mainstand

Feature

ฮารุมากิ ริว : ตัวละครที่เอา 'บรูซ ลี' มายำจนเละเทะ...แต่แฟนการ์ตูนกลับรักสุดๆ



ครอบครัวตัว ฮ. หรือ โอซาว่า ฮายกครัว คือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตลกที่สุดเรื่องหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่า หนึ่งในตัวละครที่แฟนๆ เรื่องนี้รักที่สุดคงหนีไม่พ้น ฮารุมากิ ริว อาจารย์ผู้สวมวิญญาณ บรูซ ลี ตำนานกังฟูของโลก


 

อย่างไรก็ตามแม้จะแต่งตัว ท่าทาง และหน้าตาจะคล้ายๆ บรูซ ลี อย่างกับแกะ แต่ความแตกต่างคือ ฮารุมากิ ริว อ่อนแออย่างเหลือเชื่อสวนทางกับ บรูซ ลี โดยสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเป็นการยำตัวละครที่ได้รับคาแร็คเตอร์มาจาก บรูซ ลี มากที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ 

ในโลกที่มนุษย์เราชื่นชมผู้แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ การเอา บรูซ ลี มายำเละนั้นเคยสร้างความไม่พอใจให้กับใครหลายคนมาแล้ว ... ทว่าทำไม ฮารุมากิ ริว ในบท บรูซ ลี จอมอ่อนแอ จึงตรงกันข้าม เพราะมีแต่คนรักเขา?  

ติดตามพร้อม Main Stand ได้ที่นี่ 

 

อย่าดูถูก บรูซ ลี 

"Once Upon a Time in Hollywood" หรือ "กาลครั้งหนึ่งใน...ฮอลลีวู้ด" คือหนังที่เข้าชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2020 ถึง 5 สาขาทำรายได้มากกว่า 11,000 ล้านบาททั่วโลก ทุกคนชื่นชมและชื่นชอบในการแสดงของ แบรด พิตต์ และ ลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ รวมถึงการกำกับของ เควนติน ทารันติโน่ ทว่ากลับมีคนหนึ่งที่ไม่พอใจกับสิ่งที่เรื่องนี้นำเสนอเป็นอย่างมาก


Photo : whalebonemag.com

เธอคือ แชนนอน ลี ลูกสาวของ บรูซ ลี ที่แสดงความเห็นอย่างเผ็ดร้อนหลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เอาพ่อของเธอไปปู้ยี้ปู้ยำในฐานะ "กังฟูหลอกเจ้า" กล่าวคือเก่งแต่ตอนที่อยู่บนหน้าจอเท่านั้น แต่เมื่อออกจากการแสดงและใช้ชีวิตจริงกลับมีวิชากังฟูที่ไม่ได้เรื่อง โดนอัดน่วม กลายเป็นตัวประกอบไร้ราคาไปเสียอย่างนั้น 

ซึ่งในความจริง บรูซ ลี นั้นถูกยกย่องในฐานะยอดนักแสดงและยอดกังฟูจากบทบาทภาพยนตร์และซีรีส์ในสหรัฐอเมริกามากกว่า 20 เรื่อง เป็นสุดยอดดารานักบู๊ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับพระเอกหนังแอ็คชั่นยุคหลังทั้งหลายนั่นเอง

ความเป็นสตาร์ของ บรู๊ซ ลี นั้นถือว่าไม่ได้โด่งดังแค่ในแวดวงหนังบู๊เท่านั้น แต่เขายังส่งผลถึง "ป๊อป คัลเจอร์" ว่าง่ายๆ คือถ้าพูดถึงกังฟู คนทั่วโลกจะต้องนึกถึงเขาเป็นคนแรก กลายเป็นบุคคลทรงอิทธิพลในวงการไปโดยปริยาย จนคาแร็คเตอร์ของ บรูซ ลี ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์อีกหลายๆ เรื่อง 

หนังตลกอย่าง "Shaolin Soccer" หรือ "นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่" ก็มีการนำคาแร็คเตอร์ของ บรูซ ลี มาใช้ในตำแหน่งผู้รักษาประตู นอกจากนี้ยังมีเรื่อง "Kill Bill" หรือ "นางฟ้าซามูไร" (ซึ่งกำกับโดย เควนติน ทารันติโน่ ผู้กำกับ Once Upon a Time in Hollywood นี่แหละ) ที่ให้ตัวเอกของเรื่องอย่าง เบียทริกซ์ คิดโด หรือ "The Bride" เจ้าของรหัส "Black Mamba" (แสดงโดย อูม่า เธอร์แมน) สวมชุดวอร์มสีเหลืองแถบดำซึ่งเป็นชุดสวมใส่แบบซิกเนเจอร์ของ บรูซ ลี ที่ใครเห็นก็ต้องร้องอ๋อบู๊แหลกในฉากไคลแมกซ์ของภาค Volume 1 


Photo : blogdelcalzado.com

ทุกวันนี้แม้ บรูซ ลี จะจากโลกนี้ไปแล้วแต่ก็ข้อมูลและรูปภาพของเขาก็ยังคงหาดูได้อย่างง่ายดาย มีการรวมรูปของเขาในเว็บไซต์อย่าง Printerest ได้จำนวนมากกว่า 10 ล้านรูปเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น มุมมองจากคนภายนอกที่มีต่อ บรูซ ลี จึงเป็นความรู้สึกในแง่ของความ "คารวะ" ที่มีต่อยอดกังฟูผู้ทำให้ศาสตร์การต่อสู้ฉบับเอเชียเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และก็อีกเช่นกัน การเอาเขาไปพูดถึงในเรื่อง "Once Upon a Time in Hollywood" จึงเป็นบทบาท ตลอดจนการกล่าวถึงของ บรู๊ซ ลี ในแง่ลบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

"ฉันเพิ่งจะยื่นร้องเรียนที่ประเทศจีน เหมือนที่ฉันกำลังบ่นอยู่ตอนนี้ สิ่งที่เขาตัดสินใจใส่เข้าไปในภาพยนตร์นั้นมันก็คือสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว" แชนนอน ลี แสดงความไม่พอใจ 

ในเรื่องนั้น บรูซ ลี ถูกตีความในแง่ของคนที่หยิ่งยะโสโอหัง ชอบใช้คำพูดหยามเหยียดคนอื่นๆ ท้าต่อยกับ มูฮัมหมัด อาลี แบบไม่สนใจใคร ทว่าสุดท้ายกับแพ้ให้กับตัวละครที่แสดงโดย แบรด พิตต์ ที่แทบไม่เป็นมวยเลยด้วยซ้ำ (ถึงกระนั้น ตัวละคร คลิฟฟ์ บูธ ที่ แบรด พิตต์ เล่น เป็นอดีตทหารผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้แบบประชิดตัว) ... เห็นชัดๆ ว่าบทของเขาอยู่ในโหมดตัวตลกอย่างแท้จริง 


Photo : www.scmp.com

"ฉันเข้าใจว่าพวกเขาอยากให้ตัวละครของ แบรด พิตต์ ออกมาดูเก่งกาจ เพราะเขาสามารถจัดการ บรูซ ลีได้ แต่พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำกับเขาเหมือนกับที่วงการฮอลลีวู้ดทำกับพ่อของฉันในสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ก็ได้" 

"พ่อของฉันได้ก้าวข้ามผู้คนที่หยิ่งผยอง และเต็มไปด้วยความโหดร้าย เขาต้องพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับคนที่ธรรมชาติแทบจะมอบความสำเร็จมาให้อยู่แล้ว ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลยจริงๆ ที่นั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์แล้วต้องได้ยินผู้คนหัวเราะพ่อของฉัน" นั่นคือเหตุผลทั้งหมดที่ลูกสาวของ บรูซ ลี ไม่พอใจ   

อย่างไรก็ตาม เควนติน ทารันติโน่ ผู้กำกับเรื่องนี้ ที่เป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องการเอาเรื่องจริงมาผนวกกับหนังที่เขาสร้าง ก็บอกว่าเขาจะไม่ขอโทษกับสิ่งที่เขาเสนอไป เพราะในมุมมองของ เควนติน นั้น บรูซ ลี ถือเป็นคนที่แบบที่เขานำเสนอในหนังจริงๆ


Photo : abc7.com

"บรูซ ลี ก็เป็นคนที่ค่อนข้างเจ้ายศเจ้าอย่างอยู่แล้วนะ สังเกตจากสิ่งที่เขาพูดออกมา ผมไม่ได้แต่งมันขึ้นมาทั้งหมดหรอก ผมเคยได้ยินเขาพูดแบบนั้นอยู่เหมือนกันนะ มันก็อาจจะมีบางคนพูดว่า 'เขาก็ไม่เคยพูดนี่ว่าเขาจะล้ม มูฮัมหมัด อาลี ได้' แต่จริงๆ แล้วเขาเคยพูดนะ โอเคไหม? มันไม่ใช่แค่เขาพูด แต่เป็นภรรยาของเขาด้วย ลินดา ลี น่ะ เธอพูดในหนังสือชีวประวัติที่ผมเคยอ่าน เธอพูดเอาไว้อย่างนั้นจริงๆ" เควนติน ตอบกลับอย่างร้อนแรง 

การเถียงกันของทั้งคู่ไม่สามารถหาจุดจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งได้ เพราะต่างคนต่างก็มีมุมมองในแบบของตัวเอง ทว่าอย่างน้อยๆ ในมุมของ แชนน่อน ผู้เป็นลูกสาว เธอก็แค่แสดงความไม่พอใจที่พ่อของเธอซึ่งล่วงลับไปแล้ว ถูกเอามายำเละแบบไม่ให้เกียรติกันเช่นนี้ ... 

 

แต่นั่นยังน้อยไป... 

การพูดจากโผงผาง ขี้โม ข่มเหงคนอื่นๆ แถมไม่ได้เก่งกาจอย่างที่ใครชื่นชมสำหรับ บรูซ ลี ในเรื่อง Once Upon a Time in Hollywood ยังถือว่าน้อยนัก หากเทียบกับตัวละครหนึ่งที่โดนใส่คาแร็คเตอร์ของ บรูซ ลี เข้าไป ตัวละครนั้นคือ ฮารุมากิ ริว จากมังงะเรื่อง ครอบครัวตัว ฮ. ที่เขียนโดย เกนจิ ฮามาโอกะ 

บทของ ฮารุมากิ ริว นั้นคืออาจารย์สอนชั้นประถมคนหนึ่งที่มักจะแต่งตัวด้วยชุดเก่งของ บรูซ ลี เสื้อวอร์มสีเหลืองแถบดำ ยิ่งไปกว่านั้นทรงผมยังเหมือนเป๊ะชนิดที่ว่าถ้าไม่บอกชื่อก็คิดว่าเป็น บรูซ ลี มาสอนหนังสือเองอย่างไรอย่างนั้น

เท่านั้นยังไม่พอ ท่าทางของ ฮารุมากิ ริว ยังก็อปมาจาก บรูซ ลี ทั้งหมด เสียงร้อง ท่าทางการตั้งการ์ดแบบกังฟู หรือกระทั่งความจองหองที่ข่มได้แม้กระทั่งนักเรียนของตัวเอง ...

ทว่าความต่างมีอยู่จุดเดียวคือ ฮารุมากิ ริว คือตัวละครกระจอกสุดขั้วโลกเท่าที่โลกแห่งการ์ตูนจะมีได้ เขาคือตัวที่ตลกที่สุดในเรื่องแบบไม่ต้องสงสัย เพราะถึงแม้หน้าตาท่าทางคำพูดจะคล้าย บรูซ ลี แต่ชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงความยิ่งใหญ่นั้นต่างกันลิบลับ 

ฮารุมากิ มักได้รับบท "ซื่อ" ถึงขีดสุด เนื่องด้วยบทของเขาคืออาจารย์ฝึกสอนไส้แห้ง มีฐานะยากจน จึงมักมีไอเดียอะไรแปลกๆ ที่จะช่วยให้ตัวเองประหยัดได้ อาทิ ใช้ก้ามของกุ้ง (เป็นๆ) แทนที่โกนหนวด, การสั่งให้นักเรียนเอาอาหารจากบ้านมากินในโรงเรียนและตัวเองก็จะใช้วิธีแย่งชิงหรือขโมย (ส่วนใหญ่ไม่สำเร็จ) หรือแม้กระทั่งการออกกฎใหม่ ให้เด็กนักเรียนในห้องเขากินข้าวกลางวัน (อาหารของโรงเรียน) ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ด้วยเหตุผลที่เขาหิว ไม่ได้กินข้าวมา 24 ชั่วโมง เป็นต้น 

ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากเรื่องความจนแล้ว ความซื่อปนบื้อแบบทะลุพิกัด ยังมีความเปิ่นและเซ่อซ่า ทำในเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับใครได้ เช่น การติดอยู่ในสระน้ำของโรงเรียนตลอดช่วงปิดเทอม, ติดอยู่บนดาดฟ้า 2 สัปดาห์เพราะทำกลอนประตูพัง หรือกระทั่งการติดเกาะกลางถนนกลับบ้านไม่ได้ เพราะไม่กล้าข้ามถนน เป็นต้น 

แต่ทั้งหมดนั้นยังไม่เท่าไหร่ สิ่งที่สวนทางกับคาแร็คเตอร์ บรูซ ลี ที่สุดคือ ฮารุมากิ ริว คือตัวละครที่ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยในเรื่อง เริ่มตั้งแต่ร่างกายที่ผอมแห้งแรงน้อย แม้จะเรียกพลังจากภายในให้กล้ามโตขึ้นมาได้ แต่กล้ามที่เบ่งขึ้นมาก็มีเวลาใช้งานแค่ 2 วินาทีเท่านั้น จากนั้นก็แฟ่บเหมือนเดิม

แม้ว่าจะเป็นคนชอบท้าทาย และข่มขู่นักเรียน ทว่าในตอนท้าย เขาก็สู้แพ้แม้กระทั่งเด็กประถม, หมา, นก หรือแม้กระทั่งปู ... เรียกได้ว่าวิชากังฟูของ ฮารุมากิ ริว เข้าขั้นไร้ประโยชน์ถึงขีดสุด และหากจะถามว่าตัวละครใดในโลกนี้ทำให้ บรูซ ลี เสื่อมเสียเกียรติที่สุดในฐานะยอดกังฟูของโลกแล้วล่ะก็ ฮารุมากิ ริว เข้าชิงแบบไม่มีใครเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อได้อย่างแน่นอน 

 

อ่อนแค่ไหนก็เกลียดไม่ลง 

ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น แต่กลับไม่เคยมีใครกล้าสงสัยและรู้สึกแคลงใจกับความด้อยค่าของวิชากังฟูโดย ฮารุมากิ ริว เลยแม้แต่น้อย ตัวละครของเขาคือ 1 ในตัวละครที่แฟนๆ นักอ่านรักมากที่สุดในเรื่อง เพราะด้วยคาแร็คเตอร์ที่บอกมาทั้งหมดนั้น มันตอบโจทย์กับเรื่อง ครอบครัวตัว ฮ. (หรืออีกชื่อคือ โอซาว่า ฮายกครัว) ที่สุดแล้ว

มังงะเรื่องนี้ตั้งใจจะขายเรื่องความฮาและมุกที่ "สุดๆ" ในแบบที่ไม่มีการ์ตูนเรื่องอื่นกล้าเล่น ไม่ว่าจะเป็น "อึ", "ฉี่", "บุหรี่", "คนแก่" หรือแม้กระทั่ง "เด็กทารก" ก็มักไม่เคยรอดที่เอาจะเอามาเป็นแก๊กเรียกเสียงฮาเลยสักราย หนำซ้ำการขยี้เรื่องตลกทางสกปรก ยังเป็นจุดขายของเรื่องที่ทำให้คนนึกถึง ครอบครัวตัว ฮ. ได้มากที่สุดอีกด้วย 

ที่สุดแล้ว ฮารุมากิ ริว ในบทบาทลูสเซอร์สุดอาภัพ ก็กลายเป็นคาแร็คเตอร์สมมติที่สุดเฉียบและมีความคอนทราสต์กับการแต่งตัวที่เหมือน บรูซ ลี แต่ก็ลงตัวอย่างที่สุด ไม่มีใครเกลียดเขาแน่เพราะเขาคือตัวละครที่นอกจากจะเรียกเสียงฮาได้ที่สุดแล้ว แม้จะอ่อนแอสุดขั้ว แต่ในอีกมุมหนึ่งเขาคือยอดนักสู้ตัวจริง และในความเป็นนักสู้นี้เองที่คล้ายกับ บรูซ ลี ... แต่เป็น บรูซ ลี ช่วงก่อนมีชื่อเสียง ที่ต้องสู้กับอุปสรรคมากมายเพื่อกลายเป็นนักแสดงชั้นนำ และกลายเป็นบุคลากรที่เป็นแรงบันดาลใจของใครหลายคน 

แม้จะแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ว่าจะสู้กับใคร แม้จะต้องตกอับสุดขีดจนต้องกินดินในกระถางดอกไม้และกินหญ้าที่เป็นวัชพืชตามรั้วโรงเรียน ทว่า ฮารุมากิ ริว ไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้ง เขาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด และพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อมาสอนนักเรียนของเขาให้ทันเวลา แม้ระหว่างทางจะต้องเจอกับอุปสรรคที่คนเขียนใส่มาให้แบบไม่สมเหตุสมผลมากมายอาทิ หลงทาง, จมหิมะ หรือ เดินตกน้ำ ก็ตาม 

ไม่ใช่แค่คนอ่านเท่านั้น สุดท้ายแล้วตัวละครด้วยกันในเรื่องก็ยังมีความเอ็นดู ฮารุมากิ ริว แบบลึกๆ กลุ่มนักเรียนของเขามักจะช่วยเหลือในยามที่เขาลำบากสุดขีด ผู้ปกครองของเด็กๆ ก็มักจะชวนกินข้าวที่บ้านในยามที่เขาไม่เงิน ... สาเหตุคงเป็นเพราะแม้จะอ่อนแอขนาดไหน เขาก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนใคร ... ยกเว้นเสียแต่เรื่องกินที่เขาพ่ายแพ้แก่ความหิวจนตบะแตกเท่านั้น 

ดังนั้นแม้ ฮารุมากิ ริว จะเอาบทของ บรูซ ลี มายำเละเทะขนาดไหน แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่หลงลืมแก่นแท้ของ บรูซ ลี มาด้วย ... นั่นคือความเป็นนักสู้ แต่เป็นการสู้ในแบบของเขาที่เรียกเสียงฮาได้ทุกฉากที่มีเขาเลยทีเดียว 

 

แหล่งอ้างอิง

https://about.proquest.com/blog/eosblog/2018/How-Bruce-Lee-Revolutionized-American-Culture.html
https://www.thewrap.com/bruce-lee-daughter-mockery-once-upon-a-time-in-hollywood-shannon-lee/
https://about.proquest.com/blog/eosblog/2018/How-Bruce-Lee-Revolutionized-American-Culture.html
https://www.tv-tokyo.co.jp/information/2020/03/27/219771.html
https://honcierge.jp/articles/shelf_story/8721
https://middle-edge.jp/articles/2GgrB



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง