mainstand

Feature

ซาเวียร์ เมียร์ : 'หมอเทวดา' แห่ง MotoGP ผู้ทำให้ 'มาร์ก มาร์เกซ' ที่แขนหักกลับมาแข่งได้ใน 4 วัน



มอเตอร์สปอร์ต หรือการแข่งขันรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มอเตอร์ไซค์ ถือเป็นกีฬาที่ผู้เข้าแข่งขันรู้ดีว่า มีความเสี่ยงสูง ถึงกระนั้น พวกเขาก็กล้าเสี่ยง เพราะค่าตอบแทน และผลลัพธ์ในความสำเร็จบนเวทีระดับโลกนั้น คุ้มค่า


 

แม้ปัจจุบัน เทคโนโลยีความปลอดภัยต่างๆ จะทำให้โอกาสการเสียชีวิตของนักกีฬาลดลงไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้โดยง่ายคือ อาการบาดเจ็บตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

และเมื่อมีการบาดเจ็บ ก็ต้องมีการรักษา ... นี่คือเรื่องราวของ "หมอเทวดา" แห่ง MotoGP ที่นักแข่งระดับโลกแทบทุกคน ล้วนเคยผ่านมือให้ชายผู้นี้รักษามาหมดแล้ว

 

เพราะแขนนั้นสำคัญ

งานวิจัย Elite Motorcycle Racing: Crash Types and Injury Patterns in the MotoGP Class ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน American Journal of Emergency Medicine เมื่อปี 2016 ระบุว่า โดยปกติแล้ว ลักษณะการประสบอุบัติเหตุในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งรวมถึงการแข่งขันด้วยนั้น จะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ประกอบด้วย 1. Lowside หรืออาการหน้าพับ 2. Highside หรือการสะบัดล้ม 3. Topside หรือการเหินข้ามแฮนเดิลบาร์ไปทางด้านหน้าของรถ และ 4. Collision หรือการชน


Photo : www.autosport.com

ทีมวิจัยยังได้เก็บข้อมูลจากการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2013 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการแข่งขันถึง 3 สนามในปฏิทินการแข่งขัน (เซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์, ลากูนา เซกา, อินเดียนาโปลิส) เพื่อศึกษาเพิ่มเติม โดยพบว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 78 ครั้ง แบ่งเป็นการล้มแบบ Lowside 58 ครั้ง, Highside 13 ครั้ง, Topside 2 ครั้ง แม้ไม่มีอุบัติเหตุแบบ Collision แต่มี 5 ครั้ง ที่ก้ำกึ่งไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นลักษณะใด

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในขณะที่ไม่มีการล้มแบบ Lowside ครั้งใดที่นักแข่งต้องเข้ารับการตรวจเช็กจากทีมแพทย์ รวมถึงส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล การล้มแบบ Highside กลับทำให้มีนักแข่งถึง 9 คนต้องเข้ารับการตรวจโดยแพทย์ และ 3 คนในจำนวนดังกล่าวต้องไปรักษาต่อในโรงพยาบาล เช่นเดียวกับการล้มแบบ Topside ที่มีนักแข่ง 1 คน ต้องเข้ารับการตรวจก่อนถูกส่งโรงพยาบาล

ซึ่งหากดูลักษณะการเกิดอุบัติเหตุก็จะพอเข้าใจได้ว่า เหตุใดการล้มแบบ Highside และ Topside ถึงมีอัตราการบาดเจ็บที่รุนแรงจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า ก็เพราะการล้มทั้ง 2 แบบนั้น เป็นการสะบัดจนตัวนักแข่งหลุดออกจากการบังคับรถอย่างรุนแรง ต่างจากการล้มแบบ Lowside ซึ่งเป็นอาการหน้าพับไปเฉยๆ

คำถามคือ อาการบาดเจ็บของนักแข่งมอเตอร์ไซค์ เกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนไหนของร่างกายมากที่สุด?


Photo : wwos.nine.com.au

"พูดไปหลายคนอาจไม่เชื่อครับ แต่ 75% ในอาการบาดเจ็บของนักแข่ง MotoGP เกิดขึ้นที่บริเวณแขนส่วนบนรวมถึงไหล่ ไม่ว่าจะไหปลาร้า, ข้อมือ, กระดูกเชื่อมข้อมือ (Scaphoid) รวมถึงมือ สาเหตุก็เพราะ เวลาที่รถมอเตอร์ไซค์ล้ม สัญชาตญาณของเราจะพยายามปกป้องส่วนศีรษะและหน้าอกจากการถูกกระแทกโดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นทำให้มือ, ข้อมือ, ข้อศอก และกระดูกไหปลาร้า จึงกลายเป็นอวัยวะแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบไปโดยปริยาย"

นี่คือคำยืนยันจากปากของ ดร. ซาเวียร์ เมียร์ แพทย์จาก Hospital Universitari Dexeus เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการบาดเจ็บที่แขนและหัวไหล่

ซึ่งความเชี่ยวชาญของเขานั้น ได้ทำให้เขากลายเป็น "หมอเทวดา" ผู้ชุบชีวิตใหม่ให้กับนักแข่ง MotoGP มาแล้วนับไม่ถ้วน ...

 

เพราะนักกีฬาต้องการความไร้ที่ติ

"จริงๆ ในตอนแรก ความฝันของผมคือการเป็นนักเคมีนะ แต่ช่วงซัมเมอร์หนึ่งในช่วงที่ผมเรียนระดับเตรียมมหาวิทยาลัย ลุงของผม ดร. ฆวน โฆเซ่ มาดริกัล พาผมไปดูการทำงานต่างๆ ในโรงพยาบาล และมันก็ได้เปลี่ยนความคิดผมไปเลย" ดร. เมียร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามาเป็นแพทย์


Photo : www.motorcyclesports.net

แต่กว่าจะมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในอาการบาดเจ็บที่แขนและหัวไหล่ของเขานั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะหลังจากที่เรียนแพทย์จบหลักสูตร 6 ปี เจ้าตัวกลับต้องเริ่มต้นอาชีพในโรงพยาบาลเล็กๆ ซึ่งการที่เขามาถึงจุดนี้ได้ ดร. เมียร์ เปิดเผยว่า เป็นเพราะความรักในวิชาชีพล้วนๆ

กาลเวลาผ่านไป ทักษะทางการแพทย์ของเขาก็ยิ่งพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผ่าตัด การรักษากระดูกที่หัก ซึ่ง ดร. เมียร์ มีความเชี่ยวชาญในอาการบาดเจ็บที่แขน ตั้งแต่กระดูกไหปลาร้าถึงมือเป็นพิเศษ ... และความเชี่ยวชาญนี้เอง ได้เปิดโอกาสสำคัญกับเขา

"ตอนนั้น ดร. โฆเซ่ มาเรีย บียารูเบีย ซึ่งรักษาอาการบาดเจ็บของนักแข่งใน MotoGP มากว่า 25 ปี ต้องการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการบาดเจ็บที่แขนมาช่วยงาน ท่านก็เลยติดต่อมาที่ผม และหลังจากที่ มาร์โก ซิมอนเชลลี่ เสียชีวิตระหว่างแข่งขัน MotoGP ที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2011 ฝ่ายจัดการแข่งขัน ก็มีมติที่จะจัดตั้งทีมแพทย์พิเศษซึ่งจะคอยประจำการในทุกสนาม นั่นทำให้ผมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมแพทย์แห่ง MotoGP"

ภารกิจที่ต้องไปประจำการในสนามแข่งขันต่างๆ ได้ทำให้ ดร. เมียร์ ต้องดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของนักแข่ง MotoGP จนกลายเป็นว่า แทบทุกคนบนกริด ล้วนผ่านมือของเขามาหมดแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมถึงรุ่นรอง Moto2 และรุ่นเล็ก Moto3 อีกด้วย

ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่า การรักษาอาการบาดเจ็บของนักกีฬา อย่างนักบิด MotoGP เป็นงานที่มีความกดดันมากเลยทีเดียว


Photo : estrellagalicia00.es

"ถึงแม้เราจะดูแลรักษานักกีฬาอย่างดีเหมือนกับบุคคลทั่วไปก็ตาม แต่การผ่าตัดรักษานักกีฬานั้น ผมจำเป็นที่จะต้องให้ผลการรักษาออกมาแบบ 10 เต็ม 10 เสมอ คือในกรณีของบุคคลทั่วไป ที่เล่นกีฬาเป็นงานอดิเรก มันอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานอวัยวะหลังการรักษาอยู่บ้าง แต่สำหรับนักกีฬา การที่ผลการรักษาออกมาแบบ 9.5 เต็ม 10 เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ คุณต้องทำออกมาให้ดีที่สุด ให้ทุกอย่างไร้ที่ติ เพื่อที่เขาจะสามารถเล่นกีฬาเป็นอาชีพได้ต่อไป"

"ไม่เพียงเท่านั้น ความกดดันที่เกิดขึ้นในการรักษา ยังมาจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะสื่อ, ทีมแข่ง หรือแฟนกีฬาด้วยครับ คุณอาจจะผ่าตัดรักษาคน 200 คนได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ถ้าการรักษาคนที่ 201 ออกมาผิดพลาด ความผิดพลาดนั้นจะเป็นสิ่งที่คนจำตลอดไป"

 

หมอเทวดาขวัญใจนักแข่ง

แม้จะมีความกดดัน แต่ผลงานในการรักษานั้นถือเป็นสิ่งที่เชื่อมือได้ เมื่อ The Lancet นิตยสารทางการแพทย์ชื่อดัง ยกให้ ดร. ซาเวียร์ เมียร์ เป็น 1 ใน 100 แพทย์ที่เก่งที่สุดของประเทศสเปนเลยทีเดียว

ซึ่งหนึ่งในผลงานสร้างชื่อ ก็ไม่ต้องย้อนไปไกล ... การรักษา มาร์ก มาร์เกซ แชมป์โลกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ 8 สมัย ของทีม เรปโซล ฮอนด้า ซึ่งแขนขวาเพิ่งหักจากการแข่งขัน MotoGP สนามเปิดฤดูกาล 2020 ที่ เฆเรซ ประเทศสเปน ให้ผ่านความฟิตจน MotoGP อนุญาตให้กลับมาแข่งในสนาม 2 ของฤดูกาล (ซึ่งแข่งที่ เฆเรซ แบบต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติด จากผลพวงของ COVID-19) ได้ด้วยเวลาเพียง 4 วันหลังประสบอุบัติเหตุ เพียงเท่านี้ก็บอกถึงความเก่งของ ดร. เมียร์ ได้เกินพอ


Photo : caposts.com

"สาเหตุที่ทำให้แขนของมาร์กหักคราวนี้ มาจากการที่ตัวรถ โดยเฉพาะส่วนล้อ ไหลไปกระแทกกับแขนของเขาหลังจากการล้ม สำหรับการรักษา เราใช้แผ่นไทเทเนียมในการยึดกระดูกครับ ซึ่งจะเรียกว่า เป็นการบล็อกกระดูกเลยก็ได้ เพราะต้องยึดทั้งกระดูก และแผ่นไทเทเนียม 2 แผ่นที่ประกบรอยหักไว้ด้วยกัน แล้วก็ใช้สกรู 10 ตัวยึดทุกอย่างเอาไว้ เหนือรอยหัก 5 ตัว ใต้รอยหัก 5 ตัว นี่คือวิธีที่ใช้กันทั่วโลก และก็ช่วยให้จุดที่ทำการรักษาได้รับการปกป้องอย่างมั่นคง" ดร. เมียร์ เปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนในวันอังคาร หรือเพียง 2 วันหลังจากที่ มาร์ก มาร์เกซ แขนหัก

"อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมกังวลไม่น้อยเช่นกัน คือในเรื่องของเส้นประสาท ซึ่งถ้าได้รับความเสียหายขึ้นมา มันจะทำให้กระบวนการรักษาต้องใช้เวลาเพิ่มกว่าเดิม แต่ข่าวดีคือ เส้นประสาทของเขาไม่ได้รับความเสียหาย ถือเป็นปาฏิหาริย์มากๆ เลย"


Photo : imotorbike.my

ไม่เพียงเท่านั้น ใน MotoGP สนามเปิดฤดูกาล 2020 ถือเป็นช่วงเวลาที่ ดร. เมียร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหนึ่งในทีมแพทย์ของการแข่งขันควบคู่ไปด้วยต้องเจอกับงานหนัก เพราะนอกจากต้องผ่าตัด มาร์ก มาร์เกซ แล้ว ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน (หรือถึงขั้นไม่กี่ชั่วโมง) เขายังต้องผ่าตัดข้อมือซ้ายของ คาล ครัชโลว์ นักแข่ง MotoGP ทีม แอลซีอาร์ ฮอนด้า ที่บาดเจ็บจากรอบวอร์มอัพก่อนการแข่งขัน รวมถึงดูแลอาการบาดเจ็บของ อเล็กซ์ รินส์ นักแข่งทีม ซูซูกิ ที่ไหล่หลุดในรอบควอลิฟายอีกด้วย

ซึ่งผลลัพธ์คือ ทั้ง มาร์ก มาร์เกซ, ครัชโลว์ และ รินส์ ผ่านการทดสอบความฟิตของทาง MotoGP กลับมาแข่งขันในสนาม 2 ได้ทุกคน

 

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ประสบการณ์รักษาอาการบาดเจ็บของนักแข่ง MotoGP อย่างยาวนาน ทำให้ ดร. เมียร์ ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บของนักแข่งมาแทบจะทุกรูปแบบ และหนึ่งในประวัติการรักษาที่เขาทำให้ มาร์ก มาร์เกซ ได้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวแห่งความทรงจำ เพราะมันคือหนึ่งในอาการบาดเจ็บที่เจ้าตัวยอมรับว่า รักษายากที่สุด


Photo : www.zimbio.com

"หลังจบฤดูกาล 2018 มาร์กเข้ารับการผ่าตัดรักษาไหล่ซ้ายที่ประสบปัญหาหลุดเรื้อรัง และด้วยความที่หัวไหล่ของเขาหลุดแบบสามารถเคลื่อนที่ได้ทุกทิศทาง มันเลยทำให้เราต้องใช้วิธีการผ่าตัด 2 แบบ ทั้งผ่าตัดแบบเปิด เพื่อจัดตำแหน่งหัวไหล่ให้เข้าที่ รวมถึงผ่าตัดแบบส่องกล้อง เพื่อซ่อมแซมเส้นเอ็นต่างๆ มันเป็นอาการบาดเจ็บ รวมถึงการผ่าตัดซึ่งซับซ้อนกว่าที่เราคาดคิดไว้ จนผมไม่เข้าใจเลยว่า มาร์กคว้าแชมป์โลกได้อย่างไรกับไหล่ที่มีสภาพแบบนี้"

และหลังจากที่ผ่าตัดไหล่ซ้ายในปี 2018 เสร็จ มาร์ก มาร์เกซ ก็สามารถคว้าแชมป์โลก MotoGP ฤดูกาล 2019 ได้สำเร็จ ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งที่ไหล่ขวากับ ดร. เมียร์ เช่นเคย ทว่าอาการที่ต้องผ่าตัดครั้งนี้ ซับซ้อนน้อยกว่าตอนผ่าไหล่ซ้ายเยอะเลยทีเดียว

ซึ่งสิ่งที่ทำให้นักแข่ง MotoGP ยอมฝืนทนกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงนั้น ก็คือสิ่งที่ ดร. เมียร์ ยอมรับว่า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ของการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บในเวลาอันรวดเร็ว ... หัวจิตหัวใจของพวกเขานั่นเอง


Photo : www.motogp.com

"ผมต้องยอมรับว่า นักแข่ง MotoGP เป็นผู้ป่วยในอุดมคติของผมเลย พวกเขายังหนุ่มแน่น สุขภาพดี และที่สำคัญที่สุด คือมีไฟในการดูแลตัวเองอย่างที่สุด มันมากเสียจนพวกเขาสามารถฟื้นตัวเองกลับมาได้ในเวลาอันสั้นเสียจนหลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้"

"พูดถึงเรื่องนี้ ก็ต้องยกตัวอย่าง มาร์ก มาร์เกซ อีกนั่นแหละ ตอนที่ผมผ่าตัดหัวไหล่เขา เขาต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องทุกวัน และทุกครั้งที่เขาเดินสวนกับผมในสนามแข่ง เขาจะบอกแบบเสียงแข็งขันเลยว่า 'หมอครับ ผมทำกายภาพฯ ตามที่หมอสั่งทุกวันเลยนะ'"

ผลงานการรักษา ที่ทำให้นักแข่งมอเตอร์ไซค์นับไม่ถ้วน สามารถกลับมาลงสนามแข่ง ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกได้อีกครั้ง คือหลักฐานที่ทำให้ ดร. ซาเวียร์ เมียร์ คือหมอที่นักแข่งใน MotoGP รักและเชื่อใจมากที่สุดคนหนึ่ง


Photo : www.mykhel.com

"ผมคิดว่า สิ่งที่ทำให้นักแข่งไว้ใจผมมากๆ คงเป็นเพราะพวกเขารู้ดีว่า ผมจะทำให้ทุกอย่างที่เป็นปัญหาอยู่ได้รับการแก้ไขในทางที่ดีขึ้นครับ พวกเขารู้ว่าผมรู้จักสิ่งที่ผมทำเป็นอย่างดี รู้ว่าผมเข้าใจพวกเขา ซึ่งบางคนนั้น รู้จักกับผมตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็กเลย"

"และคุณรู้อะไรไหม? การได้เห็นคนไข้ของผมมีอาการที่ดีขึ้น จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติ 100% ก็คือสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดกับงานนี้เช่นกัน" ดร. เมียร์ กล่าวทิ้งท้าย

 

แหล่งอ้างอิง

https://formularapida.net/marquez-crutchlow-complete-surgery-as-rins-starts-rehab/
https://www.icatma.es/entrevista-al-prof-xavier-mir-director-de-icatma/
https://www.insella.it/motogp/news/intervista-esclusiva-a-xavier-mir-dottore-della-motogp-148332
https://www.marca.com/motor/motogp/2018/12/05/5c082b2546163f4f4f8b45ab.html
https://www.motogp.com/en/news/2018/06/26/dr-mir-the-best-trauma-doctor-in-spain/263326
https://www.motogp.com/es/noticias/2019/03/29/los-secretos-del-doctor-mir-en-motogp-con-hombros-y-manos/287335
https://www.mundodeportivo.com/motor/motogp/20200722/482464545407/xavier-mir-satisfecho-de-la-intervencion-a-marquez-ha-habido-suerte.html
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27431735/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง