mainstand

Feature

“โคล - ยอร์ค” กลายเป็นคู่ศูนย์หน้าที่ดีที่สุดแห่งยุคคู่หนึ่งได้อย่างไร?



ไม่มีกองหน้าคู่ไหนจะที่มีความเข้าขารู้ใจชนิดที่ว่าหลับตาก็ยังหาคู่หูเจอแบบ ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล อีกแล้ว


 

ในฤดูกาล 1998-99 พวกเขาได้เล่นด้วยกันเป็นปีแรก แต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทุกวันนี้ยังไม่มีทีมจากอังกฤษทีมใดสามารถทาบทามความสำเร็จครั้งนั้นได้ 

ทำไมพวกเขาจึงไม่ต้องใช้เวลาจูนอะไรกันเลย? ทำไมพวกเขาทั้งคู่จึงกลายเป็นเพื่อนซี้ตลอดชีวิต? ติดตามเรื่องราวของคู่หูโคล - ยอร์ค ผู้ยิ่งใหญ่ได้ที่นี่ 

 

คนเดียวหัวหาย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มก่อร่างสร้างทีมทีละน้อยเมื่อได้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้ามาคุมทีมในปีค.ศ. 1986

เฟอร์กี้ เปลี่ยนระบบทีมด้วยการใช้นักเตะที่มีความกระหายในการลงเล่น มีคาแร็คเตอร์ของผู้ชนะ และยิ่งถ้าเป็นนักเตะที่มีสายเลือดแมนคูเนี่ยนด้วยแล้ว ก็ยิ่งตรงสเป็กกับที่เขาตั้งไว้อย่างจัง

อย่างไรก็ตามนักเตะบางตำแหน่งก็ใช่ว่าจะหาซื้อหาเสริมกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้า ต้องยอมรับว่าพวกเขาจะเป็นต้องใช้นักเตะต่างชาติที่มีคลาสมากกว่านักเตะในอังกฤษ ณ เวลานั้น 

ซึ่ง เฟอร์กูสัน ก็ไปได้ตัว เอริก คันโตน่า มาในปีค.ศ. 1992 ก่อนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทีมตั้งหลักและกลับมาเป็นทีมที่ทุกคนเกรงขามอีกครั้งด้วยการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติด จากนั้นก็เป็นหน้าที่ที่ทีมแชมป์ต้องทำนั่นคือการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรักษาความยิ่งใหญ่ และหนนี้เขาได้กองหน้าสัญชาติอังกฤษ ที่ ณ เวลานั้นถือว่าเป็นสไตล์ที่แตกต่างกับคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน นั่นก็คือ แอนดี้ โคล นั่นเอง

โคล เล่นให้กับ นิวคาสเซิล ในฤดูกาล 1993-94 และสร้างสถิติยิงไปถึง 41 ลูกรวมทุกรายการ ก่อนที่ในฤดูกาล 1994-95 เขาจะเล่นอยู่กับ นิวคาสเซิล อยู่ครึ่งซีซั่น และย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดหน้าหนาวด้วยราคา 7 ล้านปอนด์ และ “ปีศาจแดง” ต้องแถมนักเตะอย่าง คีธ กิลเลสพี ให้สาลิกาดงไปอีก 1 คน แต่เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว เฟอร์กี้ มั่นใจว่ามันจะต้องคุ้มค่าแน่นอน  

ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อ โคล และ คันโตน่า อยู่ทีมด้วยกัน ปีศาจแดงสามารถคว้าแชมป์ได้อีก 2 สมัยติดต่อกันในปี 1995-96 จนถึง 1996-97  ซึ่งสถิติยิงประตูของ โคล ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามวันที่แฟน ยูไนเต็ด ทั้งโลกไม่อยากให้เกิดขึ้นก็มาถึงเร็วเกินคาด เมื่อ คันโตน่า ที่เป็นเหมือนพี่ใหญ่ในทีมทีม และเป็นกองหน้าหมายเลข 1 กลับเกิดอารมณ์ศิลปินจนแขวนสตั๊ดไปก่อนฤดูกาล 1997-98 จะเริ่มขึ้น ปัญหาจึงตกมาอยู่ที่เฟอร์กูสัน ที่ไม่รู้จะหาตัวแทนที่เก่งกาจแบบนี้ได้ที่ไหนอีก  

สุดท้าย เฟอร์กี้ ก็ไปหยิบเอา เท็ดดี้ เชอริงแฮม มาจากท็อตแนมฮอท สเปอร์ และหวังว่าเขาจะเป็นคนที่เข้ามาและเล่นกับ โคล ได้อย่างเข้าขารู้ใจ ทว่าเรื่องราวมันกลับตาลปัตรเมื่อ นอกจากทั้งคู่จะเริ่มต้นด้วยความไม่เข้าขาไม่รู้ใจ จน ยูไนเต็ด พลาดแชมป์ในฤดูกาล 1997-98 แล้ว โคล และ เชอร์ริงแฮม ยังไม่กินเส้นกัน ไม่คุยกันถ้าไม่จำเป็น และให้ระยะห่างกันแค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น และเรื่องดังกล่าวมันเกิดขึ้นจากเรื่องเล็กๆ อย่างการ "ไม่จับมือกัน" ตอนที่ทั้งคู่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษเท่านั้นเอง

"ผมกำลังจะลงสนาม และมีคนประมาณ 60,000 คนเฝ้าดูอยู่ และหวังที่จะได้เห็นเราจับมือกัน ประมาณว่า โชคดีนะ โคลอี้ หรืออะไรก็ตามที่เขาจะให้กำลังใจผม และเราจับมือกัน แต่เขากลับปฏิเสธที่จะทำแบบนั้น เขาแสดงออกชัดเจนมากโดยไม่มีเหตุผลใดๆ เลย" โคล กล่าว

"ความคิดของผมในตอนนั้นคือแบบ  เฮ้ย! อะไรเนี่ย มีคนกี่คนที่เห็น เท็ดดี้ ทำแบบนี้กับเราฟะ? ใช่เลย ผมแบบขายขี้หน้ามาก และผมคิดว่าเราทั้ง 2 คนคงอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก" 

ซึ่งก็อย่างที่ได้บอกไปในเวลา 1 ปีที่ไม่มี คันโตน่า แต่มี เชอริงแฮม มาแทน...ยูไนเต็ด ก็พลาดทำสถิติคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกันเป็นครั้งแรกในอังกฤษ ขณะที่ความสัมพันธ์ของคู่กองหน้าก็เลวร้ายมากขึ้นจนถึงขั้นไม่ยอมเปิดปากคุยกันเลยอีกด้วย ... และนี่คือเรื่องที่ เฟอร์กูสัน ปล่อยไว้ไม่ได้ 

 

กาวใจจอมถล่มประตู

หลังจากจบฤดูกาล 1997-98 ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะที่เข้ามาเสริมแกร่งเพื่อทวงความยิ่งใหญ่ พวกเขาเริ่มต้นด้วยการคว้า ยาป สตัม กองหลังชาวดัตช์มาจาก พีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ขณะที่อีกรายเป็นการแก้ไขปัญหาที่แฟนบอลยังสงสัยว่าจะดีจริงหรือ? นั่นคือการคว้า ดไวท์ ยอร์ค มาจาก แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ 

ความจริงแล้วลิสต์รายชื่อกองหน้าที่ เฟอร์กี้ ต้องการตอนแรกไม่ใช่ ยอร์ค แต่อย่างใด ว่ากันว่า ยูไนเต็ด ได้เล็งไปที่ อลัน เชียเรอร์ กองหน้าของนิวคาสเซิล และ พาทริก ไคลเวิร์ต จาก บาร์เซโลน่า ทว่าทั้ง 2 คนยังไม่อยากย้ายทีมในเวลานั้น จนทำให้หวยมาออกที่ดาวยิงที่ชื่อชั้นเป็นรองอย่าง ยอร์ค นั่นเอง 

ความสงสัยในตัว ยอร์ค ณ เวลานั้น คือเงิน 12 ล้านปอนด์ ไม่ใช่เงินน้อยๆ แถมยอร์คยังไม่เคยมีประสบการณ์คว้าแชมป์ หรือเล่นกับทีมใหญ่ที่มีความกดดันสูงเลย ดังนั้นคำถามที่ทุกคนถามคือ เขาพร้อมแล้วหรือยังสำหรับการเล่นให้ทีมที่ต้องการชนะในทุกสัปดาห์?  

ทว่าคำถามนี้จบลงโดยที่ไม่ต้องมีใครเอ่ยปากตอบ เมื่อ ยอร์ค เข้ามาทีมก็เป็นทีมมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ โคล เล่าว่า ยอร์ค เข้ามาทำให้เขาที่เป็น “ไอ้เสือยิ้มยาก” ได้เจอกับคนๆหนึ่งที่รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกันจริงๆ นอกจากนี้ ยอร์ค ยังเป็นเหมือนคนกลางที่เชื่อม โคล กับ เชอริงแฮม ให้ทำหน้าที่ร่วมกันได้ดีขึ้นอีกด้วย

"ผมชอบ ยอร์กี้ มาก แต่โดยนิสัยเราแตกต่างกันสิ้นเชิง เขาเป็นพวกคนชอบคุยโวแบบว่า ฉันเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉันก็ต้องมีรถแพงสิๆ มันถึงจะเหมาะสม ส่วนผมเป็นคนตรงกันข้ามกับเขา เชื่อไหมผมซื้อรถ ปอร์สช (Porsche) มาจอดอยู่เฉยๆ ปีนึง เพราะผมไม่กล้าขับมัน ผมรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก" โคล เล่าถึงนิสัยของยอร์คที่แตกต่างกับคนอื่นๆ ในทีมโดยสิ้นเชิง

"นอกจากนี้ ยอร์กี้ ยังเข้ามาเป็นตัวกลางความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเท็ดดี้ด้วย เวลา เท็ดดี้ อยากจะถามอะไรกับผมเขาจะฝาก ยอร์ค มาถามให้ ซึ่งแน่นอนในตอนนั้นผมก็ทำแบบเดียวกัน เราทั้งสองมองกันในแง่ของอากาศธาตุ"  โคล กล่าวกับ FourFourTwo 

ไม่มีทางเลยที่ทีมใดจะประสบความสำเร็จได้หากคู่กองหน้าแค่มองหน้ายังไม่อยากจะมองกัน ดังนั้นการเข้ามาของยอร์ค นอกจากจะเป็นการละลายน้ำแข็งเพื่อให้ทีมเป็นทีมมากขึ้นแล้ว เขายังกลายเป็นเพื่อนซี้ที่สุดที่แอนดี้ โคล เคยพบนับตั้งแต่เป็นนักฟุตบอลอาชีพอีกด้วย 

มีไม่บ่อยนักที่ โคล จะพานักเตะในทีมสักคนไปกินข้าวเย็นกับที่บ้านและใช้เวลานอกสนามด้วยกันเหมือนกับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่ง ยอร์ค เองเป็นผู้ได้รับสิทธิ์นั้น จนครอบครัวของทั้งคู่ก็รู้จักมักจี่กันเป็นอย่างดีอีกด้วย 

“สิ่งที่โคตรเจ๋งก็คือ เขาแบ่งเวลาพาผมไปดูทั่วแมนเชสเตอร์ บอกผมว่าที่ไหนควรไป ที่ไหนไม่ควรไป แล้วยังเชิญผมไปเจอครอบครัวเขาที่บ้านด้วย” ยอร์ค เล่าถึง โคล ในปี 1998

 

สิ่งที่ตามมาหลังเปิดใจ 

เมื่อทุกคนเป็นทีมแล้วอะไรหลังจากนั้นมันก็ง่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 1998-99 ถูกยกย่องให้เป็นทีมชุดที่ดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกทีมหนึ่ง พวกเขามีนักเตะคาแร็คเตอร์ที่แข็งแกร่งและเป็นผู้ชนะ ที่สำคัญคือทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี และพร้อมเสียสละเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ

ในส่วนของ ยอร์ค กับ โคล นั้นไม่ต้องพูดถึงเมื่อนอกสนามสนิทกันในสนามก็เข้าขากันอย่างที่สุด ยอร์ค เป็นกองหน้าสายที่ยืนต่ำลงมานิดหน่อยทำหน้าที่เชื่อมเกม ขณะที่ โคล มีหน้าที่จบสกอร์เป็นหลัก ซึ่งความต่างของสไตล์ทำให้ทั้งคู่เล่นด้วยกันอย่างลงตัว 

"ยอร์ค เป็นคนที่ขยันวิ่ง เขาอึดมากและมักจะวิ่งเข้ามาหาช่องรับบอลง่ายๆได้เป็นประจำ เขาคือนักเตะที่ครบเครื่องในแบบที่คุณต้องการจะให้เป็น" โคล ว่าถึง ยอร์ค 

ขณะที่ ยอร์ค เองก็พูดถึงโคลว่า คือความแตกต่างที่เขาตามหา โคล คือคู่หูที่มีนิสัย และสไตล์การเล่นที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อได้ลงเล่นพร้อมกัน มันกลายเป็นการเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบ ทั้งคู่สามารถรับส่งบอลให้กันได้เสมอและบางครั้งพวกเขาไม่ต้องเงยหน้ามองดูเลยด้วยซ้ำว่าใครอยู่ตรงไหน

"เมื่อ โคล ได้โอกาสลงสนาม เขาก็เล่นง่ายมากจนทำให้เราเข้าขา เรามีความแตกต่างที่ผสมผสานกันจนเป็นการเติมเต็มที่ลงตัว เขาเป็นสายปิดบัญชี ส่วนผมเป็นตัวเชื่อม แต่เมื่อไรก็ตามที่เขาไม่มีช่องยิง เขาจะรู้ดีว่าผมอยู่ตรงไหน และจากนั้นผมก็จัดการแทน มันคือการจับคู่ที่เพอร์เฟ็กต์จริงๆ"  ยอร์ค กล่าว

เมื่อฤดูกาลเริ่มขึ้นประตูก็ไหลมาเทมาจนแฟนๆของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นนับนิ้วไม่ถูก โคลยิง ยอร์คแอสซิสต์ หรือไม่ก็ ยอร์คแอสซิสต์ โคลยิง วนเวียนไปแบบนี้  สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งกว่าสถิติที่เป็นตัวเลข คือ พวกเขาทั้งคู่มีไลน์การวิ่งที่สลับกันขึ้นลงอย่างถูกจังหวะ มีจังหวะข้ามหลอก มีจังหวะชิ่งกันที่รู้ใจเหมือนกับเล่นกันมาเป็น 10 ปี นั่นคือสิ่งที่ทุกคนจำได้

"แอนดี้ โคล มีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่มากกับเราในปีนั้น เขาและ ดไวท์ ยอร์ค มีฤดูกาลที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดในฤดูกาล 1999 ในปีนั้นไม่มีใครกล้าปฎิเสธว่าพวกเขาคือคู่หูกองหน้าที่ดีที่สุดในยุโรป" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พูดถึงลูกน้องของเขาทั้งสองคน

มากกว่าคำพูดคือการกระทำและความสำเร็จ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1998-99 คือทีมที่ดีที่สุดในประเทศอังกฤษ และดีที่สุดในยุโรป พวกเขาเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า ทริปเปิล แชมป์ ทั้ง พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอฟเอ คัพ  

แน่นอนว่า 2 คู่หูกองหน้าเป็นส่วนประกอบสำคัญในความสำเร็จครั้งนี้อย่างแท้จริง โคล ยิงไปทั้งหมด 24 ประตู ขณะที่ ยอร์ค ทำไปทั้งหมด 29 ประตูตลอดซีซั่น พวกเขาร่วมกันชูโทรฟี่ถ้วยแล้วถ้วยเล่า จนเรื่องราวของคู่หูที่ดีที่สุดกลายเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้

“เมื่อเราสองคนลงเล่นด้วยกัน มันเกิดความรู้สึกที่พิเศษเหมือนกับตกหลุกรักผู้หญิงสักคน” นี่คือสิ่งที่ แอนดี้ โคล เปรียบเทียบคู่หูของเขา 

ขณะที่ ยอร์ค เองเปรียบเทียบคู่หูของเขาตามนิสัยขี้โอ่และจองหอง ยอร์ค ไม่เคยกั๊กและออกตัวใดๆ เขาเชื่อว่าคู่หู ยอร์ค-โคล คือคู่หูแนวรุกที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก และทุกวันนี้ยังไม่สามารถมีดาวยิงคู่ไหน ที่ก้าวข้ามสิ่งที่พวกเขาทำไว้ได้ 

"ผมคิดว่าความจริงและตัวเลขและสถิติต่างๆ ก็น่าจะบอกกันอยู่นะ พวกเราทั้งคู่ได้ทำในสิ่งที่ยังไม่มีทีมอื่นทำได้ คือการคว้าทริปเปิลแชมป์ จนกว่าจะมีใครมาทำลายสถิตินั้นลง ผมคิดว่าพวกเราจะถูกพูดถึงเสมอในฐานะสุดยอดคู่หูอย่างไม่ต้องสงสัยเลย" ยอร์ค กล่าวกับเว็บไซต์ ShortList Dubai ถึงสถิติที่ยังไม่มีใครในอังกฤษเลียนแบบได้ 

จากจุดเริ่มต้นที่ต่างคนต่างก็มีเครื่องหมายคำถาม จากนิสัยใจคอที่ดูเหมือนจะแตกต่างจนไม่น่าเข้ากันได้ กลับนำมาสู่การผสมผสานของทั้งคู่  ที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่มีทีมใดนอังกฤษทาบสถิติได้ เหมือนกับ CHIVAS REGAL เบล็นเด็ดสก๊อตช์วิสกี้ที่ผสมผสานลงตัวด้วยความชำนาญจนได้รสชาติระดับโลกที่ยากจะเลียนแบบ

CHIVAS REGAL เบล็นเด็ดสก๊อตช์วิสกี้ผู้สนับสนุนมิตรภาพ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ 

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.fourfourtwo.com/features/andy-cole-playing-yorke-was-meeting-a-special-woman-and-falling-love?page=0%2C2 
https://www.footiecentral.com/quotes-about-dwight-yorke-and-andy-cole/ 
https://edgardaily.com/interviews/manchester-united-cole-yorke-squad/ 
https://redrants.com/yorke-and-cole-remembering-this-iconic-strike-partnership/ 
https://thesefootballtimes.co/2018/08/28/how-dwight-yorke-and-andy-cole-defined-an-era-of-manchester-united-dominance 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง