mainstand

Feature

ทำไม 'เลบรอน เจมส์' ถึงใช้ 'ไนกี้' ไม่เคยเปลี่ยน ?



เลบรอน เจมส์ คือหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก อย่างน้อยช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่มีใครจะมาเทียบเคียงเขาได้ ด้วยอิทธิพลทั้งใน และนอกสนาม ทำให้นักบาสรายนี้กลายเป็นหนึ่งในนักกีฬา ที่มีมูลค่าสูงมากที่สุด


 

หากเลือกได้ ทุกแบรนด์กีฬาต้องการได้ตัวเลบรอน มาเป็นพรีเซนเตอร์ และร่วมงานสร้างสินค้าร่วมกับบริษัท แต่ทุกแบรนด์ทำได้แค่นั่งมองตาแป๋ว เพราะทั้งหัวใจของเลบรอนมอบให้กับแบรนด์ไนกี้ ด้วยการเซ็นสัญญาตลอดชีพ กับแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา มูลค่ามากกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 

สิ่งใดที่ทำให้ไนกี้สามารถชนะใจ เลบรอน เจมส์ จนกลายเป็นแบรนด์กีฬาเพียงเจ้าเดียว ที่ได้ครอบครองนักบาสรายนี้ ผ่านการเซ็นสัญญาตลอดชีพ ติดตามไปพร้อมกับ Main Stand 

 

รองเท้าขั้นเทพ

ไนกี้คือแบรนด์กีฬาเดียวที่ได้ครอบครองตัวของเลบรอน เจมส์ หนึ่งในเรื่องที่แบรนด์ดังจากสหรัฐฯ มัดใจยอดนักบาสรายนี้ได้อย่างอยู่หมัด คือคุณภาพของรองเท้าที่ผลิตให้เลบรอนสวมใส่

ฝีมือในการเล่นบาสคือปัจจัยหลัก ที่ทำให้เลบรอนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ตลอดเกือบ 20 ปีใน NBA แต่รองเท้าคืออีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ เลบรอน เจมส์ โชว์ศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่

ทำไมถึงกล้าพูดเช่นนี้ ? เพราะการออกแบบรองเท้าของเลบรอนทุกรุ่น จะถูกวิเคราะห์ผ่านแนวทางการเล่นของนักบาสรายนี้ วิธีการเคลื่อนที่, การกระโดด หรือเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ จะถูกนำมาเป็นข้อมูล ในการสร้างรองเท้าเลบรอนในแต่ละรุ่น

รองเท้ารุ่นเลบรอน เปรียบเสมือนอาวุธคู่ใจที่ยอดนักบาสรายนี้ใช้ล่าความสำเร็จ จนคว้าแชมป์ NBA มาครอบครองได้แล้วถึง 3 สมัย นั่นคือ LeBron 9, LeBron X, LeBron 13

ในยุคแรกของรองเท้ารุ่นเลบรอน จะเน้นไปออกแบบเสริมจุดเด่นของการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดยมีการนำเทคโนโลยีของรองเท้าเทนนิส เข้ามาร่วมออกแบบ เพื่อตอบสนองความเร็วของเลบรอน ในยุคที่เขาเข้าลีก NBA มาใหม่ ๆ เพื่อช่วนให้เลบรอนเคลื่อนที่เข้าไปทำเเต้มได้อย่างว่องไว

ขยับมาที่รุ่น LeBron 9 อันเป็นรุ่นแรกที่พาเลบรอน เจมส์ คว้าแชมป์ NBA ในช่วงรุ่นนี้ ได้มีการเสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ ของไนกี้เข้าไปที่ตัวรองเท้า โดยเน้นไปที่น้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะของรองเท้า เพื่อตอบสนองแนวทางการเล่นของเลบรอน ที่ไม่เน้นความรวดเร็วเช่นในอดีต แต่ต้องมีการบาลานซ์ตัวที่ยอดเยี่ยม

LeBron 9 กลายเป็นรากฐานการสร้างรองเท้าของรุ่นนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะประสบความสำเร็จ พาเลบรอนคว้าแชมป์ NBA แต่นี่คือหนึ่งในรองเท้าที่ได้รับคำชื่นชม จากคนเล่นบาสเกตบอลทั่วไปว่า เป็นสุดยอดรองเท้าที่ช่วยส่งเสริมสมรรถภาพในการเล่น

จนถึงรุ่นปัจจุบัน นั่นคือ LeBron 17 รองเท้ารุ่นนี้ยังคงจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบา และการยึดเกาะที่แน่น จนกลายเป็นรองเท้ายอดนิยมของคนรักกีฬาบาส เพราะรองเท้ารุ่นนี้คือรองเท้าที่ได้รับการการันตีว่า จะช่วยทำให้ผู้สวมใส่เล่นบาสได้อย่างดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ อีกหนึ่งท่าไม้ตายของรองเท้ารุ่นเลบรอน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือการรองรับน้ำหนัก และแรงกระแทกจากการกระโดดของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเลบรอน เจมส์ มีรูปร่างสูงใหญ่ถึง 206 เซนติเมตร และน้ำหนักมากถึง 113 กิโลกรัม ทำให้เขามีความเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ทุกครั้งที่ต้องกระโดดขึ้นไปทำแต้ม หรือป้องกันลูก รองเท้าจึงเป็นส่วนสำคัญ ที่จะเข้ามาช่วยป้องกันนักบาส จากอาการบาดเจ็บ

นี่คืออีกส่วนที่ทำให้เลบรอน ประสบความสำเร็จในอาชีพการเป็นนักบาส เพราะไม่บ่อยนักที่ยอดนักยัดห่วงรายนี้ จะได้รับบาดเจ็บยาวจนต้องพลาดการแข่งขัน ซึ่งช่วยให้เขามีโอกาสลงสนาม ล่าแชมป์ได้อย่างสุดความสามารถ และเล่นได้อย่างเต็มที่ 

คุณภาพของรองเท้ารุ่นเลบรอนเป็นที่ประจักษ์ โดยกลุ่นคนเล่นกีฬาบาส ทุกคนที่สวมใส่สามารถได้รับประโยชน์จากรองเท้ารุ่นนี้ อย่างไรก็ตาม คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือตัวของเลบรอน เจมส์ เพราะท้ายที่สุด รองเท้ารุ่นนี้คือรุ่นของเขา

"ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ผมนั่งดูไมเคิล จอร์แดน เล่นกับผู้เล่นคนอื่นที่ใส่รองเท้าของจอร์แดน ตอนนั้นผมรู้สึกเลยว่า จอร์แดนเหนือกว่าผู้เล่นทุกคนที่ใส่รองเท้าของเขา"

"แน่นอนว่า ถ้าคุณทำแบบนี้เหมือนกันกับผม เดินไปหยิบรองเท้าของเลบรอน มาใส่แข่งกับเลบรอน เจมส์ตัวเป็น ๆ คุณโดนผมสั่งสอน เตะก้นส่งกลับบ้านแน่นอน" เลบรอน เจมส์ กล่าว

 

สายสัมพันธ์ที่มากกว่ารองเท้า

รองเท้ารุ่นเลบรอน คือรองเท้าที่ถูกผลิตมาเพื่อเลบรอน เจมส์ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะชื่นชอบรุ่นนี้ และมีส่วนทำให้เขาทำผลงานได้ดี ซึ่งส่งผลให้เขามีความสัมพันธ์อันดี กับแบรนด์ไนกี้มาโดยตลอด เพราะเขาไม่เคยผลงานร่วงหล่นเลย นับตั้งแต่เข้า NBA และมีไนกี้เป็นบริษัทผลิตรองเท้าให้

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ ระหว่างทั้งสองฝ่าย ไม่ได้มีแค่เรื่องการผลิตรองเท้า แต่เลบรอนยังมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ในการออกแบบรองเท้า 

ดังเช่น รองเท้ารุ่น LeBron Witness 4 ที่เลบรอนมีส่วนร่วมในการเลือกสีรองเท้าด้วยตัวเอง หรือรองเท้ารุ่นล่าสุดอย่าง LeBron 17 ถูกออกแบบผ่านการวิเคราะห์สไตล์การเล่นของเลบรอน ออกมาผลิตเป็นรองเท้า โดยมีดีไซเนอร์ส่วนตัวของคอลเลคชั่นนี้เป็นคนออกแบบ และแน่นอนว่า เรื่องของลวดลาย สีสันบนตัวรองเท้า ยอดนักบาสรายนี้เป็นผู้ร่วมออกแบบเหมือนเช่นเคย

ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองฝ่าย ทำให้ในปี 2015 ไนกี้ และเลบรอน เจมส์ สร้างปรากฎการณ์ให้กับโลกกีฬา เมื่อยอดนักบาสรายนี้ จรดปากกาเซ็นสัญญาตลอดชีพ กับแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

"ผมเป็นคนที่ติดดินมาก ดังนั้นผมจึงซาบซึ้งกับโอกาสของแบรนด์ไนกี้ และ ฟิล ไนท์ (ผู้ก่อตั้งแบรนด์ไนกี้) และทุกคน ที่เชื่อใจในเด็กอายุ 18 ปี ร่างกายแห้งผอม จากรัฐโอไฮโอ" 

"ผมมีความสุขมาตลอด กับการเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ ช่วงเวลาทั้งหมดที่ร่วมงานกันมา มีความหมายอย่างมากกับตัวผม และครอบครัว" 

"การเซ็นสัญญากับทางไนกี้ มีความหมายกับผมมาก และมากขึ้นไปอีกหลังสัญญาฉบับนี้" เลบรอนกล่าว หลังเซ็นสัญญาตลอดชีพ กับไนกี้ เมื่อปี 2015

ทุกฝ่ายรู้ดี ถึงความสัมพันธ์ด้านบวกระหว่างทั้งสองฝ่าย เลบรอนได้อิสระในการร่วมออกไอเดียสินค้า กับการทำงานร่วมกับไนกี้มาตลอด เป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญที่ไนกี้ใส่ใจ 

อีกทั้งไนกี้ยังผลิตรองเท้าชั้นเลิศ ที่ช่วยให้เลบรอน เจมส์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงรุ่นรองเท้าของเขา ยังได้รับการชื่นชมอย่างมากในกลุ่มคนเล่นบาส ช่วยให้ชื่อเสียงของเลบรอนเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ

อย่างไรก็ตาม มีอีกหนึ่งเหตุผลที่จะมองข้ามไม่ได้ ที่ส่งผลให้เลบรอน เจมส์ ตัดสินใจเซ็นสัญญาตลอดชีพร่วมกับแบรนด์ไนกี้ ...

 

เพราะใส่ใจจึงได้ใจ

กับคำถามที่ว่า เหตุใด เลบรอน เจมส์ ถึงเชื่อใจ ไนกี้ ถึงขนาดยอมเซ็นสัญญาตลอดชีพด้วยนั้น ? คำตอบดังกล่าว อาจต้องย้อนกลับไปถึงปี 2003 ปีที่เขาตัดสินใจเข้าสู่การดราฟต์ของ NBA ทันทีที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายเลยทีเดียว

ในวัย 18 ปี เลบรอน เจมส์ ได้รับการทาบทามจากหลายแบรนด์ ที่จะดึงตัวเขาไปเป็นพรีเซนเตอร์ นั่นคือ รีบ็อค, อาดิดาส และ ไนกี้ ซึ่งสองแบรนด์แรก เสนอเงินในสัญญาฉบับแรกมากถึงหลัก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าที่ไนกี้เสนอให้ด้วยซ้ำ 

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำตอบคงไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เลบรอนรู้ว่า ไนกี้ให้ความสำคัญกับเขาอย่างแท้จริง ...

ย้อนไปในวันที่เลบรอน เจมส์ เดินทางไปเจรจาสัญญาฉบับแรกกับไนกี้ เมื่อปี 2003 ทันทีที่หนุ่มคนนี้เดินเข้าห้องประชุม เขาพบว่ามีขนมยี่ห้อโปรดวางรอเขาอยู่บนโต๊ะ ว่ากันว่าเพียงแค่นี้ ไนกี้ก็สามารถมัดใจเลบรอนได้แล้ว

ไนกี้นำเสนอรองเท้าหลากหลายดีไซน์ ผ่านการออกแบบโดยดีไซเนอร์ชั้นนำของแบรนด์ แต่แค่นั้นยังไม่พอ เพราะมีตัวอย่างสินค้าคอลเลคชั่นของเลบรอน ทั้ง กางเกง, ผ้าขนหนู, แว่นตา, ชุดว่ายน้ำ รวมถึงกางเกงใน มานำเสนอถึงแนวทางการสร้างแบรนด์ของเจ้าตัวอีกด้วย

"นี่คือการนำเสนอแบรนด์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ตั้งแต่ผมเคยเจอมาในชีวิต" แอรอน กูดวิน เอเยนต์ที่ช่วยเลบรอนเจรจาหาสปอนเซอร์ พูดถึงวิธีการที่ไนกี้ใช้มัดใจเลบรอน 

การแสดงให้เห็นถึงความคิดที่ก้าวหน้า ความจริงใจของแบรนด์ และการใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยของตัวเลบรอน ทำให้นักบาสรายนี้ตัดสินใจเซ็นสัญญากับไนกี้ ด้วยสัญญาฉบับแรกมูลค่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนจะพัฒนาเป็นสัญญามูลค่ามากกว่าพันล้านในปัจจุบัน

"เลบรอนรู้สึกว่าเขาคือไนกี้ ไนกี้ก็คือเขา ดังนั้นเขาจึงเลือกไนกี้ ไม่ต้องคิดอะไรมากกว่านี้ เพราะนี่คือตัวตนของ เลบรอน เจมส์" แอรอน กูดวิน กล่าวถึงเหตุผลที่เลบรอน เจมส์เลือกไนกี้

จนถึงตอนนี้คงต้องบอกว่า เลบรอนตัดสินใจไม่ผิด ไนกี้ช่วยให้เลบรอนกลายเป็นสตาร์เต็มตัวทั้งใน และนอกสนาม ผ่านการสร้างรองเท้าที่เต็มด้วยประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการยอมรับจากแฟนบาสเกตบอล รวมถึงดึงศักยภาพของยอดนักบาสรายนี้ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ จนกลายเป็นสุดยอดของวงการบาสในปัจจุบัน

อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าใครอยากจับจองรองเท้าบาสเกตบอลเป็นเจ้าของสักคู่ เราขอแนะนำ "Slammers" ร้านอุปกรณ์บาสเกตบอลและสตรีทแฟชั่น พาร์ทเนอร์ของแบรนด์อุปกรณ์กีฬายักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Nike และ Under Armour ที่เตรียมมาเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ณ ห้างสรรพสินค้า Mega Bangna ชั้น 2 โซน Mega Sport (ห้องเลขที่ 2414) ในวันที่ 1 ตุลาคม 2020 เป็นต้นไป เตรียมพบกับสินค้าแบบ Limited Edition มากมายได้ที่นี่

และเราแอบใบ้ให้ว่า รองเท้ารุ่น LeBron Witness 4, LeBron 17 ที่เลบรอนมีส่วนร่วมในการออกแบบ รวมถึงรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด LeBron 18 จะมีวางจำหน่ายที่ร้าน Slammers อย่างแน่นอน ติดตามความเคลื่อนไหวการจัดจำหน่ายได้ที่ Fanpage Facebook : Slammers Thailand ไว้แต่เนิ่น ๆ เลย

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2020/05/03/michael-jordans-1-billion-nike-endorsement-is-the-biggest-bargain-in-sports/#1ddc61866136
https://theundefeated.com/features/how-did-lebron-james-end-up-with-nike-fifteen-years-ago-versus-reebok-adidas/
https://www.espn.com/nba/story/_/id/14314807/lebron-james-signs-life-deal-nike
https://www.cardboardconnection.com/complete-history-of-the-nike-lebron-james-shoe-line
https://sneakernews.com/2019/11/09/nike-lebron-witness-4-bred-bv7427-002-release-info/
https://www.youtube.com/watch?v=ZC7yGF6Wr_E
http://www.articlesfactory.com/articles/sports/the-elegance-and-functionality-advantages-of-nike-lebron-james-3-shoes.html
https://weartesters.com/nike-lebron-9-elite-p-s-performance-review/
https://bleacherreport.com/articles/2577348-lebron-james-says-if-you-wear-his-shoes-against-him-prepare-to-get-beat



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง