mainstand

Feature

Bruiser Brody : เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญ เมื่อความลวงในกีฬามวยปล้ำกลายเป็นเรื่องจริง



มวยปล้ำคือกีฬาที่มีโลก 2 ใบรวมไว้ด้วยกัน โลกใบแรกคือ ตัวละครที่เห็นบนเวที ถูกแต่งแต้มให้มีชีวิตชีวาดั่งนิยายแฟนตาซี โลกใบที่สองคือชีวิตหลังฉาก นักมวยปล้ำคือมนุษย์ธรรมดา ที่ใช้ชีวิตอย่างปกติราวกับคนธรรมดาทั่วไป


 

ย้อนกลับไป 30 กว่าปีก่อน เมื่อเส้นแบ่งระหว่างความจริงและความลวง ในกีฬามวยปล้ำพร่าเลือน เกิดเหตุการณ์อันน่าสะเทือนขวัญ นำมาสู่การเสียชีวิตของนักมวยปล้ำ จากน้ำมือของคนผิด ผู้ไม่เคยรับโทษจากเหตุการณ์ที่เคยก่อ

Main Stand นำเสนอ เหตุฆาตกรรม บรูสเซอร์ โบรดี (Bruiser Brody) เมื่อนักมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ระดับตำนาน ถูกสังหารอย่างลึกลับในเปอร์โตริโก เรื่องราวในมุมมองที่แตกต่าง ผสานกับคำโกหกที่กลับกลายเป็นความจริง นำมาซึ่งความยุติธรรมที่สูญหาย และไม่เคยได้รับกลับคืนจนถึงปัจจุบัน

 

ใครคือ Bruiser Brody ?

หากถามแฟนมวยปล้ำทั่วโลกว่า ใครคือนักมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล? คำตอบส่วนใหญ่คงเป็น มิค โฟลีย์ (Mick Foley) ดาวดังของ WWE ในยุค 90's แต่หากเรายิงคำถามเดียวกันใส่ มิค โฟลีย์ คำตอบของเขาไม่ใช่ตัวเอง แต่เป็น บรูสเซอร์ โบรดี


Photo : bleacherreport.com

"ในอาชีพของผม มีนักมวยปล้ำเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ผมหวังจะได้ขึ้นปล้ำมากกว่าใคร นั่นคือ บรูสเซอร์ โบรดี" มิค โฟลีย์ ให้สัมภาษณ์กับสารคดี Dark Side of the Ring

"วันที่ผมได้ดูแมตช์ของโบรดีจากเทป VHS ม้วนเก่า คือวันที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปตลอดกาล เขาทำให้ผมอยากเป็น บรูสเซอร์ โบรดี คนต่อไป"

บรูสเซอร์ โบรดี เริ่มต้นอาชีพนักมวยปล้ำ เมื่อปี 1973 เขาคือชายหนุ่มรูปร่างใหญ่ ความสูงเกิน 2 เมตร หนักเกือบ 130 กิโลกรัม บนใบหน้ามีดวงตาดุดันอยู่ใต้หน้าผากที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการถูกบาดด้วยใบมีด ผมสีดำยาวและหนวดเครารุงรังของเขาเหมือนไม่ได้สระนานแรมปี

รูปลักษณ์ทั้งหมดที่กล่าวมา เทียบไม่ได้กับความน่ากลัวที่ บรูสเซอร์ โบรดี แสดงออกบนเวที เขาคือความอันตรายที่มีชีวิตและเคลื่อนที่ได้ บรูสเซอร์ โบรดี ไปไหนมาไหนด้วยโซ่เหล็กเส้นโต เขาแกว่งมันเหนือหัวขณะเดินไปตามที่นั่งของคนดู ขณะที่ผู้ชมวิ่งหนีอย่างอลหม่าน โบรดี ยังคงแกว่งโซ่ในมือของเขาต่อไป โดยไม่กลัวว่าใครจะได้รับอันตรายหรือไม่

นักมวยปล้ำเจอสิ่งที่เลวร้ายกว่าผู้ชมมาก เมื่อขึ้นปล้ำกับ บรูสเซอร์ โบรดี ความโหดร้ายของเขากลายเป็นต้นแบบมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ในเวลาต่อมา สิ่งของอย่าง ไม้หน้าสาม, เก้าอี้ หรืออะไรก็ตามแต่ที่โบรดีหาได้ ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธบนเวที เพื่อทำร้ายคู่แข่งของเขาให้พบกับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันลืม


Photo : bleedingcool.com

"โบรดีเดินเข้าสู่สนามก็เหมือนกับพายุทอร์นาโดพุ่งเข้าหาบ้านของคุณ แต่ถึงอย่างนั้น คุณก็อยากจ่ายเงินมาดูเขาปล้ำ" โทนี แอตลาส เพื่อนซี้ของโบรดีกล่าว

บรูสเซอร์ โบรดี สร้างชื่อเสียงมหาศาลจากสไตล์การปล้ำของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปะทะกับ อับดุลลาห์ เดอะ บุทเชอร์ นักมวยปล้ำผิวสีร่างใหญ่ ที่พกส้อมเป็นอาวุธประจำกาย ก่อนใช้มันเจาะหน้าผากคู่ต่อสู้ แผลเป็นบนหน้าผากของโบรดีมาจากส้อมเล่มนั้น ก่อนที่เขาจะเอาคืนอย่างสาสม ด้วยการแขวนคออับดุลลาห์บนเวที

ทุกแมตช์ของบรูสเซอร์เต็มไปด้วยเลือด และการแลกหมัดนอกเวที ไม่มีใครสร้างความอลหม่านอย่างนี้ได้แบบเขา ไม่ว่าจะในกีฬาชนิดใดก็ตาม บรูสเซอร์ โบรดี จึงถูกว่าจ้างตระเวนปล้ำไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น หรือ เปอร์โตริโก


Photo : whatculture.com

"โบรดีสร้างความกลัวในหัวใจของแฟนมวยปล้ำ ทุกครั้งที่เขาลงจากเวที ผู้คนวิ่งหนีคนละทิศทาง ผมเรียกสิ่งที่โบรดีทำว่า ศิลปะ" ดัตช์ แมนเทล (Dutch Mantel) อดีตนักมวยปล้ำเพื่อนร่วมงานของโบรดี กล่าว

"โบรดีคือซูเปอร์สตาร์ เขาคือนักมวยปล้ำชื่อดังในยุค 70's หรือ 80's หนึ่งในนักมวยปล้ำที่โด่งดังที่สุดในโลก บรูสเซอร์ โบรดี คือตำนาน เขาเป็นตำนานตั้งแต่ก่อนที่เขาจะตาย"

 

ความแค้นเริ่มก่อตัว

แม้ บรูสเซอร์ โบรดี จะเป็นนักมวยปล้ำที่โหดร้ายแค่ไหนบนเวที แต่ในชีวิตจริง บรูสเซอร์ โบรดี หรือ แฟรงค์ โดนัลด์ กูดิช คือคนธรรมดาที่มีครอบครัว มีภรรยา มีลูก และพูดจาภาษาปกติเหมือนคนทั่วไป โชคร้ายที่แฟนมวยปล้ำไม่เคยรับรู้เรื่องนี้ เนื่องจากบริบทของมวยปล้ำในยุค 80's แตกต่างออกไปจากปัจจุบัน


Photo : Christian Rocco

ปี 2020 แฟนมวยปล้ำแทบแยกไม่ออกว่า สิ่งที่นักมวยปล้ำโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย คือ ความจริงหรือเรื่องแต่ง แต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ความจริงและความลวงของนักมวยปล้ำหนึ่งคน ถูกแยกขาดออกจากกัน นักมวยปล้ำต้องแสดงคาแรกเตอร์บนเวทีของตนเองตลอดเวลา ย้อนแย้งอย่างน่าประหลาด บทบาทที่นักมวยปล้ำแสดงเบื้องหน้า กลายเป็นความจริงที่ผู้ชมรับรู้เกี่ยวกับนักมวยปล้ำรายนั้น ผู้คนในยุค 80's แยกเรื่องจริงกับเรื่องแต่งไม่ออกยิ่งกว่าในปัจจุบัน

"ฉันขับรถไปส่งเขาที่สนามบินเสมอ ตอนที่นั่งอยู่ข้างกัน เขาคือสามี คือพ่อที่ดีของลูก แต่ทันทีที่ลงจากรถ เขากลายเป็น บรูสเซอร์ โบรดี" บาร์บารา ภรรยาของ บรูสเซอร์ โบรดี เล่าเรื่องราวอีกด้านของสามี

เดือนกรกฎาคม ปี 1977 บรูสเซอร์ โบรดี เดินทางออกจากสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อขึ้นปล้ำแก่หนึ่งในสมาคมที่โหดร้ายที่สุดในโลก อย่าง World Wrestling Council (WWC) ค่ายมวยปล้ำหมายเลขหนึ่งของประเทศเปอร์โตริโก

"ผู้คนที่นั่นชอบเห็นความรุนแรง และพวกเขาก็เป็นคนชอบความรุนแรง คนดูเขวี้ยงแก้ว คนดูเขวี้ยงหินใส่ผม พวกเขามาดูมวยปล้ำ เพียงเพราะต้องการเห็นใครสักคนเจ็บตัว ต้องการเห็นใครสักคนถูกหามขึ้นเปลออกจากสนาม ไม่ว่าที่ไหนที่คุณไป (ในเปอร์โตริโก) คุณจะได้เห็นความรุนแรง" อับดุลลาห์ เดอะ บุทเชอร์ เล่าประสบการณ์ทำงานใน WWC

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า บรูสเซอร์ โบรดี โด่งดังมากแค่ไหนในเปอร์โตริโก ด้วยสไตล์การปล้ำของเขาที่สามารถเรียกเลือดออกจากร่างกายคู่ต่อสู้ โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม โบรดี จึงได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนมวยปล้ำชาวเปอร์โตริโก แต่ไม่ใช่กับนักมวยปล้ำ และบรรดาผู้มีอำนาจใน WWC


Photo : theoshow.blogspot.com

ดั่งที่กล่าวไปข้างต้น บรูสเซอร์ โบรดี เคร่งครัดต่อการรักษาคาแรกเตอร์นักมวยปล้ำจอมเถื่อนของเขามาก และยิ่งเขาทำมันให้สมจริงมากขึ้นเท่าไร เขายิ่งป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น ครั้งหนึ่งในสมาคม All Japan Pro Wretling บรูสเซอร์ โบรดี ใช้มือทุบไปบนหลังแฟนมวยปล้ำที่อยู่ใกล้ เพื่อแสดงตัวตนบนเวทีของเขาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

นักมวยปล้ำหลายคนตกเป็นเหยื่อจากการปล้ำอันรุนแรงของ บรูสเซอร์ โบรดี หนึ่งในนั้นคือ โฆเซ ฮูเอเตส กอนซาเลซ ดาวรุ่งชาวเปอร์โตริโก ที่ต้องการสร้างแมตช์ที่น่าประทับใจในปี 1986 เพื่อย้ายไปอยู่ค่ายที่ใหญ่กว่าอย่าง WWE โชคร้ายที่คู่ต่อสู้ของเขาในวันนั้น คือ บรูสเซอร์ โบรดี

"WWC ต้องการสร้างกอนซาเลซเป็นดาวดังชาวเปอร์โตริโกคนใหม่ จากนั้น บรูสเซอร์ โบรดี ขึ้นปล้ำกับกอนซาเลส และกระทืบเขาซะเละ โบรดีกินเด็กหนุ่มนั่นทั้งเป็น" ดัตช์ แมนเทล กล่าว


Photo : pittheadworld.weebly.com

กอนซาเลซ นอนหมดสภาพอยู่บนเวที หลังถูก บรูสเซอร์ โบรดี เล่นงานเข้าที่ศีรษะหลายครั้ง เลือดแดงสดไหลออกจากปากผ่านหน้ากากที่ปกคลุมใบหน้ากอนซาเลซ เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พร้อมกับความฝันในการเป็นนักมวยปล้ำอันโด่งดัง ที่สูญสลายด้วยน้ำมือของโบรดี

"สักวันหนึ่ง กูจะฆ่ามัน" กอนซาเลซ กล่าวกับเพื่อนนักมวยปล้ำ ตามคำบอกเล่าของ โทนี แอตลาส

กอนซาเลซ ไม่ใช่คนเดียวใน WWC ที่ไม่ชอบ บรูสเซอร์ โบรดี แต่ยังรวมไปถึง วิคเตอร์ ควินโญเนส (Victo Quinones) หนึ่งในเจ้าของค่าย WWC โปรโมเตอร์รายนี้มีปัญหา หลังนำเงินของโบรดีราว 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ ไปลงทุน แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ โบรดีจึงขู่ควินโญเนสให้คืนเงินของเขามา ไม่อย่างนั้นจะเจ็บตัวเหมือนนักมวยปล้ำบนเวที

ไม่ต่างจากน้ำมันราดสู่กองเพลิง กอนซาเลซรวมไฟแค้นของเขาเข้ากับควินโญเนส นำมาสู่เหตุฆาตกรรมที่ปลิดชีวิต บรูสเซอร์ โบรดี อย่างน่าสะเทือนขวัญ

 

เหตุฆาตกรรมที่เปอร์โตริโก

วันที่ 16 กรกฎาคม ปี 1988 บรูสเซอร์ โบรดี เดินสู่ Juan Ramón Loubriel Stadium สังเวียนแข่งขันก่อนเวลาการปล้ำหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักมวยปล้ำ ที่ต้องเข้ามาพูดคุยถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนเวที

ทันทีที่กลุ่มนักมวยปล้ำชาวอเมริกัน เดินทางถึงห้องพักหลังเวที พวกเขาพบเห็น โฆเซ ฮูเอเตส กอนซาเลซ และ วิคเตอร์ ควินโญเนส นั่งอยู่กับ คาร์ลอส โคลอน (Carlos Colon) เจ้าของค่าย WWC และผู้ทรงอิทธิพลในเปอร์โตริโก ด้วยท่าทีแปลกประหลาด ทั้งสามคนไม่พูดอะไรออกมา เอาแต่นั่งมองหน้ากัน ราวกับเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น


Photo : www.oxygen.com

นักมวยปล้ำแยกย้ายทำธุระของตัวเอง ทันใดนั้น กอนซาเลซ เดินเข้ามาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวในมือ เพื่อขอพาตัวโบรดีไปคุยธุระ "เป็นการส่วนตัว" ที่ห้องอาบน้ำ โบรดี เดินตามไปโดยไม่เอะใจอะไร เนื่องจาก กอนซาเลซ ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดเนื้องเรื่องของ WWC และเป็นเรื่องปกติของวงการมวยปล้ำ ที่นักมวยปล้ำจะพูดคุยแผนการในแมตช์เพียงลำพัง

ฝันร้ายอันน่าสยดสยองเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ...

"ผมได้ยินเสียงร้องของโบรดี จึงหันไปดูที่ห้องอาบน้ำ ผมเห็นโบรดีก้มตัวเอามือกุมท้อง ตอนแรกผมคิดว่าเขาโดนชก แต่หลังจากนั้น โบรดีร้องขึ้นมาอีกครั้ง ผมจึงเห็นกอนซาเลซถือมีดอยู่ในมือเปื้อนเลือด พร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น" โทนี แอตลาส เล่าเหตุฆาตกรรมที่เขาพบเห็น

นักมวยปล้ำที่เห็นเหตุการณ์แยกทั้งสองออกจากกัน บรูสเซอร์ โบรดี ที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด นอนลงกับพื้นพร้อมพูดประโยคอันเป็นปริศนา "อย่าให้พวกเขาทำร้ายฉันอีก"

ท่ามกลางความโกลาหล กอนซาเลซ ผู้ก่อเหตุแอบพูดคุยลับๆ กับผู้บริหาร WWC ก่อนปลีกตัวกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่อาการของ บรูสเซอร์ โบรดี แย่ลงทุกขณะ เนื่องจากรถพยาบาลใช้เวลานานราว 40 นาที กว่าจะเดินทางถึงสนาม แถมยังเจอปัญหาใหญ่ เมื่อบุรุษพยาบาลไม่สามารถยกโบรดีขึ้นรถ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไปของเขา

กว่าจะถึงโรงพยาบาล อาการของ บรูสเซอร์ โบรดี เข้าขั้นวิกฤติ แต่แทนที่เขาจะได้รับการช่วยเหลือในทันที โบรดี ต้องต่อคิวยาวเหยียดกับผู้ป่วยอีกมากมาย ด้วยเหตุผลสุดง่ายดายชนิดเหลือเชื่อที่คุณหมอรายหนึ่งกล่าวว่า

"ในเปอร์โตริโก การโดนแทงไม่ต่างจากเป็นไข้หวัด มันไม่ใช่เรื่องใหญ่"

โทนี แอตลาส เพื่อนซี้ของโบรดีที่เดินทางไปด้วย จึงต้องใช้กำลังลากคุณหมอรายนั้นเข้ามาทำการรักษา ซึ่งก็สายเกินการ บรูสเซอร์ โบรดี ถูกแทงสองครั้ง เป็นแผลลึกที่บริเวณหน้าอกและท้อง จนไตได้รับความเสียหายและเสียเลือดเป็นจำนวนมาก 

เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ปี 1988 ขณะอายุ 42 ปี ที่เมืองบายามอน ประเทศเปอร์โตริโก สิ้นสุดการเดินทางของนักมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ที่ดีที่สุดในโลกเพียงเท่านี้

 

ความยุติธรรมสูญหาย

เหตุฆาตกรรม บรูสเซอร์ โบรดี คงเป็นข่าวใหญ่โตหากเกินขึ้นในประเทศอื่น แต่ในเปอร์โตริโกเรื่องราวแตกต่างออกไป โชว์มวยปล้ำของ WWC ดำเนินไปตามปกติ โฆเซ ฮูเอเตส กอนซาเลซ เดินทางกลับมาขึ้นปล้ำตามปกติ ทั้งที่มีตำรวจยืนอยู่ในห้องแต่งตัว


Photo : www.reddit.com

โทนี แอตลาส เพื่อนซี้ของโบรดี เดินทางกลับจากโรงพยาบาล เพื่อชี้ตัว กอนซาเลซ ว่าเป็นคนร้ายที่ฆ่าโบรดี พร้อมหลักฐานคือกองเลือดที่อยู่บนพื้น แต่ตำรวจไม่ฟังคำกล่าวของแอตลาส เนื่องจากมองว่า การทะเลาะกันของนักมวยปล้ำ "คือเรื่องปกติ" เหมือนกับสิ่งที่พวกเขาทำเป็นประจำบนเวที

"โทนีบอกตำรวจว่า นั่น (กอนซาเลซ) คือคนที่คุณควรจับเข้าคุก แต่ตำรวจคิดว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากการปล้ำบนเวที ที่พวกเขาคิดว่าเป็นเรื่องจริง โทนีก็บอกเล่าเรื่องจริงเช่นกัน เพราะฉะนั้น พวกเขาคุยกันจากมุมมองที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันจึงเป็นเหตุผลว่าทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจกัน" ดัตช์ แมนเทล พยานที่เห็นเหตุการณ์กล่าว

ไม่ใช่แค่ตำรวจในคืนนั้นที่มองเห็นเรื่องราวต่างออกไป นักมวยปล้ำใน WWC ต่างบอกเล่าเหตุการณ์ที่ไม่ตรงกัน บางคนกล่าวว่า บรูสเซอร์ โบรดี ถูกแทงโดยแฟนมวยปล้ำตั้งแต่ก่อนเข้าสนาม บางคนไม่รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขึ้นปล้ำตามปกติ ไม่ว่าคำให้การของนักมวยปล้ำแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครบอกตำรวจว่าโบรดี ถูกแทงโดยกอนซาเลซ

มีการกล่าวภายหลังว่า นักมวยปล้ำของ WWC ทำการประชุมลับเพื่อหาทางปิดข่าวเหตุฆาตกรรม บรูสเซอร์ โบรดี เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์สมาคมเสียหาย โทนี แอตลาส จึงเดินทางหาตำรวจ เพื่อบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงด้วยตนเอง และนั่นทำให้เขาเกือบพบจุดจบเช่นเดียวกับโบรดี

"ผมขึ้นปล้ำกับ ดิ ไอรอน ชีก (The Iron Sheik) หลังจากที่ผมบอกเขาว่าใครแทงโบรดี เขาลงจากเวทีทันทีเพื่อตามล่าตัวกอนซาเลซ หลังจากที่เราปล้ำกันราว 2 นาที" โทนี แอตลาส กล่าว

"หลังจากนั้น ผมกำลังกลับเขาห้องพัก ซาวิโอ เวกา เดินมาบอกว่า ผมระวังหลังให้คุณอยู่นะ ไม่ต้องห่วง ผมถามกลับว่า ระวังอะไร เขาถึงบอกว่า อย่ากลับไปที่ห้องพัก คนพวกนั้นตามหาคุณอยู่ เพราะว่าคุณพูดมากเกินไป"

อิทธิพลมืดของในเปอร์โตริโกของ คาร์ลอส โคลอน เจ้าของค่าย WWC ยังคงเป็นที่ร่ำลือจนถึงปัจจุบัน มีการยืนยันโดยนักมวยปล้ำอเมริกันที่เดินทางไปให้ปากคำกับตำรวจ กล่าวว่า อาวุธมีดที่ใช้แทงโบรดี ไม่เคยเก็บเป็นหลักฐานในการสอบสวนคดี มันหายไปอย่างไร้สาเหตุ โดยไม่มีใครคิดจะตามหา

หลังเหตุฆาตกรรม 3-4 วัน กอนซาเลซ ถูกควบคุมตัวเพื่อรอไต่สวนในชั้นศาล แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ ไม่มีการเรียกพยานที่เป็นนักมวยปล้ำชาวอเมริกัน มีเพียงผู้เกี่ยวข้องชาวเปอร์โตริโก เดินทางเพื่อแก้ต่างให้กอนซาเลซ ผลสุดท้าย กอนซาเลซถูกตัดสินไม่มีความผิดในการฆาตกรรม บรูสเซอร์ โบรดี เนื่องจากลูกขุนมองว่า กอนซาเลซ กระทำไปเพื่อป้องกันตัวจากการถูกทำร้ายโดย บรูสเซอร์ โบรดี ผู้ป่าเถื่อน

"ผู้คนในเปอร์โตริโกคิดว่ามวยปล้ำคือเรื่องจริง พวกเขาเชื่อในคาแรกเตอร์ของบรูสเซอร์ โบรดี พวกเขาคิดว่าโบรดีคือคนป่าโรคจิตที่ส่งเสียงคำรามตลอดเวลา เพราะฉะนั้น การแทงโบรดี มันไม่มีอะไรมากกว่าการป้องกันตัว" ดัตช์ แมนเทล กล่าว


Photo : aminoapps.com

เหตุฆาตกรรม บรูสเซอร์ โบรดี ถูกลืมเลือนในเปอร์โตริโก ความยุติธรรมที่ครอบครัวของเขาควรได้รับ ไม่เคยและคงไม่มีวันเกิดขึ้น ถึงอย่างนั้น ครอบครัวของเขาได้รับสิ่งพิเศษจากแฟนมวยปล้ำ 

หนึ่งเดือนหลังโบรดี เสียชีวิต ค่าย All Japan Pro Wretling จัดโชว์พิเศษเพื่อรำลึกตำนานนักมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ มีการเชิญภรรยาและลูกชายของโบรดีบนเวที เพื่อเคาะระฆัง 10 ครั้ง อันเป็นเกียรติสูงสุดที่นักมวยปล้ำคนหนึ่งควรได้รับ โดยมีแฟนมวยปล้ำมากกว่า 17,000 คน ร่วมรำลึกนักมวยปล้ำที่รักเป็นครั้งสุดท้าย

"มันเป็นเกียรติมากที่เราได้ยืนบนเวทีนั้น ได้ยินการเคาะระฆัง 10 ครั้ง ได้ยินแฟนมวยปล้ำทั่วสนามตะโกนชื่อของเขา โบรดี โบรดี ขณะที่ฉันยืนบนเวทีกับลูกชาย ฉันรู้ทันทีว่าเขาได้รับความเคารพมากแค่ไหน (จากแฟนมวยปล้ำ)" บาร์บารา ภรรยาโบรดี กล่าวถึงคืนที่เธอไม่มีวันลืม

ร่างกายของ บรูสเซอร์ โบรดี ถูกเผาที่เปอร์โตริโก เหลือเพียงเถ้ากระดูกที่ครอบครัวของเขาเก็บไว้รำลึก ถึงร่างกายจะจากไป จิตวิญญาณและสิ่งที่เขาฝากไว้แก่วงการมวยปล้ำยังคงอยู่ Wrestling Observer Newsletter เปลี่ยนชื่อรางวัล "Best Brawler" เป็น "Bruiser Brody Memorial Award" เพื่อรำลึกถึงนักมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ที่ดีที่สุดในโลกผู้ล่วงลับ

แน่นอนว่า เหตุฆาตกรรม บรูสเซอร์ โบรดี คือด้านมืดของกีฬามวยปล้ำที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ท่ามกลางเรื่องราวน่าเศร้า ความสวยงามของกีฬามวยปล้ำไม่มีวันจางให้ เช่นเดียวกับ เกียรติยศของ บรูสเซอร์ โบรดี ที่จะถูกจดจำในฐานะตำนานของวงการมวยปล้ำตราบนานเท่านาน

 

แหล่งอ้างอิง

สารคดี Dark Side of the Ring - The Killing of Bruiser Brody
หนังสือ WWE encyclopedia : the definitive guide to World Wrestling Entertainment



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง