FEATURE

ขอนแก่น ยูไนเต็ด : ทีมลีกรองที่ใช้โซเชียลมีเดียสร้างตัวตนแบบบ้าน ๆ จนมียอดวิว 70.2 ล้าน



“ทีมมีเดียเรามีกันอยู่ 2 คน ตอนที่สโมสรถูกลดชั้นไปเล่น ไทยลีก 4 ในทีมมีแต่นักฟุตบอลบ้านๆ แต่เราจะทำอย่างไรให้ ขอนแก่น ยูไนเต็ด มีคอนเทนต์ที่น่าดูไม่น้อยหน้ากว่าทีมใด”


 

สื่อและการประชาสัมพันธ์ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของ สโมสรฟุตบอลอาชีพ ทั้ง ทีมบิ๊กเนม หรือสโมสรระดับรากหญ้า พวกเขาล้วนต้องการมีตัวตนอยู่บนหน้าสื่อ 

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่ทีมต่าง ๆ ต้องลงมาแข่งขันในแพลตฟอร์ม โชเซียลมีเดีย นอกเหนือจากการห้ำหั่นในสนามฟุตบอล 

เราจึงได้เห็นพัฒนาการของ มีเดียประจำสโมสรลูกหนังไทย ที่ต่างพยายามแสดงความคิดสร้างสรรค์ ลงไปในสื่อประจำสโมสร เพื่อเข้าถึงแฟนคลับ และคนทั่วไป ที่ไม่แน่ว่าวันหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นอาจกลายมาเป็น สาวกของสโมสร

ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นสโมสรหนึ่งในไทย ที่มีแนวทางการใช้สื่อได้อย่างน่าสนใจ จนสร้างที่ยืนให้ตัวเองบนโลกออนไลน์ได้อย่างเหลือเชื่อ การันตีด้วยยอดวิวบนเพจรวมกันมากถึง 70.2 ล้านวิว ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปีครึ่ง 

สำหรับสโมสรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ไม่เคยเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด, เคยถูกสั่งให้พักการแข่งขัน, เคยต้องถูกลดชั้นลงไปเริ่มต้นใหม่ใน ไทยลีก 4 พวกเขาสามารถทำคลิปที่มียอดวิวมากขนาดนี้ได้อย่างไร ? 

 

สโมสรไทบ้าน

ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย วัฒนา ช่างเหลา อย่างไรก็ดี ทีมแห่งนี้มีช่วงเวลาสุขสมได้เลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 2 ขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้เพียงแค่ปีเดียว ก็มีเหตุให้ต้องถูกพักการแข่งขันเป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล


Photo : KHON KAEN UNITED

เมื่อได้รับสิทธิ์กลับมาทำการแข่งขันอีกครั้ง ในปี 2018 ขอนแก่น ยูไนเต็ด ต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ในลีกอาชีพระดับ 4 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ดังนั้นการที่สโมสรจะรักษาฐานกองเชียร์เดิม และหาแฟนคลับหน้าใหม่ จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของทีม ขอนแก่น ยูไนเต็ด เพราะต้องอย่าลืมว่าในจังหวัดเดียวกัน ยังมีสโมสร ขอนแก่น เอฟซี ที่เคยเป็นทีมระดับลีกสูงสุด, ก่อตั้งมาก่อนพวกเขา และในตอนนั้นก็อยู่ในลีกที่สูงกว่า

“ผมเคยมีประสบการณ์ในการทำงาน อยู่กับทีมมีเดียของสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน แต่ช่วงปี 2015 ผมมีความจำเป็นต้องย้ายมาถิ่นฐานมาอยู่ที่ ขอนแก่น จึงตัดสินใจเข้ามาร่วมงานกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในตอนนั้นต้องยอมรับ บุรีรัมย์ คือสโมสรที่ทำมีเดียได้ดีมากสุดของไทย ผมจึงยึดเอาบุรีรัมย์ฯเป็น Standard ของมีเดียสโมสรในไทย”

“แต่เราจะทำอย่างไรให้ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นที่รู้จักแบบนั้นได้บ้าง ในขณะที่ บุรีรัมย์ฯ มีทีมมีเดียมาหลายสิบคน ส่วน ขอนแก่นฯ มีทีมมีเดียสำหรับทำคลิป แค่ 2 คน คือ ตัวผมที่ทำหน้าที่เป็น ตากล้องวิดีโอ, ตัดต่อ, กราฟิก, ครีเอทีฟ, โปรดิวเซอร์ กับน้องอีกคนที่เป็นช่างภาพ ผมใช้วิธีการศึกษาดูคลิปเยอะมาก เพื่อหาว่าจะมีอะไรเอาปรับใช้เข้ากับ สโมสรเราได้บ้าง”

แบ็คกี้ - กันตพัฒน์ ตันวิวัฒน์ชัย หัวหน้าทีมมีเดียประจำสโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด คือ ชายผู้อยู่เบื้องหลังคอนเทนต์ที่น่าสนใจของทีมจงอางผยอง 


Photo : KHON KAEN UNITED

จากการที่เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอล ทำให้ กันตพัฒน์ ได้รู้จักตัวตนนักฟุตบอล มากกว่าที่คนทั่วไปสัมผัส เขาค้นพบว่า นักฟุตบอลมีบางมุมที่ไม่ได้เป็น อย่างที่คนทั่วไปเห็นเขาในสนามเท่านั้น แต่กลับไม่ค่อยได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อประจำทีม ทั้งที่มันอาจทำให้ผู้คนชื่นชอบเขาได้มากกว่าเดิม

“ปกตินักบอลมักจะถูกนำเสนอให้มีภาพลักษณ์ต้องเท่ ต้องดูดีเท่านั้น ห้ามตลกโปกฮาออกหน้ากล้อง บางคนอาจรู้สึกว่าเข้าถึงยาก แต่เรามองต่างมุมเลย เรามองเห็นนักฟุตบอล เหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีมุมตลกอยู่ในตัวเอง ในสนามเขาอาจจะนิ่งๆ แต่ตัวจริงเขาก็สนุกสนาน สุดเหวี่ยง” กันตพัฒน์ กล่าวเริ่มถึงปรับคอนเทนต์ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 

“เวลาผมดูคลิปคริสเตียโน โรนัลโด, ลิโอเนล เมสซี่ เขาก็มีบางมุมที่หยอกล้อกับเพื่อน ยิ้ม หัวเราะอารมณ์ดี เลยเอาจุดนี้มาเป็นไอเดียตั้งต้น ผมเชื่อว่าพวกมุมแบบนี้ แฟนบอลอาจไม่เห็นมาก่อน  เราจึงค่อย ๆ ลองปรับแนวทางคอนเทนต์ให้ดูสนุกขึ้น” 

“โดยใช้ผู้เล่นบ้าน ๆ นักเตะท้องถิ่นนี่แหละ มาเป็นจุดขาย เพราะตอนที่เราตกไป ไทยลีก 4 สโมสรแทบไม่มีสตาร์เลย ก็เลยเริ่มมองหาว่านักบอลในทีม แต่ละคนนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ? ตัวตนเขาเป็นแบบไหน และเราจะดึงเอาเสน่ห์ความเป็นเด็กบ้าน ๆ ของเขา ออกมาเสนอให้คนดูเห็นได้อย่างไร” 

 

โจ้แจ๋ว

สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอลไทย “สุวิทย์ ไปพรมราช” คือชื่อคุณจะไม่มีทางรู้จักอย่างแน่นอน เพราะเขาคนนี้ไม่ใช่ผู้เล่นระดับทีมชาติไทย ไม่ใช่นักเตะที่คนทั่วไป จะสามารถรู้จักได้เหมือนกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ 

แต่ที่สโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด เด็กหนุ่มบ้าน ๆ คนนี้ กลับเป็น ซูเปอร์สตาร์ประจำทีม ผ่านคลิปต่างๆ ของสโมสร ผู้คนรู้จักเขาในชื่อ “โจ้แจ๋ว”

“จุดเริ่มต้นของ โจ้แจ๋ว (สุวิทย์ ไปพรมราช) เกิดขึ้นตอนนัดที่เราออกไปเยือน สระแก้วฯ ผมอยากถ่ายคลิปการเดินทางของทีม โดยที่ให้นักฟุตบอลเป็นพิธีกร บังเอิญ โจ้ เขาก็เดินมาพอดี เราเลยจับมาลองเป็นพิธีกรดู”

 

“ปรากฏว่าคลิปนั้นคนดูชอบในความเป็นคนบ้าน ๆ ความตลกโดยธรรมชาติของโจ้แจ๋ว ซึ่งปกติเขาก็เป็นแบบนี้มาตลอดเวลาอยู่ในทีม พูดภาษาอีสาน ชอบแหย่นักบอลทุกคนในทีม เพียงแต่เราหยิบเอาความน่ารัก ความขี้เล่นของน้อง มานำเสนอผ่านสื่อ”

“เรียกว่าหลังจากนั้น เราเหมือนจับจุดได้แล้วว่า คนดูชอบอะไร ? เราจะทำคอนเทนต์ประมาณไหน ? ส่วน โจ้แจ๋ว ชีวิตเปลี่ยนเลย มีคนรู้จักเยอะขึ้น โดยเฉพาะเด็กๆ วัยรุ่น บางคนเป็นเด็กผู้หญิงขี่รถมอเตอร์ไซค์จากต่างอำเภอ มาเพื่อดูโจ้แจ๋วในสนาม เพราะเขาชื่นชอบจากที่เห็นในคลิป”

ไม่ใช่แค่ โจ้แจ๋ว - สุวิทย์ ไปพรมราช เท่านั้นที่เป็นดังมาก จากการนำเสนอผ่านคลิปของสโมสร แต่ยังรวมไปถึงผู้เล่นคนอื่นๆ และดาวดังอย่าง ธนา ชะนะบุตร, อาทิตย์ สุนทรพิธ, จิรวัฒน์ มัครมย์, ดักลาส โคโบ, เจย์ซี จอห์น ฯลฯ ที่ผู้คนจะได้อีกแง่มุมหนึ่งอย่างที่ไม่เคยเห็นจากพวกเขา ผ่านการทำคลิปที่สนุกๆ 


Photo : KHON KAEN UNITED

“เรามองว่าโชเซียลมีเดีย มันเป็นอีกสนามแข่งขันหนึ่งของ ทีมฟุตบอล เมื่อเราอยู่ในจุดนี้ ก็ต้องพยายามทำให้ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่น้อยหน้ากว่าใคร โชคดีอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างออกมาราบรื่น คือ ผู้บริหารที่ค่อนข้างเข้าใจธรรมชาติคนทำงาน เปิดรับฟังความคิดเห็นลูกน้อง และแชร์ไอเดียกันตลอด”

“ที่ออฟฟิศเราจะมี โต๊ะฟุตบอลแบบมือหมุน, ที่คีบตุ๊กตา, เครื่องเล่นเกม ที่ผู้บริหารสั่งมาติดตั้ง เพื่อเอาไว้ให้พนักงานเล่น จะได้ไม่ต้องรู้สึกความรู้สึกเครียดเกินไป เพราะการทำงานด้านนี้ ต้องใช้ความคิดเยอะมาก เราต้องคิดอยู่ตลอดว่า จะทำอย่างไรให้คลิปของสโมสรเรา ได้รับความนิยมต่อเนื่อง และดึงดูดให้คนดูหันมาสนใจสโมสรมากขึ้น” กันตพัฒน์ เผย

 

เข้าถึงคนรุ่นใหม่ 

รูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ ตามสไตล์ทีมบ้านๆ ใช่ว่าจะมีเพียงแค่กระแสด้านบวกเท่านั้น เพราะยังมีคนบางส่วน ที่อาจไม่ได้ชื่นชอบเนื้อหาในลักษณะแบบที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทำ 


Photo : KHON KAEN UNITED

“เราอยากทำให้มันดีขึ้นร้อยเปอร์เซนต์ แต่ต้องยอมรับว่า เมื่อมีคนชอบ ก็ยอมมีคนไม่ชอบ บางคนเขาอาจจะติดภาพว่า นักฟุตบอลต้องเท่อย่างเดียว ก็อาจมีสัก 20 เปอร์เซนต์ เข้ามาตำหนิบ้าง เช่น ‘เอาโจโจ้ อดีตนักบอลแบงคอก ยูไนเต็ด มาเต้นอะไรเนี้ย’ แต่ที่เหลือ 80 เปอร์เซนต์ เขาชอบ ซึ่งส่วนใหญ่คือ เด็กรุ่นใหม่ คนวัยรุ่น ที่เขารู้สึกชอบ”

“ผมว่ายุคนี้ เด็กสมัยใหม่ เขาเปิดรับอะไรใหม่ๆ ได้ดีกว่าคนเจนก่อนหน้านั้น คือ ไม่ว่าจะสโมสรพยายามทดลองทำอะไรแปลกใหม่ เขาก็พร้อมจะเปิดใจรับชม และการที่คอนเทนต์เราแตกต่าง มันก็ทำให้เขารู้สึกว่า เนื้อหาของเราเข้าถึงพวกเขา” 

“ถ้ามาดูที่สนามวันแข่ง ก็จะเห็นเลยว่า ทีมของเรา เต็มไปด้วยเด็กรุ่นใหม่ อายุน้อยๆ ทั้งหญิงและชาย บางคนไม่ใช่คนขอนแก่น แต่ก็ยังเชียร์ทีมเรา เพราะชอบในตัวตนของสโมสรเรา”


Photo : KHON KAEN UNITED

ขอนแก่น ยูไนเต็ด จึงกลายเป็นโมเดลการทำสื่อของสโมสรระดับลีกล่างที่น่าสนใจ เพราะพวกเขาเลือกที่มองหาความสนใจที่อยู่ใกล้ตัว และดึงสิ่งนั้นออกมา จนเข้าถึงใจผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก 

วัดได้จากยอดผู้เข้าชม คลิปวิดีโอ เฉพาะแค่บนเพจ Facebook : Khon Kaen United ปัจจุบันมียอดวิวรวมกันมากกว่า 70.2 ล้านวิว (นับเฉพาะปี 2017- มิถุยายน 2020) และยังคงผลิตคอนเทนต์มาได้อย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ในช่วงฟุตบอลไทย พักการแข่งขัน เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19


Photo : KHON KAEN UNITED

“มีเจ้าหน้าที่สื่อของบางสโมสร ในลีกเดียวกับเรา เข้ามาคุยกับผม ทำอย่างไร เขาถึงจะสามารถทำคอนเทนต์ได้รับความนิยมเหมือนกับเรา” 

“ผมมองว่า ทุกทีมก็มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกันทั้งหมด บางอย่างที่เราทำ อาจใช้ไม่ได้ผลกับบางสโมสร บางสิ่งที่ใช้ได้ผลกับสโมสรอื่น อาจไม่เวิร์กกับเรา สิ่งสำคัญคือ เขาต้องหาให้เจอว่า ตัวตนของทีมเป็นอย่างไร กลุ่มคนดูของพวกเขาเป็นใคร และจะนำเสนออกมาแบบไหน”

“เราทำเนื้อหาแบบนี้ เพื่อสื่อให้ผู้ชม รู้สึกว่า ทีมของเรา นักฟุตบอลเข้าถึงง่าย เป็นกันเอง มีความเป็นทีมบ้านๆ อารมณ์เหมือนคุณกำลังรับชมแก๊งสามช่า คุณจะได้รอยยิ้มกลับไปแน่ๆ เวลาคุณเจอนักบอลของเรานอกสนาม คุณจะรู้สึกว่า คุณสามารถเข้าไปทักทาย พูดคุยกับเขาได้เลย มันไม่มีกำแพงกั้น”



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

สิ่งเดียวที่มีก็คือรักที่เธอไม่เข้าใจ จบแล้วก็อยากเปิด ปิดแล้วก็ไม่อยากไป
     


x