mainstand

Feature

พรึบเดียวสะท้านโลก : เมื่อเกมพรีเมียร์ลีกไฟดับนำไปสู่การตามจับพวก "ล้มบอล" | Main Stand 



“พรึบเดียวรู้เรื่อง” ทุกอย่างมืดดับ การแข่งขันไปต่อไม่ได้ แม้เรื่องนี้จะเป็นการสร้างความเซ็งให้กับคนที่รักฟุตบอล แต่กลับมีคนบางกลุ่ม “สนุกและมีความสุข” ที่ได้เห็นมันเป็นเช่นนี้
 

 

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในลีกระดับโลกอย่างพรีเมียร์ลีกที่มาตรฐานสูงสุดๆ ทว่าพวกเขาก็ยังหนีไม่พ้นไฟดับ… 

มันดับได้อย่างไร? ใครเป็นคนทำ? ติดตามได้ที่ MainStand 

 

เรื่องเกิดเพราะสปอตไลท์ 

ปัญหาเรื่องแสงสว่างจะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า สปอตไลท์ เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ปกติแล้วฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เตะดึกดื่นอะไรนักหรอก ยกเว้นเพียงแค่เกมกลางสัปดาห์ที่มักเตะกันตอนเย็น หรือ 1-2 ทุ่มบ้านเขา เพราะว่าต้องการเอาใจแฟนบอลที่ต้องทำงานในวันจันทร์-ศุกร์ ที่สามารถตามมาชมเกมหลังเลิกงานได้นั่นเอง  


Photo : wsc.co.th

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นไม่ได้เตะดึกขนาดนี้ มีประวัติเล่าว่าด้วยสภาพอากาศของอังกฤษในช่วงหน้าหนาว บางครั้งแค่บ่าย 3 โมงฟ้าก็มืดเเล้ว จึงทำให้เกมกลางสัปดาห์ที่ปกติจะเตะ 2 ทุ่ม ต้องมาเตะช่วงเที่ยงหรือบ่าย 3 ตามเวลาท้องถิ่น เพราะว่ายุคสมัยนั้น สปอตไลท์ ยังไม่ได้มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงทุกวันนี้ เนื่องจากไฟในยุคนั้นเปล่งแสงได้เหมือนกับการเอาเทียนหลายๆเล่มมารวมกันเท่านั้น

หลังจาก โทมัส เอวา เอดิสสัน ผลิตหลอดไฟขึ้นมา กีฬาชนิดแรกที่ใช้ไฟหรือสปอตไลท์เข้ามาช่วยในการเเข่งขัน คือ โปโล โดยเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 1880s ก่อนที่จะนำมาทดสอบใช้ในเกมฟุตบอลครั้งแรกที่สนาม บรามอล เลน ของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด  ซึ่งไฟในยุคนั้นใช้พลังงานการปั่นไฟจากแบตเตอรี่และไดนาโม ส่วนจุดประสงค์ที่นำมาใช้นั้นเพราะว่า เชฟฟิลด์ ถือว่าเป็นเมืองที่มืดเร็วที่สุดในเมืองทางตอนใต้ของยอร์คเชียร์

นั่นเองคือจุดเริ่มต้นของการเอาสปอตไลท์มาใช้ในเกมฟุตบอลของประเทศอังกฤษ หลังจากเข้าสู่ยุค '50s เป็นต้นมาสปอตไลท์ ก็กลายเป็นที่นิยมจนใช้กันแทบทุกทีมในท้ายที่สุด เพราะช่วยทำให้โปรเเกรมบอลกลางสัปดาห์สามารถขยับเวลาเตะออกไปได้ดึกขึ้น และทำให้แฟนบอลเข้าสนามมากขึ้น ส่งผลให้ได้เงินค่าตั๋วมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง 


Photo : Premier League 

อย่างไรก็ตามเมื่อใช้สปอตไลท์เป็นสิ่งให้แสงสว่างปัญหาก็ตามมา แน่นอนว่าเรื่องของอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ หากดูแลไม่ดีก็อาจจะมีปัญหาขัดข้องได้ทุกเวลา ไฟสปอตไลท์เองก็เช่นกันวันดีคืนดีมันก็เกิดดับขึ้นมาได้โดยสุดวิสัย เว้นเสียเเต่ว่าบางครั้งจะมีคนตั้งใจให้มันดับ... 

 

เมื่อถึงหูทีมพนันบอล 

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1992 และกลายเป็นลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมอันดับโลกในอีกไม่กี่ปีต่อมา สิ่งที่ตามมาพร้อมกับเม็ดเงินสะพัดที่ทำให้ลีกมีรายรายได้ แต่ละสโมสรมีงบประมาณในการสร้างทีมสูงกว่าลีกอื่นๆ คือปัญหาเรื่องของการพนัน...

อย่าเพิ่งแปลกใจ การพนันเป็นสิ่งถูกกฎหมายภายในประเทศอังกฤษ แถมยังมีมานานและอยู่คู่สังคมคนดูบอลจนเป็นเรื่องปกติ ทว่าการพนันที่ทำให้วงการฟุตบอลอังกฤษหรือแม้แต่ลีกฟุตบอลทั่วยุโรปมีปัญหาเกิดขึ้นจากกลุ่มเครือข่ายพนันฟุตบอลที่ใหญี่ที่สุดในโลก ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาเซียนแถวเพื่อนบ้านของเราอย่าง มาเลเซีย,สิงคโปร์ และ ฟิลิปปินส์ 

ประเทศเหล่านี้เป็นต้นกำเนิดการออกราคาแบบที่ไม่เหมือนกับคนอังกฤษเล่นพนันกัน อาทิ เกมระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล โต๊ะที่อังกฤษก็จะออกราคาว่าหากแมนฯ ยูฯ ชนะ จะมีอัตราจ่ายอยู่ที่แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน เป็นต้น แต่ราคาใหม่จากประเทศจากเเดนไกลหรือที่เรียกกันว่า "ราคาเอเชียนแฮนดิแคป" ก็จะแตกต่างออกไปอย่างที่เราคุ้นหูกันเช่น ครึ่งลูก หรือ ลูกควบ อะไรก็ว่าไป... 

ถามว่ามันมาเกี่ยวได้อย่างไรก็คงต้องบอกว่าเมื่อฟุตบอลอังกฤษฮิตไปทั่วโลก และในช่วงปลายยุค 90s ก็ถือเป็นช่วงที่โลกเริ่มเชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ตแล้ว ดังนั้นการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวจึงง่ายต่อการ "ออกราคา" ให้เป็นปัจจุบันทันด่วนได้นั่นเอง และเมื่อโลกของการพนันแบบผิดกฎหมายได้เชื่อมต่อกับโลกของฟุตบอลยอดฮิต... เมื่อนั้น "ไฟก็เริ่มดับ" 

สถานการณ์ดูจะเหมาะเจาะกันอย่างไม่น่าเชื่อ และที่แน่ๆเรื่องนี้ไม่ใช่การจับแพะชนแกะ แต่มันมีการเจอจริง จับจริงมาเเล้ว ซึ่งมันช่วยพิสูจน์ได้ว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ การไฟดับไม่ใช่เหตุสุดวิสัย มันดับเพราะมีคนต้องการให้มันดับนั่นเอง 

 

พรีเมียร์ลีกไฟดับ

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น พรีเมียร์ลีก เป็นลีกที่มีมูลค่าสูงและมีมาตรฐานเป็นมืออาชีพเเบบเต็มรูปแบบ ในช่วงปลายยุค 90s สนามฟุตบอลของแต่ละทีมมีการต่อเติมให้ใหญ่ขึ้น ปรับปรุงพื้นที่เพื่อการบริการทางด้านต่างๆ แม้กระทั่งสนามหญ้าที่ใช้แข่งก็เนียนกริบสวยงาม มีน้อยครั้งมากที่สนามจะเละเทะเหมือนในช่วง 10 กว่าปีก่อนหน้านั้น


Photo : KoksCity

เหตุผลที่พวกเขาต้องทำทุกอย่างให้เพอร์เฟ็กต์ก็เพราะว่ามันมีเรื่องการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกเข้ามาเกี่ยวข้อง มันคือการสร้างภาพลัษณ์ในการเป็นผู้นำด้านโลกฟุตบอล ดังนั้นการจะปล่อยให้เเข่งๆอยู่แล้วไฟดับขึ้นมาเฉยๆนั้น เป็นเรื่องที่ดูแล้วสวนทางกับวิสัยทัศน์และแนวทางปฎิบัติที่พวกเขาพยายามจะทำมาตลอดแบบสุดๆ 

อย่างไรก็ตาม “ไฟดับ” ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นอยู่ดี และไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว มีการบันทึกเอาไว้ว่าเกมที่เกิดเหตุคือเกมที่ เวสต์แฮม เปิด อัพทัน พาร์ค พบ คริสตัล พาเลซ ในปี 1997-98 

ในเกมเกมนั้นใครดูก็รู้ว่า เวสต์แฮม ที่มี เทรเวอร์ ซินแคลร์,จอห์น ฮาร์ทสัน,แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต้องเป็นทีมที่ดูเป็นต่ออย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังเล่นในบ้านอย่างไรเสียโอกาสชนะก็ต้องสูงขึ้นไปอีกแน่ๆ

ทว่า พาเลซ ในฐานะมวยรองกลับมาพลิกขึ้นนำ เวสต์แฮมไป 2-0 ในช่วงครึ่งแรก ณ เวลานั้นดูเหมือนว่า “บอลรอง” จะต้องเข้าวินอย่างแน่แท้  ทว่าหลังจากครึ่งหลังเริ่มขึ้น เวสต์แฮม เร่งเครื่องกลับมาเล่นดีมีทรงได้ 2 ประตูรวดตีเสมอได้จาก จอห์น ฮาร์ทสัน และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด และยังเหลือเวลาอีก 25 นาทีให้พวกเขาไล่ล่าประตูชัย แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น 

"พรึบ" ไฟดับทั้งสนามโดยไม่ทราบสาเหตุ ซ่อมยังไงพยายามแค่ไหนแสงสว่างก็ยังไม่เพียงพอ ไม่สามารถแข่งต่อได้จนเกมต้องยุติการแข่งขันไปในท้ายที่สุด 

ในตอนแรกผู้คนพยายามหาสาเหตุของมัน ว่ามาจากอุบัติเหตุหรืออะไร เพราะในฐานะการเป็นลีกมาตรฐานสูงอย่างพรีเมียร์ลีก ปัญหาเรื่องไฟฟ้าควรจะเป็นปัญหาสุดท้าย ก่อนจะพบว่า “การพนัน” คือเบื้องหลังของเรื่องนี้ 

เหตุผลก็คือ ว่ากันว่าถ้าสามารถดับไฟสำเร็จจนเกมนั้นยุติลง "การเดิมพัน" ของเว็บพนันนั้นจะถูกคิดตามผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้นเลย นั่นเท่ากับว่าการดับไฟจะต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงกับที่ "โต๊ะบอล" จะเป็นฝ่ายเสีย 

และกรณีในเกมระหว่าง เวสต์แฮม vs พาเลซ ก็สามารถนำมายกเป็นตัวอย่างได้ เพราะในเกมนั้นเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่ เวสต์แฮม เจ้าบ้านเป็นต่อตามราคา โดยขุนค้อน ต้องชนะเท่านั้น ผู้เดิมพันฝั่งพวกเขาจึงได้เป็นฝ่ายชนะพนัน ถ้าเสมอหรือแพ้โต๊ะกินเรียบ(โดยธรรมชาติคนชอบแทงบอลต่อ) ดังนั้นการที่ เวสต์แฮม ตีเสมอ 2-2 และทำท่าเกมจะพลิกอยู่รอมร่อ มีโอกาสที่จะทำให้โต๊ะเจ๊งจากผลการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น นั่นเอง การตัดไฟจึงมีประโยชน์สำหรับโต๊ะบอลจากฝั่งเอเชียขึ้นมา 

เมื่อผลการแข่งขันถูกยุติลงระหว่างที่สกอร์อยู่ที่  2-2 เท่ากับว่า "โต๊ะกินเรียบ" ไปตามระเบียบ ส่วนเกมจะไปแข่งต่อหรือไม่อย่างไรก็สุดแท้เเล้วแต่ FA จะกำหนด ส่วนโต๊ะบอลสบายยิ้มแฉ่งไปแล้วจากเกมที่ยกเลิกไปเพราะไฟดับนั่นเอง 

หลักการคิดเงินง่ายๆ การแข่งขันจบลงตอนไหน ก็ตัดสินกันตามผลสกอร์นั้น… และมันก็ทำให้ลัทธิการตัดไฟเพิ่มขึ้นในลีกต่างๆของยุโรป โดยเฉพาะในลีกเล็กลีกน้อย ที่มีข้อมูลตีแผ่ออกมาเป็นระยะๆ 

นี่ไม่ใช่การจับเเพะชนเเกะ เพราะหลังจากเกม เวสต์แฮม และ พาเลซ ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพยายามหาวิธีดับไฟสนามต่างๆมากขึ้น เช่นเกมระหว่าง วิมเบิลดัน กับ อาร์เซน่อล 


Photo : BBC 

และเมื่อเกิดขึ้นถี่ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่อยู่เฉย พวกเขาได้สืบเกี่ยวกับ ขบวนการตัดไฟในสนามการเพื่อเอื้อเว็บพนันนี้มาตลอด ก่อนที่อีกหนึ่งปีต่อมา จะเจอตัวคนลงมือตัดไฟจริงๆ หลังเตรียมก่อเหตุในเกมระหว่าง ชาร์ลตัน กับ ลิเวอร์พูล ในปี 1998   

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ 4 คน เป็นชาวจีน 1 คน เป็นชาวมาเลเซีย อีก 2 คน หากหลายคนสงสัยว่าชาวต่างด้าวเหล่านี้เขาไปตัดไฟในสนามฟุตบอลระดับอาชีพได้อย่างไร เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว เพราะคนที่โดนจับคนที่ 4 ที่ชื่อว่า โรเจอร์ เฟิร์ธ เขาคือเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของสนาม เดอะ วัลเล่ย์ รังเหย้าของ ชาร์ลตัน นั่นเอง 

โดยเฟิร์ธ กล่าวหลังโดนจับว่าหลังจากเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าเมื่อ 18 เดือนก่อน เขาได้รับเงินจาก "คนปริศนา" เป็นจำนวน 2 หมื่นปอนด์(ราว 1 ล้านบาท) ให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ลูกจ้างชาวมาเลเซียเข้าสู่พื้นที่ เพื่อทำการตัดไฟตามใบสั่งในกรณีที่ผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่เว็บพนันต้องการ 


Photo : BBC 

"คุณไม่มีทางต้านอำนาจเงิน 20,000 ปอนด์ได้เลย" เฟิร์ธ ว่าไว้เช่นนั้นและนั่นคือเหตุผลที่เขาทรยศต่อความไว้วางใจจากสโมสรที่จ้างงานเขามาเป็นระยะเวลาถึง 4 ปี ขณะที่ชาวจีนและมาเลเซียที่โดนจับ ก็โดนโทษติดคุกไปตามๆกัน

 

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น 

การเปิดโปงครั้งนี้ถือว่าเป็นการสิ้นสุดการตัดไฟของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษโดยสิ้นเชิง มีการดูแลกำชับเรื่องไฟสนามเป็นอย่างดี และมีมาตรการป้องกันการล้มบอลแบบเต็มรูปแบบ แม้ว่าหลังจากนั้นจะมีเกมบางเกมที่ไฟดับบ้างอย่างเช่นเกมที่สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ของ ซันเดอร์แลนด์ ที่พบกับ ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อ 4 ปีก่อน  แต่ในเกมนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริงและทีมงานสนามก็สามารถทำให้ไฟกลับมาใช้ได้อีกครั้งในไม่กี่นาทีจนกลับมาเเข่งขันได้อีกครั้ง


Photo : Daily Miror 

อย่างไรก็ตามในลีกดังไม่มี ก็ใช่ว่าการพนันบอลจะเข้าไม่ถึงฟุตบอลอาชีพแต่อย่างใด มีการเปิดเผยว่ามีเครือข่ายจากสิงคโปร์โดยมาเฟียล้มบอลที่ชื่อว่า แดน ตัน ที่เคยล้มบอลด้วยวิธีการต่างๆมากมาย ทั้งการสั่งนั่งเตะที่ลงสนามในเกมนั้นๆล้มบอล โดยมีหลักฐานชัดเจนในช่วงปี 2009 ในฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย บี ที่จ้าง มาร์โก เปาลินี่ ผู้รักษาประตูของเครโมเนนเซ่ ให้วางยาในขวดน้ำของเพื่อนร่วมทีมทุกคน โดยข้อแลกเปลี่ยนคือการยกหนี้ให้เพราะ เปาลินี่ เป็นคนที่ติดหนี้พนันกับเขา    นอกจากนี้ยังมีการซื้อกรรมการ ซื้อสโมสรเอง หรืออะไรต่อมิอะไรต่างๆมากมายเกิดขึ้น จนทำให้ทุกวันนี้การล้มบอลยังไม่หมดไปจากโลกฟุตบอลอย่างหมดจด แม้ว่าลีกใหญ่ๆจะรอด แต่ลีกเล็กๆบางทีพวกเขาก็ยอมแพ้อำนาจของเงินที่จำนวนมากกว่าการส่งทีมแข่งขันและได้เเชมป์เสียอีก 

สิ่งเดียวที่จะทำให้การพนันหายไปได้คือทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมีจิตสำนึกไม่ว่าจะตัวนักเตะ กรรมการ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องรู้ตัวว่าหน้าที่พวกของพวกเขาไม่ใช่แค่การรับเงินค่าจ้างและทำให้มันจบๆไป แต่มันมาพร้อมๆกับการแบกรับความรักความศรัทธาที่แฟนๆทั่วโลกมีต่อฟุตบอลอีกด้วย 

 

แหล่งอ้างอิง

http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/426092.stm?fbclid=IwAR1-qJtLHv5ZhJkbmYuDD9KAc3Bmfiq0buK-z-MU4J_2wfCR-GJC1tUXBS4 
https://www.theguardian.com/uk/1999/aug/21/linusgregoriadis.vivekchaudhary1?fbclid=IwAR06gBqHw70k2dZIq5EbZLE0D1RLSSYB9DHemOaAlERoEt199R11-bSN9Kg 
https://www.theguardian.com/football/1999/aug/26/newsstory.sport.. 
https://www.independent.co.uk/news/gambler-guilty-of-football-sabotage-1113954.html 
https://www.mirror.co.uk/sport/row-zed/stadium-no-light-sunderlands-premier-9292182 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง