mainstand

Feature

Bra Boys : แก๊งนักเล่นเซิร์ฟผู้เป็นทั้งวีรบุรุษและปีศาจร้ายแห่งชายหาดซิดนี่ย์



ไม่ว่าจะเป็นแก๊งผลิตโคเคน Medellín Cartel จากโคลอมเบียที่นำโดย ปาโบล เอสโคบาร์ "ราชายาเสพติดผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล", Guadalajara Cartel ฝ่ายจัดส่งโคเคนจากเม็กซิโก ที่มี มิเกล เฟลิกซ์ กายาร์โด "Godfather of Druglord" ซึ่งก็น่ากลัวไม่แพ้กัน หรือแม้กระทั่งเหล่ายากูซ่าจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ประเทศญี่ปุ่น ผู้มีรอยสักเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว


 

... เหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นมุมใด ประเทศไหนในโลก ก็ล้วนแล้วแต่มีกลุ่มแก๊งที่ทรงอิทธิพล กระทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัวทั้งสิ้น

เรื่องราวที่เราหยิบยกมาในครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสถานที่ที่ดูเงียบสงบ เป็นสวรรค์สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของนักเที่ยวอย่าง "ชายหาด" ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากย่านใจกลางมหานครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย กลับมีแก๊งที่น่ากลัวไม่แพ้ชื่อด้านบนที่กล่าวไปเลยแม้แต่น้อย ทุกคนรู้จักพวกเขาในนาม "Bra Boys"

Bra Boys คือใคร? เรื่องราวของพวกเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่ Main Stand

 

เหตุเกิดที่บ้านคุณย่า

ถ้าจะเล่าถึงต้นกำเนิดของ Bra Boys คงต้องย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 90s ณ ชายหาดมารูบรา (Maroubra) ห่างออกไปไม่ไกลจากย่านใจกลางมหานครซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ถึงแม้ในปัจจุบันจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว สภาพแวดล้อมโดยรวมบริเวณหาดทรายสีขาวแห่งนี้ก็ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไรนัก ผู้ที่พักอาศัยส่วนใหญ่จะเป็นชาวอาบอริจิ้นพื้นเมืองที่มีรายได้น้อย และกลุ่มชาวผิวขาวที่มีส่วนข้องเกี่ยวกับอาชญากรรม


Photo : christineknight.me

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นที่สามพี่น้องตระกูล แอบเบอร์ตัน ซันนี, โคบี, และ ไจ (Sunny, Koby, Jai Abberton) พวกเขาก็ไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ ในละแวกเดียวกันที่เติบโตขึ้นมาด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่สู้ดีนัก อาศัยอยู่ในแฟลตห้องเล็กๆ ร่วมกับแม่ผู้ติดเฮโรอีนงอมแงม และพ่อเลี้ยงผู้มีประวัติกรรโชกทรัพย์ยาวเป็นหางว่าว ... เกริ่นมาขนาดนี้ก็คงไม่ต้องอธิบายให้มากความว่าทำไมเด็กๆ ทั้งสามถึงไม่มีความสุขในการอยู่บ้าน และต้องออกมาร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกเสมอ

โชคดีที่คุณย่าของพวกเขามีบ้านหลังเล็กๆ ริมชายหาดมารูบรา ถึงแม้จะไม่เลิศหรู แต่ก็มีวิวทิวทัศน์สวยงาม ดึงดูดใจให้เด็กๆ มาพักผ่อน นอนเล่นกันเป็นประจำ นอกจากนั้นคุณย่าของพวกเขาก็แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ ของครอบครัวโดยสิ้นเชิง เธอไม่ใช่คนอารมณ์รุนแรง ไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด ตรงกันข้ามเธอยังมีจิตใจดี อบอุ่น เป็นคุณย่าในอุดมคติอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่พี่น้องตระกูลแอบเบอร์ตันเท่านั้นที่ชื่นชอบการมาที่บ้านหลังนี้ เด็กๆ บ้านแตกคนอื่นๆ ในละแวกเดียวกันก็แวะเวียนมาที่นี่บ่อยไม่แพ้กัน และคุณย่าแอบเบอร์ตันก็ยินดีต้อนรับทุกคนอย่างยิ่ง

"ถ้าจะให้เครดิตใครว่าเป็นคนแรกในการก่อตั้ง Bra Boys ขึ้นมาก็คงเป็นคุณย่าของพวกเรานี่แหละ" โคบี กล่าวกับ News.au

นอกจากจะมาวิ่งเล่น นอนเล่นกันตามประสาเด็กๆ แล้ว แน่นอนว่ามีบ้านอยู่ริมชายหาดขนาดนี้พวกเขาก็ไม่พลาดที่จะเล่นเซิร์ฟโต้คลื่นกันด้วย และการที่มีวิถีชีวิตแบบนี้ ใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน ทำให้ทุกคนในกลุ่มมีฝีมือการเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ในระดับยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ โคบี ที่ในภายหลังถึงขั้นเป็นหนึ่งในนักโต้คลื่นที่เก่งที่สุดในโลกเลยทีเดียว 

เมื่อเวลาผ่านไป จากกลุ่มเด็กๆ ที่รวมตัวกันที่บ้านคุณย่าก็เริ่มขยายตัวออกไป มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มตั้งตัวเองขึ้นเป็นแก๊งอย่างเป็นทางการ โดยที่มีสามพี่น้องตระกูลแอบเบอร์ตันเป็นแกนกลาง ทุกคนในย่านนั้นรู้จักพวกเขาในนาม "Bra Boys" โดยคำว่า Bra นั้นเป็นคำแสลงในสำเนียงออสเตรเลียที่หมายถึง Bro หรือความเป็นพี่น้อง นอกจากนั้นยังใช้สื่อถึงถิ่นที่ตั้งของพวกเขาอย่างชาดหาดมารูบรา ซึ่งมีความหมายว่า "สถานที่แห่งสายฟ้าฟาด" อีกด้วย 


Photo : yahoo.com

ทุกคนในแก๊ง Bra Boys จะมีรอยสักคำว่า "My Brother's Keeper" ตรงบริเวณหน้าอก และรอยสัก "2035" ซึ่งเป็นเลขรหัสไปรษณีย์ของชายหาดมารูบราอยู่ตรงแผงหลัง โดยหลังจากที่ก่อตั้งเป็นแก๊งอย่างเป็นทางการ สมาชิกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกลุ่มเพื่อนสนิทในละแวกเดียวกัน ก็เริ่มมีคนแปลกหน้าเข้ามา เพื่อนของคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง ทำให้มีการคาดการณ์ว่า Bra Boys อาจจะมีจำนวนสมาชิกสูงสุดมากถึง 300 คนเลยทีเดียว 

"ความเชื่อของเราคือรักที่ปราศจากเงื่อนไข ให้ความเคารพกับทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเพศและเชื้อชาติ" โคบี กล่าวถึงแนวคิดของเขาในฐานะผู้นำกลุ่มในบทสัมภาษณ์กับ Daily Telegraph เมื่อปี 2016

ด้วยจำนวนสมาชิกที่มากมายขนาดนี้ ทำให้แก๊งต่างๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวต่างก็ต้องสยบต่อ Bra Boys อิทธิพลของสามพี่น้องแอบเบอร์ตันไม่ได้อยู่แค่ในชายหาดมารูบราอีกต่อไป แต่ว่ากันว่าพวกเขาปกครองแนวปะการัง Cape Solande ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยทีเดียว

"ถึงจะดูเป็นแก๊งที่น่ากลัว แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็ดูเหมือนกลุ่มเด็กหนุ่มที่รักความสนุกและชอบทำอะไรแผลงๆ ธรรมดาๆ เท่านั้น" หนึ่งในชาวบ้านย่านหาดมารูบราที่ไม่ประสงค์ออกนามเล่าย้อนความหลัง 


Photo : www.dailytelegraph.com.au

บางคนอาจจะมองว่า Bra Boys ว่าน่าหวาดกลัวและชั่วร้าย แต่อีกหลายคนก็มองว่าพวกเขาเป็น "ผู้พิทักษ์" แห่งชายหาดมารูบราเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า Cronulla Riots เกิดขึ้นในปี 2005

Cronulla Riots คือชื่อที่ใช้เรียกแทนการจลาจลฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นในบริเวณริมฝั่งชายหาดมหานครซิดนี่ย์ มีสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทเล็กๆ ของชายเชื้อสายเลบานอน กับชาวแองโกล-ออสเตรเลีย ก่อนที่จะขยายวงไปเรื่อยๆ บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งทางเชื้อชาติที่มีผู้เข้าร่วมมากถึง 5,000 คน ชาวบ้านละแวกนั้นได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ข้าวของถูกเผาทำลาย แต่บริเวณชายหาดมารูบราซึ่งถือเป็นพื้นที่สีแดงกลับเงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ... ถึงจะบ้าดีเดือดกันขนาดไหน แต่ก็ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามาในดินแดนของ Bra Boys

"ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ Cronulla Riots มีเด็กและผู้หญิงมากมายถูกคุกคาม แต่เมื่อพวกเขามาที่หาดมารูบราก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรพวกเขา Bra Boys ได้บอกพวกแก๊งเลบานอนไปว่า ชายหาดคือสถานที่สำหรับเด็ก ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ไสหัวไปให้ไกลเลย" โคบี กล่าวกับ News.au

 

เทวาหรือซาตาน

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า Bra Boys คือแก๊งอันธพาลพิทักษ์คุณธรรมสุดเท่ล่ะ เพราะถึงแม้พวกเขาจะมีข้อดี แต่ข้อเสียของพวกเขาก็มากมายไม่แพ้กัน ... ไม่สิ ต้องบอกว่ามากกว่าหลายเท่าตัวเลยด้วยซ้ำ เพราะนับตั้งแต่ Bra Boys เริ่มเรืองอำนาจในย่าน Cape Solande ก็มีคดีอาชญากรรมที่สมาชิกแก๊งเข้าไปเอี่ยวด้วยไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเหตุทะเลาะวิวาทเล็กๆ ที่ตัดสินกันด้วยกำปั้นและไม้เบสบอล ไปจนถึงความรุนแรงที่ตัดสินกันด้วยอาวุธปืน นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่เหตุการณ์ที่ฉาวโฉ่ สร้างชื่อเสียของ Bra Boys ให้กระฉ่อนที่สุดมีอยู่ด้วยกัน 2 เหตุการณ์


Photo : www.news.com.au

เรื่องแรกเกิดขึ้นในปี 2002 เมื่อสมาชิก Bra Boys ประมาณ 160 คนเดินทางไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนสมาชิกแก๊งคนหนึ่งที่ Coogee-Randwick RSL Club คลับในย่านมารูบรา แต่บังเอิญว่าในคืนนั้นกลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหลายสิบคนก็มาเลี้ยงฉลองในคลับเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย 

เมื่อดีกรีความเมาได้ที่ จากที่ชนแก้วก็เปลี่ยนกันมาเป็นชนหมัด ก่อนจะบานปลายเป็นการตะลุมบอนครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บไม่น้อยกว่า 30 คน และส่วนใหญ่เป็นฝ่ายตำรวจ ในขณะที่ Bra Boys ส่วนใหญ่หนีรอดไปได้ มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่ถูกจับกุมตัว 

เหตุการณ์ฉาวอีกเรื่องเกิดขึ้น 3 ปีหลังจากนั้น โดยในปี 2005 มีคนพบศพเปลือยเปล่าของ แอนโทนี่ ไฮนส์ สมาชิกระดับอาวุโสของ Bra Boys ลอยขึ้นอืดอยู่บริเวณชายฝั่งมารูบรา และเมื่อตำรวจได้ทำการสืบสวนก็พบว่าผู้ที่ลั่นไกสังหาร ไฮนส์ ก็ไม่ใช่ใครอื่น ... ไจ แอบเบอร์ตัน หนึ่งในหัวหน้าแก๊ง Bra Boys นั่นเอง 

ไจ ยอมรับแต่โดยดีว่าเขาคือคนปลิดชีวิต ไฮนส์ ผู้เป็นทั้งเพื่อนและรุ่นพี่ของเขาเอง ความผิดครั้งนี้อาจทำให้ เขา ต้องใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในซังเต เพียงแต่ว่า ไจ เองก็มีเหตุผลที่ใช้ในการต่อสู้คดีอยู่เหมือนกัน


Photo : www.chrisstroh.com.au

"ผมยอมรับว่าผมเป็นคนยิงเขาเอง แต่ผมทำไปเพื่อป้องกันตัว ตอนนั้นเราออกไปนั่งรถเล่นด้วยกัน มีผม ไฮนส์ และผู้หญิงอีกคน แล้วอยู่ๆ ไฮนส์ ก็ยื่นปืนให้ผมและสั่งให้ผมใช้ปืนนี้ข่มขู่ผู้หญิงคนนั้นเพื่อข่มขืน ผมไม่อยากทำ เราเลยแย่งปืนกัน จนสุดท้ายผมก็ยิงเขาตาย" น้องชายคนเล็กแห่งตระกูลแอบเบอร์ตันกล่าว

ตำรวจสามารถหาตัวผู้หญิงคนที่ ไจ กล่าวอ้างมาสอบสวนได้ และเมื่อประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่าคำพูดของ ไจ นั้นมีน้ำหนักพอให้ควรเชื่อ ดังนั้นจากผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ก็กลายเป็นความผิดฐานป้องกันตัว และอำพรางศพแทน ไจ ติดคุกเพียง 8 เดือนก็พ้นโทษออกมา ส่วน โคบี พี่ชายของเขาก็ต้องติดคุกในระยะเวลาเท่ากัน ในความผิดฐานร่วมกันปกปิดหลักฐาน 

เหตุการณ์นี้เหมือนเป็นจุดเปลี่ยนให้ Bra Boys เดินทางมาถึงจนสิ้นสุด ทั้งสามพี่น้องต้องการถอนตัวออกจากวิถีชีวิตแบบแก๊ง เนื่องจากในตอนนี้ภาพลักษณ์ของ Bra Boys เริ่มย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนส่วนใหญ่มองว่าพวกเขาคืออันธพาลที่น่าหวาดกลัว เป็นปีศาจร้ายที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย 

 

ทางเดินใหม่

กล่าวได้ว่าเหตุการณ์เสียชีวิตของ แอนโทนี่ ไฮนส์ คือจุดสิ้นสุดของ Bra Boys ในยุคของสามพี่น้องแอบเบอร์ตัน แต่ Bra Boys ก็ไม่ได้หายไปไหน พวกเขายังคงเป็นแก๊งอาชญากรรมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่านมารูบราเหมือนเช่นเคย เพียงแต่ไม่ได้มีผู้นำอย่างเป็นทางการอีกแล้ว 


Photo : myspace.com

ในปี 2009 มีรายงานว่าสมาชิกแก๊ง Bra Boys มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนโคเคนที่สนามบินซิดนี่ย์ หรือในเวลาไล่เลี่ยกัน เรย์ และ แจ็คสัน ทราเวอร์ส เด็กหนุ่มสองคนซึ่งมีรอยสัก My Brother's Keeper อยู่บนหน้าอกก็ได้ก่อเหตุฆาตกรรม ปีเตอร์ ฮอฟแมน ชายชราวัย 68 ด้วยการจ้วงแทงด้วยมีดอย่างโหดเหี้ยม 

"พวกเขาเป็นเพียงคนที่กล่าวอ้างชื่อของ Bra Boys เท่านั้น ไม่ใช่สมาชิก Bra Boys อย่างแท้จริง" ซันนี แอบเบอร์ตัน กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และปฏิเสธอย่างเสียงแข็งว่า Bra Boys ที่แท้จริงนั้นไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นเป็นอันขาด

ในส่วนของสามพี่น้องแอบเบอร์ตันนั้น หลังจากที่ออกจากคุกมาพวกเขาก็ตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดย โคบี พี่ชายคนโตได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ยังเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักเล่นเซิร์ฟ ถึงขั้นที่ว่าสามารถเป็นแชมป์ The Eddie รายการแข่งขันโต้คลื่นยักษ์สุดโด่งดังในเกาะฮาวายได้เลยทีเดียว โดยเขาทำสถิติโต้คลื่นสูงไว้ที่ 6.1 เมตร

"ผมไม่ได้อยากโต้คลื่นเก่งที่สุด เป็นสุดยอดที่สุด ผมเพียงอยากเลี้ยงตัวเองและครอบครัวด้วย" 

"ต้องขอบคุณการเล่นเซิร์ฟ ไม่อย่างนั้นผมคงตายไปแล้ว" โคบี กล่าวกับสำนักข่าวท้องถิ่นประเทศอินโดนีเซีย


Photo : www.dailymail.co.uk | AAPIMAGE

ด้วยฝีมือการโต้คลื่นอันจัดจ้าน บวกกับประวัติปูมหลังอันโชกโชนน่าสนใจ ทำให้ โคบี ได้รับการติดต่อจาก ปารีส ฮิลตัน เซเลบริตี้ระดับโลกให้ไปเป็นครูฝึกสอนเซิร์ฟส่วนตัว ทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ในปี 2016 เขาจะเปลี่ยนศาสนามาเป็นชาวมุสลิม และหมายมั่นจะอุทิศตนเพื่อศาสนาอย่างเต็มตัว

"ทุกคนย่อมเคยทำเรื่องผิดพลาด ตัวผมก็เช่นกัน"

"แต่ครั้งนี้ (การเปลี่ยนศาสนา) มันเปลี่ยนชีวิตผมโดยสิ้นเชิง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับผม มันคือความสงบที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน และทำให้ผมอย่างช่วยผู้คนทั้งโลกให้รู้สึกแบบเดียวกัน" 

ส่วนพี่น้องอีกสองคนอย่าง ซันนี และ ไจ เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ด้วยการไปทำงานในเหมือง ณ เมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เช่นกัน แต่พวกเขาก็ยังคงบินไปกลับออสเตรเลียบ้านเกิดแทบทุกสัปดาห์ 

นอกจากนั้นพี่น้องตระกูลแอบเบอร์ตันยังได้ร่วมกันเปิดแบรนด์เสื้อผ้าในชื่อ MyBrothersKeeper โดยได้นำเรื่องราวมิตรภาพและประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้ประสบพบเจอสมัยอยู่ในแก๊ง Bra Boys มาถ่ายทอดเป็นลวดลายลงไปบนเสื้อผ้า ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย 

เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น พี่น้องตระกูลแอบเบอร์ตันก็อยากจะแบ่งปันสิ่งเหล่านั้นให้กับผู้อื่นด้วย พวกเขาคือกลุ่มคนที่ผ่านประสบการณ์สายอันธพาลมาอย่างโชกโชน ดังนั้นจึงทราบดีว่าเหล่าอันธพาลข้างถนนพวกเขาไม่ได้อยากให้ชีวิตตัวเองเป็นแบบนี้ พวกเขาไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปที่อยากมีชีวิตที่ดี มีความสุข มีครอบครัว เพียงแต่โอกาสหรือต้นทุนทางสังคมที่มีไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าที่ควร 

ทั้งสามจึงร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิ Mavis Abberton Foundation โดยจุดประสงค์มุ่งเน้นไปยังการแก้ปัญหาเด็กๆ ที่พ่อแม่ประสบปัญหาติดยาเสพติดเป็นหลัก นำพาเด็กเหล่านั้นมาสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เพื่อไม่ให้ต้องลงเอยด้วยการเดินทางผิดเหมือนพวกเขาเอง 


Photo : www.news.com.au

ส่วนในปัจจุบัน Bra Boys ไม่ได้มีการรวมแก๊งกันเป็นหลักแหล่งเหมือนในอดีตแล้ว ข่าวคราวที่ออกมาจึงเป็นแค่ข่าวของอดีตสมาชิกแก๊งกระทำความผิดเล็กๆ น้อยเท่านั้น เรียกได้ว่า Bra Boys ที่แท้จริงนั้นจบลงไปตั้งแต่พี่น้องแอบเบอร์ตันถอนตัวไป

และเรื่องราวของ Bra Boys ก็จบลงแบบนี้ ถ้าเป็นนิยายก็คงเป็นตอนจบที่แฮปปี้ที่สุดเท่าที่จะเป็นได้แล้ว ส่วนสุดท้าย Bra Boys จะเป็นตัวละครฝ่ายดีหรือฝ่ายร้ายก็เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะใช้สามัญสำนึกตัวเองตัดสิน หรือถ้าอยากได้ข้อมูลที่ลงลึกในรายละเอียดมากกว่านี้ก็สามารถหาสารคดีเรื่อง Bra Boys: Blood Is Thicker than Water มาดูเพิ่มเติมได้เช่นกัน

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dailymail.co.uk/news/article-5393963/Inside-notorious-Bra-Boys-gang-now.html
https://en.wikipedia.org/wiki/2005_Cronulla_riots
https://www.theinertia.com/video/an-8-minute-animated-explainer-on-the-origins-of-the-bra-boys/
https://www.abc.net.au/news/2012-07-06/bra-boy-jai-abberton-wanted-over-police-assault/4114124
https://www.dailytelegraph.com.au/subscribe/news/1/?sourceCode=DTWEB_WRE170_a_GGL&dest=https%3A%2F%2Fwww.dailytelegraph.com.au%2Ftruecrimeaustralia%2F11-years-since-the-bra-boys-documentary-where-the-members-of-the-surf-gang-are-now%2Fnews-story%2F0e8b74ec4874d6a4776d700abd17731a&memtype=anonymous&mode=premium
https://www.harpercollins.com.au/9780732285548/the-official-bra-boys-story-my-brothers-keeper/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง