mainstand

Feature

Read at Home : 25 มังงะกีฬาหลากรส อีกหนึ่งทางเลือกในการฆ่าเวลาช่วงกักตัว



หลังจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มน่าเป็นห่วงเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน การกักตัวอยู่แต่ในบ้านรวมถึงการ Work From Home ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ในช่วงแรกหลายคนอาจจะยังรู้สึกดีกับมัน มีความสุขกับการมีเวลาว่าง ได้พักผ่อนตามใจต้องการ อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาล่วงเลยไป ความรู้สึกดีที่เคยมีก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นความเบื่อ


 

จะ Netflix ก็แล้ว จะเล่นเกมทั้งใน Playstation คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ในโทรศัพท์ก็แล้ว ก็ยังไม่สามารถทำให้หายเบื่อได้ ครั้งนี้เราจึงจะมาพูดถึงอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าจะโดนใจสายหนอนหนังสือ นั่นก็คือการอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นหรือว่ามังงะนั่นเอง

เชื่อว่าคงมีใครหลายคนที่เมื่อก่อนเป็นแฟนมังงะตัวยง แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้นทำให้เป็นเวลานานแล้วที่มือไม่ได้เปื้อนหมึก ดังนั้นการต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านครั้งนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะหยิบอดีตเพื่อนสนิทขึ้นมาปัดฝุ่นและอ่านมันอีกครั้ง

นี่คือ 25 มังงะกีฬาหลากรส ที่ทั้งลุ้น มันส์ สุข เศร้า เคล้าเรื่องราวของมิตรภาพที่ Main Stand อยากแนะนำ

 

Touch

ปีที่ตีพิมพ์ : 1981-1986

ผู้เขียน : มิซึรุ อาดาจิ

จำนวนเล่ม : 26

อีกหนึ่งมังงะสุดคลาสสิคที่เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเห็นภาพของตัวละครในเรื่องผ่านตามาบ้าง แต่คงมีจำนวนไม่มากนักที่จะได้อ่านมันอย่างจริงจัง เนื่องจาก Touch เป็นมังงะที่ตีพิมพ์ในยุค 80's นับเวลาถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไป 40 ปีแล้ว

ถึงแม้เรื่องราวจะไม่ได้ดุเด็ดเผ็ดมัน ลุ้นแบบหยุดหายใจเหมือนมังงะกีฬาส่วนใหญ่ แต่ Touch นั้นนำเสนอด้วยอารมณ์ที่แตกต่างออกไป โดยเป็นเรื่องราวของพี่น้องฝาแฝด ทัชซึยะ และ คัทซึยะ ผู้ใฝ่ฝันอยากเข้าแข่งขันในศึกเบสบอลมัธยมปลายโคชิเอ็ง โดยตลอดเส้นทางการล่าฝันพวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะมิตรภาพหรือความรัก ที่บางงคราก็พายิ้ม บางคราก็เรียกน้ำตาผู้อ่านได้ง่ายๆ 

 

Captain Tsubasa กัปตันซึบาสะ

ปีที่ตีพิมพ์ : 1981-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : โยอิจิ ทากาฮาชิ

จำนวนเล่ม : ภาคแรก 37 เล่ม, ภาคเยาวชนโลก 18 เล่ม, ภาค Road to 2002 15 เล่ม, ภาค Golden-23 12 เล่ม, ภาค Kaigai Gekito Hen 8 เล่ม, ภาค Rising Sun 9 เล่ม (ยังไม่จบ) 

คงจะไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่านี่คือมังงะกีฬาที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดตลอดกาล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมฟุตบอลญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งมาถึงปัจจุบัน

Captain Tsubasa เล่าเรื่องราวการผจญภัยในโลกลูกหนังของ "โอโซระ ซึบาสะ" เด็กหนุ่มที่รักฟุตบอลเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ตั้งแต่วัยเยาว์กับการแข่งขันฟุตบอลระดับโรงเรียน จนเติบโตได้เป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เสน่ห์ของมังงะเรื่องนี้คือการที่ผู้อ่านได้รู้สึกเติบโตไปพร้อมกับตัวละคร ผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งผิดหวัง สมหวัง จนรู้สึกตัวอีกที ซึบาสะ ก็กลายเป็นเพื่อนของเราคนหนึ่งไปแล้ว

 

Ironfist Chinmi ยอดยุทธหมัดเหล็ก

อีกหนึ่งมังงะที่เน้นการต่อสู้เร้าใจ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ ยอดยุทธหมัดเหล็ก โดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางเรื่องอื่นๆ ก็คงเป็นการนำศิลปะการต่อสู้ประเภทกังฟูมาผสมสานกับเรื่องราวการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นเร้าใจ

เรื่องราวการท่องไปในยุทธภพอันกว้างใหญ่ของ จิมมี่ เด็กหนุ่มผู้ฝึกศิลปะกังฟูจากวัดไดริน ก่อนที่โชคชะตาจะชักนำเขาให้ไปพัวพันกับคู่ต่อสู้มากมายจากทั่วทุกสารทิศ 

ยอดยุทธหมัดเหล็ก เป็นมังงะอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ว่าจะหยิบขึ้นมาอ่านเมื่อไร ก็สนุกเพลินจนลืมเวลาเมื่อนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีปมซับซ้อน แต่แค่เพียงแอ็กชั่นและวิชากังฟูเท่ๆ ของ จิมมี่ นั้นก็เกินพอแล้ว

 

Rokudenashi Blues จอมเกบลูส์

ปีที่ตีพิมพ์ : 1988-1997

ผู้เขียน : มาซาโนริ โมริตะ

จำนวนเล่ม : 42

ถึงแม้ภาพลักษณ์จะดูเป็นมังงะแนวนักเลง แต่แก่นแท้ของ จอมเกบลูส์ นั้นก็เกี่ยวข้องกับกีฬาอย่างเข้มข้มไม่แพ้เรื่องอื่นๆ โดยเป็นเรื่องราวของ มาเอดะ ไทซน เด็กหนุ่มมัธยมปลายนักเลงหัวไม้ผู้มีความฝันอยากเป็นนักมวยแชมป์โลก ทำให้ตลอดเรื่องราวทั้ง 42 เล่ม ผู้อ่านจะได้ซึมซับเรื่องราวการเติบโตของเขา ผ่านมิตรภาพ การต่อสู้ ที่มาเอดะต้องเผชิญ 

ทุกครั้งที่มีการพูดถึงมังงะที่วัยรุ่นผู้ชายต้องอ่าน ชื่อของ จอมเกบลูส์ จะโผล่มาอยู่ในลิสต์เสมอ เท่านี้ก็น่าจะพอการันตีถึงความยอดเยี่ยมของมันได้แล้ว

 

Dear Boys 

ปีที่ตีพิมพ์ : 1989-2017

ผู้เขียน : ฮิโรกิ ยางามิ

จำนวนเล่ม : ภาคแรก 23 เล่ม, ภาค Dear Boys: The Early Days 1 เล่ม, ภาค Dear Boys: Act 2, ภาค Dear Boys: Act 3 21 เล่ม, ภาค Dear Boys: Over Time 3 เล่ม

มังงะบาสเกตบอลสุดคลาสสิคที่ยืนระยะมาอย่างยาวนาน เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชมรมบาสเกตบอลของโรงเรียนมัธยมมิซูโฮที่ในตอนแรกกำลังประสบปัญหาเนื่องจากตัวผู้เล่นไม่พอ ก่อนที่หนึ่งในผู้เล่นยอดฝีมืออย่าง ไอคิวะ จะย้ายเข้ามา และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

จุดเด่นของ Dear Boys คือเรื่องของลายเส้นที่อาจารย์ผู้เขียนถ่ายทอดออกมาได้อย่างถึงอารมณ์ นอกจากนั้นในส่วนของเนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีแค่บาสเกตบอล แต่ยังเล่าถึงความสัมพันธ์และการก้าวผ่านช่วงวัยของเหล่าตัวละครนักเรียนมัธยมปลาย

 

Hajime no Ippo ก้าวแรกสู่สังเวียน

ปีที่ตีพิมพ์ : 1989-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : โจจิ โมริคาว่า

จำนวนเล่ม : 127 (ยังไม่จบ)

สุดยอดมังงะชกมวยที่อยู่คู่นักอ่านมาหลายยุคหลายสมัยและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ โดยปัจจุบันมีจำนวนรวมเล่มตีพิมพ์ออกมาแล้วถึง 127 เล่ม 

ก้าวแรกสู่สังเวียน เล่าเรื่องราวของ "มาคุโนอุจิ อิปโป" เด็กหนุ่มจากครอบครัวชาวประมง ที่ได้เข้าสู่โลกของการชกมวยโดยบังเอิญ พร้อมกับพลังพรสวรรค์​หมัดอันรุนแรงเกินต้านทาน และหลังจากนั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะ อิปโป ไม่ได้อยากเป็นแค่ชาวประมงอีกต่อไป แต่ความฝันใหม่ของเขาคือการเป็นนักมวยแชมป์โลก

ถ้าใครกำลังหาเรื่องราวการต่อสู้หลากรส ที่มีทั้งสุข เศร้า แถมยังอ่านได้ยาวๆ ก้าวแรกสู่สังเวียนตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน

 

Slam Dunk 

ปีที่ตีพิมพ์ : 1990-1996

ผู้เขียน : ทาเคฮิโกะ อิโนะอุเอะ

จำนวนเล่ม : 31

ถ้าพูดถึงมังงะกีฬาแล้วไม่พูดถึงเรื่องนี้คงเป็นอะไรที่ผิดมหันต์ เพราะ Slam Dunk คือหนึ่งในมังงะกีฬาที่ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ว่าด้วยเรื่อวราวของพ่อหนุ่มนักเลงหัวไม้ผมแดง "ฮานามิจิ ซากุระงิ" ที่ตกกระไดพลอยโจนเข้าสู่ชมรมบาสเกตบอลเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะค้นพบในภายหลังว่าบาสเกตบอลคือสิ่งที่เขารักเช่นกัน 

คงไม่ต้องสาธยายอะไรมาก เชื่อว่าส่วนใหญ่คงเคยอ่านกันมาแล้ว และสำหรับช่วงที่บรรยากาศกำลังเคร่งเครียดแบบนี้ ความสนุกครบรสจาก Slam Dunk น่าจะเป็นไอเดียที่ไม่เลวในการฆ่าเวลา

 

Baki the Grappler บากิจอมประจัญบาน

ปีที่ตีพิมพ์ : 1991-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : เคซุเกะ อิตางากิ

จำนวนเล่ม : ภาค Baki the Grappler 42 เล่ม, ภาค In Search of Our Strongest Hero 31 เล่ม, ภาค Baki Hanma 37 เล่ม, ภาค Baki-Dou 22 เล่ม, ภาค Baki Dou 4 เล่ม (ยังไม่จบ)

ถึงแม้ว่าแก่นหลักของ บากิ จะเป็นมังงะต่อสู้แอ็กชั่นเต็มขั้น แต่ก็จะเห็นได้ว่าตลอดทั้งเรื่องจะมีการผูกโยงเข้ากับศิลปะการต่อสู้ประเภทต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งมันคือเสน่ห์ที่ทำให้มังงะเรื่องนี้ไม่ใช่การต่อสู้แบบทื่อๆ เพราะนักสู้ทุกคนเต็มไปด้วยชั้นเชิงฝีมือ

เป็นเรื่องราวของ ฮันมะ บากิ เด็กหนุ่มผู้ต้องการโค่นล้ม ฮันมะ ยูจิโร่ ผู้เป็นพ่อ เจ้าของฉายา "สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" เพื่อล้างแค้นให้กับแม่ เขาจึงฝึกฝนฝีมือการต่อสู้ให้แข็งแกร่ง ซึ่งด้วยเหตุนี้เองก็ได้ชักนำเขาเข้าสู่โลกแห่งการต่อสู้แสนอันตราย ต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้มากมายจากทั่วโลก

แน่นอนว่าเสน่ห์ของ บากิ ไม่มีอะไรอย่างอื่นนอกจากความมันส์ ที่ไม่ว่าจะหยิบขึ้นมาอ่านเมื่อไรก็วางไม่ลง

 

H2

ปีที่ตีพิมพ์ : 1992-1999

ผู้เขียน : มิซึรุ อาดาจิ 

จำนวนเล่ม : 34

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามสำหรับมังงะเบสบอลในตำนานเรื่อง Touch อาจารย์อาดาจิคนเดิมก็กลับมาอีกครั้งในยุค 90's กับมังงะเบสบอลเรื่องใหม่ของเขาอย่าง H2 (ถึงแม้ตัวละครจะหน้าตาเหมือนเดิมจนแทบแยกไม่ออกก็ตาม)

แน่นอนว่าเรื่องราวย่อมต้องเกี่ยวข้องกับชมรมเบสบอลในโรงเรียนมัธยม การแข่งขันกันระหว่างเพื่อนรัก ความรักนอกสนามของหนุ่มสาว และความฝันในการพิชิตโคชิเอ็ง 

ถ้าใครเคยตกหลุมรัก Touch คุณก็จะตกหลุมรัก H2 เช่นกัน

 


VIVA! Calcio

ปีที่ตีพิมพ์ : 1993-2000

ผู้เขียน : สึคาสะ ไอฮาระ

จำนวนเล่ม : 20 เล่ม

สุดยอดมังงะคลาสสิคที่เคยได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในบ้านเราเมื่อช่วงยุค 90's ว่าด้วยเรื่องราวของ โย ชิอินะ (หรือที่รู้จักกันในบ้านเราว่า โย ชีน่า) นักเตะฟุตบอลมัธยมปลายชาวญี่ปุ่น ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลโดยมีเป้าหมายลงเล่นในลีกยักษ์ใหญ่อย่าง กัลโช เซเรีย อา ของอิตาลี 

โดยความสนุกและเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของ VIVA! Calcio คือการที่อาจารย์ผู้เขียนนำตัวละครเอกลงสนามเล่นร่วมกับสุดยอดนักฟุตบอลที่มีตัวตนอยู่จริงในช่วงเวลาดังกล่าว จึงทำให้ VIVA! Calcio มีความจับต้องได้ โดยเฉพาะแฟนบอลลีก กัลโช เซเรีย อา ของอิตาลี น่าจะชื่นชอบเป็นพิเศษ และถึงแม้จะเป็นมังงะเก่าแล้ว แต่ต่อให้หยิบมาอ่านวันนี้ ความสนุกของมันก็ยังคงไม่เสื่อมคลาย

 

Tough ใครว่าข้าไม่เก่ง

ปีที่ตีพิมพ์ : 1993-2012

ผู้เขียน : เท็ตสึยะ ซารุวาตาริ

จำนวนเล่ม : ภาค School Iron Fist Legend 42 เล่ม, ภาค TOUGH 39 เล่ม

มังงะเรื่องนี้ค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับบากิ เรียกว่าเป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมาเลยก็ว่าได้ กล่าวคือทั้งสองไม่ได้เป็นมังงะกีฬาโดยตรง แต่ตลอดทั้งเรื่องจะมีการสอดแทรกเรื่องราวของศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ เข้ามาอยู่เสมอ 

Tough ใครว่าข้าไม่เก่ง เล่าเรื่องราวของ มิยาซาว่า คิอิจิ เด็กหนุ่มมัธยมเลือดร้อนผู้มีฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดา เนื่องจากเขาคือผู้สืบทอดแห่ง นาดะชินคาเงะ สำนักวิชาการต่อสู้ที่เน้นศาสตร์แห่งการฆ่า ดังนั้นเขาจึงต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมากมาย ต้องต่อสู้กับยอดฝีมือทั่วทุกสารทิศ เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติแห่ง นาดะชินคาเงะ

แน่นอนว่าเมื่อเป็นมังงะแนวนี้ สิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับอย่างเต็มที่คือความมันแบบวางไม่ลง ผสมผสานกับเรื่องราวมิตรภาพที่หลายครั้งก็ซึ้งจนต้องหลั่งน้ำตา

 

Midori no Makibaō มากิบาโอ ขาสั้นพันธุ์ซิ่ง

ปีที่ตีพิมพ์ : 1994-1997

ผู้เขียน : ซึโนมารุ

จำนวนเล่ม : 16

มังงะเกี่ยวกับ "กีฬาม้าแข่ง" หนึ่งเดียวภายในลิสต์นี้ ถ้าใครเคยอ่านจะรู้ว่า มากิบาโอ ขาสั้นพันธุ์ซิ่ง คือมังงะที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน ความตลกโปกฮา ไร้ซึ่งสาระ เหมาะกับการอ่านเพื่อความบันเทิงเบาสมอง 

มากิบาโอ ลูกผสมที่เกิดจากม้าแข่งกับลา ทำให้มีรูปร่างที่เตี้ยแคระ ขาสั้น ไม่มีจ็อกกี้คนไหนอยากจะนำไปขี่แข่งขัน จนกระทั่งได้เจอกับจ็อกกี้ร่างแคระ นิสัยขี้เมา ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันเดินหน้าไขว่คว้าความฝันในการเป็นม้าแข่งและจ็อกกี้ยอดฝีมือให้สำเร็จ

 

Initial D ถนนสายนี้ข้าจอง

ปีที่ตีพิมพ์: 1995-2013

ผู้เขียน: ชุอิจิ ชิเงะโนะ

จำนวนเล่ม: 48 เล่ม

หนึ่งในมังงะแข่งรถที่โด่งดังและประสบความสำเร็จที่สุด ด้วยเนื้อเรื่องสุดแสนเข้มข้นเร้าใจ ทุกการดริฟท์ ทุกการเข้าโค้ง อาจารย์ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่ายลายเส้นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม 

Initial D เล่าเรื่องราวของ ฟูจิวาระ ทาคุมิ ลูกชายเจ้าของร้านขายเต้าหู้ ที่ต้องขับรถไปส่งเต้าหู้ตอนเช้ามืดทุกวัน ก่อนที่จะได้เข้าสู่โลกแห่งความเร็วของการซิ่งรถบนเขายามค่ำคืนเพราะสถานการณ์พาไป หลังจากนั้นชีวิตของ ทาคุมิ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเขาต้องประชันความเร็วกับสุดยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ 

เร็ว แรง โคตรลุ้น อ่านแล้ววางไม่ลง นี่แหละ Initial D ... และถึงแม้เรื่องราวของ Initial D จะจบลงไป แต่ดูเหมือนอาจารย์ชิเงะโนะจะยังหลงเสน่ห์ในกลิ่นยางไหม้ไม่เสื่อมคลาย เพราะในปี 2017 เจ้าตัวได้เริ่มเขียนมังงะเรื่องใหม่ MF Ghost ซึ่งกลิ่นอายของมัน ราวกับเป็นภาคต่อของ Initial D อย่างไม่มีผิดเพี้ยน

 

Rookies มือใหม่ไฟแรง

ปีที่ตีพิมพ์ : 1998-2003

ผู้เขียน : มาซาโนริ โมริตะ

จำนวนเล่ม : 24

อย่าเพิ่งแปลกใจว่าทำไมลายเส้นของมังงะเรื่องนี้ถึงได้เหมือนกับเรื่อง จอมเกบลูส์ อย่างกับแกะ นั่นก็เพราะเป็นผลงานของอาจารย์ผู้เขียนคนเดียวกันนั่นเอง ซึ่งตัวอาจารย์มาซาโนริก็ยังคงสามารถรักษาเสน่ห์ความเป็น "มังงะกีฬานักเลง" ไว้ได้อย่างเต็มที่

เมื่อ โคอิจิ คาวาโต้ อาจารย์หนุ่มไฟแรงได้เข้ามาประจำที่โรงเรียนมัธยมฟุตาโกะ ทามาคาวะ ก่อนที่เขาได้เข้ามาพัวพันกับชมรมเบสบอลซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมของนักเรียนนักเลงหัวไม้ ถึงแม้จะเป็นคนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ชอบใช้กำลัง แต่ คาวาโต้ ก็สามารถเข้ากับนักเรียนนักเลงได้เป็นอย่างดี โดยเป้าหมายของเขาคือการเปลี่ยนแปลงเด็กพวกนี้ให้เข้าร่องเข้ารอย และพาพวกเขาสู่โคชิเอ็งให้ได้

ถ้าคุณเคยตกหลุมรักมิตรภาพระหว่างครูกับลูกศิษย์ใน GTO เรื่อง Rookies ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

 

Hikaru no Go ฮิคารุเซียนโกะ

ปีที่ตีพิมพ์ : 1999-2003

ผู้เขียน : ยูมิ ฮตตะ (เรื่อง), ทาเกชิ โอบาตะ (ภาพ), ยูการิ โยชิฮาระ (ที่ปรึกษา)

จำนวนเล่ม : 23

ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับพลังทางร่างกาย แต่หมากล้อมก็คือกีฬาชนิดหนึ่งเช่นกัน เป็นกีฬาที่ประลองกันด้วยมันสมอง และแน่นอนว่ามังงะเกี่ยวกับหมากล้อมที่โด่งดังประสบความสำเร็จที่สุดยังไงก็ต้องเป็นเรื่อง ฮิคารุเซียนโกะ

ฮิคารุเซียนโกะ เล่าเรื่องของ ฮิคารุ เด็กหนุ่มมัธยมธรรมดา ที่บังเอิญเจอกระดานหมากล้อมลึกลับในห้องเก็บของ แต่ปรากฏว่าในกระดานหมากล้อมนั้นมีวิญญาณของ "ซาอิ" นักเล่นหมากล้อมยอดฝีมือจากยุคโบราณสิงอยู่ และ ซาอิ นี่แหละคือผู้ชักนำให้ ฮิคารุ เข้าสู่โลกแห่งหมากล้อม ก่อนที่เด็กหนุ่มจะค้นพบว่าเขาเองก็หลงเสน่ห์ในเกมชนิดนี้เช่นกัน

ความสนุกของ ฮิคารุเซียนโกะ คือการที่ผู้อ่านได้เติบโตเรียนรู้ไปพร้อมกับตัวละคร จากคนที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าหมากล้อมคืออะไร แค่ทำตามที่ ซาอิ บอก จนสุดท้ายก็ได้เวลาพิสูจน์ตัวเองว่าเขาเองก็เป็นเซียนหมากล้อมคนหนึ่งเช่นกัน

 

Real

ปีที่ตีพิมพ์ : 1999-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : ทาเคฮิโกะ อิโนะอุเอะ

จำนวนเล่ม : 14 (ยังไม่จบ)

ถึงแม้จะเป็นผลงานของผู้เขียนคนเดียวกับ Slam Dunk และเป็นมังงะบาสเกตบอลเหมือนกัน แต่ต้องบอกว่า Real นั้นแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง โดยมังงะเรื่องนี้ไม่ได้เน้นไปที่ความสนุกสนานหรือตลกโปกฮาแบบ Slam Dunk แต่เลือกที่จะเล่าเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตอันเข้มเข้นของตัวละครวัยรุ่น 3 คนที่มีความฝัน อย่างไรก็ตามการจะไปถึงฝั่งฝันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาก็พร้อมจะสู้เต็มที่ ถึงแม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์พร้อมก็ตาม ... ใช่แล้ว เรื่องนี้มีการพูดถึง วีลแชร์ บาสเกตบอล ด้วย

Real ถูกจัดให้เป็นอีกหนึ่งมังงะที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้อ่านตอนจบในชาตินี้หรือเปล่า แต่แค่เพียง 14 เล่มที่ตีพิมพ์ออกมาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้อ่านมองเห็นมุมมองและเข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้น

 

Orange พันธุ์เตะเลือดสีส้ม

ปีที่ตีพิมพ์ : 1999-2002

ผู้เขียน : ทัตสึกิ โนดะ

จำนวนเล่ม : 13 เล่ม

ถึงแม้ชื่อเสียงอาจจะไม่โด่งดังเท่าเรื่องอื่นๆ ในลิสต์นี้ แต่ขอบอกเลยว่า Orange พันธุ์เตะเลือดสีส้ม คือมังงะม้านอกสายตาที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ตลอด 13 เล่มคือความสนุกที่ติดหนึบ อ่านแล้ววางไม่ลง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ วาคามัตซึ มุซาชิ  เด็กหนุ่มนักฟุตบอลผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ได้มาที่ เมืองนันโยะ จังหวัด เอฮิเมะ และเข้าร่วมสโมสรฟุตบอล นันโยะ ออเรนจ์ ด้วยเหตุผลเพียงแค่ชอบดื่มน้ำส้มที่เจ้าของทีมนี้เป็นผู้ผลิตเท่านั้นเอง ซึ่งในขณะนั้น นันโยะ ออเรนจ์ ถือเป็นทีมฟุตบอลสุดห่วย แข่งกี่ครั้งก็แพ้เสมอ ดังนั้น มุซาชิ คนนี้จึงเปรียบเสมือนผู้กอบกู้ให้ นันโยะ ออเรนจ์ เป็นสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ

อาจจะหาอ่านยากสักหน่อย แต่ไม่ว่ายังไงนี่คือหนึ่งในมังงะฟุตบอลที่ควรค่าแก่การอ่านสักครั้งในชีวิต

 

The Prince of Tennis เจ้าชายลูกสักหลาด 

ปีที่ตีพิมพ์ : 1999-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : ทาเคชิ โคโนมิ

จำนวนเล่ม : ภาคแรก 42 เล่ม, ภาค New Prince of Tennis 28 เล่ม (ยังไม่จบ)

ถึงแม้ว่าช่วงหลังจะแทบกลายเป็นมังงะแอ็กชั่นที่ใช้เทนนิสเป็นเครื่องมือไปแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าในช่วงแรก The Prince of Tennis คือมังงะเทนนิสที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด แถมเนื้อเรื่องยังสนุกเข้มข้น ตัวละครมีเสน่ห์จนกลายเป็นขวัญใจพ่อยกแม่ยกทั้งบ้านทั้งเมือง

เมื่อ "เอจิเซ็น เรียวมะ" ทายาทนักเทนนิสผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน ได้เข้าศึกษาในระดับมัธยมต้นที่โรงเรียนเซย์ชุน ไม่นานหลังจากนั้นฝีมือในการหวดลูกสักหลาดก็นำพาเขาให้เข้าสู่ชมรมเทนนิส และต้องพบกับการแข่งขันสุดดุเดือดมากมาย

ต้องยอมรับว่าความสนุกของ The Prince of Tennis ก็คือการที่ได้เห็นเหล่าตัวละครโชว์ทักษะพิเศษที่โคตรจะโอเวอร์ และการได้เห็นโรงเรียนเซย์ชุนค่อยๆ ฝ่าฟันผ่านคู่ต่อสู้ระดับพระกาฬมากมาย

 

KATSU!

ปีที่ตีพิมพ์ : 2001-2005

ผู้เขียน : มิซึรุ อาดาจิ 

จำนวนเล่ม : 16

อีกหนึ่งผลงานของอาจารย์ มิซึรุ อาดาจิ แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องราวของกีฬาเบสบอลเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นเรื่องราวการต่อสู้บนสังเวียนผ้าใบของกีฬามวย 

เมื่อ ซาโตยามะ คัตสึกิ หลงรักเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อ คาสึกิ ถึงขั้นที่ลงทุนไปฝึกมวยที่ค่ายของพ่อเธอ คัตสึกิค่อยๆ ค้นพบความจริงเกี่ยวความหลังของพ่อซึ่งเป็นอดีตนักมวย และค้นพบความสามารถด้านชกมวยที่ตนเองมีอยู่ คัตสึกิได้ตัดสินใจหันมาเอาดีทางด้านชกมวยระดับมัธยมปลาย และต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ฝีมือร้ายกาจมากมายในสังเวียน เช่นเดียวกับนอกสังเวียนกับศึกแย่งชิงหัวใจ คาสึกิ ซึ่งก็โหดหินไม่แพ้กัน 

เสน่ห์ของผลงานอาจารย์ มิซึรุ อาดาจิ คือการนำเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นมาผสมสานกับกีฬาได้อย่างลงตัว ถ้าใครเคยได้ลองอ่านสักเรื่อง รับประกันได้เลยว่าจะต้องตามอ่านเรื่องต่อๆ ไปแน่นอน

 

Eyeshield 21 ไอ้หนูไต้ฝุ่นมะกันบอล

ปีที่ตีพิมพ์ : 2002-2009

ผู้เขียน : ริชิโระ อินางากิ (เรื่อง) ยูซุเกะ มุราตะ (ภาพ)

จำนวนเล่ม : 37

ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน นี่คือมังงะอีกหนึ่งเรื่องที่เราแนะนำเลย ถึงแม้คุณจะไม่เคยสัมผัสกับกีฬาอเมริกันฟุตบอลมาก่อนก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะมังงะเรื่องนี้จะค่อยๆ พาคุณรู้จักกีฬาชนิดนี้ไปพร้อมๆ กับตัวเอกของเรื่อง "โคบายาวะ เซนะ" เด็กหนุ่มมัธยมปลายจอมลูสเซอร์ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วฝีเท้าที่ยากจะหาใครเทียบได้ (เนื่องจากต้องวิ่งไปซื้อของให้เหล่าอันธพาลบ่อยๆ) ก่อนที่วันหนึ่งจะได้เข้าสู่ชมรมอเมริกันฟุตบอลโดยบังเอิญ และความมันส์แบบหลุดโลกก็ได้เริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น

เป็น 37 เล่มแห่งความเพลิดเพลิน ที่มีครบทุกรสชาติ อีกทั้งตัวละครแทบทุกตัวยังมีเสน่ห์เหลือล้น อีกหนึ่งมังงะที่ควรหามาอ่านก่อนตาย

 

Air Gear ขาคู่ทะลุฟ้า

ปีที่ตีพิมพ์ : 2002-2012

ผู้เขียน : อิโตะ โองุเระ

จำนวนเล่ม : 37 เล่ม

ถึงแม้ว่าในตอนหลังๆ เนื้อเรื่องจะออกทะเลไปค่อนข้างไกล แต่ต้องยอมรับว่าในตอนแรก Air Gear คือหนึ่งในมังงะที่ได้รับการจับตามองที่สุด เนื่องจากอาจารย์ผู้เขียนได้หยิบจับเรื่องราวของการแข่งขันแอร์เกียร์ ซึ่งคล้ายกับสเก็ต แต่เป็นรองเท้าสเก็ตที่ติดมอเตอร์แรงสูง ทำให้มีความเร็วสูง และทำให้ไต่กำแพงได้ ออกมานำเสนอได้อย่างตื่นเต้นเร้าใจ 

เรียกได้ว่า Air Gear คือมังงะที่ปลุกความนิยมในการเล่นสเก็ตและโรลเลอร์เบลดของเด็กยุค 2000s ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งก็ว่าได้ 

 

Ace of the Diamond

ปีที่ตีพิมพ์ : 2006-2015

ผู้เขียน : ยูจิ เทราจิม่า

จำนวนเล่ม : 47

ถึงแม้ว่าตั้งแต่หลังยุค 2000's เป็นต้นมาจะไม่ค่อยมีมังงะเบสบอลที่โดดเด่นเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยก็มีเรื่อง Ace of the Diamond ที่ยืนหนึ่งครองบัลลังก์มาได้

เนื้อเรื่องก็ดำเนินตามครรลองมังงะเบสบอลญี่ปุ่นทั่วไป ที่ว่าด้วยการตามล่าความฝันของเด็กหนุ่มผู้อยากเป็นพิชเชอร์มือดี ความรักของหนุ่มสาว และแน่นอนการตะลุยสู่โคชิเอ็ง ดังนั้นใครเป็นแฟนของมังงะเบสบอลอยู่แล้ว ยังไงเสียก็ไม่ควรพลาด Ace of the Diamond

 

Kuroko's Basketball คุโรโกะ นายจืดพลิกสังเวียนบาส

ปีที่ตีพิมพ์ : 2008-2014

ผู้เขียน : ทาดาโทชิ ฟูจิมากิ

จำนวนเล่ม : 30

ถ้า Slam Dunk คือมังงะบาสเกตบอลของเด็กยุค 90's ... Kuroko's Basketball ก็คงเป็นมังงะบาสเกตบอลของเด็กยุค 2000's ที่ถึงแม้จะต่างยุคต่างสมัย แต่ในเรื่องของความมันนั้นไม่แพ้กันเลยทีเดียว

Kuroko's Basketball เล่าเรื่องของ คุโรโกะ เท็ตสึยะ อดีตผู้เล่นคนที่ 6 ผู้ลึกลับแห่งโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคที่ถือเป็นสุดยอดทีมแห่งบาสเกตบอลระดับมัธยมต้น จนได้รับการขนานนามว่า "รุ่นปาฏิหาริย์" และหลังจากที่แยกย้ายจบการศึกษากันไป คุโรโกะ ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่โรงเรียนมัธยมเซย์ริน และพร้อมจะนำทีมบาสเกตบอลม้านอกสายตาทีมนี้ สร้างตำนานบทใหม่เพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ระดับประเทศ

เสน่ห์ของ Kuroko's Basketball คือการที่มันไม่ได้เป็นมังงะบาสเกตบอลที่จริงจัง มีการสอดแทรกท่าไม้ตายประหลาดให้ผู้อ่านได้ทึ่งอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้โอเวอร์จนเกินไป ผู้เขียนสามารถรังสรรค์ออกมาได้อย่างกลมกล่อม 

 

Yowamushi Pedal โอตาคุน่องเหล็ก

ปีที่ตีพิมพ์ : 2008-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : วาตารุ วาตานาเบะ

จำนวนเล่ม : 63 (ยังไม่จบ)

ว่ากันว่านี่คือมังงะเกี่ยวกับกีฬาปั่นจักรยานที่สนุกที่สุด คุณอาจจะไม่ต้องเชื่อก็ได้จนกว่าจะเริ่มอ่านมันด้วยตัวเอง

โอตาคุน่องเหล็ก เล่าเรื่องราวของ "ซาคามิจิ โอโนดะ" เด็กหนุ่มมัธยมปลายจอมโอตาคุ ที่ทุกสัปดาห์เขาต้องปั่นจักรยานทางไกลหลายสิบกิโลเมตร ไปที่ย่านอากิฮาบาระในกรุงโตเกียวเพื่อซื้อฟิกเกอร์รวมถึงเกมที่เขาชื่นชอบ สิ่งนี้ทำให้พรสวรรค์ในการปั่นจักรยานของเขาเบ่งบานโดยไม่รู้ตัว และสุดท้ายก็ได้ชักนำเขาเข้าสู่ชมรมจักรยานโรงเรียนโซโฮคุ

ความสนุกของ โอตาคุน่องเหล็ก คือความตื่นเต้นที่ตัวผู้เขียนนำเสนอผ่านการแข่งขันสุดเร้าใจที่มีการพลิกผันอยู่ตลอดเวลา คาดเดาไม่ได้เลยว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร

 

Haikyuu!! คู่ตบฟ้าประทาน

ปีที่ตีพิมพ์ : 2012-ปัจจุบัน

ผู้เขียน : ฮารุอิชิ ฟุรุตาเตะ

จำนวนเล่ม : 42 (ยังไม่จบ)

มังงะกีฬาแห่งยุคปัจจุบันที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วบ้านทั่วเมือง กับเรื่องราวของกีฬาวอลเลย์บอลที่มีไม่บ่อยครั้งนักที่ถูกหยิบมาเล่าผ่านลายเส้น แต่อาจารย์ฟุรุดาเตะผู้เขียนกลับนำเสนออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเร้าใจ ถ้าเริ่มอ่านแล้วรับรองว่าวางไม่ลง

เล่าเรื่องของ ฮินาตะ โชโย เด็กหนุ่มผู้เริ่มต้นเล่นวอลเลย์บอลหลังจากที่ได้เห็น "สมอลล์ไจแอนท์" ที่กำลังแข่งขันวอลเลย์บอลอยู่ ในสมัยที่เขายังเรียนในระดับประถมศึกษา และหลังจากนั้นมาเขาก็ทุ่มเทชีวิตให้กับกีฬาชนิดนี้มาโดยตลอด ผ่านเรื่องราวการแข่งขันสุดเข้มข้นมากมาย



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เพรียวพันธ์​ แสน​ลาวัณย์​ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง