mainstand

Feature

นิวคาสเซิล ฤดูกาล 1995-96 : บทเรียนการล่าแชมป์ที่สอนให้รู้ว่า 'การ์ดอย่าตก'



"ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก" ... หากจะถามว่าทีมไหนในโลกฟุตบอลเจ็บปวดกับคำๆ นี้มากที่สุด คงหนีไม่พ้น นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กับเรื่องราวระดับตำนานของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1995-96


 

ทุกอย่างเริ่มต้นได้ดี มีระเบียบวินัย ทุกคนช่วยกันป้องกัน ทุกคนช่วยกันโจมตี จนพบความความมหัศจรรย์ครั้งใหญ่ ... เพียงแต่ว่าสุดท้ายในเวลาที่พวกเขาเข้าใกล้เส้นชัย กลับกลายเป็นว่าเท้าของพวกเขาดันหลุดออกจากคันเร่งเสียอย่างนั้น 

ติดตามการการ์ดตกของ นิวคาสเซิล ที่แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจดจำได้จนทุกวันนี้ได้ที่นี่

 

ทีมชุดที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ย้อนกลับไปในยุค 90s กลางๆ เป็นต้นไป นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไม่ใช่ทีมที่ลงเล่นเพื่อหนีตายเหมือนกับทุกวันนี้ พวกเขาเป็นทีมใหญ่ แฟนบอลเยอะ มีเงินทุนในระดับหนึ่ง และที่สำคัญพวกเขามีสายตาที่เฉียบสุดๆ ในการเลือกนักเตะเข้ามาสู่ทีม


Photo : www.thenorthernecho.co.uk

เรื่องราวความ "เกือบสมบูรณ์แบบ" ของทัพสาลิกาดงคงต้องย้อนกลับไปในฤดูกาล 1995-96 ตอนนั้นพวกเขาได้ เควิน คีแกน อดีตนักเตะกลับเข้ามาเป็นกุนซือคนหนุ่ม โดย คีแกน นั้นเข้ามาคุมทีมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 1992 และทำผลงานดีขึ้นในทุกๆ ปี ... เรื่องของความเกือบสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นเพราะชายคนนี้ ที่แฟนๆ เดอะ แม็กพายส์ เรียกว่า "คิง เคฟ" นั่นเอง 

ปีแรกเขาเข้ามารับเผือกร้อนแทน ออสซี่ อาร์ดิเลส ที่ทำทีมเกือบตกชั้นจากดิวิชั่น 2 (เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ณ ปัจจุบัน) ก่อน คีแกน จะปลุกพลังให้ลูกทีมสู้จนหนีตายได้สำเร็จ ณ เวลานั้นเขายังได้สัญญาคุมทีมชั่วคราวเท่านั้น และถึงแม้จะเพิ่งพาทีมหนีตกชั้นได้ คีแกน ก็ยังเป็นที่สงสัยในห้องประชุมของบอร์ดบริหารว่า ในระยะยาวเขาจะทำได้ดีเท่าไหร่  เพราะเป้าหมายของทีมคือต้องเลื่อนชั้นในทันที ไม่สามารถลองผิดลองถูกได้แล้ว อีกประการหนึ่งเพราะตัวของ คีแกน ยังไม่เคยรับงานกุนซือที่ไหนมาก่อนเลย 

ในขณะที่บอร์ดรูมซัดกันนัว มีชายคนหนึ่งกางปีกเพื่อรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด และขอให้มติของบอร์ดอนุมัติสัญญาระยะยาวกับ คีแกน นั่นคือ จอห์น ฮอลล์ หนึ่งในซีอีโอของบอร์ดที่ไฟต์กับประเด็นดังกล่าวจนทำสำเร็จ ทั้งสองคนต่างเลือกเอาคอขึ้นบนเขียงทั้งคู่ หากผลงานในฤดูกาลใหม่ไม่เป็นอย่างที่หวัง พวกเขาจะต้องกอดคอตกงานกันอย่างแน่นอน 

นั่นคือเหตุผลที่ คีแกน ทุ่มเทกับการทำงานครั้งนั้นสุดชีวิต ว่ากันว่าในการซ้อมครั้งแรก คีแกน ที่เคยผ่านประสบการณ์ค้าแข้งกับทีมดังในประเทศอย่าง ลิเวอร์พูล และไปเล่นกับยักษ์ใหญ่ในเยอรมัน ณ ช่วงยุคนั้นอย่าง ฮัมบูร์ก ได้เห็นบรรยากาศการซ้อมของทีม เขาก็รู้แล้วว่าทำไมทีมจึงไปไหนได้ไม่ไกลเช่นนี้ ...

ไม่ใช่แค่วิธีการ แต่มันคือความพร้อม คีแกน ยอมควักเงินส่วนตัวจ้างบริษัททำความสะอาดเข้ามาทำความสะอาดสนามซ้อมของทีมใหม่ทั้งหมด เพราะเขาเชื่อว่าความสะอาดและเป็นระเบียบ คือสิ่งสำคัญและเป็นพื้นฐานของคนที่จะประสบความสำเร็จ  

จากนั้นเขาก็เริ่มรื้อโครงสร้างทีมใหม่ นักเตะอายุเยอะหลายคนถูกประเมินว่าไม่ดีพอ และเริ่มให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งของทีมอย่าง สตีฟ วัตสัน, สตีฟ ฮาววี่ย์, อลัน ธอมป์สัน และ ร็อบบี้ เอลเลียต ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่อย่างเต็มตัว 


Photo : www.thenorthernecho.co.uk

การเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นนั้นไม่ใช่แค่การรื้อเท่านั้น ที่สำคัญ คีแกน รู้ดีว่าถ้าจะเลื่อนชั้นเขาต้อง "เติม" ส่วนที่ขาด เขาเขียนลิสต์นักเตะที่ต้องการมอบให้กับ จอห์น ฮอลล์ ชายที่เดิมพันอนาคตตัวเองไว้กับเขา และ ฮอลล์ ตอบรับทุกสิ่งที่คีแกนต้องการ อยากได้ใครขอให้บอก ลงเรือลำเดียวกันแล้วมีแต่จะต้องไปให้สุดทางเท่านั้น 

สำหรับทีมในลีกรอง ณ เวลานั้น นิวคาสเซิล ใช้เงินเยอะพอสมควร แต่ คีแกน มั่นใจว่าทุกคนที่เข้ามาจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตในระยะยาว พวกเขาได้นักเตะเข้ามา 6 คน และ 3 คนที่เป็นแข้งสำเร็จรูป ซื้อมาปุ๊ปใช้ได้ปั๊บก็คือ แอนดี้ โคล เจ้าของค่าตัว 1.75 ล้านปอนด์ จาก บริสตอล ซิตี้, แบร์นี่ เวนิสัน จาก ลิเวอร์พูล และ โรเบิร์ต ลี กองกลางจาก ชาร์ลตัน 

การรื้อของเก่าออก เปลี่ยนทัศนคติในการทำงาน รวมถึงการซื้อนักเตะที่ใช้ได้เลยทันที กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ นิวคาสเซิล กลับมาอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง นักเตะของ คีแกน ไล่ถล่มคู่แข่งยับเป็นว่าเล่น เผลอแว้บเดียวทีมก็ชนะติดๆ กันรัวๆ แอนดี้ โคล กลายเป็นเครื่องจักรจอมถล่มประตูที่ยิงได้ทุกจังหวะและท่วงท่า, โรเบิร์ต ลี คือห้องเครื่องคนสำคัญ ประกอบกับตัวหลักอย่าง เควิน พีค็อก และดาวรุ่งอย่าง ลี คลาร์ก ต่างทำได้ตามโจทย์ที่ คีแกน มอบให้ทุกอย่าง ... นิวคาสเซิล คว้าแชมป์ลีกรองไปครองแบบสบายๆ และขึ้นชั้นพรีเมียร์ลีกพร้อมๆ กับการปิดเมืองเฉลิมฉลองของแฟนๆ เดอะ แม็กพายส์

พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้ยุคสมัยของทีมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ภายใต้การนำทีมของ คีแกน ... และมันก็เป็นจริงเช่นนั้น นิวคาสเซิล กลายเป็นทีมมาตรฐานดี ไม่เคยปล่อยให้ใครมาชนะง่ายๆ จนกระทั่งพวกเขาค่อยๆ สะสมนักเตะเก่งๆ เข้าไว้มากมาย และรวมทีมได้เพอร์เฟ็กต์ที่สุดในฤดูกาล 1995-96 ที่มาถึงตรงนี้ สาลิกาดง ลงสนามเพื่อมองไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น 

 

ทีมชุดที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เควิน คีแกน เป็นกุนซือประเภทหยิบนักเตะคนไหนมาก็ปังเอาเรื่อง หลังจากยุคตั้งไข่ในปี 1992 เขาไม่เคยกลัวที่จะซื้อนักเตะราคาแพงหากมั่นใจว่านักเตะคนนั้นดีจริง ในปี 1995-96 ที่พวกเขาพร้อมเป็นผู้ท้าชิง นิวคาสเซิล ได้นักเตะระดับหัวกะทิอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์ กองหน้าประเภทโป้งปิดบัญชีระดับทีมชาติอังกฤษ และปีกจอมพริ้วดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง ดาวิด ชิโนล่า เข้ามาเสริมทัพ รวมไปถึงการจัดหนักดาวยิงจาก ปาร์ม่า อย่าง ฟาอุสติโน่ อัสปริย่า ในช่วงกลางฤดูกาล เดือนกุมภาพันธ์มาอีกคน 


Photo : newcastletoons.com

ไม่ใช่แค่การเสริมทัพเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ นิวคาสเซิล ไม่เป็นทีมประเภทเสริมจนเละนั่นก็เพราะว่า คีแกน สามารถคุมห้องแต่งตัวในทีมได้อยู่หมัด นักเตะทุกคนเคารพและชื่นชมในปรัชญาการทำทีมของเขา นั่นคือการเล่นเกมบุกแบบไม่ต้องหายใจหายคอ ยิงประตูให้เยอะเข้าไว้ แม้กระทั่งช่วงท้ายเกม หาก นิวคาสเซิล นำคู่แข่งลูกเดียว พวกเขาจะไม่เอาบอลไปเล่นมุมธงเพื่อถ่วงเวลาเด็ดขาด

"เราไม่เคยเล่นเพื่อรักษาผลการแข่งขัน แถมคีแกนยังไม่เคยบอกให้เราเอาบอลไปเล่นแถวมุมธงตอนนำ 2-1 อีกด้วย สิ่งที่เขาสั่งคือ บวกประตูเพิ่มให้ได้ 3-4 ลูกอะไรก็ว่าไป" โรเบิร์ต ลี ว่าไว้

ขณะที่ จอห์น เบเรสฟอร์ด นักเตะในตำแหน่งกองหลังก็พูดไปในทิศทางเดียวกันว่า ณ ตอนนั้นไม่ว่า คีแกน สั่งอะไร นักเตะในทีม นิวคาสเซิล พร้อมจะทำตามโดยไร้เงื่อนไข ... ต่อให้พวกเขาจะไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรก็ตาม

"พูดตรงๆ ในการทำงานกับ คีแกน มันช่วยให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน แบบว่าต่อให้เขาสั่งพวกเราไปกระโดดแม่น้ำไทน์ พวกเราก็จะทำ" เบเรสฟอร์ด ยืนยันอีกคน   

นักเตะเก่าๆ พร้อมถวายหัว แถมยังมีนักเตะอีกหลายคนที่อยู่ในแคนดิเดต ติดทีมชาติอังกฤษไปเล่นในศึกยูโร '96 ทำให้ทุกคนมีความกระหายที่อยากจะแสดงความสามารถแบบเต็มที่ ณ ตอนนั้น แม้ก่อนเริ่มฤดูกาลใครจะมองว่า นิวคาสเซิล น่าจะลุ้นท็อป 5 ติดอันดับไปเล่นยูฟ่าคัพ แต่นักเตะชุดนั้นประสานเสียงตอบกลับอย่างชัดเจนว่า "พวกเราหวังกันถึงแชมป์" อย่างไม่กลัวความผิดหวัง

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติที่ทีมลุ้นแชมป์ควรมี โค้ชที่เอานักเตะอยู่ นักเตะที่พร้อมจะทำตามคำสั่งและกระหายชัยชนะ ... การไล่ล่าได้เริ่มขึ้นแล้ว 

 

ร้อนแรงดังไฟเยอร์ 

นัดแรกของฤดูกาล นิวคาสเซิล เปิดบ้านพบ โคเวนทรี พวกเขายืนยันตัวเองชัดเจนว่านี่คือทีมซึ่งพร้อมเขย่าขวัญทุกทีมที่เจอ ด้วยการถล่ม ช้างกระทืบโรง ไป 3-0 ลี, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และ เลส เฟอร์ดินานด์ พาเหรดยิงกันแบบพร้อมหน้า


Photo : www.chroniclelive.co.uk

เท่านั้นยังไม่พอ ปีกหน้าใหม่อย่าง ชิโนล่า ยิงเล่นยิ่งแสดงพิษสงในแบบที่หลายคนเซอร์ไพรส์ อดีตนักเตะจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง คือความตื่นตาตื่นใจในแบบที่แฟนๆ นิวคาสเซิลไม่เคยเห็น การเป็นปีกซ้ายที่ถนัดเท้าขวาถือเป็นของใหม่ในยุคนั้น ลูกเล่นของ ชิโนล่า แพรวพราวจนยากจะหาตัวจับ ไม่ว่าจะลากไปสุดเส้นหลังหรือสไตล์ตัดเข้าในแบบที่ปัจจุบันเรียกกันว่า "คัต อินไซด์" ก็ทำได้เนียนตาเสียเหลือเกิน    

"ดาวิด ชิโนล่า ที่เซ็นมาจาก เปแอสเช หลอกแบ็คขวาของคู่ต่อสู้จนหัวปั่น ความเร็วและการเล่นได้ทั้งสองเท้าของเขา ทำให้สามารถรับบอลโดยหันหลังให้ประตู ก่อนจะปั่นเข้าไป เขาสามารถลากบอลตัดเข้าใน และเลี้ยงเลาะริมเส้น เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนได้ทันที" ไมเคิล ค็อกซ์ ผู้แต่งหนังสือ The Mixer กล่าวถึง ชิโนล่า ในเวลานั้น 

ขณะที่ปีกขวาอย่าง คีธ กิลเลสพี ดาวรุ่งที่ได้มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขาย แอนดี้ โคล ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน ทำให้เกมริมเส้นของ นิวคาสเซิล ทรงประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีตัวจบอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์ รอใส่สกอร์อยู่ข้างหน้า

"เฟอร์ดินานด์ นั้นทรงพลังในทุกสภาพการเล่น เขาเล่นลูกโด่งโคตรเก่ง เล่นบนพื้นก็โคตรเนียน นี่แหละผู้สร้างความบันเทิงในการยิงประตูตัวจริง เควิน คีแกน ไม่เคยผิดหวังกับเขาเลย" กิลเลสพี เล่าถึงความเก่งกาจของ เฟอร์ดินานด์ ให้กับ FourFourTwo ฟัง


Photo : www.chroniclelive.co.uk

4 นัดรวดหลังออกสตาร์ท 12 แต้มเต็มคือสิ่งที่ นิวคาสเซิล ทำได้ พวกเขาไม่ได้โม้ที่ว่าจะลุ้นแชมป์ เพราะเมื่อโปรแกรมผ่านไป นิวคาสเซิล ก็ร้อนแรงเกินต้านในทุกๆ ตำแหน่ง ผ่านไป 16 นัดแรกพวกเขาแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้น ทิ้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ไป 12 แต้ม และเมื่อผ่านไป 25 เกม นิวคาสเซิล นำเป็นจ่าฝูงแบบหล่อๆ เมื่อถึงเดือนมีนาคมพวกเขานำ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปถึง 8 แต้ม ... แม้ระยะห่างจะลดลงมาบ้าง แต่ด้วยฟอร์มในสนามที่ยอดเยี่ยม ไม่มีใครกล้ากาชื่อ นิวคาสเซิล ทิ้งแล้ว 

ทุกอย่างดูดีมีราคาไปเสียหมด ขาดแต่เพียงว่านักเตะชุดนี้ไม่เคยเจอสถานการณ์ที่กดดันเลยตลอดที่รวมทีมกันมา ... คำถามคือถ้าความกดดันนั้นเกิดขึ้นมาล่ะ เด็กๆ ของ คีแกน หรือแม้แต่ คีแกน เองที่ไม่เคยทำทีมระดับล่าแชมป์ถ้วยใหญ่ จะสามารถรับมือกับมันได้หรือไม่

 

ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด

มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ ที่ช่วงแรกๆ นิวคาสเซิล จะเดินหน้าไล่ถล่มทีมอื่นๆ เป็นว่าเล่น พวกเขายิงได้เยอะไม่พอ ยังเสียประตูน้อยต่างหาก แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อทุกทีมรู้ว่าพวกเขาเล่นกันอย่างไร การแก้เกมก็เกิดขึ้น และหลังจากนั้น ก็ดูเหมือน นิวคาสเซิล ที่เป็นบอลเดินหน้าฆ่ามัน ถอยหลังหกล้มจะต้องเจอกับสถานการณ์ซึ่งพวกเขาไม่เคยพบเจอ ... หนึ่งในสถานการณ์นั้นคือ "การอุดในแดน 11 ตัว" ที่ ณ ยุคนั้นไม่ใช่สิ่งที่พบเห็นกันได้บ่อยๆ 


Photo : www.chroniclelive.co.uk

พวกเขาแพ้ เวสต์แฮม แบบยิงไม่ได้ ตามด้วยการเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคที่ยังเป็นทีมระดับกลางค่อนล่าง 3-3 และทำให้แต้มลดช่องว่างเข้ามาอีก ถึงตอนนี้เกมที่ 3 หลังจากไม่สามารถเอาชนะได้ 2 เกมติดก็มาถึง และเป็นการเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ... นี่คือเกมที่จะเปลี่ยนฤดูกาลนี้ นรกกับสวรรค์ห่างกันแค่คืบเดียว หากนิวคาสเซิลชนะ ทุกอย่างจบ พวกเขาแทบจะปิดเส้นทางการลุ้นแชมป์ของ ปีศาจแดง ขณะที่เด็กๆ ของคีแกนก็จะมั่นใจถึงขีดสุดในเวลาเดียว 

คีแกน สั่งเหมือนเคย คือบุกเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา ในทางหนึ่งมันคือควากล้าหาญและการตอบแทนแฟนๆ เมื่อเล่นในบ้านจะให้อุดได้อย่างไร? แต่ในอีกทางมันคือความไร้เดียงสา ... เพราะถ้าพวกเขาระวังตัวสักหน่อย และจบเกมด้วยการไม่แพ้ ระยะห่างมันก็จะเท่าเดิมซึ่งไม่ได้เสียหายอะไรไเลย

"ผมรู้ดีว่าหากเราเล่นได้ตามฟอร์ม ไม่ว่าใครก็ขวางไม่อยู่" จอห์น เบเรสฟอร์ด เผย "ถือเป็นความรู้สึกที่ดีนะ กับการลงสนามแล้วไล่นวดพวกเขาซะน่วมตลอด 45 นาทีแรกเนี่ย"

เกมนั้น ปีเตอร์ ชไมเคิล นายทวาร แมนฯ ยูไนเต็ด รับบอลจนมือแทบแตก เลส เฟอร์ดินานด์ ยิงใส่เขา 2 ครั้ง, ฟิลิปป์ อัลแบร์ ยิงฟรีคิกชนคาน ฟาอุสติโน่ อัสปริย่า อัดเน้นๆ หน้าปากประตู แต่บอลก็หลุดกรอบ 

มันเป็นพล็อตคลาสสิกของโลกฟุตบอล และตลกดีที่บางทีมพยายามยิงแทบตายแต่ยิงยังไงก็ไม่เข้า ทว่าเมื่ออีกทีมที่เจียนอยู่เจียนไปได้โอกาส มันก็กลายเป็นหมัดน็อกในทันที 


Photo : www.premierleague.com

"ตอนนั้นพวกเขาได้โอกาสบุกใส่เรา พอโยนเข้าไปในกรอบเขตโทษเท่านั้นแหละ ผมก็นึกในใจ 'เวรแล้วไง'" เบเรสฟอร์ดรำลึกถึงจังหวะเสียประตู "พอบอลไปถึงตัว (เอริก) คันโตน่า ผมก็พุ่งเข้าใส่ทันที คือถ้าเขาแต่งบอลก่อน บอลมันคงจะแฉลบผมออกข้างหรือออกหลังไปละ แต่หมอนั่นเลือกยิงกดลงพื้น บอลเลยลอดตัวผมพุ่งเสียบเสาไกล" ... เปรี้ยงเดียวหลับ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะ นิวคาสเซิล ได้ถึงบ้าน จากนั้นพายุก็เริ่มก่อตัว ยูไนเต็ด ไล่ตามหลังพวกเขามาแล้ว

 

การ์ดตกใจแป้ว

แต้มที่ห่างเริ่มลดระยะลงมา เฟอร์กูสัน เห็นโอกาสและเริ่มใช้สิ่งที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือ "สงครามจิตวิทยา" เขาเริ่มวิจารณ์ถึงโปรแกรมการแข่งขันของ นิวคาสเซิล ว่าได้เปรียบทีมอื่นๆ และยังพูดถึง น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่ลอยตัวไปแล้ว และยังต้องเจอกับ นิวคาสเซิล ในช่วงท้ายฤดูกาลว่า "ดูดีๆ ระวัง ฟอเรสต์ จะเล่นไม่เต็มที่" ซึ่งการพูดของ เฟอร์กี้ ก็เข้าหู คีแกน ทุกวันๆ จนสุดท้าย คีแกน ก็นิ่งไม่ไหวและเริ่มตอบโต้ จนกลายเป็นคอนเทนท์อมตะของพรีเมียร์ลีกกระทั่งทุกวันนี้ 


Photo : Andy Hooper

คีแกน และ นิวคาสเซิล เสียความนิ่งไปโดยปริยาย จากทีมที่เล่นด้วยความมั่นใจ บุกเป็นบุก ยิงเป็นยิง กลายเป็นทีมที่เริ่มชนะหืดจับในตอนท้าย พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล, แพ้ แบล็คเบิร์น แต่ก็กลับมาชนะรวดในอีก 3 เกมต่อมา ตอนนี้เหลือเกมในมืออีก 2 เกม หากพวกเขาชนะหมด สาลิกาดง จะเป็นแชมป์ แต่ทุกคนรู้ว่ามันไม่ง่ายแล้ว เมื่อพวกเขาได้สูญเสียความมั่นใจและเริ่มรับมือกับความกดดันที่มีไม่ไหว

"เรื่องทั้งหมดที่เขาพูดกันน่ะเหรอ? เรายิ่งใหญ่กว่าที่พวกนั้นพูดถึงเยอะ" คีแกนเริ่มต้นร่ายยาวหลังจบเกมที่ นิวคาสเซิล ชนะ ลีดส์ 1-0 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 1996 ท่ามกลางความไม่พอใจที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ "เราจะไม่พึ่งอะไรที่คนอื่นพูดถึงหรอก แต่คุณช่วยไปบอกเขา (เฟอร์กี้) เลยก็ได้ ถ้ายังดูอยู่อ่ะนะ เรายังคงสู้เพื่อการคว้าแชมป์ แถมเขายังต้องไปเยือน มิดเดิลสโบรช์ ในเกมสุดท้ายอีก ขอบอกเลยนะว่า ผมจะสะใจมากถ้าเราชนะพวกนั้นได้ ... สะใจสุดๆ เลยว่ะ"

"ผมยอมนิ่งมานานแล้ว แต่ผมขอบอกไว้เลยว่า เขาแทบหมดราคาเลยในสายตาของผมทันทีที่เขาพูดแบบนั้น เราไม่คิดใช้วิธีแบบนั้นแน่" คีแกน พูดถึงเฟอร์กี้แบบจัดหนักทั้งๆ ที่บอกว่าไม่ให้ราคา การเม้งแตกในคราวนั้น ทำให้ลูกน้องในทีมเกิดความกดดันขึ้นมาตามๆ กันอีกด้วย  

เกมนัดรองสุดท้าย นิวคาสเซิล เจอกับ ฟอเรสต์ ที่เพิ่งโดน ยูไนเต็ด ยำไป 0-5 ... พวกเขานำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 32 ก่อนจบเกม 15 นาทีเขื่อนเกมรับก็แตก เสียท่าให้กับประตูของ เอียน โวน จนทำให้เสมอกันไป 1-1 ... นิวคาสเซิล ตกที่นั่งลำบาก ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด 2 คะแนนก่อนถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล

ขณะที่เกมสุดท้าย จากที่เคยกุมชะตาตัวเอง ตอนนี้ นิวคาสเซิล ได้แต่หวังว่า มิดเดิลสโบรช์ ทีมร่วมแคว้นแดนอีสานจะช่วยต้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เอาไว้ให้ได้ ซึ่งความจริงทุกคนก็รู้กันอยู่ว่า สุดท้ายแล้ว ปีศาจแดง ไล่ถล่มไป 3-0 ง่ายดายยิ่งกว่าปลอกกล้วย ขณะที่ นิวคาสเซิล เองต่างหากที่ตกม้าตาย เสมอ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ในบ้านตัวเอง จบฤดูกาลด้วยการมีแต้มตามหลัง ยูไนเต็ด 4 แต้ม ... ทำได้แค่เพียงรองแชมป์ไปอย่างน่าเจ็บปวด และกลายเป็นตำนานหนึ่งในฤดูกาลที่เข้มข้นที่สุดนับตั้งแต่มีพรีเมียร์ลีกจนถึงทุกวันนี้


Photo : www.chroniclelive.co.uk

ฟุตบอลนั้นมีส่วนประกอบของหลายสิ่ง ... "การ์ดตก" ของนิวคาสเซิลครั้งนี้ เสียหายถึงการเป็นแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ พวกเขาไม่นิ่งพอที่จะทำเหมือนกับตอนเริ่มฤดูกาลได้ เกมรุกที่เคยเฉียบคมก็ยิงประตูน้อยลง เกมรับที่เคยเหนียวแน่นก็เกร็งจนผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่เสียหายไปถึงการเสียประตู และเหนือสิ่งอื่นใด สภาพจิตใจของพวกเขาเหมือนนับจาก 100 ถอยลงมาเหลือ 1 ต่างกับทีมแชมป์อย่าง ยูไนเต็ด ที่ค่อยๆ นับจาก 1 ขึ้นไปถึง 100 จนวิ่งเข้าวินไปในเกมสุดท้ายแบบพอดิบพอดี 

ทุกวันนี้ก็ไม่ต่างกัน ในขณะที่โปรแกรมฟุตบอลเตะกันถี่ยิบ ท็อป 4 ของพรีเมียร์ลีกลุ้นกันแบบนัดต่อนัด ต้องตามผลการแข่งขันกันหลายๆ คู่ในเวลาเดียว ทำให้เกิดปัญหา "ตามไม่ทัน" ขึ้นมาแน่ๆ 

แต่ทุกปัญหามีทางออกและปัญหานี้จะหมดไปเมื่อคุณเข้าชมการรายงานผลการแข่งขันแบบ Real-Time สด, รวดเร็ว, แม่นยำที่สุด จาก LIVESCORE แพลตฟอร์ตรายงานผลฟุตบอล ซึ่งอยู่คู่คอลูกหนังทั่วโลกมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1998 ที่มีให้เกาะติดผลฟุตบอลแทบทุกลีกทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ลีกใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, กัลโช เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, บุนเดสลีกา เยอรมัน และ ลาลีกา สเปน หรือแม้แต่ ลีกอิสราเอล คุณก็ไม่พลาด! แน่นอน หากคุณเป็นคอบอลไทย ... ไทยลีกก็มีเช่นกัน! 

ห้ามพลาดที่ livescore.com ที่เดียวเท่านั้น 

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/1995%E2%80%9396_Newcastle_United_F.C._season
https://www.skysports.com/football/news/11678/10259198/kevin-keegans-i-will-love-it-rant-still-so-memorable-20-years-on
https://www.fourfourtwo.com/features/howay-entertainers-reliving-newcastles-199596-title-challenge-players
https://www.fourfourtwo.com/features/where-are-they-now-newcastles-199596-great-entertainers



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง