิบายว่าเขาเองก็ไม่เหมือนกันว่าทำไมเรื่องวงจรไฟฟ้าที่ดูยุ่งยากสำหรับคนอื่น กลับเป็นเรื่องที่ดูไม่ซับซ้อนสำหรัเขา

บุชเนลล์ มีธุรกิจเล็กๆ ในการเปิดร้านซ่อมไฟฟ้าและโทรทัศน์ก่อนที่เขาจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเสียอีก เขาหาเงินได้จำนวนไม่น้อยจากมัน 


photo : pocket

“ในยุคสมัยนั้นผู้คนแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับโทรทัศน์เลย ผมจึงสามาถเรียกค่าแรงได้เต็มที่ และพวกเขาก็ยินดีพร้อมจะจ่าย” บุชเนลล์ กล่าวย้อนอดีตกับ BBC 

ในช่วงที่เรียนอยู่ในคณะวิศวกรรมไฟฟ้า บุชเนลล์ มีโอกาสได้เล่นเกมที่ชื่อว่า Spacewar! ที่รันบนเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม DEC ของมหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงทศวรรษที่ 60 เกมคอมพิวเตอร์ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ บุชเนลล์ รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นในจอมากๆ 

Spacewar! คือเกมที่มีผู้เล่นสองคนต่อสู้กันด้วยยานอวกาศ คิดค้นโดย สตีฟ รัสเซล นักศึกษาด้านเทคโนโลยีจาก Massachusetts Institute of Technology ในปี 1961 แต่สาเหตุที่มันไม่แพร่หลาย และจำกัดอยู่แค่ในแวดวงเทคโนโลยีก็เพราะค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสร้างสูงเอามากๆ 

“สำหรับผมเกมนี้ (Spacewar!) มันคือมีความหมายมากทั้งวงการคอมพิวเตอร์และสำหรับผม สตีฟ รัสเซลล์ คือพระเจ้าของผม” บุชเนลล์ กล่าว

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ถือเป็นโชคดีของ บุชเนลล์ ที่เขาได้เข้าทำงานที่สวนสนุก Lagoon Amusement Park เพื่อหารายได้พิเศษ และเขาก็ได้สังเกตถึงโมเดลธุรกิจบางอย่าง

โมเดลธุรกิจที่ว่าคือบรรดาบูธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการยิงเป้า การปาเป้า การชู้ตบาส และอื่นๆ ที่มีการเก็บค่าบริการ เพื่อแลกกับของรางวัลดึงดูใจบางอย่าง รวมถึงความสนุกสนานด้วย มันทำให้ บุชเนลล์ ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า 

“ถ้าเราสามารถยกเกม Spacewar! ที่เคยเล่นในเครื่องคอมพิวเตอร์ มาบรรจุลงในตู้ แล้ววางให้บริการคนตามสวนสนุกมันจะเป็นยังไงนะ?”

นอกจากการทำงานที่สวนสนุกแล้ว บุชเนลล์ ยังพยายามค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของเทคโนโลยี โดยระหว่างที่เป็นนักศึกษาเขาได้ตระเวนไปฝึกงานในบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Litton Guidance, Control Systems, และ Hadley Ltd

“ผมอาจจะเป็นวิศวกรไฟฟ้าคนเดียวที่มองทะลุปรุโปร่งถึงอนาคตของวงการธุรกิจเกมหยอดเหรียญ” บุชเนลล์ กล่าว

บุชเนลล์ จบการศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยในปี 1968 และได้เข้าทำงานที่ Ampex บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกเสียงชื่อดัง แต่สำหรับเขางานนี้เป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น เพราะในตอนนี้ความฝันของ บุชเนลล์ ชัดเจนแล้วว่ามันคือการสร้างเกมตู้ 

โดยที่บริษัทแห่งนี้ บุชเนลล์ บังเอิญได้เจอเพื่อนอีกคนที่มีความฝันเหมือนกัน มีชื่อว่า  “เท็ด แด็บนี่ย์” ทั้งคู่ใช้เวลาหลังเลิกงานในการปรึกษาหารือกันอยู่เสมอถึงโปรเจ็คต์ในฝันขั้นแรกอย่างการ “จับเกม Spacewars! มาลงในตู้”

ในปี 1970 หลังจากที่ศึกษาเรื่องนี้มาได้สักพัก บุชเนลล์ กับ แด็บนี่ย์ ก็เริ่มมีไอเดียแล้วว่าพวกเขาจะทำอย่างไรในการสร้างฝันให้เป็นจริง ทั้งคู่ได้ลงเงินกันซื้อฮาร์ดแวร์ที่ชื่อว่า Data General Nova มาในราคา 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ 


photo : BBC 

ในเรื่องเทคนิคเป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่ บุชเนลล์ ได้อธิบายสั้นๆ ว่าการใช้ฮาร์ดแวร์ Data General Nova จะช่วยลดค่าใช้จ่ายมหาศาลในการสร้างเกม Spacewars! ลงตู้ให้กลายเป็นราคาที่สามารถเอื้อมถึง 

เมื่อทดลองด้วยตัวเองแล้วทำสำเร็จ บุชเนลล์ จึงนำไอเดียนี้ไปขายให้กับบริษัทที่ชื่อว่า Computer Quiz (บุชเนลล์ เพียงแค่นำไอเดียตั้งต้นของเกม Spacewars! เท่านั้น แต่มีการดัดแปลงให้ต่างออกไป จึงไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์) เมื่อทางบริษัทเห็นถึงศักยภาพตู้จำลองที่ บุชเนลล์ ผลิตขึ้นมา ประกอบกับ ราคาต้นทุนในการผลิตต่อตู้เพียงแค่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะจับมือร่วมธุรกิจกัน

ในปี 1971 ผลงานของ บุชเนลล์ และ แด็บนี่ย์ ได้ออกสู่สายตาชาวโลกในชื่อตู้ว่า Computer Space อย่างไรก็ตามเกมนี้ไม่ถูกกินเนสบุ๊คบันทึกว่าเป็นเกมตู้เครื่องแรกของโลก เนื่องจากมันเป็นการดัดแปลงไอเดียจากเกมที่อยู่ในคอมพิวเตอร์มาลงตู้อีกที

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากมีการวางจำหน่าย ยอดขายก็มากกว่า 1,500 เครื่อง (แต่สุดท้าย Computer Space ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายนัก เพราะผู้คนลงความเห็นว่าวิธีการเล่นของมันยังยุ่งยากเกินไป) ทำให้จากผลงานครั้งนี้ บุชเนลล์ จึงได้เงินทุนมาจำนวนไม่น้อย และเขาก็นำมันมาต่อยอดในการก่อตั้งบริษัทที่ต่อมาทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ Atari
 

รวมพลสร้างฝัน

หลังจากที่ บุชเนลล์ กับ แด็บนี่ย์ ก่อตั้ง Atari ขึ้นมา แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขายังคงไม่เปลี่ยนไป….การผลิตเกมตู้ยอดฮิตที่จะโด่งดังไปทั่วโลก แต่การที่จะทำเช่นนั้นได้พวกเขาจำเป็นต้องมีทีมงานฝีมือดีเพิ่มเข้ามาอีก ในตอนนั้นเองที่ชื่อของ อัลคอร์น ซันนี่เวลล์ ก็ผุดขึ้นมา 

บุชเนลล์ ลงทุนขับรถมาหา อัลคอร์น ด้วยตัวเองถึงที่บ้าน ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อนในสมัย Ampex ก่อนที่เขาจะเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาทำ สิ่งที่พวกเขาอยากจะทำในอนาคต รวมถึงแผนงานทางธุรกิจต่างๆ ให้ อัลคอร์น ได้ฟัง

ในตอนแรก อัลคอร์น เหมือนจะไม่เอาด้วย เพราะสิ่งที่ บุชเวลล์ เล่าให้ฟังดูเพ้อฝันมากๆ และยากที่จะเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อเขาได้เห็นเครื่อง Computer Space ผลงานของ บุชเวลล์ และ แด็บนี่ย์ ความคิดก็เปลี่ยนไปทันที


photo : Paleotronic 

“ในตอนแรกเขาเสนอให้ผมถือหุ้น 10% ใน Atari บริษัทของเขา แต่ผมก็ไม่สนใจ เพราะผมมองว่ายังไงมันก็ล้มเหลว”

“แต่หลังจากที่ผมเห็นเครื่อง Computer Space และวิธีการที่พวกเขาสร้างขึ้น ผมก็รู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้คืออัจฉริยะ ยิ่งไปกว่านั้นแฟนของผมก็บอกกับผมว่าให้คว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ด้วย” อัลคอร์น กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

อัลคอร์น กลายเป็นพนักงานคนแรกของบริษัท Atari โดยเขาได้รับเงินเดือน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมหุ้นอีก 10% โดยสาเหตุที่ บุชเนลล์ ต้องการตัว อัลคอร์น อย่างมากก็เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตวงจรโซลิดสเตตซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเกมตู้ 

“อัลคอร์น เป็นบุคคลที่ผมชื่นชมมาโดยตลอด เขาเป็นวิศวกรที่เก่งกาจ อีกทั้งยังมีอารมณ์ขัน เขาจึงเหมาะกับการทำวิดิโอเกมที่สุด” บุชเนลล์ กล่าว

หลังจากที่ได้ อัลคอร์น มาร่วมทีม บุชเนลล์ ก็ยังได้รับพนักงานในหลายตำแหน่งมาอีกหลายคน บริษัท Atari ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ 

“ความสำเร็จของ Atari เกิดขึ้นได้เพราะความสามารถของพนักงานทุกคน” บุชเนลล์ กล่าว


photo : Paleotronic 

เมื่อได้สมาชิกครบทีมแล้ว คำถามต่อไปคือ...แล้วพวกเขาจะผลิตอะไรออกมาล่ะ?

ในตอนนั้นเองไอเดียในการผลิต Pong เกมตู้เครื่องแรกของโลกอย่างเป็นทางการก็เกิดขึ้น?
 

เกมตู้เครื่องแรกของโลก

บุชเนลล์ ไม่ใช่คนเก่งเรื่องเทคโนโลยีที่สุดใน Atari แต่เขาคือหัวเรือใหญ่ของบริษัท เป็นคนริเริ่มไอเดียทั้งหมด ดังนั้นในระหว่างที่กำลังเคว้งคว้าง ไม่รู้ว่าจะผลิตเกมแบบไหนดี ในทุกๆ วัน บุชเนลล์ จะง่วนอยู่กับการจนบันทึกไอเดียของเขาลงในแผ่นกระดาษเล็กๆ 

เวลาผ่านไปสักพัก ในช่วงต้นปี 1972 บุชเนลล์ ก็เดินไปหา อัลคอร์น พร้อมกับไอเดียเกมที่ชื่อว่า Pong โดยคำว่า Pong ก็มาจาก Ping Pong นั่นเอง...ตามชื่อ เกม Pong ในจินตนาการของ บุชเนลล์ คือเกมที่จำลองการตีปิงปอง โดยผู้เล่นจะมีด้วยกัน 2 ฝ่าย ผลัดกันตีลูกไปมา โดยมีเส้นแบ่งตรงกลางที่เป็นสัญลักษณ์แทนตาข่าย ใครที่ทำคะแนนเยอะกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ

“นายต้องทำเกมนี้ออกมาโดยใช้ชิปไม่เกิน 20 ตัว” บุชเนลล์ บอก อัลคอร์น


photo : the times 

เมื่อได้รับคำสั่งมา อัลคอร์น ก็ไม่รอช้า เขารีบไปหาทีวีขาวดำมาเครื่องหนึ่ง ก่อนจะทดลองต่อมันเข้ากับตู้ไม้สูงสี่ฟุต หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนทางเทคนิคที่คนทั่วไปคงยากที่จะเข้าใจ แต่เอาเป็นว่าจากไอเดียเริ่มต้นของ บุชเนลล์ อัลคอร์น ก็ได้ปรับแต่งตัวเกมให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการใส่สกอร์ของผู้เล่นแต่ละฝ่ายลงไปในหน้าจอ เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น การแข่งขันดูจริงจังขึ้น นอกจากนั้นเขายังใส่เสียงลูกกระทบไม้เพื่อเพิ่มความเร้าใจ ปิดท้ายด้วยการใส่เสียงหัวเราะเยาะเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้

ในที่สุด อัลคอร์น ก็สร้างเกมตู้ Pong ตัวทดลองขึ้นมาได้สำเร็จ 

“สำหรับผมมันยอดเยี่ยมเลยล่ะ แต่ผมไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดกับมันยังไง” บุชเนลล์ กล่าว

บุชเนลล์ คิดถึงวิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผลที่สุด คือการยกตู้เกม Pong ตัวทดลองไปวางไว้ที่ Andy Capp’s Tavern บาร์ข้างๆ บริษัทที่เขากับพนักงานมักจะไปกินดื่มกันเป็นประจำจนสนิทกับเจ้าของไปแล้ว 

ตู้เกม Pong ถูกวางไว้ในบาร์อย่างไม่มีปี่มีขุล่ย พร้อมช่องใส่เหรียญ 25 เซนต์ และมีคำแนะนำวิธีการเล่นแปะอยู่ข้างๆ จากนั้นสิ่งเดียวที่ บุชเนลล์ และเพื่อนๆ ต้องทำคือ...แอบเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด

ในวันแรกๆ ลูกค้าของบาร์ยังไม่ได้ให้ความสนใจตู้เกม Pong มากนัก เพราะมันยังถือเป็นสิ่งใหม่มากๆ สำหรับยุคสมัยนั้น แต่หลังจากผ่านไปสักระยะความนิยมก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบปากต่อปาก จนสุดท้ายกลายเป็นว่าแถวต่อคิวเล่นนั้นยาวล้นออกไปถึงถนนข้างหน้าบาร์ เหรียญอัดแน่นเต็มกล่องใส่จนแทบจะเปลี่ยนกันไม่ทัน

“คุณคิดยังไงกับเกมนี้” บุชเนลล์ แอบถามหนึ่งในคนที่มาต่อแถว

“มันเยี่ยมไปเลย ไม่คิดเหมือนกันว่าเกมง่ายๆ ไม่ซับซ้อนแบบนี้มันจะสนุก” คำตอบของชายคนดังกล่าว

เมื่อมั่นใจแล้วว่าเกมของตัวเองสนุก และมันต้องได้รับความนิยมแน่ๆ ขั้นตอนต่อไปคือการนำโปรเจ็คนี้ไปขายให้กับบริษัทใหญ่ที่จะเข้ามาเป็นนายทุน แต่ปรากฎว่าไม่มีบริษัทไหนให้ความสนใจเลยแม้แต่บริษัทเดียว ทั้งๆ ที่ บุชเนลล์ มีภาพคนต่อแถวเล่นยาวไปยืนยันการันตีด้วย

“ในเมื่อไม่มีใครสร้างให้ งั้นเราก็สร้างมันด้วยตัวเองไปเลย” บุชเนลล์ กล่าว ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกำเงินทุนก้อนสุดท้ายของบริษัทผลิตตู้เกม Pong ออกมา

มันคือการตัดสินใจที่ถูกเสียยิ่งกว่าถูก เพราะเพียงแค่เดือนแรกเครื่อง Pong ก็ขายได้เกิน 8,000 เครื่องแล้ว สร้างรายได้มหาศาลให้กับบริษัท ถึงแม้ว่าภายหลังบริษัทอื่นๆ จะพยายามเดินตามโดยผลิตเกมตู้ที่คล้ายๆ กันออกมา แต่ก็ไม่มีใครทำได้ดีเท่า Atari เลย

หลังจากขายได้ 35,000 เครื่อง ถือเป็นเกมตู้เกมแรกที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นในปี 1973 พวกเขาจึงผลิตรุ่นใหม่ออกมาในชื่อ Pong Doubles ที่เพิ่มฟีเจอร์โหมดเล่น 4 คนเข้ามา ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จให้ชัดเจนขึ้นไปอีก

เรียกได้ว่า Pong คือรากฐานสำคัญให้อุตสาหกรรมเกมตู้ยุคหลังได้เดินรอยตาม และมันก็ได้ส่งให้ Atari กลายเป็นบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ ที่ต่อมาได้ผลิตทั้งเครื่องคอนโซลและเกมยอดฮิตออกมามากมาย เช่น Space Invader, Asteroids, Space Race และอีกมากมายที่ไม่อาจกล่าวถึงได้หมด
 

จากวันนั้นถึงวันนี้

หลังจากที่ขายบริษัท Atatri ให้กับ Warner Brothers ในปี 1976 ด้วยมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บุชเนลล์ ก็ยังคงเฝ้ามองการเติบโตของวงการเกมอย่างใกล้ชิด โดยเขาได้ก่อตั้งบริษัทที่เกี่ยวกับเกมและอุตสาหกรรมอื่นๆ มากกว่า 10 บริษัท แต่ลึกๆ เขาก็เสียดายไม่น้อยที่ใจเร็วด่วนได้ ด้วยการขาย Atari ไป เพราะมันยังมีศักยภาพที่ยังเดินทางต่อไปได้อีกไกล

“แต่นี่แหละชีวิต มันคือเกมที่คุณไม่มีทางรู้ตอนจบ” บุชเนลล์ กล่าว

คุณูปการที่ บุชเนลล์ ได้สร้างไว้ ทำให้เขาได้รับรางวัลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถูกบรรจุลงใน Video Game Hall of Fame, รางวัล BAFTA Fellowship, และถูกเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งใน 50 บุคคลผู้พลิกโฉมอเมริกาของ Newsweek

ในปี 2012 บุชเนลล์ ก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษาชื่อ Brainrush ซึ่งใช้เทคโนโลยีวิดีโอเกมในซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนในโรงเรียน เป็นการใช้สิ่งที่อยู่กับเขามาทั้งชีวิตก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม


photo : BBC 

“เรากำลังจะก้าวไปอีกขั้น เราจะเชื่อมโยงโทเค็นบล็อกเชนเพื่อให้ทุกคนมีการศึกษาที่อย่างสมบูรณ์” เขาอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เราจะลงทุนเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้” บุชเนลล์ กล่าว

ปัจจุบันในวัย 77 ปี ไฟของ บุชเนลล์ ก็ยังคงไม่ดับมอด เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาเขาเพิ่งวางจำหน่าย St. Noire เกมสืบสวนที่ใช้เทคโนโลยีเสียงในการบังคับ โดยเขาเป็นหัวเรือใหญ่ในการพัฒนา 

จากวันนั้น ณ มหาวิทยาลัยยูทาห์ถึงวันนี้ บุชเนลล์ คร่ำหวอดอยู่ในวงการเกมมาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ เห็นทุกการเติบโต โดยเขามีมุมมองต่อวงการเกมในอนาคตว่า

“ปัญญาประดิษฐ์จะเป็นตัวแปรสำคัญของวงการเกมในอนาคต”

“ทุกวันนี้เราสามารถแทนความเสมือนจริงในการเล่นเกมผ่านดวงตา หู และจมูก ได้แล้ว แต่สำหรับผิวหนังยังเป็นเรื่องที่ยาก”

“เพราะการจะทำให้ผู้เล่นรู้สึกเสมือนจริงต่อผิวหนัง มันจะทำให้ผู้เล่นบาดเจ็บได้ มันคือการทำร้ายผู้เล่นในตัว ดังนั้นใครที่สามารถหาจุดลงตัวตรงนี้ คนนั้นแหละคือคนที่จะไปได้ไกลที่สุดในอุตสาหกรรมนี้”


แหล่งอ้างอิง:

https://www.fastcompany.com/3068135/the-untold-story-of-atari-founder-nolan-bushnells-visionary-1980s-tech-incubator

https://en.wikipedia.org/wiki/Nolan_Bushnell

https://www.wired.com/story/inside-story-of-pong-excerpt/

https://www.bbc.com/news/business-33117769

https://www.euronews.com/2019/08/02/co-founder-of-atari-nolan-bushnell-launches-new-game

https://www.businessinsider.com/nolan-bushnell-gdc-pioneer-award-revoked-2018-1

https://www.guinnessworldrecords.com/news/60at60/2015/8/1972-first-commercially-successful-arcade-computer-game-392971

https://slate.com/technology/2014/10/the-invention-of-pong-how-nolan-bushnell-launched-the-video-game-industry.html


 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง