mainstand

Feature

ยิ้มเยิ้มทั่วสังเวียน : รู้หรือไม่ทำไมนักสู้ลูกกรงส่วนใหญ่ต้องสูบกัญชา?



กัญชา คือพืชที่เป็นประโยชน์ หรือ สารเสพติดที่ให้โทษ คือหนึ่งในคำถามสำคัญ ที่เป็นที่ถกเถียงในสังคม 


 

เพราะหากใช้ให้ดีและเหมาะสม กัญชาคือเครื่องมือทางการแพทย์ ที่สร้างคุณได้มากมาย แต่หากใช้เยอะเกินไป สามารถทำลายชีวิตคนได้ในพริบตา

วงการกีฬา MMA ถือเป็นวงการที่มีความข้องเกี่ยว กับกัญชาอยู่ไม่น้อย เพราะพืชชนิดนี้ เป็นที่นิยมของเหล่านักสู้ในกรงเหล็ก ในฐานะทางเลือก ที่ช่วยบรรเทาอาการความเจ็บปวดของร่างกาย

อย่างไรก็ตาม คำถามถึงความเหมาะสม ของการใช้กัญชา ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการ และตามหาจุดยืนที่เหมาะสม ของพืชชนิดนี้ ว่าจะอยู่คู่ กับวงการนักสู้ในกรงเหล็กได้อย่างไร

 

สูบแล้วได้อะไร?

เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย กับความจริงที่ว่า นักสู้ MMA จำนวน 45.9 เปอร์เซ็นต์ ติดการใช้กัญชาอย่างเป็นประจำ จากการเปิดเผยของ The Athletic นิตยสารจากประเทศสหรัฐอเมริกา


Photo : www.straitstimes.com

เหตุผลส่วนใหญ่ที่นัก MMA ใช้กัญชา ไม่มีเหตุผลอะไรซับซ้อนมากไปกว่า การใช้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด จากการฝึกซ้อม และต่อสู้บนสังเวียนกรงเหล็ก แม้จะมีนักสู้บางส่วน ที่สูบกัญชาเพื่อใช้ผ่อนคลาย สร้างความสุขให้ตัวเองด้วยก็ตาม

ไม่ว่าคุณจะมองกัญชาเป็นอย่างใด แต่จากข้อมูลที่ถูกบันทึกผ่านนักกีฬา MMA คงบอกได้ว่า กัญชาถือเป็นของดีอยู่ไม่น้อย เพราะจากกลุ่มตัวอย่าง 45.9 เปอร์เซนต์ ที่ผ่านประสบการณ์ใช้กัญชา มีเพียงแค่ 4.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เลิกใช้กัญชา ที่เหลือยังคงใช้พืชชนิดนี้ กับร่างกายเช่นเดิม

หากจะให้พูดถึงข้อดีสำหรับกัญชาที่มีต่อนัก MMA คนที่พูดได้ดีที่สุดคนหนึ่งคือ เนต ดิแอซ เกรียนผู้น้องแห่งตระกูล ดิแอซ ที่ประกาศตนชัดเจน ถึงความเป็นแฟนคลับต่อพืชชนิดนี้ และเคยสูบกัญชาต่อหน้าพื้นที่สาธารณะ มาแล้วหลายครั้ง (ซึ่งเขาสูบในรัฐที่ประกาศให้กัญชา ไม่ผิดกฎหมาย จึงไม่มีบทลงโทษทางกฎหมายแต่อย่างใด)

ดิแอซ ให้เหตุผลที่เขาชื่นชอบกัญชาว่า เขาไม่เห็นว่าพืชชนิดนี้ จะส่งผลเสียต่อร่างกายเขาตรงไหน ในทางตรงกันข้าม เขากลับมองว่า เขาสามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้น เมื่อมีการสูบกัญชาเข้ามาควบคู่ 


Photo : www.ocregister.com

"ผมไม่ได้สนับสนุนให้ทุกคน สูบกัญชา แต่ในฐานะนักกีฬา ผมคิดว่านักกีฬาควรจะลองกัญชา ถ้าคุณต้องการอะไรสักอย่าง เข้ามาช่วยเหลือคุณ ผมว่ามันดีกว่าคุณใช้สเตอรอยด์ หรือ สารกระตุ้นด้วยซ้ำไป" ดิแอซ กล่าว 

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน การบริโภคกัญชาเข้าสู่ร่างกาย ไม่ได้มีเพียงแค่วิธีสูบเท่านั้น แต่ปัจจุบันกัญชาได้เปิดกว้าง ถูกปรับเปลี่ยนสกัดสาร แปรรูปเป็นรูปแบบต่างๆ ซึ่งนัก MMA กว่า 76.5 เปอร์เซนต์ ให้ข้อมูลว่า พวกเขาเคยใช้สารสกัดจากกัญชา หลังจากชกเสร็จในเวทีกรงเหล็ก เพื่อช่วยให้ร่างกายของตนเอง ฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บได้เร็วขึ้น

หลายคนอาจจะคิดว่า พวกนัก MMA ใช้เรื่องอาการเจ็บปวด มาเป็นข้ออ้างกับการใช้กัญชาหรือไม่ แต่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาผลลัพธ์ของกัญชา ที่มีต่อนักกีฬา โดยผลลัพธ์ออกมาว่า กัญชาสามารถช่วยบรรเทา อาการเจ็บปวดของนักกีฬาได้จริง

อย่างงไรก็ตาม การใช้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ต้องอยู่ภายใต้ปริมาณที่ถูกจำกัด และควรมีแพทย์เป็นที่ปรึกษา ในการใช้อย่างเหมาะสม ... ทั้งนี้ กัญชาไม่ได้มีผล ที่จะทำให้นักกีฬาเก่งขึ้น สรุปง่ายๆ คือ กัญชามีประโยชน์กับนักกีฬา แค่เรื่องบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น

 

ความเสี่ยงในการใช้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กัญชามีประโยชน์ต่อนักสู้ MMA หากมองอย่างเป็นกลาง กัญชาไม่ต่างอะไรกับยาแก้ปวด ที่นักกีฬามองเป็นทางเลือกหนึ่ง ในการใช้บรรเทาความเจ็บปวดของร่างกาย


Photo : www.budderweeds.com

อย่างไรก็ตาม กัญชายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศทั่วโลก ในฐานะสารเสพติดชนิดหนึ่ง ที่มีโทษต่อมนุษย์

กัญชาที่ยังไม่สามารถ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่ขาวสะอาดให้กับตัวเอง ทำให้หากเรามองในภาพกว้าง การใช้กัญชายังคงเป็นเรื่องที่ผิดในสังคมทั่วไป

ดังนั้น เหล่านัก MMA ที่ใช้กัญชาเกินความจำเป็น หากถูกจับได้จากสมาคม ไม่ว่าจะเป็น UFC หรือ Bellator พวกเขาจะถูกลงโทษ เพราะเป็นการเสพย์เพื่อความบันเทิง ไม่ใช่ทางการแพทย์

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือ นิค ดิแอซ พี่ชายของ เนต ดิแอซ ที่โดนแบนหลายครั้ง เพราะไม่ผ่านการตรวจสารเสพติดในร่างกาย เนื่องจากเวลามีการตรวจร่างกายของเขา จะเจอสารกัญชาอยู่ในร่างกายบ่อยครั้ง 

นิค ดิแอซ เคยต้องรับโทษสูงสุด จากการไม่ผ่านการตรวจสารเสพติด เพราะพบเจอกัญชาในร่างกาย ทำให้เขาโดน UFC แบนถึง 5 ปี ก่อนจะได้รับการลดโทษ ให้เหลือ 18 เดือนในภายหลัง 


Photo : www.scrapdigest.com

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม เนต ดิแอซ ที่เคยสูบกัญชาออกสื่อชัดเจน ไม่เคยโดนแบนแบบพี่ชายตัวเอง แม้แต่ครั้งเดียว ... คำตอบคือ ในการตรวจสารเสพติดของนัก MMA ได้มีการผ่อนปรนว่า การตรวจสารเสพติดในร่างกาย นักกีฬาจะต้องมีแต้ม การมีสารเสพติดในร่างกาย ไม่เกิน 15 แต้ม ซึ่งนิค ดิแอซ เคยมีแต้มสูงถึง 175 แต้ม เพราะสารกัญชา เต็มอยู่ในร่างกายของเขา 

อย่างไรก็ตาม นิคมักออกมาโจมตี การลงโทษนัก MMA ด้วยเหตุผลมีสารกัญชาในร่างกายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เขาสูบกัญชาไม่เคยผิดกฎหมาย (เจ้าตัวอาศัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งกัญชาถูกกฎหมาย) แล้วทำไมสมาคม MMA ถึงมาตัดสินให้เขาผิด?

หรือการที่เจ้าตัวเล่าว่า กัญชาไม่เคยส่งผลเสียอะไรให้กับเขา นอกจากจะสร้างความสุข รู้สึกบรรเทา และผ่อนคลาย รวมถึงกัญชาไม่เคยทำให้สภาพร่างกายของเขาแย่ลง โดยเขายกตัวอย่างว่า การที่เขาออกกำลังกาย เหมือนนัก MMA ปกติ เพียงแค่เขาสูบกัญชา มันทำให้เขาแย่ และแตกต่าง จากนักกีฬาคนอื่นขนาดนั้นเลยหรือ?

 

โลก MMA ต้องปรับตัว?

ความเป็นจริงในปัจจุบัน นักกีฬา MMA จำนวนมาก ออกมาสนับสนุนการใช้กัญชา หรือ สารสกัด ให้เปิดกว้างเสรี ในวงการ ซึ่งนอกจากสองพี่น้องดิแอซ ยังมี ชอน โอ มอลลี, รอนดา เราซีย์ หรือ จอน โจนส์ เป็นต้น


Photo : blog.sfgate.com

ทาง UFC รับรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดย เจฟฟ์ โนวิตซกี รองประธานของ UFC ยอมรับว่า เรื่องขอบเขตการใช้กัญชา เป็นหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่ถกเถียงกันมากในวงการ MMA ปัจจุบัน และในความเห็นขององค์กร จากจะตัดสินกัญชา เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะมองว่ามีทั้งคุณและโทษ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะหาจุดยืนอันเหมาะสม ให้กับการใช้พืชชนิดนี้ 

ล่าสุดในปี 2020 ทาง UFC ได้ประกาศอนุญาต ให้นัก MMA สามารถใช้สารสกัดจากกัญชา เข้ามาช่วยในการบรรเทาอาการเจ็บปวดของร่างกาย โดยกำหนดให้ใช้ไม่เกิน 150 มิลลิกรัมต่อวัน

นอกจากนี้ การจะแบนนักกีฬา ได้เพิ่มข้อกำหนดขึ้นมาอีก 3 ข้อ หากการใช้กัญชาส่งผลกระทบโดยตรงกับ 2 ใน 3 ข้อ พวกเขาจะถูกแบน นั่นคือ

1. เสี่ยงต่อการเกิดผลเสียแก่ร่างกายนักกีฬา
2. ส่งผลเสียงต่อผลงานในสนาม
3. ทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของวงการกีฬา


Photo : www.lowkickmma.com

แม้จะมีการอนุญาตให้ใช้สารสกัดจากกัญชา แต่วงการ MMA ยังคงยืนยันว่า การสูบกัญชาโดยตรง ยังไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาก่อนที่นัก MMA จะขึ้นชกบนสังเวียน

ประเด็นของการใช้กัญชา ในวงการ MMA ยังเป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามถึงความเหมาะสมต่อไป เพราะในปัจจุบัน นักกีฬา MMA จำนวนไม่น้อย หันมาลุยธุรกิจ ขายสารสกัดเกี่ยวกับกัญชาอย่างเต็มตัว หรือบางคนก็เป็นพรีเซนเตอร์ ให้กับบริษัทขายผลิตภัณฑ์จากกัญชา

คงไม่สามารถปฏิเสธถึงอิทธิพล ที่กัญชามีต่อวงการ MMA ได้ในปัจจุบัน และเป็นโจทย์สำคัญ ที่วงการกีฬาจะต้องหาจุดลงตัวให้ได้ ว่าควรจะวางจุดยืนของการใช้กัญชา ให้เหมาะสมได้อย่างไร 

 

แหล่งอ้างอิง

https://thegreenfund.com/the-ufc-signs-multi-million-dollar-deal-with-aurora-cannabis-to-research-cbd-use
https://www.cannabis-mag.com/mma-fighters/
https://mmajunkie.usatoday.com/2019/08/ufc-nate-diaz-reaction-marijuana-cbd-public-opinion
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6116792/
https://mmamicks.com/can-ufc-fighters-smoke-weed-2020/
https://bleacherreport.com/articles/1060320-reefer-madness-ufc-star-nick-diaz-busted-for-drugs-after-ufc-143
https://dailycbd.com/en/why-mma-fighters-are-using-cbd/
https://cannabisaficionado.com/mma-fighters-support-cannabis/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง