mainstand

Feature

อเมเดโอ การ์ริโซ : สวีปคีปเปอร์คนแรกของโลก ผู้ถูกเรียกว่าคนบ้าแห่งวงการลูกหนัง



“สวีปคีปเปอร์” คือแนวทางการเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู อันเป็นที่นิยมอย่างมาก ในโลกลูกหนังปัจจุบัน สโมสรฟุตบอลระดับโลก ล้วนต้องการผู้รักษาประตู ที่สามารถเล่นแบบสวีปคีปเปอร์ ได้เป็นอย่างดี


 

เพราะสวีปคีปเปอร์ ไม่ได้เป็นผู้รักษาประตู ที่เก่งกาจในการใช้มือ ปัดลูกบอลไม่ให้เข้าประตู แต่ต้องยอดเยี่ยมในการใช้เท้า สามารถจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ เปิดบอลเร็วในระยะไกล ให้ทีมเล่นสวนกลับได้อย่างง่ายดาย รวมถึงออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษ เสมือนกองหลังตัวสุดท้าย

แม้ว่าตำแหน่งสวีปคีปเปอร์ จะมาเป็นที่นิยมเมื่อช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากความเก่งกาจของมานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน แต่ความเป็นจริง สวีปคีปเปอร์คนแรกของโลก ถือกำเนิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงยุค 40’s ที่ประเทศอาร์เจนตินา

Main Stand จะพาไปรู้จัก อเมเดโอ การ์ริโซ ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนตินา ที่ได้รับขนานนามว่า เป็นผู้เล่นสวีปคีปเปอร์ คนแรกของโลก กับการพัฒนารูปแบบการเล่นนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง แม้จะถูกขนานนามว่า เป็นคนบ้าแห่งยุคสมัยก็ตาม

 

จุดเริ่มต้นของสวีปคีปเปอร์

อเมเดโอ การ์ริโซ เกิดในเมืองขนาดเล็กที่ชื่อว่า รูฟิโน ซึ่งมีประชากรไม่ถึง 20,000 คน การเกิดพื้นที่ซึ่งห่างไกลความเป็นเมือง ทำให้ชีวิตของการ์ริโซ ขาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต รวมถึงการเล่นฟุตบอลอย่างจริงจัง


Photo : www.google.com/maps

ในยุค 30’s หรือประมาณ 90 ปีที่แล้ว อันเป็นช่วงเวลาที่การ์ริโซ เติบโตขึ้นมา ฟุตบอลในประเทศอาร์เจนตินา แม้จะโด่งดังไปทั่วประเทศ แต่หากคุณอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อยากจะเรียนวิชาฟุตบอลอย่างจริงจัง ทางเดียวที่จะมีโอกาสนั้น คือต้องอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ของประเทศอาร์เจนตินา อย่างกรุงบัวโนสไอเรส

แม้ความบ้าคลั่งของชาวอาร์เจนตินา จะเป็นที่ขึ้นชื่อ แต่ความรู้ในเกมกีฬาลูกหนัง ยังคงถูกจำกัด อยู่แค่ในบัวโนสไอเรส … สำหรับเด็กหนุ่มการ์ริโซ บ้านเกิดของเขาอยู่ห่างจากบัวโนสไอเรส มากกว่า 400 กิโลเมตร ดังนั้นเขามีทางเลือกอยู่สองทาง กับความฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอล หนึ่งคือยกธงขาวยอมแพ้ สองคือยอมเดินทางไปไกล วันละ 900 กิโลเมตร เพื่อสิ่งที่ใจปรารถนา

การ์ริโซ เลือกทางหลัง เขายอมเสียเวลาวันละ 10 ชั่วโมง เพื่อเดินทางเข้าไปฝึกวิชาลูกหนัง ความตั้งใจอันแรงกล้าของเขา ทำให้พรสวรรค์ในตัวฉายแสงออกมา แม้จะเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามากที่สุดคนหนึ่ง ของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา

นักเตะเก่ง ย่อมต้องคู่กับสโมสรชั้นเลิศ … ในขณะที่การ์ริโซค่อยๆพัฒนา ฝีมือการเล่นฟุตบอล เขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ตนเองถูกจับตาโดยสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด (ในเวลานั้น) ของอาร์เจนตินา อย่าง ริเวอร์เพลต และสโมสรที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับแถวหน้าของประเทศ เลือกให้โอกาสการ์ริโซ เข้าเซ็นสัญญากับทีม ตั้งแต่อายุเพียง 16 ปีเท่านั้น และได้ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรก ตั้งแต่อายุแค่ 18 ปี


Photo : www.ovaciondigital.com.uy

หากจะหาเหตุผลว่าทำไม ผู้รักษาประตูดาวรุ่งไร้ชื่อเสียง ถึงได้ก้าวขึ้นมาเป็น นายทวารตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว กับทีมได้รับฉายาว่าเป็น สโมสรจอมทุ่มซื้อนักเตะทีมแรกของโลก นั่นเป็นเพราะสไตล์การเล่นฟุตบอล ที่แตกต่างของการ์ริโซ

ริเวอร์เพลต ในช่วงยุค 40’s ได้รับฉายาจากสื่อว่า “ทัพเครื่องจักร” กับการเล่นฟุตบอลที่เป็นระบบ แข็งแกร่ง รวดเร็ว ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ รวมถึงปรัชญาสำคัญของสโมสร คือนักฟุตบอลในทีมต้องเล่นได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง

แน่นอนว่า ผู้รักษาประตูคงไม่สามารถเปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งอื่น เหมือนผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ แต่การ์ริโซมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างออกไป เขาชอบออกมายืนนอกกรอบเขตโทษ และเลี้ยงบอลขึ้นไปข้างหน้าหากมีโอกาส ด้วยความแตกต่างนี้ ทำให้ริเวอร์เพลตดึงตัวเขามาร่วมทีม และการ์ริโซเข้ากับฟุตบอลแบบเครื่องจักรของริเวอร์เพลต ได้อย่างรวดเร็ว

“เหตุผลที่ผม คิดค้นวิธีการเล่นแบบนี้ขึ้นมา เพราะริเวอร์เพลตเป็นทีมที่เล่นเกมบุกตลอด 90 นาที ดังนั้นผมต้องทำหน้าที่ เป็นทั้งกองหลังและผู้รักษาประตู และเล่นนอกกรอบเขตโทษ หาทางหยุดเกมรุกคู่ต่อสู้ให้ได้มากที่สุด” การ์ริโซเล่าถึงที่มาของการเล่นแบบสวีปคีปเปอร์

 

การเล่นแบบคนบ้า

การ์ริโซ ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กับริเวอร์เพลต แค่เพียงฤดูกาลแรกเขา คว้าแชมป์ลีกกับสโมสร เป็นความสำเร็จที่ไกลเกินฝัน สำหรับเด็กหนุ่มต่างจังหวัดวัย 18 ปี

อย่างไรก็ตาม กับผลงานส่วนตัวของเขา ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะเขาไม่ใช่ผู้รักษาประตูที่โดดเด่น ในการป้องกันประตู และแนวทางการชอบออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษ ทำให้การ์ริโซถูกมองเป็นตัวประหลาด แห่งโลกลูกหนังอาร์เจนตินา


Photo : www.noticias24mundo.com

“ผมโดนคนด่าตั้งแต่เริ่ม หลายคนวิจารณ์ผมว่า ผมเล่นฟุตบอลแบบนี้ทำไม?...เพราะผู้รักษาประตูยุคนั้น คิดอยู่เพียงเรื่องเดียว คือทำอย่างไรก็ได้ ไม่ให้เสียประตู” การ์ริโซเล่าถึงมุมมองฟุตบอลของเขา ที่แตกต่างจากคนอื่น

ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของการ์ริโซ ถูกขับเคลื่อนด้วยแพชชั่นและความรักในเกมฟุตบอล แม้จะเป็นผู้เล่นเกมรับ แต่เขาจะไม่ยอมละทิ้งความชอบที่จะเล่นฟุตบอลเกมรุก … อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้คนมากมาย ตั้งข้อสงสัยในตัวเขา การ์ริโซพร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง ให้ทุกคนเห็น

การ์ริโซ มีเพื่อนสนิทอยู่หนึ่งคน เขาชื่อว่า อัลเฟรโน ดิ สเตฟาโน ทั้งสองคนเกิดปีเดียวกัน เข้าสู่ทีมริเวอร์เพลตในปีเดียวกัน ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นทีมชุดใหญ่ในปีเดียวกัน เพียงแต่ในขณะที่การ์ริโซ เป็นผู้รักษาประตู … ดิ สเตฟาโน คือสุดยอดกองหน้าพรสวรรค์ 


Photo : en.as.com

ดิ สเตฟาโน กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญ ที่ช่วยพัฒนาฝีมือให้กับการ์ริโซ การเผชิญหน้ากันในสนามซ้อม บวกกับการซ้อมนอกรอบของทั้งคู่ ช่วยให้การ์ริโซพัฒนาขึ้นมา ในฐานะนายทวารที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น … 

แม้ว่า ดิ สเตฟาโน จะอำลาทีมไปในปี 1949 แต่เขาช่วยให้การ์ริโซ เดินหน้าเข้าสู่ยุค 50’s ในฐานะผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุด ในอาร์เจนตินา


Photo : notasperiodismopopular.com.ar

การ์ริโซประสบความสำเร็จ ในการทำให้ผู้คนยอมรับ กับการเป็นสุดยอดผู้รักษาประตู ด้วยความยอดเยี่ยมในการป้องกัน ไม่ให้ลูกฟุตบอลเข้าไปตุงตาข่าย และคว้าแชมป์มากมาย กับริเวอร์เพลต 

แต่แนวทางการเล่น แบบสวีปคีปเปอร์ของเขา ยังคงไม่ได้รับการยอมรับ จากแฟนลูกหนังในอเมริกาใต้ ทั้งที่เขาประสบความสำเร็จอย่างมาก กับแนวทางการเล่นแบบนี้ แต่กลับไม่มีผู้รักษาประตูคนไหน คิดจะเอาแบบอย่าง และผู้คนเรียกแนวทางการเล่นของเขาว่า “วิธีการเล่นผู้รักษาประตุแบบคนบ้า”


Photo : www.geocities.ws

“ไม่มีใครมาบังคับให้ผมเล่นฟุตบอลแบบนี้ ผมแค่เล่นแบบนี้ (แบบสวีปคีปเปอร์) เพราะว่าผมมีความสามารถที่จะเล่น” 

“คุณลองจินตนาการดูสิ แทนที่ผมจะเตะบอลทิ้งมั่วซั่ว ผมสามารถเปิดบอลให้กองหน้า ลากเข้าไปทำประตูในทันที มันโคตรเจ๋งเลยนะ” การ์ริโซกล่าว

 

หนึ่งในสุดยอดตลอดกาล

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการ์ริโซ มีทัศนคติเกี่ยวกับลูกหนัง แตกต่างจากคนร่วมสมัยของเขาอย่างมาก เพราะชายคนนี้เขียนลงในหนังสือชีวประวัติของเขาว่า ผู้รักษาประตูที่ดี ควรจะวิ่งไปแย่งบอลจากเท้าของกองหน้า ได้เหมือนกับที่กองหลังทำได้

การ์ริโซ อาจจะมีความคิดที่สุดโต่ง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เขาก้าวขึ้นเป็น หนึ่งในสุดยอดผู้รักษาประตูของยุคสมัย เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตในฐานะนักฟุตบอล คือความสนุกที่เขาได้เล่นฟุตบอล ในแบบที่เขารัก


Photo : www.cariverplate.com.ar | River Plate

“ความฝันของผมคือการทำประตู ดังนั้นผมจึงพยายามขึ้นไปยืนข้างหน้า ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมแค่อยากจะสนุก แบบที่ผู้เล่นตัวรุกเขาสนุกกัน แค่นั้นเอง” 

ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะจินตนาการถึงวิธีการเล่นของผู้เล่น ที่ลงสนามเมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว แต่นักข่าวในอเมริกาใต้หลายคน ยกย่องว่าการ์ริโซ มีความเก่งกาจ และแนวทางการเล่น ที่ใกล้เคียงกับ มานูเอล นอยเออร์ สุดยอดผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน มากที่สุด


Photo : www.deportesmisiones.com.ar

หากคุณเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งเท่านอยเออร์ คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะคว้าแชมป์มากมายให้กับตัวเอง และสโมสร … การ์ริโซ เป็นแชมป์ลีก 7 สมัย ตลอด 23 ปีที่เล่นให้กับริเวอร์เพลต รวมถึงแชมป์ฟุตบอลถ้วยอีก 1 ครั้ง และแชมป์ซุเปอร์คัพ ระหว่างทีมแชมป์ของประเทศอาร์เจนตินา กับ อุรุกวัย อีก 2 สมัย นอกจากนี้ยังเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 พาทีมชาติอาร์เจนตินาลุยฟุตบอลโลก 1958 อีกด้วย หรือแม้แต่ตอนที่เขาย้ายไปเล่น ให้กับสโมสรมิลโลนาริออส ในประเทศโคลัมเบีย เขายังพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อีก 1 สมัย

ท้ายที่สุด การ์ริโซ ปิดฉากอาชีพการค้าแข้งของตัวเอง ในปี 1970 ด้วยวัย 44 ปี แต่แม้เส้นทางการค้าแข้งของเขาจะจบลง แต่สิ่งที่เข้าได้สร้างขึ้น ให้กับวงการฟุตบอล คือการเล่นแบบสวีปคีปเปอร์ กลับมีชีวิตอยู่ต่อไป

มรดกที่การ์ริโซทิ้งไว้ให้ กับวงการลูกหนัง มีคุณค่ามากกว่าความสำเร็จ ที่เขาได้รับในฐานะนักฟุตบอลเสียด้วยซ้ำ … การ์ริโซ กลายเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับผู้เล่นยุคหลังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฮูโก้ กัตติ, เรเน ฮิกัวตา และ โฆเซ ชิลาเวิร์ต 


Photo : guillermocoppola.cienradios.com

การ์ริโซ อาจไม่ได้รับการยกย่อง ให้เป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุด ในยุคสมัยของเขา เพราะเจ้าตัวเกิดมาเป็นผู้เล่นร่วมยุค กับ เลฟ ยาชิน นายทวารที่เก่งที่สุดตลอดกาล แต่เขาก็ได้รับขนานนามว่า เป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุด ของทวีปอเมริกาใต้ ในศตวรรษที่ 20

สิ่งที่การ์ริโซ ทิ้งไว้ให้กับวงการฟุตบอล ไม่ได้มีเพียงแค่การเล่นแบบสวีปคีปเปอร์เท่านั้น แต่วันเกิดของเขา คือ 12 มิถุนายน ถูกเลือกให้เป็นวันผู้รักษาประตู ในอาร์เจนตินา และเขาได้รับการยกย่อง ให้เป็นต้นแบบของความเป็นมืออาชีพ ในฐานะนักฟุตบอล จากการสามารถยืนยันเล่นฟุตบอลได้ถึง 24 ปี

แม้ว่า อเมเดโอ การ์ริโซ จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2020 ด้วยวัย 93 ปี … แต่ตราบใดที่ยังมีผู้รักษาประตู ลงสนามไปเล่นฟุตบอลในฐานะสวีปคีปเปอร์ ตัวตนของเขา จะอยู่ในโลกฟุตบอลตลอดไป

 

แหล่งอ้างอิง

https://mundoalbiceleste.com/2020/03/23/remembering-amadeo-carrizo-river-plates-revolutionary-goalkeeper/
https://www.goal.com/en/news/the-father-of-modern-goalkeeping-how-amadeo-carrizo/1i27t1osg5kxf1f867k3gxc76z
https://www.babagol.net/blog/2020/3/31/river-plate-amadeo-carrizo
https://ahalftimereport.com/2015/12/18/amadeo-carrizo-the-man-who-redefined-goalkeeping/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง