mainstand

Feature

No Time to Die, Have Time to Shop : ส่องสินค้าจากหนัง 007 เรื่องล่าสุด



ถึงแม้จะโดนพิษ COVID-19 ทำให้จากกำหนดการเดิมที่ต้องเข้าฉายตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา กลับต้องเลื่อนยาวไปถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ดูเหมือนว่ากระแส No Time to Die ภาพยนตร์ในแฟรนไชส์สายลับ เจมส์ บอนด์ 007 เรื่องล่าสุดยังคงเป็นที่กล่าวขานไม่เสื่อมคลาย


 

สาเหตุก็มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเพราะนี่คือภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ เดเนี่ยล เครก (Daniel Craig) ในการรับบทเป็นสายลับ 007 หลังจากที่เขาอยู่กับบทนี้มายาวนานกว่า 15 ปี เล่นมาแล้ว 4 ภาค (ไม่นับ No Time to Die ซึ่งจะเป็นภาคที่ 5) การที่ No Time to Die ใช้ทุนสร้างถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์ซีรี่ส์นี้ นอกจากนั้นในภาคล่าสุดนี้ยังมีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับ โดยได้ “แครรี่ โจจิ ฟุกุนากะ” ผู้กำกับเลือดใหม่ฝีมือดี ที่เคยฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์ชิ้นเยี่ยมอย่าง Beasts of No Nation (2015) ตลอดจนซีรีส์ระดับตำนานอย่าง True Detective มาแล้ว ปิดท้ายด้วยการได้ศิลปินที่มาแรงที่สุดในตอนนี้อย่าง “บิลลี ไอลิช” มาสร้างสรรค์บทเพลงประกอบให้ สิ่งเหล่านี้นี่แหละทำให้ No Time to Die กลายเป็นภาพยนตร์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อภาพยนตร์กระแสแรง สิ่งที่ตามมาตามธรรมชาติคือการที่แบรนด์ต่างๆ จะหยิบยกเรื่องราวในแผ่นฟิล์มมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นสินค้าให้อิงไปกับกระแสดังกล่าว ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าสินค้าที่เกิดจากภาพยนตร์เรื่อง No Time to Die นั้นมีอะไรกันบ้าง และแต่ละชิ้นจะเจ๋งสักแค่ไหน ติดตามได้ที่ Main Stand

 

Triumph Scrambler 1200

ตัวละคร เจมส์ บอนด์ ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่เปรียบเสมือนตัวแทนของประเทศอังกฤษและสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ เอียน เฟลมมิ่ง (Ian Fleming) ได้สร้างสรรค์ตัวละครนี้ขึ้นมาในปี 1953 เช่นเดียวกับจักรยานยนต์ยี่ห้อ Triumph ที่ก็อยู่คู่ประเทศอังกฤษมานานไม่ยิ่งหย่อนกัน โดยแบรนด์นี้ถือกำเนิดในปี 1983

ดังนั้นในโอกาสที่ เจมส์ บอนด์ จะมีภาพยนตร์ลำดับที่ 25 ในแฟรนไชส์ Triumph จึงร่วมเฉลิมฉลองด้วยการออกจักรยานยนต์รุ่น Triumph Scrambler 1200 ให้แฟนๆ ภาพยนตร์แฟรนไชส์นี้ได้จับจองเป็นเจ้าของกัน

Triumph Scrambler 1200 นำต้นแบบหลักในการสร้างสรรค์มาจากรุ่น Scrambler XE ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,200 cc 89 แรงม้าและแรงบิด 110 นิวตันเมตร นอกจากนั้นความพิเศษอีกอย่างของ Triumph Scrambler 1200 นอกจากการผลิตในจำนวนที่จำกัดคือ การ์ดท่อไอเสียที่มีตราสัญลักษณ์ 007 รวมถึงบริเวณแฮนด์ที่สลักคำว่า “BOND EDITION” เอาไว้

Triumph Scrambler 1200 วางจำหน่ายแล้วเป็นที่เรียบร้อย ในราคาคันละ 18,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความเสียใจล่วงหน้า เพราะขายหมดสต็อกเป็นที่เรียบร้อย

 

James Bond x adidas ultraBOOST 20

เมื่อ adidas แบรนด์แฟชั่นกีฬายักษ์ใหญ่มาจับมือร่วมกับ No Time To Die ภาพยนตร์ลำดับที่ 25 ในแฟรนไชส์ ผลลัพธ์ที่ได้คือ James Bond x adidas ultraBOOST 20 รองเท้าที่นำสนีกเกอร์โมเดลยอดนิยมมาสร้างสรรค์เอกลักษณ์ด้วยสีดำและสลักหมายเลข 007 ลงไป 

ตัวรองเท้าทำจากผ้า Primeknit สีดำ เย็บด้ายสีเงินบริเวณด้านหน้า เพิ่มเติมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ที่ด้านหลัง จับคู่กับพื้นรองเท้าด้านนอกที่ทำจากยางแบรนด์ Continental และโฟม BOOST รูปลักษณ์ที่ออกมาจึงดูเท่ โฉบเฉี่ยว ลดกลิ่นอายความเป็นสตรีทแวร์ลง แต่เพิ่มเติมด้วยกลิ่นอายของสายลับ

James Bond x adidas ultraBOOST 20 เดิมทีมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายนไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่ภาพยนตร์ No Time to Die เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ด้วยวิกฤติ COVID-19 ที่ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดฉาย James Bond x adidas ultraBOOST 20 คู่นี้ก็เลื่อนการวางจำหน่ายออกไปเช่นกัน เป็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ในส่วนราคานั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาให้ทราบอย่างเป็นทางการ

 

Swatch ‘No Time To Die’ Q Watch

Swatch ถือเป็นแบรนด์นาฬิกาที่แสดงความเคารพต่อสายลับ 007 ผู้นี้เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาเคยออกคอลเลคชั่น James Bond-inspired capsule ซึ่งเป็นการนำเอกลักษณ์จากภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ภาคเก่าๆ (Dr. No (1962), On Her Majesty’s Secret Service (1969), Moonraker (1979), Licence to Kill (1989), The World is Not Enough (1999), Casino Royale (2006) มารังสรรค์ลงบนเรือนเวลาแล้ว (และถ้าสังเกตอีกนิดจะพบว่า 6 เรื่องที่ Swatch เลือกทำคอลเลคชั่นนาฬิกาให้นั้น คือตัวแทนของ 6 ดาราชายที่สวมบทนี้ด้วย) คราวนี้ก็ถึงคิวของภาคล่าสุดอย่าง No Time to Die บ้างแล้ว ในชื่อรุ่น Swatch ‘No Time To Die’ Q Watch

Swatch ‘No Time To Die’ Q Watch มาในคอนเซปต์ “สมองที่อยู่เบื้องหลังแกดเจ็ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบอนด์” ผลงานการออกแบบของ Suttirat Anne Larlarb นักออกแบบเครื่องแต่งกายชื่อดัง โดยมีการเลือกใช้สี Skin Irony เพื่อสื่อถึงความเฉลียวฉลาดของสายลับ 007 

โลโก้บนปุ่มหมุนจะเน้นทั้งชื่อ “Swatch” และ “Q” ซึ่งวางไว้ที่ตำแหน่งเวลา 6 โมงเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ปิดท้ายด้วยขอบสีแดงตัดกันและสายหนังลายสก๊อตสีน้ำตาลซึ่งเหมาะสำหรับการแต่งตัวทุกสไตล์

Swatch ‘No Time To Die’ Q Watch วางจำหน่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในราคาเรือนละ 7,300 บาท

 

OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition

OMEGA ถือเป็นแบรนด์นาฬิกาที่อยู่คู่กับสายลับ 007 ในยุคหลังมาโดยตลอด และในโอกาสสำคัญที่ภาพยนตร์ลำดับที่ 25 ของ เจมส์ บอนด์ จะเข้าฉาย OMEGA ก็ไม่พลาดที่จะปล่อยนาฬิกาคอลเลคชั่นพิเศษออกมาให้แฟนๆ ได้ฮือฮา 

OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition ได้รับการออกแบบโดยอิงจากคาแรคเตอร์ เจมส์ บอนด์ ในแบบฉบับ เดเนี่ยล เครก เป็นหลัก มีให้เลือกทั้งแบบสายไทเทเนียม Milanese Strap สีน้ำตาลเข้ม, สีเทา, สีเบจ และสาย NATO ที่มาพร้อมการสลักสัญลักษณ์ 007 ไว้ตัวเรือนเวลาสร้างจากไทเทเนียมเกรด 2 พร้อมด้วยคุณสมบัติพิเศษของกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ 

นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนโดยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer Caliber 8806 และได้รับการป้องกันบริเวณส่วนหลังด้วย NAIAD LOCK ที่สลักสัญลักษณ์ 007 ไว้เช่นกัน นอกจากนั้นยังสามารถกันน้ำได้ถึง 30 บาร์ (300 เมตร / 1,000 ฟุต)

OMEGA Seamaster Diver 300M 007 Edition สนนราคาอยู่ที่เรือนละ 8,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับสาย Milanese Strap และ 9,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับสาย NATO วางจำหน่ายไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

และไหนๆ ก็แล้ว มาถึงตรงนี้คุณคงสงสัยแน่ว่า เหตุใดถึงมี 2 แบรนด์นาฬิกาที่ทำคอลเลคชั่น เจมส์ บอนด์ ออกมา สาเหตุก็เพราะ OMEGA ได้เข้าไปอยู่ในเครือของ Swatch ตั้งแต่ปี 1998 นั่นเอง

 

Globe-Trotter Luggage 'James Bond: No Time To Die' Collection

Globe-Trotter แบรนด์กระเป๋าเดินทางชื่อดังจากประเทศอังกฤษก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีการออกคอลเลคชั่นพิเศษเพื่อต้อนรับภาพยนตร์ No Time to Die ประกอบด้วย กระเป๋าเช็คอินแบบสี่ล้อ, กระเป๋าถือสี่ล้อแบบพกพา, และแท็กกระเป๋าเดินทาง

เคสของกระเป๋านั้นโดดเด่นด้วยสี Ocean Green ทำจากแผ่นใยไม้อัดวัลคาไนซ์ตัดด้วยหนังสีดำ มีสายรัดภายในและสายบุหนังนิ่มเทียม นอกจากนั้นก็ได้มีการสลักสัญลักษณ์ 007 ไว้ที่ตัวกระเป๋าอีกด้วย

สนนราคาอยู่ที่ 2,895 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับกระเป๋าเช็คอินแบบสี่ล้อ, 2,485 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับ กระเป๋าถือสี่ล้อแบบพกพา และ 110 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับแท็กกระเป๋า

นอกจากคอลเลคชั่นนี้ ทาง Globe-Trotter ยังได้ปล่อยกระเป๋าเดินทางสำหรับภาพยนตร์ No Time to Die มาอีกหนึ่งรุ่น แต่รุ่นนี้จะแตกต่างออกไปด้วยวัสดุเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์และกราไฟท์ น้ำหนัก 4.1 กิโลกรัม ตกแต่งด้วยหนังที่มุมและที่จับ แน่นอนว่าต้องมีการสลักหมายเลข “007” ลงไปด้วยในบริเวณฟอยล์ไทเทเนียม มีจำนวนจำกัดแค่ 700 ใบ

รุ่นนี้สนนราคาอยู่ที่ 3,760 ดอลลาร์สหรัฐฯ วางจำหน่ายไปแล้วเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง