mainstand

Feature

Digimon Adventure : ย้อนตำนานการ์ตูนในดวงใจเด็กยุค 90s สู่การผจญภัยครั้งสุดท้าย



"โตมากับการ์ตูนเรื่องไหน ... ถ้าให้เลือกตอบได้เพียงเรื่องเดียว"
 

 

สำหรับเด็กที่โตมาในยุค 90s-2000s ถ้าอยู่ๆ มีคนมาถามคำถามนี้กับคุณโดยไม่ทันตั้งตัว คุณจะเลือกเรื่องไหนมาใส่ลงในช่องว่างของคำตอบ ... Dragon Ball คงเป็นหนึ่งในตัวเต็ง รวมถึง Doraemon เจ้าหุ่นยนต์แมวสีฟ้าจากโลกอนาคต นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่เรามั่นใจแบบไม่กลัวหน้าแตกเลยว่าจะติดเข้ามาในโผด้วยอย่างแน่นอน นั่นก็คือ Digimon Adventure หรือ "ดิจิมอน" ที่เราเรียกกันจนติดปากนั่นเอง

ทำไมถึงมั่นใจ? 

ถ้าใครเติบโตมาในยุคนั้นจะรู้ได้ทันทีเลยว่า Digimon Adventure ไม่ใช่แค่การ์ตูนที่โด่งดัง แต่มันคือ "ปรากฏการณ์ทางสังคม" ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว เพราะไม่ใช่แค่การตื่นนอนตอนเช้ามาเกาะหน้าจอโทรทัศน์เท่านั้น แต่การ์ตูนเรื่องนี้ยังตามติดไปทุกที่ในรูปแบบของเล่นรวมถึงเสียงเพลงอีกด้วย 

ดังนั้นไหนๆ Digimon Adventure ก็ผ่านกาลเวลากว่า 2 ทศวรรษ จนตอนนี้ก็มาถึงปัจฉิมผจญภัยของพวกเขากันแล้ว เราจึงอยากเขียนถึงมันเสียหน่อย ร่วมย้อนวันวานไปกับเราได้ที่ Main Stand

 

ดาวเด่นในยุคแห่งการ์ตูนมอนสเตอร์

ก่อนอื่นลืมมอนสเตอร์รูปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวแบบใน The Promised Neverland หรือ Attack on Titan ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันไปก่อน เพราะการ์ตูนมอนสเตอร์ในยุค 90s-2000s ส่วนใหญ่จะน่ารักน่าชังจนอยากได้มาเลี้ยงที่บ้านเสียมากกว่า 

ยุค 90s-2000s ถือเป็น "ยุคทองของการ์ตูนมอนสเตอร์" ก็ว่าได้ เพราะในช่วงเวลาใกล้เคียงกันมีการ์ตูนมอนสเตอร์ออกมามากมาย และหลายเรื่องก็ยังคงโด่งดังเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน นำมาโดย Pokémon ที่ถือเป็นพี่ใหญ่ เนื่องจากซีรี่ส์อนิเมะว่าด้วยการผจญภัยของ ซาโตชิ กับ ปิกาจู เรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรกตั้งแต่ปี 1997 

Monster Farm คืออีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน และถึงแม้ว่าเรื่องราวของมันจะจบลงไปตั้งแต่ปี 2001 แล้ว แต่ก็เชื่อหลายคนยังจดจำการ์ตูนเรื่องนี้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย หรือแม้แต่เรื่อง Kirby: Right Back at Ya! ที่มาในแนวสดใสเอาใจเด็กเล็กก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน


Photo : metalbridges

และแน่นอนว่าจะขาด Digimon Adventure พระเอกของเราในบทความนี้ไปไม่ได้ เพราะนับตั้งแต่ซีรี่ส์อนิเมะ ผลงานการสร้างสรรค์ของ Toei Animation เข้าฉายในเดือนมีนาคม ปี 1999 ก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย โดยในประเทศญี่ปุ่นสามารถกวาดเรตติ้งไปถึง 11.4% ซึ่งถือว่าสูงมากๆ สำหรับรายการที่เจาะกลุ่มตลาดเด็ก 

ถึงขั้นที่ในตอนนั้นเกิดเป็นกระแส Pokémon vs Digimon Adventure กันอยู่บ่อยๆ ต่างฝ่ายต่างหาเหตุผลกันมาถกเถียงกันว่าเรื่องไหนยอดเยี่ยมกว่ากัน สนุกกว่ากัน หรือโด่งดังกว่ากัน ดังนั้นก็คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า Digimon Adventure นี่แหละคือหนึ่งในดาวเด่นแห่งยุคทองของการ์ตูนมอนสเตอร์เคียงข้างกับ Pokémon ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

Digimon Adventure บอกเล่าเรื่องราวของโลกที่อยู่ๆ ก็เกิดความแปรปรวนทางสภาพอากาศ ประเทศที่เป็นฤดูหนาวกลับแห้งแล้ง ประเทศที่เป็นฤดูแล้งกลับน้ำท่วม ส่งผลกระทบถึง "ไทจิ" พระเอกของเรื่องที่กำลังตั้งค่ายฤดูร้อนกันอยู่ในบริเวณโรงเรียน ก่อนที่จะเกิดพายุหิมะถล่มจนค่ายพังพินาศ หลังจากสิ้นเสียงพายุก็มีวัตถุประหลาดหล่นลงมาจากฟากฟ้า เป็นวัตถุแปลกๆ ที่ไม่คุ้นตา จากนั้น ไทจิ และเพื่อนๆ ก็โดนดูดไปยังโลกดิจิตอล เพื่อปราบเหล่าร้ายที่กำลังทำให้ดิจิตอลเวิลด์ปั่นป่วน

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวแสนเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน ตามสไตล์การ์ตูนเด็กผู้ชายทั่วไป และนอกจากเรื่องราวการผจญภัยที่น่าติดตามแล้ว สาเหตุที่ทำให้ Digimon Adventure ประสบความสำเร็จถล่มทลายก็คงหนีไม่พ้น "เสน่ห์ของตัวละคร" ที่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือดิจิมอน ฝ่ายผู้สร้างก็ล้วนแต่ดีไซน์ออกมาได้น่ารักน่าชัง ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและอุปนิสัย


Photo : digimon.fandom

เมื่อนึกถึง ไทจิ ก็ต้องนึกถึง อากุมอน, ยามาโตะ ก็ต้องคู่กับ กาบุมอน, โซระ ก็ ปิโยมอน, โคจิโร่ ก็ เท็นโตมอน และอีกมากมายหลายตัวละคร นอกจากนั้นการแปลงร่างของดิจิม่อนแต่ละตัวก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ (รวมถึงเราด้วยที่ตอนนั้นอยู่ในวัยประถม) การได้เห็น อากุมอน ที่น่ารักน่าชังแปลงร่างเป็น เกรย์มอน สุดเท่ มันเป็นอะไรที่เกินจะบรรยายจริงๆ 

ด้วยความสำเร็จของ Digimon Adventure ในปี 1999 ทางสตูดิโอผู้สร้างก็ไม่รอช้าที่จะเข็นภาคต่อออกมาในปีต่อไปทันที ในชื่อ Digimon Adventure 02 รวมถึงภาค Spin-Off ที่แยกออกไปจากเส้นเรื่องหลักอีกถึง 5 ภาค ดังนี้ Digimon Tamers (2001–02), Digimon Frontier (2002–03), Digimon Data Squad (2006–07), Digimon Fusion (2010–12), Digimon Universe: App Monsters (2016–17)

ในส่วนของภาคหลัก หลังจากที่ Digimon Adventure 02 จบลงในปี 2001 ซึ่งถึงแม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าภาคแรก เรตติ้งลดลงจาก 11.4% เหลือ 11.1% แต่ก็ถือว่ายังประสบความสำเร็จอยู่ดี แต่ทางสตูดิโอผู้สร้างกลับเลือกที่จะพับภาคต่อเก็บไว้ก่อน และหันไปมุ่งสร้างภาคเสริมแทน ดังนั้นทำให้กว่าที่ Digimon Adventure tri. ซึ่งเป็นภาคหลักภาคที่ 3 จะมาให้ทุกคนได้รับชมก็ทิ้งระยะห่างยาวนานกว่า 15 ปีเลยทีเดียว 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดคงพอจะทำให้เห็นภาพแล้วว่าการ์ตูนเรื่อง Digimon Adventure นั้นประสบความสำเร็จแค่ไหน แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะอีกส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในหน้าจอโทรทัศน์ แต่มันสามารถตามติดตัวเราไปได้ทุกที่

 

สัตว์เลี้ยงดิจิตอลและปีกรัก

คงไม่ต้องอารัมภบทอะไรให้มากความ เชื่อว่าทุกคนคงรู้จัก "ดิจิไวซ์" กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว และสำหรับเด็กยุค 90s-2000s ดิจิไวซ์ก็ไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่ขนาดนั้น เพราะทุกคนได้รู้จัก "ทามาก็อตจิ" ซึ่งมีรูปแบบและวิธีการเล่นคล้ายคลึงกันก่อนหน้านี้แล้ว


Photo : J-Play 

ดิจิไวซ์คืออุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในซีรี่ส์การ์ตูน Digimon Adventure มาโดยตลอดนับตั้งแต่ภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและพลังงานของมนุษย์เพื่อพัฒนาดิจิมอน, มีฟังก์ชันแผนที่และแทร็กเกอร์ที่สร้างขึ้นซึ่งสามารถระบุตำแหน่งของ ดิจิไวซ์ เครื่องอื่นๆ บนแผนที่ได้ และอีกหลากหลายประโยชน์ 

ดังนั้นเมื่อการ์ตูนประสบความสำเร็จมหาศาล ทาง BANDAI แบรนด์ของเล่นยักษ์ใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นก็ไม่รอช้าที่จะผลิตออกมาจำหน่ายเอาใจแฟนๆ พร้อมกวาดเงินเข้ากระเป๋า โดยดิจิไวซ์ในโลกความเป็นจริงนั้นถูกเปลี่ยนจากสถานะจาก "อุปกรณ์" ให้กลายเป็น "ของเล่น" อย่างเต็มรูปแบบ

Digimon Adventure Digivice คือซีรี่ส์แรกของเครื่องดิจิไวซ์ ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันกับการเข้าฉายของ Digimon Adventure ภาคแรก มาพร้อมกับคอนเซปต์หลัก "นำสัตว์เลี้ยงดิจิตอลเหล่านี้มาสู้กัน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างเครื่อง" โดยที่ผู้เล่นต้องคอยเลี้ยงดูดิจิมอน ให้อาหาร ฝึกทักษะการต่อสู้ ก่อนที่จะนำไปสู่การต่อสู้ในรูปแบบผ่านด่านไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ทำให้มันฮือฮาจนได้เกิดเป็นปรากฏการณ์สั่นสะเทือนเด็กยุค 90s-2000s คือการที่ผู้เล่นสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องของเพื่อน และนำดิจิมอนที่เลี้ยงมาต่อสู้กันได้

เรียกได้ว่าตอนนั้นใครอยู่ในวัยเรียน ภาพของการนำดิจิไวซ์ 2 เครื่องมาชนกันในช่วงพักกลางวันคือภาพที่เห็นได้จนชินตา ก่อนที่จะโดนคุณครูยึดไปและต้องมาเอาคืนในตอนเย็น 


Photo : MustShareNews 

ดิจิไวซ์ มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะฟังก์ชั่นการเขย่าที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกดิจิมอน ที่เด็กยุคนั้นมักจะใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง และเดินไปเรื่อยๆ เพื่อให้มันเขย่าไปเองลดอาการเมื่อยมือ หรือแม้กระทั่งฟังก์ชั่นการรูดการ์ดเพื่อต่อสู้ก็มีมาแล้ว ตามเนื้อเรื่องของการ์ตูนที่ทุกภาคจะมีดิจิไวซ์ในรูปแบบของตัวเอง เช่น D-3 Digivice จาก Digimon Adventure 02, D-Power จาก Digimon Tamers, D-Tector จาก Digimon Frontier เป็นต้น

ในยุคที่ยังไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องไกลตัว การเล่นดิจิไวซ์กับเพื่อนๆ น่าจะเป็นอะไรที่สนุกสุดๆ แล้ว และต่อให้โตเป็นผู้ใหญ่เพียงไร เชื่อว่าความทรงจำในตอนนั้นก็น่าจะยังประทับอยู่ในชิ้นส่วนความทรงจำของทุกคน

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การ์ตูนเรื่อง Digimon Adventure ประสบความสำเร็จอย่างสูงโดยเฉพาะในบ้านเราต้องให้เครดิตสำคัญกับ "เพลงประกอบ" ที่โด่งดังถึงขั้นทำออกมาวางขายเป็นอัลบั้มเทปอย่างจริงจัง และเชื่อว่าถ้าใครเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ในยุคนั้นจะต้องมีตลับเทปนี้ติดบ้านอย่างแน่นอน (เราเองก็เช่นกัน เทปตลับแรกในชีวิตที่เก็บเงินซื้อเองก็ตลับนี้นี่แหละ) 

เนื้อเพลงต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นเป็นผลงานการประพันธ์ของ "วาดะ โคจิ" เจ้าของฉายา "เจ้าพ่อเพลงดิจิมอน" ก่อนที่จะได้รับการแปลงเป็นภาษาไทย และขับร้องโดย ธนัท ตันอนุชิตติกุล กับ ธนพ ตันอนุชิตติกุล หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม "พี่นัท-น้องนพ" 

"ปีกกางเหินไป ไม่มีวันแผ่วปลาย ด้วยแรงรักทะยานโลดไป
แม้จะสาหัสจะหนักหนา ก็จะไม่ท้อไม่ท้อ แต่จะขอเดินหน้าไป
ปีกกางลู่ลมไม่มีวันแผ่วปลาย ด้วยเป้าหมายคือเธอนั้นมั่นคง
ไปด้วยแรงส่ง สุดหัวใจ Oh My Love" 

นี่คือท่อนหนึ่งจากเพลงปีกรัก (Butterfly) หนึ่งในเพลงประกอบ Digimon Adventure ที่โด่งดังและติดหูที่สุด

ต้องขอคารวะทั้ง วาดะ โคจิ, คนแปลงเนื้อเพลงเป็นภาษาไทย, และ พี่นัท-น้องนพ ที่เป็นส่วนผสมสำคัญทำให้เพลงประกอบ Digimon Adventure กลายเป็นบทเพลงอมตะแห่งวงการการ์ตูน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่ได้ยินก็จะมีรอยยิ้มและหวนนึกถึงอดีตอันสวยงามเสมอ 

 

 

การผจญภัยครั้งสุดท้าย

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 Digimon Adventure ก็ถือเป็นดาวค้างฟ้าแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่นมาโดยตลอด แต่สุดท้ายแล้ว "งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา" ... นี่คือสุภาษิตที่จริงยิ่งกว่าจริง ใช้ได้กับทุกอย่างบนโลก ไม่แว้นแม้แต่การ์ตูนเรื่องนี้

ในที่สุดเรื่องราวการผจญภัยของ ไทจิ และ ผองเพื่อน ก็เดินทางมาถึงบทสรุป โดยจะถูกนำเสนออกมาในรูปแบบภาพยนตร์เรื่อง Digimon Adventure: Last Evolution Kizuna  ที่ได้ "ทากูชิ โทโมฮิสะ" ผู้กำกับมากฝีมือที่เคยฝากผลงานชั้นครูให้ประจักษ์มาแล้วในเรื่อง Persona 3 The Movie รับหน้าที่ผู้กำกับ


Photo : Medium

Digimon Adventure: Last Evolution Kizuna ว่าด้วยเรื่องราวของ ไทจิ และ ยามาโตะ ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย ที่กำลังเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ แต่ชีวิตยังไม่มั่นคงนัก ต้องทำงานพิเศษอย่างหนัก ควบคู่ไปกับการเป็นนักศึกษา แต่ในอีกมุมหนึ่ง ไทจิ ก็ยังทำหน้าที่ของเด็กที่ถูกเลือกตลอดมา

จนกระทั่งวันหนึ่งมีเหตุการณ์ประหลาด ที่ทำให้เหล่าเด็กที่ถูกเลือกในอดีต เริ่มล้มป่วยแบบไม่ทราบสาเหตุ ไทจิ และผองเพื่อนจึงต้องรวมตัวกันกับเหล่าดิจิมอนคู่หูเพื่อหาคำตอบ และนำไปสู่บทสรุปสำคัญที่สุดในชีวิต

"ไม่ค้างคาใจ สวยงามในคราบน้ำตา" คำวิจารณ์จาก Metalbridges

สำหรับคนทั่วไปนี่อาจจะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันธรรมดาเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับแฟนการ์ตูนดิจิมอน อยู่กับการ์ตูนเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก Digimon Adventure: Last Evolution Kizuna น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะมันคือบทสรุปของเรื่องราวทุกอย่าง คงไม่ต่างอะไรจากการไปพิธีสำเร็จการศึกษาของเพื่อนสมัยเด็กนั่นแหละ

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Digimon Adventure: Last Evolution Kizuna คือการที่ได้ พี่นัท-น้องนพ กลับมาร้องเพลงประกอบให้อีกครั้ง ถือเป็นการรวมรุ่นของบุคลากรดิจิมอนรุ่นบุกเบิกอย่างแท้จริง


Photo : J-Hero

สุดท้ายแล้วเรื่องราวของ ไทจิ กับผองเพื่อนจะลงเอยอย่างไร เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องรับชมด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฏาคมนี้เป็นต้นไป

 

แหล่งอ้างอิง:

https://en.wikipedia.org/wiki/Digimon_Adventure
https://www.metalbridges.com/digimon-adventure-last-evolution-kizuna-trailer/https://digimon.fandom.com/th/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%8B%E0%B9%8C#.E0.B8.94.E0.B8.B4.E0.B8.88.E0.B8.B4.E0.B9.84.E0.B8.A7.E0.B8.8B.E0.B9.8C.E0.B8.97.E0.B8.B5.E0.B9.88.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.B2.E0.B8.81.E0.B8.8F.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.8B.E0.B8.B5.E0.B8.A3.E0.B8.B5.E0.B8.AA.E0.B9.8C
https://digimon.fandom.com/wiki/Digivice



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง