mainstand

Feature

Kawasaki Z750 : Z2 คู่ใจคุณครูพันธุ์หายาก สู่การเป็นมอเตอร์ไซค์มือสองราคาเหยียบล้าน



ณ ปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็น “ยุคสมัยแห่งการโหยหาอดีต” ก็คงไม่ผิดนัก เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะพบกับการนำสินค้าดังในวันวานกลับมาวางขายกันอีกครั้ง แถมราคาก็พุ่งสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันในสมัยนี้เสียอีก


 

สาเหตุก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่ในยุค 80's-2000's คือยุคสมัยที่วัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ (Pop Culture) ทั่วโลกรุ่งเรืองถึงขีดสุด เด็กๆ ในช่วงเวลาดังกล่าวต่างหลงใหลคลั่งไคล้กับสินค้าที่อิงกระแสป๊อปคัลเจอร์ แต่ติดปัญหาอย่างเดียว ... ตอนเป็นเด็กพวกเขาไม่มีเงิน หรือถึงมีก็ไม่มากพอที่จะซื้อทุกอย่างตามใจต้องการ ดังนั้นเมื่อพวกเขาก้าวข้ามผ่านวัยเด็ก กลายเป็นวัยทำงาน เริ่มมีเงินจับจ่ายใช้สอยคล่องมือ สิ่งไหนที่เคยอยากได้ในอดีต ถึงเวลาแล้วที่จะจับจองเป็นเจ้าของทั้งหมด

มอเตอร์ไซค์เองก็เช่นกัน จัดเป็นไอเท็มยอดนิยมสำหรับนักล่าอดีต ทำให้ราคามือสองบางรุ่นพุ่งสูงกว่าบิ๊กไบค์เครื่อง 1,500 cc ในสมัยนี้เสียอีก รวมถึง Kawasaki Z750 ที่เราหยิบยกมาเล่าในครั้งนี้ด้วย 

ประวัติศาสตร์ของ Kawasaki Z750 เป็นมาอย่างไร ทำไมมันถึงเป็นไอเท็มสุดคลาสสิค และสถานการณ์ในตลาดมือสองปัจจุบันเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่ Main Stand

 

ออกสตาร์ทด้วยเครื่องสุดแรง

“Z” คือหนึ่งในซีรี่ส์รถที่คลาสสิคและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของ Kawasaki ก็ว่าได้ โดยมีจุดเริ่มต้นจากช่วงปลายยุค 60's 

ในงาน Tokyo Motor Show ปี 1968 ค่ายมหาอำนาจโลกยานยนต์อย่าง Honda ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่น CB750 Four ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมวงการมอเตอร์ไซค์แดนอาทิตย์อุทัยในขณะนั้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากแทบจะไม่มีค่ายยานยนต์ไหนเลยที่ผลิตมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาดใหญ่ถึง 750 cc นอกจากนั้นยังมาพร้อมระบบวาล์วแบบ OHC (Overhead Camshaft) ความแรง 67 แรงม้า และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ออกมาวางจำหน่าย แม้แต่ Kawasaki เองก็ตาม


Photo : www.indiatoday.in

จากงานมอเตอร์โชว์ครั้งนั้น วิศวกรของ Kawasaki เล็งเห็นว่าพวกเขาก็น่าจะทำมอเตอรไซค์เครื่องยนต์ 750 cc ออกมาวางจำหน่ายเช่นกัน แต่เมื่อนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ปรากฎว่าฝ่ายบริหารค่าย Kawasaki มีควาทะเยอทะยานยิ่งกว่านั้น พวกเขาไม่ต้องการแค่ทัดเทียม แต่ต้องการพาตัวเองให้ไปอยู่เหนือคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Honda ดังนั้นเป้าหมายของพวกเขาจึงไม่ใช่เครื่องยนต์ขนาด 750 cc แต่เป็น 900 cc แทน

Kawasaki ทุ่มเททุกวิถีทางไม่ว่าจะเรื่องบประมาณ บุคลากร หรือการวิจัยเทคโนโลยี เพื่อให้โปรเจ็คสุดทะเยอทะยานนี้สำเร็จให้จงได้ และหลังจากเวลาล่วงเลยไป 4 ปี ในปี 1972 โลกก็ได้รู้จักกับ Kawasaki Z900 หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า Z1 โดยเหตุผลที่ทาง Kawasaki เลือกใช้ตัวอักษร Z เป็นตัวแทนของซีรี่ส์นี้เนื่องจาก Z คือตัวอักษรตัวสุดท้าย เปรียบเสมือนการแสวงหาท้าทายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพื่อพิสูจน์ว่ามอเตอร์ไซค์ขนาดเครื่องยนต์ 903 cc ของพวกเขาเป็น “ของจริง” Kawasaki ถึงกับลงทุนทดสอบวิ่งบนถนนจริงเป็นระยะทางติดต่อกันกว่า 6,000 ไมล์ จากเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจียไปถึงเมืองซานตาอานา รัฐแคลิฟอร์เนีย และกลับมายังแอตแลนตาอีกรอบ ซึ่งแน่นอนว่าการทดสอบครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี 


Photo : classic-motorbikes.net

เมื่อทุกคนได้รู้แล้วว่า Kawasaki Z900 คันนี้คือของจริง ไม่ใช่โปรเจ็กต์เพ้อฝัน ก็ถึงเวลาที่จะเรียกทุนคืน วางจำหน่ายให้บุคคลทั่วไปซื้อไปครอบครอง โดยการวางจำหน่ายครั้งแรกเกิดขึ้นในงานประจำปีของ International Facility Management Association (IMFA) ปี 1972 ณ เมืองโคโลญจ์ ประเทศเยอรมัน ครั้งนั้น Kawasaki ได้เปิดตัว Z900 อย่างเป็นทางการ พร้อมนำ 2,500 คันแรกมาวางจำหน่ายให้ผู้ร่วมงานสามารถจับจองได้ทันที ผลลัพธ์ก็คือเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ทั้ง 2,500 คันก็ถูกจับจองไปจนเกลี้ยง

เมื่อ Z900 หรือ Z1 ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม Kawasaki ก็ไม่รอช้าที่จะเข็นรุ่นน้องในซีรี่ส์เดียวกันอย่าง Z750 หรือ Z2 ออกมาวางจำหน่ายในปีต่อมา 


Photo : classic-motorbikes.net

Kawasaki Z750 เปิดตัวอย่างเป็นทางครั้งแรกในปี 1973 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 746 cc DOHC (Double Overhead Camshaft) 50 แรงม้า แรงบิด 60 นิวตันเมตรที่ 3000 รอบต่อนาที ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้นแทบจะเหมือนกับ Z900 ราวกับฝาแฝด เนื่องจากทาง Kawasaki ต้องการตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบ Z900 แต่ไม่ได้ต้องการความเร็วแรงขนาดนั้น รวมถึงลดราคาลงมาให้คนจับต้องได้มากยิ่งขึ้น

ในเรื่องของกระแสตอบรับ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไม่ต่างจาก Z900 เนื่องจากในปีแรกที่วางขาย Kawasaki Z750 มียอดขายสูงกว่ามอเตอร์ไซค์ขนาด 750 cc ของค่ายอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่นถึง 10% เลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ใช่จุดสูงสุดของตำนาน Z2 แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

 

พุ่งทะยานไปพร้อมคุณครูพันธุ์ดุ

Kawasaki Z750 อาจจะเปิดตัวสู่ชาวโลกในปี 1973 แต่สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็นมอเตอร์ไซค์บันลือโลกจริงๆ เกิดขึ้นหลังจากนั้นเกือบ 3 ทศวรรษ ในปี 1997 เมื่ออาจารย์ โทรุ ฟูจิซาวะ นักเขียนมังงะชาวญี่ปุ่นได้เปิดตัวมังงะเรื่องใหม่ของตัวเองออกมาโดยตีพิมพ์รายสัปดาห์ลงในนิตยสาร Weekly Shōnen Magazine ก่อนที่หลังจากนั้นด้วยความนิยมอย่างมหาศาล ฉบับรวมเล่มก็ตีพิมพ์ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ... ทุกคนคงทราบดีกันอยู่แล้วว่ามังงะเรื่องนั้นคือ “Great Teacher Onizuka” หรือในชื่อไทยที่เรียกกันอย่างติดปากคือ “จีทีโอ คุณครูพันธุ์หายาก”


Photo : Samir Hussain

GTO เป็นมังงะ 25 เล่มจบ (ไม่นับรวมภาค 14 Days in Shonan และ ภาค Paradise Lost)​ ที่ตีพิมพ์ระหว่างปี 1997-2002 การันตีความนิยมด้วยยอดขายมังงะฉบับรวมเล่มทั่วโลกที่มากกว่า 50 ล้านเล่ม ว่าด้วยเรื่องราวของ “โอนิซึกะ เอคิจิ” หนุ่มวัย 22 อดีตนักเลงหัวไม้ นิสัยกะล่อนชีกอ แต่เชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้ชนิดไม่มีใครเกิน ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นคุณครูในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง และที่นี่เองเขาก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเดิมไปโดยสิ้นเชิง เผชิญกับบททดสอบเพื่อให้ตัวเองเข้าไปนั่งในใจนักเรียนได้สำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า โอนิซึกะ ถึงจะดูบ้าๆ บอๆ แต่ถ้าใครเคยอ่าน GTO จะทราบเป็นอย่างดีว่านี่คือตัวละครที่เท่ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวละครขวัญใจเด็กยุค 90's เลยก็ว่าได้ ด้วยมิติที่ล้ำลึก มีครบทุกด้าน ทั้งทางตลกก็เล่นซะท้องหงาย ทางจริงจังก็น่ากลัวจนไม่มีใครกล้าหือ แถมยังสามารถปกป้องลูกศิษย์ได้ด้วยกำปั้นของตัวเองอีก

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่นักอ่านทั่วโลกจะยึดถือ โอนิซึกะ เป็นแบบอย่าง แม้กระทั่งไอเท็มประจำตัวของเขาก็ตกกระไดพลอยโจนได้รับความนิยมไปด้วย ... เรากำลังหมายถึง Kawasaki Z750 หรือ Z2 มอเตอร์ไซค์คู่กายของคุณครูพันธุ์หายาก

ไม่ใช่แค่เป็นยานพาหนะ แต่ Kawasaki Z750 ถือเป็นหนึ่งในสิ่งของชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตของ โอนิซึกะ ก็ว่าได้ เนื่องจากนี่คือมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ฝ่าประสบการณ์ความเป็นความตายร่วมกับคุณครูหนุ่มมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการควบมันเอาชนะ อาคุสึ จุนยะ หัวหน้าแก๊ง Midnight Angels หรือการซิ่งทะลุนรกด้วยความเร็วเกิน 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง เอาชนะ โจอี้ แห่งแก๊ง DOA จนได้รับฉายา “ชายผู้เร็วที่สุดในโชนัน” ดังนั้นถ้าจะเรียกว่าเป็น “สหายร่วมรบ” คนสำคัญก็คงไม่ผิดนัก


Photo : mangakakalot.com

ถึงแม้จะโด่งดังเป็นปรากฎการณ์ ใน GTO แต่แท้จริงแล้ว Kawasaki Z750 นั้นอยู่คู่กับ โอนิซึกะ มานานมากแล้ว โดยเป็นเรื่องราวในมังงะเรื่อง Shonan Gumi Junai หรือในชื่อไทย คู่คนลุยเลอะ มังงะภาคต้นของ GTO ตีพิมพ์ในช่วงปี 1990-1996 ว่าด้วยเรื่องราวของ โอนิซึกะ เอคิจิ ในสมัยเป็นนักเรียนมัธยม อันธพาลอันดับหนึ่งในโชนัน ทุกคนต่างหวาดกลัวในนาม “คู่หูโอนิบาคุ” ร่วมกับ ริวจิ ดันมะ เพื่อนสนิทของเขา 

ดังนั้นในฐานะที่เป็นไอเท็มคู่ใจของตัวละครขวัญใจในวัยเด็ก ที่ค่อยๆ เติบโตมาพร้อมกัน ดังนั้นเมื่อถึงวันที่มีเงินพร้อมแล้ว Kawasaki Z750 จึงกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มที่เด็กยุค 90's อยากได้มาครอบครอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ราคาจะพุ่งขึ้นสูงอย่างฉุดไม่อยู่

 

จอดอย่างราชาในตลาดมือสอง

ย้อนกลับไปในปี 1973 Kawasaki Z750 หรือ Z2 นั้นออกวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นด้วยราคาเพียง 418,000 เยน หรือประมาณ 130,000 บาทเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 50 ปี แทนที่ราคาของมันจะถูกลงตามสภาพการใช้งานที่ถดถอย แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง


Photo : dwioktanugroho.wordpress.com

อย่าว่าแต่จะหาซื้อเลย เอาเป็นว่าถ้าใครมี Kawasaki Z750 ปี 1973 อยู่ในครอบครอง ทางที่ดีควรจะเก็บรักษามันเท่าชีวิต เพราะมอเตอร์ไซค์คันนี้มีค่ายิ่งกว่าทองเสียอีก หรืออาจจะบริจาคสู่พิพิธภัณฑ์ให้เด็กรุ่นหลังได้ศึกษาว่ามอเตอร์ไซค์ในตำนานคันนี้เป็นอย่างไร

ไม่ใช่มีเงินอย่างเดียวจะซื้อได้ แต่ต้องมีโชคด้วย เพราะในตลาดมือสองนั้นมีคนน้อยมากๆ ที่จะนำ Kawasaki Z750 มาวางขาย เนื่องจากจำนวนที่มีอยู่ไม่มากแล้วในตอนนี้ และที่มีอยู่ส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ในมือของนักสะสมจริงๆ ที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน


Photo : motos.espirituracer.com

แต่ถ้าคุณโชคดี ในญี่ปุ่นก็อาจจะหาซื้อมือสองได้ในราคาขั้นต่ำประมาณ 2 ล้านเยน หรือประมาณ 6-7 แสนบาท ส่วนในประเทศไทยราคาถูกที่สุดในตลาดอยู่ที่ประมาณ 800,000-900,000 บาท หรือถ้าอยู่ในสภาพที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ราคาก็จะพุ่งทะยานเกินหลักล้านบาทอย่างแน่นอน

ถ้าจะถามถึงเหตุผลที่ทำให้ Kawasaki Z750 กลายเป็นราชาในตลาดรถมือสองอย่างเช่นทุกวันนี้ สาเหตุก็มาจากนี่คือสินค้าที่มีส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างสมรรถนะการใช้งาน รูปลักษณ์ของมันที่ดูดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกเข้ากับการได้เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ครั้งสำคัญของวงการมังงะญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นอย่างที่เห็น ... สมกับเป็นรถของคุณครูพันธุ์หายากจริงๆ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://great-teacher-onizuka-gto.fandom.com/wiki/Eikichi_Onizuka
https://en.wikipedia.org/wiki/Kawasaki_Z750_(1973)
https://www.totalmotorcycle.com/modelhistorytimelines/TheHistoryoftheKawasakiZ-introduction-Page1
https://www.motorcycleclassics.com/classic-japanese-motorcycles/classic-kawasaki-motorcycles/1976-kawasaki-z2-zmsz17jazhur



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง