mainstand

Feature

พาหนะคู่กายในวันที่การท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ยุค New Normal



การเดินทางท่องเที่ยว นอกจากจะเป็นการพักผ่อน ชาร์จพลัง ใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ หลังต้องใช้ชีวิตเพื่อการงาน หรือการเรียนมาอย่างหนักหน่วงแล้ว ในขณะเดียวกัน มันยังเป็นการค้นหาแรงบันดาลใจ มิตรภาพใหม่ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างด้วย


 

อย่างไรก็ตาม COVID-19 ได้เปลี่ยนแปลงมิติต่างๆ ในการท่องเที่ยวไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหมายความว่า รูปแบบการท่องเที่ยวที่คุ้นเคย อาจจะไม่กลับมาเป็นปกติในอนาคตอันใกล้

และในขณะเดียวกัน มันอาจจุดประกายรูปแบบการท่องเที่ยวที่คุณๆ คุ้นเคย และมองข้ามมันไปอีกครั้ง ...

 

การเดินทางที่ไม่ง่าย

"ใครๆ ก็บินได้" กลายเป็นสโลแกนที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อการเปิดเสรีทางการบิน ตลอดจนสายการบินแบบต้นทุนต่ำ หรือ Low Cost ทำให้เราสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยเครื่องบินได้ในราคาที่ถูกลงมากๆ

ทว่า COVID-19 ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้การบินนั้น ยากลำบากกว่าที่เราเคยเดินทางท่องเที่ยวมาแล้วนักต่อนักในอนาคต อย่างน้อยๆ ก็ในระยะใกล้นี้

ประเด็นแรกคือ เรื่องราคา เพราะโดยปกติ การมีผู้โดยสารเครื่องบินเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหัวลดลง จนสายการบินสามารถลดราคาหน้าตั๋ว รวมถึงออกโปรโมชั่นราคาเร้าใจได้ง่ายขึ้น ทว่านโยบายเว้นระยะห่าง ทำให้แต่ละเที่ยวบินไม่สามารถขายตั๋วได้ตามจำนวนที่นั่ง ซึ่งประมาณคร่าวๆ ก็จะมีที่นั่งประมาณ 30-50% ที่ไม่สามารถขายได้ เพื่อเว้นระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร

ด้วยเหตุนี้ โปร 0 บาท หรือตั๋วเครื่องบินราคาถูกคงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในช่วงเวลาใกล้ๆ จากนี้ เพราะการขายตั๋วเครื่องบินได้ไม่เต็มจำนวน ก็ทำให้ต้นทุนต่อที่นั่งสูงขึ้น ซึ่งที่สุดแล้วจะสะท้อนผ่านราคาตั๋วโดยปริยาย

นอกจากนี้ มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อในวงกว้าง ตลอดจนติดตามตัวกลุ่มเสี่ยงหากเกิดการแพร่ระบาดในสนามบินยังเข้มข้นขึ้นมาก 

เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในประเทศอินเดีย ซึ่งเริ่มเปิดเที่ยวบินในประเทศอีกครั้ง หลังมีคำสั่งปิดน่านฟ้ามาราว 2 เดือน โดยผู้โดยสารจะต้องเดินทางมาถึงสนามบินอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก จากที่ปกติจะอยู่ที่ราว 1 ชั่วโมง, ต้องสวมหน้ากากอนามัย, ต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิและเว้นระยะห่างจากผู้อื่น  

นอกจากนี้กระเป๋าทุกใบ ไม่ว่าจะโหลดขึ้นเครื่องหรือถือติดตัว ยังต้องผ่านการฆ่าเชื้อ และผู้โดยสารทุกคนต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นสำหรับการติดตามกลุ่มเสี่ยง COVID-19 ไว้ในโทรศัพท์มือถือ ขณะที่บางเมือง ก็ได้เพิ่มมาตรการกักตัวสำหรับผู้โดยสารเมื่อเดินทางไปถึงที่หมายอีกด้วย

แค่การเดินทางภายในประเทศเองยังยุ่งยากขนาดนี้ หลายฝ่ายจึงคาดการณ์ว่า การเดินทางไปยังต่างประเทศในอนาคตอันใกล้ เมื่อนานาประเทศเปิดน่านฟ้ารับเครื่องบินจากนานาประเทศอีกครั้ง ย่อมต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะเริ่มตั้งแต่ก่อนการเดินทางเลยทีเดียว ... การเตรียมสัมภาระ ต้องเน้นเรื่องความสะอาด, พาสปอร์ต กับ วีซ่า อาจไม่เพียงพอสำหรับการเข้าประเทศปลายทางอีกต่อไป เพราะคุณอาจจำเป็นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ รวมถึงการกรอกเอกสารมากมาย เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงที่จะนำโรคระบาดเข้าสู่ดินแดนอื่น เช่นเดียวกับกระบวนการตรวจโรค คัดกรองกลุ่มเสี่ยง ที่จะทำให้คุณต้องใช้เวลาที่สนามบินนานขึ้น หรืออาจถึงขั้นเข้าศูนย์กักตัว ไม่ก็ถูกส่งกลับประเทศ

และสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมจากนี้ก็คือ ทุกย่างก้าวของคุณในต่างประเทศจะถูกผู้คนจับตามอง หากคุณแสดงอาการป่วย หรือพฤติกรรมที่ชวนสุ่มเสี่ยงให้เห็น ทริปของคุณอาจต้องจบลงก่อนกำหนดก็เป็นได้

 

คืนชีวิตชีวาด้วย Road Trip

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่า COVID-19 ทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินดูจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากมากขึ้น ยิ่งเป็นการเดินทางไปต่างประเทศ ทุกอย่างก็ดูจะยุ่งเหยิงไปอีก 

เมื่อการเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องยาก ก็เป็นโอกาสที่การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะได้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ... ไม่เพียงแต่ผู้คนโหยหาการเดินทาง แต่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็ล้วนต้องการเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกชีวิตกลับมามีชีวาอีกครั้ง

และหนึ่งในวิธีการเดินทางในประเทศ (ซึ่งก็สามารถใช้สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศได้เช่นกัน) ที่น่าจะถูกใจผู้คนมากมาย และลดความยุ่งยากจากปัจจัยต่างๆ รายรอบได้มากที่สุด ก็คือหนึ่งในวิธีที่ทุกคนเคยคิดอยากทำ แต่อาจจะหลงลืมไป ... นั่นคือ การเดินทางด้วยรถ หรือ Road Trip นั่นเอง

จริงอยู่ว่า การเดินทางด้วยรถยนต์นั้นใช้เวลาค่อนข้างมากเอาเสียหน่อย เมื่อเทียบกับการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่สิ่งที่คุณจะได้เป็นการทดแทนคือ บรรยากาศสองข้างทางอันงดงามและน่าสนใจ ได้เห็นโลกที่เป็นอยู่จริง ซึ่งคงไม่ได้เห็นง่ายๆ เวลาอยู่บนฟากฟ้า 

แต่สิ่งสำคัญที่สุด และถือเป็นเสน่ห์ของ Road Trip ก็คือ นี่คือการเดินทางที่คุณสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ด้วยตัวเองมากที่สุด ... จะเดินทางคนเดียว หรือเดินทางกับครอบครัว เพื่อนฝูง คนรู้ใจ อย่างไรก็ได้, อยากไปไหนก็ไป เปลี่ยนใจระหว่างทางไม่เสียหาย, อยากกินอะไร อยากซื้ออะไรก็แวะได้ และหากอยากขนอะไรไปใส่ไปเล่นระหว่างทาง ขอแค่รถของคุณสามารถเก็บสัมภาระเหล่านั้นได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

ครบจบในคันเดียว

สำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวในแบบ Road Trip นั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า รถคู่ใจ คือสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ จากการที่ต้องใช้เวลาในนั้นนานพอสมควร

แล้วคุณสมบัติต่างๆ ที่รถคันนั้นควรมีจะมีอะไรบ้าง? อย่างแรกเลยคือ ต้องมีพื้นที่เก็บสัมภาระต่างๆ ที่มากพอ รวมถึงมีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง สะดวกสบาย สำหรับการพาสมาชิกร่วมทริปเดินทาง ไม่เพียงเท่านั้น ยังควรมีระบบความบันเทิง ที่จะทำให้คุณไม่รู้สึกเบื่อตลอดทริป รวมถึงพละกำลังของเครื่องยนต์ที่เพียงพอสำหรับการเดินทางให้ถึงจุดหมายในทุกสภาพเส้นทาง และพาคุณออกจากสถานการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างราบรื่น

ซึ่ง NEW MG EXTENDER ทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) น่าจะเป็นรถที่ตอบโจทย์สายรักการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ไม่น้อย ทั้งภายนอก ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่ที่สุดในตลาดรถกระบะของไทยตอนนี้ กับรูปลักษณ์ที่ดุดัน แข็งแกร่ง บึกบึน และมาพร้อมกับพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้มากตามที่ใจคุณอยากขนไป โดดเด่นด้วยกระจังหน้าในแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นสไตล์เฉพาะของเอ็มจี ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ (Projector) พร้อม Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED บันไดข้าง กระจกมองข้างและด้ามจับประตูแบบโครเมียม ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว กล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ขณะถอยหลัง ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ส่วนห้องโดยสารภายในที่มาในโทนแข็งแกร่งเช่นเดียวกับภายนอกนั้นก็กว้างขวาง สะดวกสบาย เก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการออกแบบฉนวนกันเสียง 9 จุด แต่ก็แฝงความเรียบหรูด้วยการตกแต่งภายในด้วยวัสดุสัมผัสนุ่ม นั่งสบายด้วยเบาะนั่งคนขับที่สามารถปรับได้ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า 4 ทิศทาง อีกทั้งยังมี กุญแจระบบ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และระบบปรับอากาศอัตโนมัติหน้าจอหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาดใหญ่ขนาด 10 นิ้ว ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์รถกระบะ ณ ตอนนี้ 

ไม่เพียงเท่านั้น NEW MG EXTENDER ยังมีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะของรถยนต์เอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสั่งการ หรือ SMART Command ที่ให้คุณสามารถสั่งการระบบต่างๆ ได้ด้วยเสียงภาษาไทย เช่น ให้โทรออก เปิด-ปิดหรือควบคุมระบบปรับอากาศ หน้าต่างฝั่งคนขับ รวมทั้งค้นหาจุดสนใจระหว่างการเดินทาง 

นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Application ได้เช่นกัน

อีกฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความบันเทิงระหว่างการเดินทาง การเชื่อมต่อ หรือ SMART Connect ที่ให้คุณเลือกฟังเพลงผ่าน Online Music ค้นหาร้านอาหารและที่พัก รวมทั้งเรียกดูข้อมูลข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ดังบนหน้าจอในรถได้ และเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทางกับฟังก์ชัน การตรวจเช็ครถ หรือ SMART Check ที่สามารถสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู ตรวจสอบตำแหน่งและค้นหารถ แจ้งความผิดปกติ และแจ้งสถานะการทํางานของรถ รวมถึงระบบช่วยค้นหาศูนย์บริการ นัดหมาย และบันทึกการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะได้อีกด้วย 

ส่วนเรื่องพละกำลังนั้้้น ไม่ใช่ปัญหา เพราะ NEW MG EXTENDER มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร มีทั้งเกียร์ธรรมดา และอัตโนมัติ 6 สปีด ตลอดจนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ กับ 4 ล้อให้เลือก กับช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระปีกนกคู่ ด้านหลังแหนบแบบซ้อนแผ่น ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และให้ความมั่นคงในการขับขี่ที่ความเร็วสูง 

สำหรับระบบความปลอดภัยนั้น ถือได้ว่าครบครัน ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body พร้อมเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว และมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะในระดับราคาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS, ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW 

นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง และกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมสัญญาณเตือนกะระยะด้านหลังและด้านหน้า เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ให้อีกด้วย 
* อุปกรณ์ที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น

NEW MG EXTENDER ทุกรุ่นมาพร้อมบริการหลังการขาย “Passion Service” ที่เพิ่มความสะดวกมากขึ้นด้วยการบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม ยิ่งไปกว่านั้นรถกระบะรุ่นนี้ยังมีค่าบำรุงรักษาทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน คือ ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ไม่เกิน 20,000 บาท และยังมาพร้อมการประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.

ออปชั่นมาครบจัดเต็มขนาดนี้ หลายคนคงคิดว่าราคาคงเกินเอื้อมแน่ๆ แต่ NEW MG EXTENDER นั้นคุ้มค่าเกินราคา โดยในรุ่น GIANT CAB แคปเปิดได้ ขับเคลื่อน 2 ล้อ GC 2.0 C 6MT ราคาเพียง 549,000 บาท, GC 2.0 D 6MT ราคา 619,000 บาท ยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ GC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 659,000 บาท, GC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 719,000 บาท, GC 2.0 GRAND X 6MT ราคา 729,000 บาท และรุ่น 4 ประตู DOUBLE CAB ยกสูงขับเคลื่อน 2 ล้อ DC 2.0 GRAND D 6MT ราคา 759,000 บาท, DC 2.0 GRAND D 6AT ราคา 819,000 บาท, DC 2.0 GRAND X 6AT ราคา 879,000 บาท ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคา 1,029,000 บาท มีให้เลือก 5 สี สีขาว Arctic White, สีเงิน Silver Metallic, สีเทา Metal Ash Grey, สีดำ Black Knight และสีแดง Scarlet Red

เดินทางกับคนที่รู้ใจ กับรถคู่ใจสักคัน ถือเป็นเรื่องที่ผู้รักการเดินทางปรารถนา แต่จะดีกว่าไหม หากรถคันนั้นสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งความสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง รวมถึงเดินทางสู่จุดหมายได้อย่างราบรื่นทุกเส้นทาง ซึ่ง NEW MG EXTENDER คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/international-52521899
https://www.voathai.com/a/india-covid19-cases-surge/5434841.html
http://roadtripsoul.com/benefits-of-a-road-trip/
https://www.tripsavvy.com/road-trip-pros-and-cons-2973033



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง