mainstand

Feature

เหตุเกิดจากอินเดียนแดง : เมื่อสองทีมกีฬาอเมริกันกำลังเสียชื่อทีมเพราะเรื่องเหยียดผิว



ประเด็นการต่อต้านพฤติกรรมเหยียดผิว ยังคงเป็นเรื่องราวที่สังคมสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญ และในปัจจุบัน นอกจากการเรียกร้องความเท่าเทียม เรื่องสีผิวของคนผิวดำ ได้ขยายไปถึงคนผิวแดง หรือชาวพื้นเมืองอเมริกัน ที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่ออินเดียนแดง


 

เมื่อมีการต่อต้านการเหยียดผิว ทำให้คนในวงการกีฬาบางส่วน ที่เคยมีพฤติกรรมส่อถึงการเหยียดผิว ได้รับผลกระทบไปหลายราย เมื่อการต่อต้านการเหยียดผิว ขยายถึงชาวผิวแดง ผลกระทบจึงส่งต่อวงการกีฬาอีกครั้ง และคราวนี้กระทบไปไกล ถึงระดับองค์กรทีมกีฬา

วอชิงตัน เรดสกินส์ และ คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ สองทีมกีฬาในสหรัฐฯ กำลังจะต้องเปลี่ยนชื่อแฟรนไชส์ เพราะในปี 2020 ชื่อทีมของพวกเขา กลายเป็นชื่อที่สื่อถึงการเหยียดผิวชาวอินเดียนแดง เป็นที่เรียบร้อย

 

จากการด้อยโอกาส สู่การเชิดชู

กีฬากับชนพื้นเมืองอเมริกัน ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัว มาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล ชาวอินเดียนแดงมีกีฬา เฉพาะตัวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ลาครอส (Lacrosse) ที่ชนพื้นเมืองอเมริกันเป็นผู้คิดค้นขึ้น และยังคงเล่นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงกีฬาคล้ายฮ็อคกี้น้ำแข็ง แต่เปลี่ยนจากแข่งขันบนน้ำแข็ง เป็นบนพื้นดินธรรมดา ซึ่งถูกเรียกว่า ชินนี (Shinny) 


Photo : hockeygods.com

พูดได้ว่า ชาวอเมริกันผิวแดง มีความรักกีฬาอยู่ในสายเลือด อย่างไรก็ตาม เมื่อแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ถูกยึดครอง โดยชาวผิวขาวจากทวีปยุโรป ภาพลักษณ์ของหนุ่มสาวที่รักความสนุก ชื่นชอบการออกกำลังกาย และทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ถูกลบจนหมดสิ้น

ชาวอเมริกันผิวขาว สร้างภาพจำใหม่ ให้ชาวอินเดียนแดง กลายเป็นพวกคนเกียจคร้าน ไม่ชอบทำมาหากิน ทั้งที่ความเป็นจริง ชนพื้นเมืองอเมริกัน ไม่ใช่คนเกียจคร้านแม้แต่น้อย หากแต่พวกเขามีแนวคิดที่แตกต่างออกไป และไม่ปฏิบัติตามแนวทาง ความเชื่อแบบคนผิวขาว 

ทำให้พวกเขาถูกเหยียดหยันจากคนขาว ให้กลายเป็นเพียงพลเมืองชั้นสอง ซึ่งความเชื่อว่าคนอินเดียนแดงไม่เอาไหน คือหนึ่งในเหตุผลที่ชาวยุโรปใช้เป็นข้ออ้าง ในการยึดแผ่นดินอเมริกาด้วยเช่นกัน

ด้วยความเป็นพลเมืองชั้นสอง ย่อมทำให้โอกาสการเข้าถึงกิจกรรมการเล่นกีฬาของชาวผิวแดง โดยเฉพาะกีฬาอาชีพ ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น 

จอห์น เครโมนี สื่อชื่อดังในยุคศตวรรษที่ 19 เคยบันทึกเรื่องราว ถึงโอกาสการเล่นกีฬาของชาวพื้นเมืองว่า แทบไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว คนกลุ่มนี้รักการเล่นกีฬา และเห็นว่ากีฬาคือส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา

แม้จะยากลำบาก กับการหาโอกาสในการเล่นกีฬา แต่ชาวพื้นเมืองหลายคน ไม่ยอมแพ้ที่จะทำในสิ่งที่รัก ดังเช่นกรณีของ วิลเลียม เฮนรี ดีตซ์ ชายหนุ่มผู้มีเชื้อสายชนพื้นเมือง ที่หลงใหลในกีฬาอเมริกันฟุตบอล และหาทางพิสูจน์ตัวเอง ให้สังคมยอมรับในฐานะนักกีฬาอาชีพ ว่าตัวเขามีดีไม่แพ้คนผิวขาว 

แม้คนจำนวนมาก ตั้งคำถามถึงความสามารถของเขา ในฐานะนักกีฬา แต่สุดท้าย ดีตซ์สามารถพิสูจน์ตัวเอง จนเป็นที่ยอมรับ และได้รับการขนานนามว่า "อินเดียนแดงผู้เป็นสุดยอดด้านกีฬา" 


Photo : www.dailymail.co.uk

ไม่เพียงแต่จะสร้างชื่อในฐานะนักกีฬา ดีตซ์ได้พิสูจน์ตัวเอง ในฐานะโค้ชอเมริกันฟุตบอล ที่ผ่านการคุมทีมในระดับมหาวิทยาลัย หลากหลายสถาบัน ... จนกระทั่งปี 1933 ดีตซ์ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นผู้จัดการทีม บอสตัน เบรฟส์ (Boston Braves) 

การได้รับแต่งตั้งให้เป็นโค้ชในลีกระดับ NFL ทำให้ดีตซ์ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในสังคม เจ้าของทีม บอสตัน เบรฟส์ ในเวลานั้น ที่มีความคิดอยากจะเปลี่ยนชื่อแฟรนไชส์อยู่พอดี จึงตัดสินใจ เปลี่ยนชื่อทีมเป็น บอสตัน เรดสกินส์ (Bosto Redskins) เพื่อเชิดชูเกียรติของดีตซ์ ที่ภายหลังเปลี่ยนเป็น วอชิงตัน เรดสกินส์ (Washinton Redskins) เนื่องจากทีมย้ายมาอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

โดยชื่อแฟรนไชส์ใหม่ นำมาจากรากเหง้า ทางเชื้อสายของดีตซ์ ที่สามารถพิสูจน์ตัวเองให้เห็นได้ว่า เขาเป็นชาวอินเดียนแดง ที่สามารถประสบความสำเร็จได้ ไม่เหมือนกับภาพจำของคนอเมริกันพื้นเมืองทั่วไป

ไม่ใช่แค่ดีตซ์คนเดียว ที่เป็นคนผิวแดง และได้รับการยอมรับในสังคมกีฬาอเมริกัน ... หลุยส์ ซ็อคอเล็กซิส นักเบสบอลเชื้อสายชาวพื้นเมือง เป็นอีกคนที่ได้รับเกียรติแบบนี้ จากการที่เขาพิสูจน์ตัวเอง ให้เป็นที่ยอมรับ ด้วยความสามารถทางด้านกีฬา มีโอกาสได้เล่นในลีก MLB ลีกเบสบอลอันดับหนึ่งของประเทศ นานถึง 2 ปี ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดความสำเร็จ ในฐานะนักเบสบอล สำหรับคนอเมริกันที่ไม่ได้มีผิวสีขาว


Photo : www.usetinc.org

สมัยที่ซ็อคอเล็กซิส เล่นในลีก MLB เขาเล่นให้กับทีม คลีฟแลนด์ สไปเดอร์ส (Cleveland Spiders) ซึ่งภายหลังในปี 1915 ทีมเบสบอลประจำเมืองคลีฟแลนด์ ที่ตั้งและยุบอยู่หลายรอบ ได้กำเนิดแฟรนไชส์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และทีมตัดสินใจเลือกหยิบประวัติศาสตร์ ที่เคยมีผู้เล่นผิวแดงอยู่ในทีม มาใช้ตั้งชื่อแฟรนไชส์ใหม่ ในชื่อ คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ (Cleveland Indians) เพื่อเชิดชูซ็อคอเล็กซิส ในฐานะอดีตผู้เล่นของทีม

 

จากการเชิดชู สู่ความหมายที่เปลี่ยนไป

แม้ว่าการตั้งชื่อของทั้ง วอชิงตัน เรดสกินส์ และ คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ จะเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างทีมกีฬากับชาวพื้นเมืองอเมริกัน เพื่อเชิดชูเกียรติ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ชื่อแฟรนไชส์เหล่านี้ กลับถูกมองในแง่ลบมากขึ้นเรื่อยๆ


Photo : thehill.com

ประเด็นหลัก เกิดมาจากที่คนบางส่วน มองว่าการใช้ชื่อแฟรนไชส์ เป็นชาวผิวแดง ทำให้ชาวพื้นเมืองถูกลดคุณค่าไปเทียบเท่ากับสัตว์ เพราะทีมอเมริกันเกมส์จำนวนมาก ใช้ชื่อแฟรนไชส์เป็นชื่อสัตว์ ไม่มีการนำเชื้อสายความเป็นมนุษย์ ถูกนำมาตั้งชื่อเป็นแฟรนไชส์อย่างจริงจัง แบบที่คนผิวแดงได้รับ ทำให้คนในสังคมบางส่วนมองว่า การนำชื่อที่บ่งบอกถึงชนพื้นเมืองอเมริกัน คือการเปรียบพวกเขา เป็นเหมือนสัตว์ หรือสิ่งของประเภทหนึ่ง

นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังมองว่า ทั้งเรดสกินส์ และ อินเดียนส์ ได้นำคาแรคเตอร์ของคนพื้นเมือง มาเปลี่ยนเป็นมาสคอตประจำทีม ที่สร้างความตลกขบขันให้กับผู้ชม ซึ่งเป็นการดูหมิ่นดูแคลน คนผิวแดงในความเห็นของพวกเขา

แม้ว่าประเด็นจากโลกกีฬา จะพอมีน้ำหนักอยู่บ้าง แต่อันที่จริงแล้ว เรื่องราวของชื่อแฟรนไชส์กีฬา ที่เกี่ยวข้องกับชาวผิวแดง ถูกเริ่มต้นมองว่าเป็นการเหยียดผิว เพราะประเด็นจากฝั่งวงการการเมืองเป็นสำคัญ

ปี 1968 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ออกกฎหมายที่มีชื่อว่า "Indian Civil Rights Act" กฎหมายที่มอบสิทธิเสรีภาพ ให้คนที่มีเชื้อสายชนพื้นเมือง มีอำนาจในสังคมเต็มรูปแบบเทียบเท่ากับคนผิวขาว เมื่อมีสิทธิที่จะพูด และแสดงความคิดเห็น ทำให้คนเชื้อสายผิวแดง รวมถึงชาวผิวขาวบางส่วน เริ่มออกมาแสดงความเห็นที่ต้องการให้ทีมกีฬา เลิกใช้ชื่อแฟรนไชส์ที่สื่อถึงชาวอินเดียนแดง

ประเด็นหลักที่คนในสังคม ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนชื่อ เพราะพวกเขาเห็นว่า การใช้ชื่อแฟรนไชส์สื่อถึงชาวอินเดียนแดง ทำให้สถานะของชนพื้นเมือง ไม่เทียบเท่ากับคนผิวขาว ตามที่กฎหมายได้บัญญัติออกมา เพราะคนในสังคม ยังคงจดจำชาวอินเดียนแดง ในฐานะมาสคอตของทีมกีฬา เหมือนกับนกอินทรี, หมี, สิงโต, แกะ หรือสิ่งของต่างๆ เช่น เครื่องบิน, เหล็ก, กางเกงยีนส์, กระสุนปืน, เกือกม้า เป็นต้น 


Photo : redpowermedia.wordpress.com

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มคนบางส่วนจึงมองว่า หากเกิดการเปลี่ยนแปลง นำชื่อแฟรนไชส์ เรดสกินส์ และ อินเดียนส์ ออกจากทีมกีฬา จะทำให้ความเท่าเทียม ระหว่างชนพื้นเมือง กับคนผิวขาวในสหรัฐฯ เกิดขึ้นจริงในสังคม

อีกหนึ่งเหตุผล ที่ถูกยกเข้ามาใช้สนับสนุน คือ การที่ชาวอินเดียนแดง ต้องตกเป็นเหยื่อถูกล้อเลียน จากแฟนกีฬาทีมตรงข้ามของ วอชิงตัน เรดสกินส์ และ คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ ที่ใช้เรื่องเชื้อสายคนพื้นเมือง มาเปลี่ยนเป็นมุกตลก ล้อเลียน และเหยียดทีมกีฬาทั้งสองทีม

ทำให้ชาวอินเดียนแดง ต้องตกเป็นเหยื่อของการถูกเหยียดผิว ไปโดยปริยาย และสร้างภาพจำในอุดมคติแย่ๆ เกี่ยวกับคนพื้นเมืองอเมริกัน ให้กับคนบางส่วนในสังคมโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งปลูกฝัง ให้พฤติกรรมการเหยียดชาวผิวแดง กลายเป็นเรื่องปกติ ที่ผู้คนคุ้นชิน เพราะการล้อเลียนในเกมกีฬา เป็นเรื่องปกติอย่างมาก ในสังคมอเมริกัน

 

บทสรุปของข้อถกเถียง

จากเหตุผลข้างต้นที่กล่าวมา ทำให้การรณรงค์ต้องการเห็น ชื่อแฟรนไชส์ เรดสกินส์ และ อินเดียนส์ ถูกเปลี่ยน เกิดในสังคมอเมริกันมาตลอด อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การเปลี่ยนชื่อแฟรนไชส์ทั้งสอง ไม่ได้ใกล้เคียงความจริงที่จะเกิดขึ้น แม้แต่น้อย

เนื่องจากเรื่องราวชื่อของทั้งสองทีม เป็นประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน โดยเฉพาะภาพที่หลายคนมองว่า การใช้ชื่อแฟรนไชส์เกี่ยวข้องกับชนพื้นเมือง เป็นการเหยียดผิว กลับไม่ได้ชัดอย่างที่หลายคนกล่าวอ้าง


Photo : washington.org

เพราะแฟนกีฬาของทั้งสองทีมส่วนใหญ่ ล้วนไม่ได้มองว่า การใช้ชื่อทีมสื่อถึงชาวอินเดียนแดง เป็นการเหยียดผิว แต่เป็นการเชิดชูเกียรติ ถึงชาวอินเดียนแดง ดังที่เคยเป็นมาในอดีต 

ขณะเดียวกันทางแฟรนไชส์ ได้ยืนหยัด ออกแถลงการณ์อยู่บ่อยครั้งว่า การใช้ชื่อทีมถึงชาวผิวแดง คือการเชิดชูเกียรติ และไม่มีเหตุผลที่ทีม จะต้องใช้ชื่อ เพื่อสื่อถึงการเหยียดผิว

สื่อ, นักวิชาการ รวมถึงคนทั่วไปในสังคม ต่างแบ่งออกเป็นสองฝั่งกับกรณีนี้ ... ฝั่งหนึ่งมองว่า การจะใช้ชื่อเชิดชูเกียรติชาวอินเดียนแดง ยังคงมีชื่ออื่น ที่สามารถยกย่องกลุ่มคนเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องใช้ชื่อที่สื่อถึงเชื้อชาติพันธ์ุ เช่น Braves (กล้าหาญ), Warriors (นักรบ), Strong (แข็งแรง) หรือ Proud (ภูมิใจ) 

ขณะที่อีกฝั่งมองว่า คนจำนวนมากพยายามนำเรื่องทางการเมือง เข้ามาผสมกับกีฬามากจนเกินไป ทั้งที่หากมองแค่ในมุมของกีฬา เราจะไม่เห็นความผิดปกติของชื่อ เรดสกินส์ หรือ อินเดียนส์ แม้แต่น้อย ทว่าคนในสังคมบางส่วน กลับตั้งแง่เรื่องของการเหยียดผิว ทั้งที่ความจริง ไม่มีการเหยียดผิวชาวอินเดียนแดง เกิดขึ้นในสังคม

ด้วยข้อถกเถียงที่ยังหาสรุปไม่ได้ว่า การเหยียดผิวชาวอินเดียนแดง ผ่านชื่อทีมกีฬา เป็นแค่เรื่องคิดไปเอง หรือเกิดขึ้นจริงในสังคม ทำให้การเปลี่ยนชื่อ เรดสกินส์ และ อินเดียนส์ ไม่เคยเป็นประเด็นที่ต้องมาถกเถียงกันอย่างจริงจัง 


Photo : radio.wosu.org

จนกระทั่งปี 2020 ... การเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายหนุ่มผิวดำ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อันเกินกว่าเหตุโดยตำรวจ ปลุกกระแสต่อต้านการเหยียดสีผิว ทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเด็นการเรียกร้องความเป็นธรรม ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะกับคนผิวดำเท่านั้น แต่รวมถึงการเรียกร้องความเท่าเทียม ของคนผิวแดงด้วยเช่นกัน

อาจดูไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ชาวอเมริกันจำนวนมาก พร้อมใจกันมองว่า ชื่อแฟรนไชส์ เรดสกินส์ และ อินเดียนส์ สื่อถึงการเหยียดผิวชาวพื้นเมืองอเมริกัน โดยเหตุผลหลักๆ ที่ถูกกล่าวอ้างคือ ชื่อของทั้งสองทีมมีความหมายกำกวม ที่สามารถสื่อถึงการเหยียดผิวได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนชื่อแฟรนไชส์ เพื่อให้ชื่อของทีม ไม่ต้องทำให้คนบางกลุ่ม รู้สึกผิดใจว่าสื่อถึงการเหยียดผิว

ไม่ใช่แค่ประชาชนที่ออกมากดดัน แต่รวมถึงสปอนเซอร์ ที่บีบบังคับให้ทั้งสองทีมต้องเปลี่ยนชื่อ เช่น FedEx ผู้สนับสนุนชื่อสนามเหย้าของวอชิงตัน เรดสกินส์ ขู่จะถอนสปอนเซอร์ หรือ Nike ผู้ผลิตเสื้อผ้าให้กับทุกทีมใน NFL ที่ตัดสินใจถอดสินค้าทั้งหมดของ เรดสกินส์ ออกจากเว็บไซต์ เพื่อกดดันแฟรนไชส์อดีตแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 3 สมัย


Photo : www.adweek.com

ท้ายที่สุด ทั้ง เรดสกินส์ และ อินเดียนส์ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมกำลังพิจารณาถึงการเปลี่ยนชื่อแฟรนไชส์ หากว่าการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ ช่วยก่อประโยชน์ให้แก่ประเทศ และพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น โดยสื่อได้รายงานว่า ภายใน 1 เดือนข้างหน้า เราหน้าจะได้เห็นชื่อแฟรนไชส์ใหม่จากทั้งสองทีม

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น มีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ดังที่เคยเป็นมา ... กลุ่มคนที่เห็นด้วย ล้วนมองว่า การเปลี่ยนชื่อในครั้งนี้ จะเป็นการสนับสนุน ความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นจริงในสังคม ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยมองว่า ทั้งสองทีมต้องตกเป็นเหยื่อทางการเมือง และสองชื่อแฟรนไชส์ระดับตำนานของวงการกีฬาสหรัฐฯ กำลังต้องสิ้นสุดลง ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เรื่องของกีฬา

การจะตัดสินว่า การเปลี่ยนชื่อแฟรนไชส์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ถูกต้อง หรือการทำเกินกว่าเหตุ เป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก แต่คนหนึ่งที่แสดงความเห็นได้ดี และน่าสนใจที่สุด คือ รอน ริเวรา เฮดโค้ชของ วอชิงตัน เรดสกินส์ ที่มีเชื้อสายของชาวพื้นเมืองอเมริกันอยู่ในตัว 

"ประเด็นเรื่องนี้สำคัญกับคนแบบผมทุกคนนะ (คนเชื้อสายชนพื้นเมือง) แม้ว่าเราจะมีการถกเถียงกันมาหลายครั้งก็ตาม แต่คุณต้องยอมรับว่า ในอดีตการเมืองไม่ได้มีอิทธิพลกับโลกกีฬา แบบที่เป็นในทุกวันนี้"

"ดังนั้น ถ้าถามว่าผมอยากเห็นการเปลี่ยนชื่อไหม ... ถ้ามันช่วยให้สังคมนี้ดีขึ้น ผมเชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่ควรจะทำ"

 

แหล่งอ้างอิง

https://vault.si.com/vault/1986/12/01/sports-were-essential-to-the-life-of-the-early-north-american-indian
https://www.encyclopedia.com/history/news-wires-white-papers-and-books/native-american-sports
https://www.washingtonpost.com/lifestyle/style/the-legend-of-lone-star-dietz-redskins-namesake-coach--and-possible-imposter/2013/11/06/a1358a76-466b-11e3-bf0c-cebf37c6f484_story.html
https://www.usatoday.com/story/sports/2016/08/24/real-history-native-american-team-names/89259596/
https://www.nytimes.com/2020/07/03/sports/football/washington-redskins-nickname-nfl.html
https://www.nytimes.com/2020/07/03/sports/football/washington-redskins-nickname-history.html
https://www.nfl.com/news/ron-rivera-redskins-name-change-before-season-would-be-awesome



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง