mainstand

Feature

สงครามผลประโยชน์ : สรุปปัญหาลิขสิทธิ์ ส.บอล-ทรูวิชั่นส์...ใครได้-ใครเสีย?



กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลไทย กับปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ไม่ลงตัว ของฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2020 ระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับ ทรูวิชั่นส์ เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด


 

ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง จนกลายเป็นข้อถกเถียงในหมู่คนรักกีฬาฟุตบอลไทย ว่าการกระทำของใครสมเหตุสมผล และฝ่ายไหนที่ควรยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อให้วงการฟุตบอลเดินหน้าต่อไป

Main Stand จะพาไปย้อนดูเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และวิเคราะห์ว่า ท้ายที่สุดแล้วจากปัญหาทั้งหมด ผลดีกับผลเสีย จะตกอยู่ที่ฝ่ายไหนกันแน่

 

เกิดเรื่องอะไรขึ้น?

เรื่องราวทั้งหมด ไม่ใช่การเริ่มต้นจากความผิดของใคร แต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้โลกทั้งใบต้องหยุดชะงัก วงการฟุตบอลทั่วโลก ไม่สามารถแข่งขันได้ตามปกติ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์


Photo : การท่าเรือ เอฟซี Port FC

ฟุตบอลไทยลีก จากที่เคยวางโปรแกรม เตะฤดูกาล 2020 ตามหน้าปฏิทิน เริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดในเดือนตุลาคม ต้องหยุดชะงักลง หลังมีคำสั่งระงับการแข่งขัน ในวันที่ 4 มีนาคม

กระทั่งวันที่ 14 เมษายน สมาคมฟุตบอลไทย ออกแถลงการณ์ว่า การแข่งขันไทยลีก จะเลื่อนการแข่งขัน ให้กลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง ในช่วงเดือนกันยายน และจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2021 โดยผ่านมติที่ประชุมซึ่งมีตัวแทนของสโมสรเข้าร่วม พร้อมกับมีการปรับเปลี่ยนกฎบางประการ 

เช่น การเปิดตลาดซื้อขายใหม่อีกครั้ง ก่อนที่ฤดูกาลจะกลับมาแข่งขัน หรือกฎการไปแข่งฟุตบอลถ้วยเอเชีย ที่ฤดูกาลเดียว จะหาทีมเข้าร่วมแข่งขัน เป็นตัวแทนจากประเทศไทย ในฟุตบอลเอเชียถึง 2 ฤดูกาล คือ 2021 และ 2022

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอยู่ที่ สัญญาถ่ายทอดสดของฟุตบอลไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ที่สมาคมฟุตบอลไทย ได้ทำสัญญาเอาไว้ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม 2020 ตามระยะเวลาเดิมซึ่งเป็นช่วงปิดฤดูกาล 2020 ตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญากันไว้ 

ในการประชุมเพื่อหาข้อสรุป ช่วงเวลาที่จะกลับมาแข่งขันใหม่ ทางทรูวิชั่นส์ ไม่ได้มีตัวแทนเข้าร่วมประชุม หรือ อธิบายโดยง่าย ข้อตกลงช่วงเวลาใหม่ เกิดขึ้นจากการตกลง เพียงแค่ระหว่างสมาคมฯ กับสโมสรสมาชิก โดยไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ จากเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เปิดโอกาสให้ ทรูวิชั่นส์ ว่าหากไม่เห็นด้วย ให้ทำหนังสือตอบกลับใน 15 วัน … ในวันที่ 28 เมษายน หรือ 14 วันหลังจากนั้น ทรูวิชันส์ได้ส่งหนังสือกลับไปให้สมาคม เพื่อแสดงจุดยืน ต้องการให้สมาคม จัดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตามสัญญาที่ทำกันไว้อย่างเคร่งครัด หรือ ต้องการให้ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2020 แข่งจบในช่วงเวลาเดิม คือเดือนตุลาคม 2020

ในเวลาต่อมา องอาจ ประภากมล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านมีเดียของบริษัท ทรู คอร์เปอร์เรชัน ได้ออกมาแสดงจุดยืนว่า ต้องการให้ไทยลีก แข่งขันให้จบตามกำหนดการเดิม โดยทางทรูให้เหตุผลว่า การเลื่อนไทยลีก จะส่งผลกระทบต่อโปรแกรม ที่ทางทรูวิชันส์วางเอาไว้ และทรูวิชันส์ไม่ได้ชนะสิทธิ์ ในการถ่ายทอดสด ในฤดูกาลถัดไป


Photo : FA Thailand

อย่างไรก็ตาม สมาคมฟุตบอลไทย โต้ตอบอย่างทันควันว่า สมาคมฯได้ทำหนังสือแจ้งเรื่องให้กับทางทรูวิชั่นส์ แต่ทรูวิชั่นส์ไม่ได้ทำเรื่องคัดค้าน ดังนั้นการแข่งขันไทยลีก จะจัดการแข่งขันตามโปรแกรมใหม่ ที่สมาคมได้จัดขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ทรูวิชันส์ จึงส่งหนังสือว่า จะชำระค่าสิทธิประโยชน์ หรือ จ่ายเงินเฉพาะค่าลิขสิทธิ์ เฉพาะเกมที่มีการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งทางสมาคมฟุตบอล จะได้รับเงินไม่เต็มจำนวนแน่นอน เนื่องจากมีทีมเข้าแข่งขันลดจาก 18 เหลือ 16 จากตอนที่ทำสัญญาไว้ตอนแรก 

รวมถึงต้องการให้สมาคม จัดการแข่งขันฟุตบอล 14 วันหลังจากได้รับหนังสือนี้ นั่นคือ 14 วัน หลังจากวันที่ 27 มิถุนายน นอกจากนี้ หากจัดการแข่งแบบไม่มีผู้ชมในสนาม ทรูวิชั่นส์ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะชำระเงินค่าสิทธิ

อย่างไรก็ตาม สมาคมฟุตบอลยืนยันว่า ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ เนื่องจากต้องรอคู่มือการจัดการแข่งขันกีฬาจากทาง ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รวมถึงได้วางแผนการ ที่จะจัดการเริ่มต้นฤดูกาลในช่วงเดือนกันยายนไว้หมดแล้ว

เมื่อตกลงกันไม่ได้ ทางทรูวิชันส์จึงใช้ไม้แข็ง ด้วยการประกาศว่า จะถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ถึงวันที่ 25 ตุลาคม ตามที่ระบุไว้ในสัญญาที่ทำกันไว้ หากสมาคมต้องการให้ทรูวิชันส์ ถ่ายทอดฟุตบอลไทยลีกต่อ ต้องมาเจรจาสัญญาฉบับใหม่ กับทางทรูวิชั่นส์เท่านั้น

 

ปัญหาอยู่ตรงไหน?

ต้นตอของปัญหาเกิดขึ้น ด้วยเรื่องง่ายที่ใครก็มองข้าม นั่นคือ สมาคมฟุตบอลไทย ไปกำหนดระยะเวลาแข่งขันฟุตบอลใหม่ โดยไม่ปรึกษากับเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด อย่างทรูวิชั่นส์ และสรุปช่วงเวลาโดยผ่านการยินยอมอย่างชัดเจน จากทางทรูวิชั่นส์ จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังลากยาวมาหลายเดือน จนถึงปัจจุบัน


Photo : True Bangkok United

เรื่องนี้คือการเดินหมากพลาดครั้งใหญ่ ของสมาคมฟุตบอลไทย เพราะหากเราดูลีกฟุตบอลต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช เซเรีย อา อิตาลี และ ลาลีกา สเปน ต่างต้องรีบกลับมาจัดการแข่งขันให้ไวที่สุด และจบให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา กับช่องโทรทัศน์ถ่ายทอดสด 

แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ฟุตบอลจะกลับมาแข่งขัน ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่หลายประเทศทั่วโลก พยายามจะหาเวลาที่คิดว่าเหมาะสม สามารถทำให้การแข่งขันเดินหน้าต่อไปได้ เพื่อให้ฟุตบอลกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง 

หนึ่งในเหตุผลสำคัญ นั่นเป็นเพราะ ลีกฟุตบอลต่างๆ ไม่ต้องการมีปัญหากับช่องถ่ายทอดสด แบบที่ฟุตบอลไทย กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน การรีบเตะให้ฤดูกาลจบไปตามกำหนดการเดิม โดยไม่กระทบกับฤดูกาลใหม่ คือการมองเป้าหมายในระยะยาว ทั้งลีกฟุตบอลและเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ไม่เกิดปัญหาระหว่างกัน การแข่งขันฤดูกาลเก่า ไม่กระทบกับฤดูกาลใหม่ และที่สำคัญ ลีกฟุตบอลได้รับเงินจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดของฤดูกาลปัจจุบัน ครบถ้วนเต็มจำนวน เพราะสามารถทำการแข่งขัน ได้ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้

แน่นอนว่า การกลับมาแข่งขันฟุตบอล ท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัส อาจทำให้มีนักกีฬาต้องถอนตัว หรือกักตัวบ้าง แต่สุดท้ายเราเห็นได้ว่า ฟุตบอลลีกสามารถแข่งขันต่อไปได้ไม่มีปัญหา 

ลีกได้แข่งขัน เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ตามช่วงเวลาที่อยู่ในระยะสัญญา ได้ถ่ายทอดฟุตบอล ได้เรตติ้งหรือค่าโฆษณาตามมา อันเป็นผลประโยชน์ที่ช่องโทรทัศน์ย่อมหวัง


Photo : Chiang Rai United FC

ในทางกลับกัน เมื่อสมาคมฟุตบอลไทย ตัดสินใจเพียงลำพัง โดยไม่ได้รับการยินยอมจากทรูวิชั่นส์ ย่อมเกิดปัญหาตามมา เพราะกลายเป็นว่า ช่วงเวลาการแข่งขันใหม่ ของฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2020 ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐาน ที่ทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกัน และได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย จนทำให้เกิดข้อพิพาทตามมา เนื่องจากฝั่งทรูวิชั่นส์มองว่า พวกเขาไม่ได้ประโยชน์ จากที่ตนเองตกลงกันไว้ในสัญญา

เมื่อทรูวิชันส์ ต้องการเสนอผลประโยชน์ที่พวกเขาต้องการ และคิดว่าควรจะได้ (ในมุมมองของทรูวิชันส์) สมาคมฟุตบอลไทย ไม่สามารถจะถอยหลัง กลับไปเริ่มต้นเจรจากันได้อีกครั้ง 

เกมการเมืองในโลกฟุตบอล ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มต้นขึ้น และเกิดเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน

 

ใครได้ ใครเสีย?

นี่คือการต่อสู้ที่เราสามารถบอกได้ชัดเจนว่า ไม่มีใครได้ มีแต่คนเสีย ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไหนจะเสียน้อย หรือ เสียมาก


Photo : FA Thailand

หากมองอย่างเป็นกลาง ทรูวิชั่นส์ คือฝ่ายที่ได้เปรียบมากกว่า … ด้วยความเป็นองค์กรธุรกิจ ดังนั้นแล้วเป้าหมายสูงสุด ในการเคลื่อนไหวทุกการกระทำ ของทางทรูวิชั่นส์ จะต้องมีเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่ง 

สิ่งแรกที่ทรูวิชั่นส์ต้องเสีย จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น คือทางบริษัทไม่สามารถถ่ายทอดฟุตบอลไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2020 ได้ครบเต็มจำนวนตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา จากโปรแกรมใหม่ของไทยลีก เท่ากับว่า ทรูวิชั่นส์ ไม่มีทางได้ผลประโยชน์ ตามที่บริษัทคาดหวังและต้องการ จากการเป็นเจ้าของสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จากตอนที่ทำสัญญาไว้

ในฐานะนักธุรกิจ หากไม่ได้ผลประโยชน์ที่ต้องการ สิ่งที่บริษัทต้องคิดตามมา คือทำอย่างไร ให้บริษัทเสียผลประโยชน์น้อยที่สุด … จึงนำมาสู่การตัดสินใจถ่ายทอดสด ถึงเพียงแค่สัญญาเดิมที่กำหนดไว้ และจะจ่ายเงินเฉพาะเกมที่ลงทำการแข่งขันเท่านั้น 

หากสมาคมฟุตบอลไทย ต้องการให้ทรูวิชั่นส์ถ่ายทอดสด ให้จบฤดูกาล ต้องมาคุยสัญญาฉบับใหม่ ด้วยค่าตอบแทนที่น้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากมีจำนวนทีมที่น้อยลง จากตอนที่ทำสัญญาไว้ในตอนแรก ซึ่งเป็นการที่ทรูพยายามบีบให้สมาคม เข้ามาต่อสัญญา โดยทรูวิชั่นส์จะเสียเงินลดลง และได้สัญญาถ่ายทอดกับไทยลีกต่อไปอีก

แน่นอนว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายจากแฟนบอลตามมา ถึงการกระทำของทรูวิชั่นส์ … แต่ต้องอย่าลืมมา ทรูวิชั่นส์ คือองค์กรแสวงผลกำไร ไม่ใช่องค์กรการกุศล ดังนั้นสิ่งใดที่ไม่ก่อประโยชน์ ให้กับบริษัท จึงเป็นเรื่องปกติที่ทางทรูวิชั่นส์ จะเลือกตัดไทยลีก ออกจากการเป็นรายการที่ช่องถือลิขสิทธิ์


Photo : Thai League

ท้ายที่สุด หากทรูวิชั่นส์ ไม่ได้ถ่ายทอดฟุตบอลไทยลีกต่อ พวกเขาไม่เสียหายมากมาย นอกจากเสียรายการถ่ายทอดไปรายการหนึ่ง แต่สิ่งที่ทรูวิชั่นส์ได้กลับมา คืองบที่จะเตรียมไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้สมาคมฟุตบอลไทย สามารถนำเงินก้อนนี้ ไปซื้อค่าลิขสิทธิ์ ลีกกีฬา หรือ รายการบันเทิงอื่น มาฉายให้กับทางช่องเป็นการทดแทน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ของบริษัทกิจการช่องโทรทัศน์ 

ในทางกลับกัน สมาคมฟุตบอลคือผู้เสียหายอย่างมาก และแทบไม่เห็นข้อดีที่สมาคมฟุตบอล จะได้รับกลับมาแม้แต่น้อย

เพราะท่ามกลางการระบาดโควิด-19 วิธีที่องค์กรกีฬา จะสามารถหาเงินเข้าสู่ลีกได้ง่ายที่สุด คือค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด … นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลีกฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงลีกกีฬาอื่น เช่น บาสเกตบอล NBA, รายการมวยปล้ำรายสัปดาห์ ยังคงทำการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับรายได้ตรงนี้เข้ามา ให้ธุรกิจกีฬาสามารถดำเนินต่อไปได้

แน่นอนว่า การแข่งขันฟุตบอลหรือกีฬาในบางประเทศ ต้องมีความเสี่ยงกับเรื่องไวรัสโควิด-19 แต่สุดท้ายองค์กรกีฬาทั้งหลาย เลือกจะกลับมาแข่งขัน เพราะหากปล่อยไว้ต่อไป องค์กรกีฬาจะเป็นฝ่ายที่ตายเสียเอง แถมถูกเสี่ยงจะโดนฟ้องร้อง จากเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดอีกด้วย เนื่องจากไม่มีการแข่งขันให้ถ่ายทอดสด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้

ดังนั้น การที่สมาคมฟุตบอลไทย เกิดปัญหากับทรูวิชั่นส์ จะนำมาสู่ผลเสียในระยะยาวอย่างมาก กับวงการฟุตบอลไทย เพราะฟุตบอลไทยลีกขาดรายได้ จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เท่ากับว่า สโมสรฟุตบอลต้องขาดรายได้ไปทางหนึ่ง ยิ่งช่วงเวลาแบบนี้แล้ว เท่ากับว่าบางสโมสรยิ่งขาดรายได้หนัก จนไม่มีแทบไม่มีรายได้เข้าสู่สโมสร


Photo : Chiang Rai United FC

นอกจากนี้ หากทรูวิชั่นส์ไม่ได้ถ่ายทอดสด ฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2020 จนจบฤดูกาล และสมาคมฟุตบอลไทย ไม่สามารถหาเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดรายใหม่ได้ เท่ากับว่า มูลค่าของฟุตบอลไทยจะยิ่งร่วงหล่น เพราะไม่มีการถ่ายทอด อย่างที่เคยเป็นมา สปอนเซอร์ที่เคยมาสนับสนุน จะเริ่มหายไป ธุรกิจที่เคยเฟื่องฟู เกิดปัญหาเพราะขาดเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนระบบ

ผลสุดท้าย รายรับที่น้อยลง กับรายจ่ายที่เท่าเดิม และมีแต่จะมากขึ้น อาจนำไปสู่การถอนทีมฟุตบอลออกจากลีกในอนาคต เพราะบางสโมสรไม่มีรายได้มากพอ ที่จะเข้ามาเลี้ยงชีพสโมสร ซึ่งหากเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง คงเป็นภาพไม่สวยงาม และไม่มีใครอยากเห็นในฟุตบอลลีกบ้านเรา

สมาคมฟุตบอลไทย อาจจะอ้างเรื่องความปลอดภัยของไวรัสโควิด-19 แต่ความเป็นจริงคือประเทศไทย จากสถานการณ์ปัจจุบัน ปลอดภัยมากกว่าหลายประเทศ ที่จะกลับเข้ามาทำการแข่งขันได้หลายเท่าตัว แต่สมาคมฟุตบอลไทย กับอ่านเกมไม่ขาด เลือกเลื่อนลีกการแข่งขันออกไปไกลเกินกว่าเหตุ 

รวมถึงเปิดโอกาสให้สโมสรฟุตบอลเปลี่ยนตัวผู้เล่น โดยที่ไม่คำนึงถึงการขยับเวลาในการเตะลีกให้เร็วขึ้น สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างถลำลึก สมาคมไม่สามารถกลับมาจัดการแข่งขันฟุตบอล ได้ก่อนเดือนกันยายน ทั้งที่สถานการณ์ของบ้านเรา สามารถกลับมาแข่งขันฟุตบอลได้แล้ว และเราต้องเสียเวลาไป 2 เดือนแบบไม่ได้อะไรกลับมา

หากว่าฟุตบอลไทยลีก สามารถเริ่มเตะได้ในเดือนกรกฎาคม ไม่ใช่เรื่องยาก ที่การแข่งขันไทยลีกจะสามารถเตะให้จบ ภายในเดือนตุลาคม แม้การแข่งขันจะกระชั้นชิด นักเตะบางทีมอาจไม่สมบูรณ์ หมดโอกาสลุ้นแชมป์ หรืออะไรก็ตามแต่ 

ทว่าสุดท้าย ผลประโยชน์จะเกิดขึ้น กับวงการฟุตบอลไทยภาพรวม สโมสรมีรายได้, ฟุตบอลไทยมีกระแส มีพื้นที่สื่อ, สปอนเซอร์สามารถเข้ามาสนับสนุนสโมสร เพราะมีกิจกรรมให้ทำ


Photo : www.thaileague.co.th

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกฝ่ายล้วนเสียประโยชน์ จากปัญหาครั้งนี้ แต่ไม่มีใครเสียหายมากไปกว่า “วงการฟุตบอลไทย” เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้น ล้วนทำให้ทุกฝ่ายเสียประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น สโมสรฟุตบอล, นักเตะทีมงานโค้ช และที่สำคัญที่สุดแฟนฟุตบอล

ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า ที่ทุกฝ่ายจะต้องมาเปิดหน้า คุยกันอย่างตรงไปตรงมา หาผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อให้ฟุตบอลไทย เดินหน้าต่อไป

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/breaking-1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%87-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%9A/and8231s9j6k10kp7n9neyjfh?fbclid=IwAR0kqAVH5c4M6RKqxxcXe1huK6k6l2irqikjM0On6bbU-lhlAUsJv9dkYcA
http://fathailand.org/news/5238
https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/1878700
https://www.thairath.co.th/sport/thaifootball/1886727



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง