mainstand

Feature

หยำฉา : กระสอบทรายแห่งยุค 90s เจ้าของสโลแกน "อะไรไม่เก่งแต่ปากเก่ง" | Main Stand



เรื่องราวของตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในเรื่อง ดราก้อนบอล อย่าง หยำฉา มีหลากหลายสตอรี่ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละตอนที่ซ่อนไว้ หากพิจารณาในตัวเขาให้ดี ๆ คุณจะรู้ว่า "หยำฉา" ไม่ได้มีดีแค่การเป็นตัวตลกหรือเป็นกระสอบทรายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น


 

นี่คือเรื่องราวของ หยำฉา ที่เมื่อคุณรู้แล้วอาจจะยอมรับในตัวเขามากขึ้นก็ได้ 

 

อยู่ ๆ ตลกเฉย 

หยำฉา คือตัวละครที่ปรากฎตัวตั้งแต่ ดราก้อนบอล วางแผงเล่มแรก และตัวของเขานั้นเปิดตัวในฐานะที่ไม่ใช่กระสอบทรายหรือตัวละครที่เหมือนกับกลายพันธุ์ในเวลาต่อมา โดยกิมมิคของ หยำฉา นั้นเข้าใจง่าย ๆ ตรงกันคือ "สู้กับใครก็แพ้" นั่นเอง 


Photo : Geekdom101

การเปิดตัวของหยำฉาตอนแรกของเขานั้นไม่มาเวย์ตลกแบบนี้เสียทีเดียว หยำฉา คือมนุษย์โลกที่เกิดมาเพื่อเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของ โกคู (หรือที่เราเรียกกันว่า โงกุน) และแน่นอนว่าเขาไม่มีทางสู้ โงกุน ได้อยู่แล้ว เพราะนอกจาก โงกุน จะเป็นพระเอกของเรื่องแล้ว เขายังเป็นสิ่งมีชีวิตจากดาวไซย่า ที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์โลกหลายเท่านัก  

เรียกได้ว่าหากไม่นับ ผู้เฒ่าเต่า หรือ เถาไปไป ในช่วงแรกของเรื่องแล้ว หยำฉา ก็แทบไม่เป็นนักสู้ที่อ่อนหัดเลย หนำซ้ำยังมีราศีความเป็นบอสอยู่เล็ก ๆ ตรงที่เขาเป็นคนขี้โวและชอบคุยข่มคนอื่นเรื่องพลังต่อสู้ของตัวเอง จุดนี้ทำให้เขาถูกมองอย่างติดลบมาตั้งแต่ตอนแรก และอยากจะให้ โงกุน สอนมวยให้ได้ แต่การสู้กันในช่วงแรก ๆ ระหว่าง โงกุน และ หยำฉา ในตอนที่ โงกุน ยังเด็กนั้นถือว่าตึงมือทุกรอบ เหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นด้วยเรื่องของอายุ ที่ หยำฉา อายุมากกว่า ได้ฝึกวิชามามากกว่า ขณะที่ โงกุน กำลังเริ่มออกเดินทางยังไม่ได้ฝึกวิชาต่าง ๆ กับผู้เฒ่าเต่า ดังนั้นท่าไม้ตายของ หยำฉา ในเล่มแรก ๆ ที่ชื่อว่า "หมัดเขี้ยวหมาป่า" ก็หนักหน่วงจนโงกุนยังถึงกับจุกมาแล้ว

แม้ปลายทางที่สุดแล้ว หยำฉา จะไม่สามารถเอาชนะ โงกุน ได้แม้แต่ครั้งเดียว ใกล้เคียงที่สุดคือการสู้กันในครั้งแรกที่ได้ผลเสมอมา เนื่องจาก โงกุน เกิดหิวข้าวก่อนและยุติการสู้กันไปนั่นเอง


Photo : www.criticalhit.net

หลังจากไม่สามารถเอาชนะ โงกุน ได้ หยำฉา ก็กลายเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันร่วมกับ โงกุน และ คุริริน โดยมีผู้เฒ่าเต่าเป็นอาจารย์ ซึ่งหลังจากนั้นเองด้วยความที่เนื้อเรื่องต้องเดินหน้าไป พัฒนาความเข้มข้น เพิ่มความสามารถของตัวละครหลักและศัตรู ทำให้หลังจากนั้น หมัดเขี้ยวหมาป่าของหยำฉา ก็กลายเป็นพลังสุดกิ๊กก๊อกที่ไม่สามารถระคายผิวตัวโกงอย่าง เบจิต้า (ตอนเปิดตัว), ฟรีซเซอร์, เซลล์ หรือ จอมมารบู ได้เลยแม้แต่รอยขีดข่วน 

ในขณะที่ศัตรูในแต่ละตอนเก่งขึ้น หยำฉา ก็เริ่มกลายเป็นตัวละครที่เด่นในเรื่องตลกมากขึ้น แม้จะเป็นตัวละครที่เป็นมนุษย์ที่เก่งระดับต้น ๆ ของเรื่อง แต่สุดท้ายเขาก็เป็นได้แค่ "ตัวเปิด" ที่เปิดแล้วจบเรื่องไม่เคยได้ เพราะตัวเองเสียท่าก่อนเป็นประจำ 

และนั่นคือที่มาของฉากคลาสสิกอย่างการนอนตายหมอบกระแตตุ่ยจากการโดน ไซไบแมน เข้ามากอดเอวและระเบิดพลีชีพ ... ซึ่งก่อนที่จะเกิดช็อตตำนานนั้น หยำฉา อัดไซไบแมนซะเละลงไปกอง และมีคำพูดที่ว่า "ฉันคนเดียวก็จัดการได้แล้ว" ซึ่งนั่นคือความประมาทที่ทำให้เขาไปเจอหนทางแห่งความตายอย่างน่าอเนจอนาถในครั้งนั้น 


Photo : JR Art

ความจริงแล้วฉากการตายในตำนานของ หยำฉา นั้นไม่ใช่เรื่องตลกในตอนแรก เพราะการตายของเขาเป็นการส่งสัญญาณเตือนเพื่อนที่เหลืออยู่ว่า ไซไบแมน มีความสามารถอะไรบ้าง (ไม่มีใครรู้ว่าระเบิดพลีชีพได้) นอกจากนี้การตายของเขายังเกิดจากความที่ตัวเองเป็นคนรักเพื่อน เพราะเดิมที ไซไบแมน จะต้องถูกจับคู่กับ คุริริน ทว่า หยำฉา มีลางสังหรณ์บางอย่างว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี และเป็นห่วง คุริริน ที่ตายมาแล้ว 1 ครั้ง จึงขอเข้าไปสู้แทน ... จะว่าไปแล้วนี่คือความเท่ระดับพระเอกของเรื่องเลยก็ว่าได้ 

ส่วนเรื่องความตลกกับความอ่อนและความตายของเขานั้นมาเกิดขึ้นในภายหลัง เนื่องจากสู้กับใครก็แพ้ ... เขาจึงกลายเป็นสายฮาไปโดยปริยาย โดยเฉพาะช่วงหลัง ๆ ที่นอกจากศัตรูจะเก่งขึ้นแล้ว เด็กน้อยลูกเล็กเด็กแดงของทีมพระเอกก็มีสเกลพลังที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เบ่งพลังซูเปอร์ไซย่ากันได้ตั้งแต่ยังอายุน้อย ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ หยำฉา ยังวางมาดก่อนไว้อย่างดิบดี คุยข่มสุดฤทธิ์แม้ว่าปลายทางแล้วทุกคนจะรู้ว่าผลการต่อสู้ของเขาเป็นอย่างไร 

Photo : JR Art

ตัวละครหยำฉานั้นยังเคยหลุดเข้าไปโดนล้อเลียนในการ์ตูนเรื่องอื่น ๆ อย่าง "กินทามะ" อีกด้วย ซึ่งประเด็นที่คุณกิน พระเอกของเรื่องล้อเลียนหยำฉา ก็ไม่พ้นเรื่องกระสอบทราย และฉากนอนตายอันเป็นตำนานนั่นแหละ 

นอกจากนี้แม้แต่ในเกมดราก้อนบอล ชื่อว่า "คาคาล็อต" ที่เป็นแนวดำเนินเรื่องนั้น หยำฉา ก็ยังมีฉากให้เรียกเสียงฮาด้วยการโดนผู้หญิง 2 คนรุมตื้บจากการคบซ้อนของเขา และแน่นอนว่าท่านอนตายในตำนานก็ออกมาปิดฉากคอมโบนี้จนได้ ไม่วายให้ฮาได้แม้กระทั่งในเกม 

 

ไม้บรรทัดของมนุษย์โลก 

ในความตลกและฐานะกระสอบทรายของหยำฉานั้นมีหลากหลายเรื่องราวซ่อนอยู่ ว่าง่าย ๆ คือในความพ่ายแพ้แต่ละครั้ง เป็นการแพ้แบบมีความหมาย ไม่ใช่ตายฟรีให้คนขำและบ่น "ไอ้นี่แพ้อีกแล้ว" อย่างเดียวเท่านั้น


Photo : www.reddit.com

หยำฉา เป็นไม้บรรทัดวัดความเก่งของศัตรูพระเอกแต่ละคนมากกว่า หน้าที่ของหยำฉาคือเปิดก่อนได้เปรียบ และแน่นอนเขาจะโดนอัดจนหมอบเพื่อบอกให้คนอ่านหรือคนดูรู้ว่า "ไอ้ตัวนี้มันเก่งนะ" ได้เวลาที่ โงกุน หรือตัวละครตัวหลักตัวอื่น ๆ ต้องออกโรงเองแล้ว กี่ภาคกี่ภาคก็เป็นแบบนี้เสมอมา 

นอกจากจะเป็นไม้บรรทัดวัดความเก่งของศัตรูพระเอกแล้ว หยำฉา ยังแสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของมนุษย์โลกในเรื่องดราก้อนบอลอีกด้วย เพราะถึงแม้เขาจะเป็นคนที่สู้กับใครไม่ค่อยชนะ แต่เจ้าตัวก็ยังเป็นมนุษย์โลกที่มีประสบการณ์เหลือเชื่อมากที่สุดคนหนึ่ง กล่าวคือหยำฉาได้มีโอกาสฝึกกับคนเก่ง ๆ มากมายทั้งบนโลกและนอกโลก

เริ่มต้นจากการเข้าสำนักของ ผู้เฒ่าเต่า ตามด้วยการฝึกกับพระเจ้าในห้องแห่งการเวลา และการฝึกนอกโลกกับเทพเจ้าไคโอ ซึ่งผู้เขียนอย่างอาจารย์ อากิระ โทริยามะ ก็ได้บอกเป็นนัย ๆ ว่า หยำฉา มาได้จนถึงขีดสุดของมนุษย์โลกแล้ว ไม่มีทางจะเก่งไปมากกว่านี้ได้อีก โดยมีฉากหนึ่งที่เขาเข้าไปในห้องแรงโน้มถ่วง 300 เท่า สถานที่ฝึกวิชาที่เหล่านักรบจากดาวไซย่าทั้ง โงกุน และ เบจิต้า ใช้เพื่อพัฒนาตัวเอง ทว่าสำหรับหยำฉานั้นแข็งแกร่งไม่พอ ไม่สามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงได้ เขาจึงค่อย ๆ คลานไปปิดสวิตช์ห้องแรงโน้มถ่วงและยอมแพ้ไปในที่สุด 


Photo : www.etc.cl

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าหยำฉามาไกลได้สุดแค่นี้จริง ๆ สำหรับมนุษย์โลกคนหนึ่ง ดังนั้นสำหรับหน้าที่ไม้บรรทัดวัดความเก่งของตัวโกง หรือการส่งบทเทพให้กับเหล่าพระเอกถือเป็นหน้าที่หลักของเขา เรียกได้ว่าอย่างน้อย ๆ หยำฉา ก็สอบผ่านและสมควรได้รับการยกย่องในความพยายามนี้อย่างที่สุดแล้ว 

จะมีมนุษย์สักกี่คนที่สามารถใช้เทคนิคการต่อสู้อย่าง หมัดเขี้ยวหมาป่า, บอลพลังจิต, พลังคลื่นเต่า, การเหาะ, การจับกระแสพลังคู่ต่อสู้โดยใช้ความรู้สึกได้ ... นี่แหละคือเครดิตที่หยำฉาถูกมองข้ามมาตลอด ซึ่งเขาควรจะได้รับการยกย่องนี้ 

 

อาจไม่เก่งแต่ปากเก่ง

ท้ายที่สุดแล้วเครดิตทั้งหมดที่หยำฉาควรจะได้รับก็มลายหายไปกลายเป็นความตลก เหตุผลที่ชัดที่สุดคือเขาเป็นไม้บรรทัดที่ปากดีนั่นเอง 

แม้การต่อสู้จะพ่ายแพ้ แต่หยำฉานั้นแน่วแน่ในแนวทางของเขาเสมอมา เขาเป็นนักสู้ที่เก่ง (ในระดับมนุษย์โลก) แต่มักจะมีบทพูดที่อวดอ้างความเก่งของตัวเองเกินเหตุ และยังมีความประมาทตลอดเวลาให้ได้ชวนหมั่นไส้เล็ก ๆ บางครั้งการเห็นเขาโดนอัดจนหมอบหลังจากคุยโม้ก็พลอยทำให้คนอ่านหรือคนดูรู้สึกว่า "เออ โดนซะบ้างก็ดี" 


Photo : www.reddit.com

โดยเฉพาะภาคแรกที่เหล่าซาวไซย่าร่างมหาโหดยังไม่ออกโรง หยำฉา แสดงความปากเก่งแทบจะทุกการต่อสู้ อาทิการสู้กับ แจ็คกี้ ชุน (ผู้เฒ่าเต่าปลอมตัวมา) หยำฉาก็คิดว่าตัวเองจะกินหมู ประมาทเกินเหตุจนโดนผู้เฒ่าเต่าใช้ลมปรานอัดใส่จนกระเด็นตกเวที นอกจากนี้ยังมีการสู้กับมนุษย์มัมมี่, เท็นชินฮัง และที่คลาสสิกที่สุดคือฉากที่ หยำฉา ตาย (อีกแล้ว) ด้วยน้ำมือมนุษย์ดัดแปลง "หมายเลข  20" นั้นถือว่าเป็นอีกฉากที่คลาสสิกสุด ๆ เพราะมันบอกถึงความประมาทและปากดีของเขา หยำฉา อย่างแท้จริง

ในตอนนั้นขณะที่หลายคนเริ่มระแวงกับความสามารถของมนุษย์ดัดแปลงหมายเลขต่าง ๆ ตามที่ ทรังค์ ได้บอกไว้ หยำฉา กลับเดินไปเข้าไปหาหมายเลข 20 ที่มีรูปลักษณ์เป็นคนแก่แล้วบอกว่า "มนุษย์ดัดแปลงอะไรกัน เจ้านั่น (ทรังค์) มันโกหกแล้วล่ะ" พูดจบประโยคไม่กี่วินาทีหมายเลข 20 ก็ใช้มือขวาแทงทะลุกลางอกหยำฉาถึงแก่ความตายไปแบบไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ และไม่แม้แต่จะได้สู้สักกระบวนท่า 

ความปากดีและประมาทนี้เองที่ขับให้ภาพความตลกและการเป็นกระสอบทรายของหยำฉาชัดเกินกว่าการเป็นยอดฝีมือหรือมนุษย์โลกที่เก่งที่สุดและพยายามพัฒนาตัวเองไม่หยุด ซึ่งเรื่องนี้ก็เปรียบกับโลกแห่งความจริงได้ ง่ายที่สุดคือเรามักจะรู้สึกตลกเมื่อได้เห็นคนที่อวดเก่งหรือข่มคนอื่นทำพลาด และไม่เกิดความสงสารกับคนเหล่านั้น ... ซึ่งสำหรับนักอ่านหรือคนดูบางคนก็น่าจะรู้สึกกับหยำฉาเช่นนี้นั่นเอง


Photo : boundingintocomics.com

อย่างไรก็ตามข้อดีของความความปากเก่งก็ยังพอมีอยู่บ้าง อย่างน้อย ๆ มันก็แสดงถึงความมั่นใจที่เป็นตัวตนของเขามาตั้งแต่ปรากฎตัวในตอนแรก ๆ แม้ฝีมือจะเก่งไม่เหมือนฝีปาก แต่ทุกครั้งที่มีศัตรูเข้ามา หยำฉา จะเป็นคนแรกที่ประจันหน้าเพื่อวัดพลังให้เพื่อน ๆ เสมอ เรียกว่านี่คือตัวเปิดที่สมบูรณ์แบบโดยแท้จริง และถึงแม้จะสู้ไม่ได้แต่ก็พร้อมสู้ตลอดเวลาโดยไม่มีความกลัว และถ้าเขาไม่กล้าเดินเข้าไปซัดแบบตรง ๆ หลายการต่อสู้ของเหล่าตัวเอกคงยากขึ้นอีกเพราะไม่ได้เห็นพลังของศัตรู ดังนั้นเรื่องหัวใจต้องเขาจริง ๆ 

แม้จะเป็นกระสอบทรายแต่ก็ไม่เคยกลัวใคร นี่แหละเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเป็นตำนานกระสอบทรายแห่งยุค 90 โดยแท้จริง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://dragonball.fandom.com/wiki/List_of_Power_Levels
https://dragonball.fandom.com/wiki/Yamcha
https://screenrant.com/dragon-ball-z-yamcha-saibamen-saiyan-saga-embarrassing/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง