mainstand

Feature

SHOEI : แบรนด์หมวกกันน็อคคุณภาพจากญี่ปุ่น ที่ไอ้มดแดงสวมใส่



เมื่อพูดถึงแบรนด์หมวกกันน็อคที่มีคุณภาพ ชื่อของ SHOEI (โชเอะ) ปรากฎตัวขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย...


 

หมวกกันน็อคจากประเทศญี่ปุ่นยี่ห้อนี้ ได้รับความนิยมไปทั่วโลกจากหลายเหตุผล และถูกเลือกใช้งานโดยนักขับชื่อดังมากมาย ตั้งแต่ แชมป์โลกการแข่งขันจักรยานยนต์ ไปจนถึง ไอ้มดแดงในจอโทรทัศน์

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะผลิตสินค้าคุณภาพ ด้วยเครื่องจักรทันสมัย แต่ถ้าเราบอกว่าหมวกกันน็อค Shoei ผลิตจากมือมนุษย์ทุกใบ คุณจะเชื่อหรือไม่?

Main Stand ล้วงลึกเบื้องหลัง Shoei หมวกกันน็อคจากญี่ปุ่นที่แชมป์โลกและไอ้มดแดงสวมใส่ ถึงความเป็นมาและวิธีการผลิต ที่รักษาคุณภาพยาวนานกว่า 60 ปี 

 

นวัตกรรมล้ำหน้า

Shoei เริ่มต้นการผลิตหมวกกันน็อคครั้งแรกเมื่อปี 1959 โดยก่อนหน้านั้น บริษัทในนาม Kamata Polyester ทำธุรกิจขายหมวกนิรภัยแก่คนงานก่อสร้างเป็นหลัก จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากหมวกกันน็อค Shoei จะขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่ต้น


Photo : www.imabeppu.co.jp

คุณภาพของหมวกกันน็อค Shoei ได้การรับรองอย่างเป็นทางการในปี 1960 จากการเป็นหมวกกันน็อคยี่ห้อแรกที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม อันเป็นกฎหมายสำคัญคอยควบคุมคุณภาพของสินค้าส่งออก จนสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น หลังพ่ายแพ้สงครามครั้งที่ 2

ความนิยมของหมวกกันน็อค Shoei เพิ่มขึ้นตามลำดับ กระทั่งปี 1965 แบรนด์มอเตอร์ไซค์ร่วมชาติ อย่าง Honda ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตร ส่งผลให้นักแข่งมอเตอร์ไซค์จากค่ายปีกนกทุกคน จะสวมใส่หมวกกันน็อค Shoei ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทุกรายการ

การร่วมมือดังกล่าว คือก้าวสำคัญที่ยกระดับ Shoei จากหมวกกันน็อคส่วนบุคคล สู่ หมวกกันน็อคเพื่อนักแข่ง พวกเขาครองความนิยมตลอดทศวรรษ 1970’s โดยไม่คิดที่จะหยุดพัฒนาสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

Shoei กลายเป็นหมวกกันน็อคเจ้าแรกเลือกใช้ Carbon Fiber ในการผลิต แทนที่ Fiberglass เพื่อลดน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1976 กับรุ่น GR-Z

Shoei ยังคิดค้นนวัตกรรมใหม่มากมาย ตั้งแต่ รุ่น X-8 หมวกกันน็อครุ่นแรกของโลก ที่มีระบบปกคลุมทั่วใบหน้า (Coverless Face Shield System) โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 1990 หรือรุ่น X-6 Air เปิดตัวเมื่อปี 1993 กับเทคโนโลยีระบายอากาศรอบทิศ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่คลายความอึดอัดเมื่อสวมใส่


Photo : www.shoei.com

คุณภาพด้นความปลอดภัย บวกกับ ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรม ที่ดำเนินต่อเนื่องมานับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ส่งผลให้ปี 2018 Shoei สามารถจำหน่ายหมวกกันน็อคมากกว่า 5 แสนใบ ทำรายได้รวม 2,578 ล้านเยน หรือเกือบ 750 ล้านบาท

ถึงจุดนี้ ผู้อ่านอาจจินตนาการถึงฐานการผลิตที่ใหญ่โตทั่วโลก แต่เปล่าเลย Shoei มีโรงงานเพียงแห่งเดียวภายในจังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีพนักงานของบริษัททั่วโลก ไม่ถึง 500 ราย

น่าถึงไปกว่านั้น หมวกกันน็อคทุกใบของ Shoei ไม่ได้ผ่านการประกอบโดยเครื่องจักร แต่มาจากการผลิตอย่างพิถีพิถันโดยฝีมือมนุษย์ราว 50 คน ความมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? เรามีคำตอบให้คุณในบทถัดไป ...

 

เบื้องหลังสินค้าคุณภาพ

หมวกกันน็อค Shoei แต่ละใบ เริ่มต้นด้วยการขึ้นรูปโดยพลาสติกเสริมเส้นใยน้ำหนักเบา (Ultra-Lightweight Fibre-Reinforced Plastics) จนได้เปลือกหมวกรูปทรงพื้นฐาน ก่อนนำมาขัดด้วยกระดาษทรายอย่างประณีต



Photo : www.shoei-helmets.com

ความละเอียดในการตรวจเช็คคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนนี้ หมวกกันน็อคแต่ละใบถูกตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีตำหนิหรือข้อผิดพลาด ก่อนเข้าสู่กระบวนการพ่นสี โดยพนักงานผู้มีความเชี่ยวชาญ ราวกับถูกตั้งโปรแกรมการทำงานเหมือนเครื่องจักร

ไม่ต้องบอกว่า ขั้นตอนต่อไปของการผลิตหมวกกันน็อค Shoei คืออะไร หมวกทุกใบภายในโรงงานแห่งนี้ ถูกตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียดหลังพ่นสี หลังจากนั้น จึงถูกส่งเข้าไปประกอบตามรูปแบบของแต่ละรุ่น อันถือเป็นส่วนงานที่ยากลำบากมากที่สุดในทุกขั้นตอน



Photo : www.shoei-helmets.com

เมื่อผ่านขั้นตอนการประกอบ หมวกกันน็อคของ Shoei จะเข้าสู่ขั้นตอนการเคลือบเงา และตกแต่งส่วนประกอบสุดท้าย เช่น ช่องระบายอากาศ หรือ แผ่นกันลม จึงเสร็จสมบูรณ์เป็นหมวกกันน็อคที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา ในร้านขายมอเตอร์ไซค์ทั่วไป

นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงาม หมวกกันน็อค Shoei ยังเปี่ยมความทนทานซ่อนอยู่ภายใน จากนวัตกรรม Advanced Integrated Matrix หรือ AIM ที่พัฒนาสูงสุดสู่ AIM+ ในปัจจุบัน หมวกแต่ละใบประกอบด้วยเส้นใยซ้อนกัน 6 ชั้น จึงมั่นใจได้ว่า หมวกกันน็อค Shoei มีความแข็งแรงทนทาน แม้น้ำหนักเบาเหลือเชื่อ


Photo : www.stormclub.com

อธิบายสรรพคุณมากขนาดนี้ แน่นอนว่าราคา ย่อมไม่อยู่ที่หลักร้อยหรือพัน สำหรับสินค้ามือหนึ่ง ของหมวกกันน็อค Shoei มีราคาอยู่ราว 1-2 หมื่นบาท ถือเป็นราคาที่ทำร้ายเงินในกระเป๋าเอาเรื่อง แต่หากเทียบกับอายุการใช้งานราว 5 ปี การลงทุนเพื่อผลิตภัณฑ์คุณภาพที่จะอยู่กับเราได้นาน ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

 

ใครใส่ Shoei บ้าง ?

ดั่งที่กล่าวไปข้างต้นว่า Shoei จับมือกับ Honda เพื่อผลิตหมวกกันน็อคแก่นักแข่งขันมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่ปี 1965 จึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ถ้าหมวกกันน็อคจากแดนปลาดิบ จะถูกใช้งานโดยนักบิดระดับต้นๆ ของวงการ แม้ปัจจุบัน จะมีหมวกกันน็อคหลายแบรนด์ที่พยายามทำตลาดด้วยการใช้นักแข่งเป็นพรีเซนเตอร์ก็ตาม


Photo : www.gpone.com

นักแข่งเบอร์ท็อปที่สุด ที่เลือกใช้งานหมวกกันน็อค Shoei ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก มาร์ค มาร์เกซ (Marc Marquez) เจ้าของเบอร์ 93 แห่งทีม Repsol Honda ดีกรีแชมป์โลก MotoGP 6 สมัย (8 สมัยเมื่อรวมทุกรุ่น) จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากผู้คนทั่วโลกจะเชื่อมั่นในคุณภาพของ Shoei เนื่องจากอิทธิพลของมาร์เกซ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์นี้

ไม่ใช่แค่นักแข่งจักรยานยนต์ทางเรียบเท่านั้น ที่เลือกใช้หมวกกันน็อค Shoei แต่รวมถึงนักแข่งทางฝุ่น หรือ Off-Road หลายคน เช่น จอช แกรนท์ (Josh Grant) หรือ มัลคอม สจวร์ต (Malcolm Stewart) และนักแข่งในกลุ่ม Snowmobile อย่าง เลวี ลาวาลลี (Levi LaVallee) เป็นอีกคนที่เลือกใช้หมวกกันน็อค Shoei เช่นกัน


Photo : speedsport.com

สำหรับหลายคนที่ไม่เคยดูการแข่งขันจักรยานยนต์ แต่ยังรู้สึกคุ้นตากับเจ้าหมวกกันน็อคยี่ห้อนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะ หมวกกันน็อค Shoei มีบทบาทอย่างมากในซีรีย์ Kamen Rider หรือ "ไอ้มดแดง" โดยอยู่คู่กับฮีโร่ตัวนี้ ตั้งแต่ยุคโชวะ จนถึงยุคเรวะ ในปัจจุบัน

ไอ้มดแดงตัวแรกที่สวมใส่หมวกกันน็อค Shoei คือ Kamen Rider Black เมื่อปี 1989 โดยตัวละครเอก มินามิ โคทาโร ในร่างมนุษย์ จะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจ พร้อมกับหมวกกันน็อครุ่น GX-2 ที่ยังคงถูกพูดถึงและตามหามาจนถึงปัจจุบัน


Photo : ukiyaseed.weebly.com

หมวกกันน็อค Shoei ที่ปรากฎในซีรีย์ Kamen Rider ยังมีอีกหลายรุ่นที่ถูกพูดถึง ไม่ว่าจะเป็น หมวกสีส้มราคาถูกของ Kamen Rider Ryuki หรือ หมวกสีน้ำเงินทรงสปอร์ตของ Kamen Rider Blade เนื่องจากไอ้มดแดงในช่วงต้นยุค 2000’s ยังมีแฟนผู้ใหญ่ติดตาม ทำให้การเข้าเป็นสปอนเซอร์ของ Shoei มีผลได้มากกว่าเสีย


Photo : blade.fran-web.net

แม้ปัจจุบัน ซีรีย์ Kamen Rider จะเปลี่ยนทิศทางเอาใจเด็กมากขึ้น จนบทบาทของการขับขี่มอเตอร์ไซค์หายไป Shoei ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้สร้าง กระทั่ง ซีรีย์ล่าสุด Kamen Rider Zero-One หมวกกันน็อค Shoei กลับมาปรากฏตัวบนจอทีวีอีกครั้ง หลังห่างหายไปตั้งแต่ปี 2011

ไม่ว่าจะเป็นไรเดอร์ปกป้องโลก หรือ นักแข่งช่วงชิงตำแหน่งเจ้าแห่งความเร็ว หมวกกันน็อก Shoei เคียงคู่พวกเขา เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ แน่นอนว่าหากคุณภาพไม่ดี บุคคลเหล่านั้นย่อมไม่มีทางเลือกใช้

Shoei จึงกลายเป็นแบรนด์หมวกกันน็อกระดับต้นของโลก ที่พิสูจน์คุณภาพด้วยกาลเวลายาวนาน ไม่ว่าวันคืนจะผ่านไปสักแค่ไหน หมวกกันน็อกทำมือจากญี่ปุ่นนี้ จะพัฒนาและเคียงคู่สิงห์นักบิดทั่วโลก ตราบนานเท่านาน

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.shoei-helmets.com/history/
https://blog.jsaccessories.co.uk/shoei/
https://www.shoei-helmets.com/team/
https://www.sankyoalumithailand.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/Japan_Und_Industrial_Und_Standards
https://books.google.co.th/books?id=eTH-0DNDblEC&pg=RA6-PA20&lpg=RA6-PA20&dq=Dual+Liner+Ventilation+helmet&source=bl&ots=JiHft21Q5i&sig=ACfU3U1Oxy9D8UizmF7e2NskHOk0TqIQRA&hl=th&sa=X&ved=2ahUKEwi2qMXMvOjpAhVbfX0KHcm5AjMQ6AEwCnoECAsQAQ#v=onepage&q=Dual%20Liner%20Ventilation%20helmet&f=false
https://www.shoei.com/en/ir/docs/Presentation%20for%20Fiscal%20Year%20Ended%20September%2030%2C2018.pdf
https://www.revzilla.com/common-tread/shoei-vs-arai-helmets
https://kamenrider.fandom.com/wiki/Shoei



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง