mainstand

Feature

ไขข้อสงสัยทำไมจึงยังมีกีฬาแข่งขัน ท่ามกลางโรคระบาดครั้งใหญ่เมื่อ 100 ปีก่อน?



ไวรัส โควิด-19 คือปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกต้องเผชิญ แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกต้องรับมือกับโรคระบาดครั้งใหญ่ เมื่อ 100 ปีก่อน โลกต้องรับมือกับโรคไข้หวัดใหญ่สเปน ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก มากกว่า 50 ล้านคน


 

ท่ามกลางไข้หวัดที่รุนแรงและร้ายกาจ โลกกีฬาในเวลานั้น กลับมีวิธีรับมือโรคระบาดที่แตกต่างจากในปัจจุบัน เมื่อการแข่งขันกีฬาในหลายประเทศ ดำเนินไปอย่างปกติ 

พบกับเรื่องราวเมื่อ 100 ปีก่อน เรื่องราวที่เป็นบทเรียนชั้นดี ให้กับคนรักกีฬาในปัจจุบัน

 

รู้จักกับไข้หวัดใหญ่สเปน

ไข้หวัดใหญ่สเปน คือการระบาดของเชื้อไวรัส H1N1 โดยจุดเริ่มต้นการระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้ เริ่มต้นจากการแพร่เชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คน ไม่ต่างกับโรคระบาดชนิดอื่น


Photo : www.cincinnati.com

อาการของไข้หวัดใหญ่สเปน ไม่ต่างอะไรกับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คน ด้วยการไอหรือจาม โดยผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้ขึ้นสูง ปวดเมื่อยตามตัว อาเจียน คลื่นไส้ ไอและจาม หลังจากนั้นไข้จะกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยมีเลือดออกในร่างกาย หายใจไม่ออกจนเสียชีวิต

แม้จะได้ชื่อว่าไข้หวัดสเปน แต่สเปนไม่ใช่ต้นกำเนิดของไวรัสนี้ เพราะในช่วงเวลาที่ ไข้หวัดใหญ่สเปน เริ่มต้นระบาดในช่วงปลายปี 1917 ณ ภาคพื้นทวีปยุโรป เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่สงครามโลกครั้งที่ 1 กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาชี้ชะตาของสงคราม

หากแต่ท่ามกลางไวรัสที่ระบาด ชาติอื่นในทวีปยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกา กำลังหมกมุ่นอยู่กับการเผด็จศึกสงครามโลก จงใจที่จะปิดข่าวการระบาดของโรคครั้งนี้ เพราะไม่ต้องการให้ทหารเสียขวัญ สติเตลิด เพราะกลัวจะติดเชื้อกับไวรัสที่กำลังระบาด

สเปนที่ไม่ได้เข้าร่วมสงครามโลก จึงเป็นชาติที่บอกให้โลกรู้ว่า มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้น เคราะห์ร้ายที่ชาติอื่นฉวยโอกาสนี้ โยนความผิดว่าสเปนคือชาติที่เป็นจุดเริ่มต้นของโลกระบาด ทำให้โรคนี้ ถูกเรียกว่า ไข้หวัดใหญ่สเปน

ทว่าในภายหลัง ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการค้นคว้าวิจัย เพื่อหาศูนย์กลางของการระบาดว่าอยู่ที่ไหน แต่ปรากฎว่า ไม่มีบทสรุปที่แน่ชัดว่าต้นตอของโรคนี้มาจากที่ใด มีเพียงทฤษฎีหลากหลาย บ้างก็ว่าเริ่มต้นที่ฝรั่งเศส บ้างก็ว่าจีน, อังกฤษ หรือแม้แต่ สหรัฐอเมริกา

ไข้หวัดใหญ่สเปน ไม่ต่างอะไรกับไวรัสโควิด-19 ที่สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว หากมนุษย์เข้าใกล้กัน มีกิจกรรมร่วมกัน ในพื้นที่แออัด


Photo : www.theguardian.com

พื้นที่อันรกร้าง และสกปรก ของสนามรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหลุมเพาะ กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดีของไข้หวัดใหญ่สเปน ทำให้คนจำนวนมากติดไข้หวัดนี้ อย่างรวดเร็ว ซึ่งพาหะของโรคนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเหล่าทหารที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กันออกรบ ในสงครามโลกครั้งที่ 1

ระหว่างที่มนุษย์เข่นฆ่ากันเองในสงครามโลก ไวรัสได้เป็นส่วนร่วมในการคร่าชีวิตมนุษย์ โดยไม่มีการเลือกข้าง ... เมื่อสงครามจบลงในปี 1918 เหล่าทหารผู้รอดชีวิตได้เดินทางกลับบ้าน และกลายเป็นบุคคลสำคัญ ที่ทำให้ไข้หวัดใหญ่สเปน แพร่กระจายออกจากยุโรปไปทั่วโลก 

สถานการณ์ในตอนนั้น ไม่ต่างอะไรกับโลกปัจจุบันต้องเผชิญ เมืองใหญ่กลายเป็นแหล่งระบาดชั้นดีของโลก ผู้คนที่พลุกพล่านยิ่งทำให้เชื้อแพร่ระบาดได้ไวยิ่งขึ้น กว่าจะรู้ตัวอีกที ในช่วงปลายปี 1918 เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, เบอร์ลิน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 40,000 คน ภายในระยะเวลาสัปดาห์เดียว

 

กีฬาท่ามกลางโรคระบาด

วิธีทางแก้ปัญหาของไข้หวัดใหญ่สเปน ใกล้เคียงกับไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน คือการพยายามเก็บตัวอยู่บ้านให้มากที่สุด ไม่ออกไปทำกิจกรรมในพื้นที่ชุมชน หรือถ้าจะออกจากบ้าน ต้องใส่หน้ากากอนามัยออกไปด้วย


Photo : www.thestar.com

กิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก จึงต้องได้รับการทบทวน ถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม แน่นอนว่า การแข่งขันกีฬาอาชีพ คือหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้มีอำนาจ ต้องทบทวนถึงความเหมาะสมของการแข่งขัน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ปัจจุบัน เราเห็นการหลีกเลี่ยงปัญหาการระบาดของไวรัส ในวงการกีฬา ด้วยการเลื่อนการแข่งขันแบบไม่มีกำหนดในหลายประเภทกีฬาทั่วโลก แต่เมื่อย้อนกลับไปในช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่สเปน การแข่งขันกีฬายังคงดำเนินหน้าต่อไป

สืบเนื่องจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ลีกกีฬาหลายลีก ต้องหยุดการแข่งขันลากยาวมาตั้งแต่ปี 1914 ไม่ว่าจะเป็นลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษ, เยอรมัน ล้วนต้องหยุดการแข่งขัน เพื่อหลีกทางให้กับสงคราม เหลือไว้เพียงแค่การแข่งขัน ฟุตบอลสมัครเล่น ในท้องถิ่นเท่านั้น 

รวมถึงประเทศสเปน ที่แม้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสงครามโลก การแข่งขันฟุตบอลในประเทศ ล้วนเป็นการแข่งขันในระดับภูมิภาคเท่านั้น

ผลพวงจากสงครามโลก ทำให้ในปี 1918 อันเป็นปีแรกที่ไข้หวัดใหญ่สเปนระบาดหนัก ไม่มีการแข่งขันกีฬาในระดับชาติเกิดขึ้นมากนัก บนผืนแผ่นดินยุโรป เพราะหลายฝ่ายต้องการเยียวยา ปัญหาเรื้อรังรอบด้าน ที่มาจากสงคราม ให้จบสิ้นเสียก่อน

เข้าสู่ปี 1919 ยุโรปต้องเผชิญหน้ากับภัยโรคระบาดอย่างเต็มตัว สิ่งที่เกิดขึ้นคือการกลับมาลงแข่งขัน ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และเอฟเอ คัพ หลังจากหยุดพักไปนานถึง 5 ปี ขณะที่สเปนกับฝรั่งเศส มีการแข่งขันฟุตบอลถ้วยระดับประเทศ

ข้ามไปที่สหรัฐอเมริกา การกลับบ้านของเหล่าทหาร จากสงครามโลกในยุโรป นำพาการระบาดเกิดขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ในปี 1918 การแข่งขันกีฬา ยังคงดำเนินตามปกติ ทั้งกีฬาอเมริกันฟุตบอล และฮ็อกกี้น้ำแข็ง ลากยาวมาจนถึงช่วงต้นปี 1919  


Photo : www.skysports.com

ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขันกีฬา ในประเทศสหรัฐอเมริกา ยังเปิดให้แฟนกีฬา เข้าไปรับชมในสนามอีกด้วย 

สาเหตุก็เพราะ กิจกรรมซึ่งเป็นที่นิยมของชาวยุโรป และสหรัฐอเมริกาในช่วงนั้น ไม่ใช่การชมกีฬาสุดสัปดาห์ แต่เป็นการเข้าห้องสมุด เข้าโบสถ์ทำกิจกรรมทางศาสนา...ในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด ห้องสมุดและโบสถ์ คือสถานที่แรกๆ ที่ถูกรัฐบาลสั่งปิดอย่างเด็ดขาด ขณะที่สนามกีฬา ถูกยกอำนาจให้หน่วยงานกีฬาพิจารณากันเอง

อีกทั้งผู้ชมกีฬาในสนาม ณ ช่วงเวลานั้น ไม่ได้มีผู้ชมเรือนหมื่นต่อสนามในปัจจุบัน สำหรับบางประเภทกีฬา เช่น ลีกฮ็อกกี้น้ำแข็งที่สหรัฐ อย่าง NHL มีค่าเฉลี่ยผู้ชมไม่ถึง 100 คน ในช่วงเวลานั้น ทำให้การแข่งขันดำเนินไปตามปกติ

บวกกับผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวยุโรปต้องการกลับมาใช้ชีวิตปกติ ที่ถูกพรากไป 5 ปีติดต่อกัน การเล่นกีฬาคือหนึ่งในกิจกรรมที่พวกเขาคิดถึง และจะไม่ยอมให้ใครมาพรากไปอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด หรือ รัฐบาลประจำชาติ

ปี 1918 รัฐบาลประเทศไอร์แลนด์ มีคำสั่งให้คนหยุดเล่น กีฬาแกลิคฟุตบอล (Gaelic Football) กีฬายอดนิยมประจำชาติ เพื่อเลี่ยงภัยโรคระบาด ... ผลลัพธ์คือ ชาวไอร์แลนด์ 50,000 คน ทั่วประเทศ ออกจากบ้านในวันอาทิตย์ มาเล่นแกลิคฟุตบอล เพื่อประท้วงคำสั่งของรัฐบาล

 

ประวัติศาสตร์บอกอะไร?

เมื่อเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ แต่การแข่งขันกีฬาในหลายชนิด ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ตามมา สามารถคาดเดาได้ไม่ยาก ... สนามกีฬา กลายเป็นเเหล่งเพาะเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สเปน จนนำมาสู่ความสูญเสียของชีวิตมนุษย์ 


Photo : www.irishtimes.com

เหตุการณ์ที่ชาวไอร์แลนด์ 50,000 คน ออกมาเล่นแกลิคฟุตบอลประท้วงรัฐบาล กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญ ที่นำไปสู่การระบาดตัวครั้งใหญ่ ของไข้หวัดใหญ่สเปน ในประเทศไอร์แลนด์ ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 1918

ในสหรัฐอเมริกา ลีกฮ็อกกี้น้ำแข็ง NHL ยังคงเดินหน้าจัดการแข่งขัน โดยไม่สนใจไข้หวัดที่กำลังระบาดหนัก (แม้จะมีการปรับเปลี่ยน ห้ามผู้ชมเข้าชมในภายหลัง) 

จนกระทั่งถึงวันที่ 1 เมษายน 1919 ในการแข่งขันชิงแชมป์สแตนลีย์ คัพ (Stanley Cup) เกมที่ 6 ระหว่าง ซีแอทเทิล เมโทรโปรลิทานส์ (Seattle Metropolitans) กับ มอนทรีออล แคนาเดียนส์ (Montreal Canadiens) ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายถูกพบว่าป่วยเป็นไข้หนักหลายคน แน่นอนว่าพวกเขา ติดไข้หวัดใหญ่สเปนเข้าเสียแล้ว ทำให้การแข่งขันในฤดูกาล 1918/19 (ที่เหลือเพียงแค่นัดเดียว) ถูกยุติลง


Photo : wikipedia.org

หลังจากนั้นอีก 4 วัน โจ ฮอลล์ (Joe Hall) ผู้เล่นของทีมมอนทรีออล เสียชีวิตจากไข้หวัด ขณะที่ จอร์จ เคเนดี (George Kennedy) ผู้จัดการทีมวัย 37 ปี ของทีมมอนทรีออล ได้รับผลกระทบหนักจากการติดไวรัสครั้งนี้ อาการของเขาไม่ดีขึ้น และเสียชีวิตในอีก 3 ปีหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เมื่อเกิดความสูญเสีย การแข่งขันจะต้องยุติลง ... เดือนมีนาคม 1919 ลีก MLB ลีกเบสบอลของประเทศสหรัฐ ต้องสูญเสีย บิล ยอว์กี (Bill Yawkey) เจ้าของทีม ดีทรอยต์ ไทเกอร์ส (Detroit Tigers) ที่เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สเปน แต่การแข่งขันของลีก MLB ในปีนั้น ไม่ได้ถูกเลื่อนออกไป และทำการแข่งขันตามปกติ 

ไม่มีใครออกมาพูดแน่ชัดว่า เหตุใดลีกกีฬาอันดับหนึ่ง ของสหรัฐฯ ในเวลานั้น ถึงไม่เลื่อนการแข่งขันออกไป แต่มีการบันทึกไว้ว่า สื่อในเวลานั้น พยายามไม่เล่นข่าวไข้หวัดใหญ่สเปน ให้เชื่อมโยงกับวงการกีฬา เพราะไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก 

ขณะเดียวกัน แฟนกีฬาเบสบอล ไม่ต้องการให้ลีกต้องเลื่อนหรือยกเลิกเช่นกัน เพราะมองว่าเป็นความบันเทิงไม่กี่อย่าง ที่สามารถหาได้ ท่ามกลางพิษสงคราม ต่อเนื่องด้วยโรคระบาด 

โดยในปี 1919 ลีก MLB มีค่าเฉลี่ยผู้ชมในสนามสูงถึง 92 เปอร์เซ็นต์ แม้การออกจากบ้าน ไปยังสถานที่รวมคนหมู่มาก จะนำไปสู่การเสี่ยงติดโรคไข้หวัดใหญ่สเปนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปี 2020 ท่ามกลางโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ลีก MLB กลับเลื่อนเปิดฤดูกาล 2020 ออกไป และหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น 2020 อาจเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ของ MLB ที่ไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น


Photo : www.bleedcubbieblue.com

“ผมคิดว่าสถานการณ์ในตอนนี้ น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ ผมคิดว่าคนยุคนี้เข้าใจดีว่า เรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับสิ่งใด” ไมค์ บอร์เซลโล หนึ่งในทีมโค้ชของทีม ชิคาโก คับส์ (Chicago Cubs) แสดงความคิดเห็น

สิ่งที่บอร์เซลโลพูด ไม่ได้ผิดแต่อย่างใด เพราะย้อนกลับไปในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สเปนระบาด แม้ว่าในหลายประเทศ จะมีกิจกรรมสาธารณะ เช่นการเล่นกีฬาต่อไป สุดท้ายต้องมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก ไปกว่า 50 ล้านคน

หรือในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่การเล่นแข่งขันลีกกีฬา ดำเนินต่อ เพื่อสร้างความสุขให้กับผู้คน แต่ก็ต้องสูญเสียประชากรไปกับไข้หวัดใหญ่ครั้งนั้น ร่วม 600,000 คน 


Photo : www.bleedcubbieblue.com

กีฬาคือส่วนสำคัญของชีวิตมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด กีฬาเป็นธุรกิจหรือไม่ กีฬายังคงทำหน้าที่สร้างความสุข ให้กับผู้คนไม่เคยเปลี่ยนแปลง

แต่สิ่งที่สำคัญกว่ากีฬา คือชีวิต ในช่วงเวลาของโรคระบาด แบบตอนนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือการอยู่บ้าน เพื่อดูแลตัวเอง คนรอบข้าง และคนในสังคม ... หากไม่ต้องการให้โลก ต้องอยู่ในระยะเวลาโรคระบาดยาวนานร่วม 3 ปี มีคนตายหลายสิบล้านคน แบบตอนโรคไข้หวัดใหญ่สเปน

และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เราจะได้กลับมามีความสุข กับการเล่น การรับชมกีฬาที่รักกันอีกครั้ง

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.pinstripealley.com/2020/3/15/21178967/yankees-mlb-history-coronavirus-spanish-flu-babe-ruth-red-sox-jackson-white-sox 
https://www.gqthailand.com/culture/article/spanish-flu 
https://www.silpa-mag.com/history/article_35900 
https://virus.stanford.edu/uda/ 
https://www.history.com/topics/world-war-i/1918-flu-pandemic 
https://www.theguardian.com/sport/2020/mar/19/spanish-flu-stanley-cup-2019-nhl-montreal-canadiens
https://www.rte.ie/sport/other-sport/2020/0313/1122159-how-the-sporting-world-reacted-to-the-spanish-flu/
https://chicago.suntimes.com/sports-saturday/2020/3/21/21188819/unprecedented-coronavirus-impacts-sports-like-spanish-flu-9-11-attacks-2-world-wars-did-not
https://www.webcitation.org/5ghdULukN?url=http://ec.europa.eu/research/profiles/index_en.cfm?p=1_oxford



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง