mainstand

Feature

ซาเวจและอลิซซาเบธ : คู่รักหวานปนขมอันดับ 1 ตลอดกาลวงการมวยปล้ำ



หากพูดถึงความรักในวงการกีฬา “มวยปล้ำ” คือกีฬาที่คู่รักมีบทบาท ทั้งในและนอกสังเวียน บางครั้งความรักระหว่างนักมวยปล้ำ สามารถสร้างเป็นเรื่องราวที่หน้าจดจำ บนสังเวียนมวยปล้ำได้มิรู้ลืม


 

หนึ่งในคู่รักที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด ในวงการนี้ คือแรนดี ซาเวจ (Randy Savage) และมิส อลิซซาเบธ (Miss Elizabeth) คู่ชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่รักคู่แรก ของสมาคมมวยปล้ำอันดับหนึ่งของโลกอย่าง WWE ที่ได้สร้างเรื่องราว สุดประทับใจมิรู้ลืม จนถึงปัจจุบันแม้เวลาจะผ่านเลยมาร่วม 30 ปี

 

ความรักในสังเวียน

เรื่องราวระหว่างแรนดี ซาเวจ กับมิส อลิซซาเบธ เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1985 เมื่อซาเวจ ที่กำลังเป็นนักมวยปล้ำสุดร้อนแรงในเวลานั้น ถูกตามจีบจากเหล่าผู้จัดการมวยปล้ำทั้งหลาย ให้เข้ามาเป็นนักมวยปล้ำในสังกัดของตัวเอง

แต่ซาเวจกลับเลือกผู้จัดการส่วนตัวของเขา เป็นหญิงสาวหน้าตาสง่างาม ที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน ซึ่งถูกเรียกในภายหลังว่ามิส อลิซซาเบธ

วงการมวยปล้ำในยุคนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ผู้หญิงไม่มีบทบาทในวงการนี้ จนกระทั่งการปรากฎตัวของมิส อลิซซาเบธ...ทำให้คู่ของซาเวจ และอลิซซาเบธ เป็นที่จับตาของแฟนมวยปล้ำ รวมถึงกลายเป็นคู่จิ้นไปในตัวอีกด้วย

เรื่องราวของอลิซซาเบธกับซาเวจ โด่งดังสุดขีดในปี ค.ศ. 1986 เมื่อนักมวยปล้ำนาม จอร์จ สตีล (George  Steele) เกิดตกหลุมรักอลิซซาเบธ และหวังแย่งตัวเธอมาจากแรนดี ซาเวจ 

เนื้อเรื่องนี้เป็นที่นิยมอย่างมาก ในหมู่แฟนมวยปล้ำ เพราะทุกคนอินกับบทบาทของซาเวจ ที่ต้องต่อสู้เพื่อปกป้องหญิงสาวของเขา จากนักมวยปล้ำแนวซาดิสม์อย่างสตีล 

บทบาทนี้ ทำให้ซาเวจมีชื่อเสียงโด่งดัง และทำให้ภาพของซาเวจกับอลิซซาเบธ เป็นเหมือนคู่รัก มากกว่าความสัมพันธ์ของนักมวยปล้ำกับผู้จัดการ

อย่างไรก็ตาม ความเป็นหญิงสาวบอบบางของอลิซซาเบธ ทำให้เธอกลายเป็นเป้าโจมตีของศัตรูคู่อาฆาต ของแรนดี ซาเวจ 

เช่น ตลอดช่วงปี 1987 ที่ซาเวจเปิดศึกกับ เดอะ ฮองกีทองค์แมน (The Honky Tonk Man) อลิซซาเบธกลายเป็นเป้าโจมตี ของฮองกีทองค์แมนหลายครั้ง โดยเฉพาะการใช้คำพูดดูถูกอลิซซาเบธ จนทำให้ซาเวจไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเอง และตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อฮองกีทองค์แมน อยู่ร่ำไป


Photo : www.wwe.com

กระนั้น ภาพของชายหนุ่มที่ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกผู้หญิงของตัว อย่างแรนดี ซาเวจ ทำให้เขาโด่งดังมากขึ้น และทำให้ความโรแมนติกระหว่างทั้งคู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มที่พร้อมปกป้องหญิงสาวของตัวเอง กับผู้หญิงที่คอยสนับสนุนความสำเร็จของชายหนุ่ม...บทบาทของซาเวจและอลิซซาเบธ คือเรื่องราวที่แฟนมวยปล้ำทุกคนมีอารมณ์ร่วม และรอวันที่จะเห็นสองคนนี้ลงเอยกัน เป็นมากกว่านักมวยปล้ำกับผู้จัดการกันเสียที

“อลิซซาเบธไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นในวงการมวยปล้ำ คนดูรู้สึกว่าเธอคือคนที่ต้องปกป้อง ความรู้สึกที่ผู้ชมมีต่อเธอ ทำให้ทุกคนเข้าถึงคาแรคเตอร์ของแรนดี ซาเวจ” ตีโต ซานตานา (Tito Santana) นักมวยปล้ำร่วมยุคของซาเวจกับอลิซซาเบธ กล่าว

 

ฟันฝ่าอุปสรรค

แต่ขึ้นชื่อว่าความรัก ย่อมหนีไม่พ้นปัญหาความขัดแย้ง โดยเฉพาะเมื่อมีมือที่สาม เข้ามาเกี่ยวข้อง...เพราะฮองค์ โฮแกน (Hulk Hogan) ยอดนักมวยปล้ำแห่งยุค ได้เข้ามาเป็นคู่แท็กทีมของซาเวจ ทำให้โฮแกนสนิทสนมกับมิส อลิซซาเบธ 


Photo : www.sportzet.com

เรื่องราวชักจะเกินเลย เมื่อหลายครั้งคนที่ปกป้องอลิซซาเบธกลายเป็นโฮแกน ไม่ใช่ซาเวจ ขณะเดียวกันโฮแกนก็สนิทสนมกับอลิซซาเบธมากเกินไป จนเริ่มเข้าประโยคที่ว่า เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ เข้าไปทุกที

ท้ายที่สุด จึงนำไปสู่การเปลี่ยนเป็นฝ่ายอธรรมของซาเวจ หลังเขาตัดสินใจหักหลังโฮแกน ด้วยเหตุผลว่า เขารับไม่ได้โฮแกนเกิดมาหลงรักอลิซซาเบธลับหลังเขา อย่างไรก็ตาม อิลซซาเบธกลับไม่เห็นด้วย ต่อการกระทำของซาเวจ นำมาสู่การแยกทางระหว่างทั้งคู่ ในช่วงกลางปี 1989

แรนดี ซาเวจ หันไปหาผู้จัดการคนใหม่คือ เชอร์รี มาร์เทล (Sherri Martel) ขณะที่มิส อลิซซาเบธ หันไปเป็นผู้จัดการให้กับฮองค์ โฮแกน รวมถึง ดัสตี โรดส์ (Dusty Rhodes) ซึ่งเป็นคู่ปรับของแรนดี ซาเวจอีกด้วย

จากเรื่องราวโรแมนติก กลายเป็นความรักที่น่าเศร้าอย่างรวดเร็ว ซาเวจกับอลิซซาเบธ ต้องยืนอยู่คนละฝั่งของสังเวียนมวยปล้ำ เหมือนคู่รักที่ต้องเลิกลากันไป และไม่มีทางที่จะกลับมาบรรจบกันอีก

แต่คนเราหากรักกันจริง ต่อให้แยกห่างกันแค่ไหน ก็สามารถกลับมารักกันได้อีกครั้ง...ในศึกเรสเซิลมาเนีย ครั้งที่ 7 (WrestleMania VII) ในปี 1991...แรนดี ซาเวจ ขึ้นปล้ำกับ ดิ อัลติเมท วอร์ริเออร์ (The Ultimate Warrior) 

ซาเวจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ทำให้หลังจากจบแมทช์เขาที่นอนหมดสภาพอยู่ ถูกกระทืบซ้ำโดยเชอร์รี ผู้จัดการของเขาเอง

และเป็นมิส อลิซซาเบธ ที่ขึ้นเวทีไปจัดการกับเชอร์รี ทำให้อลิซซาเบธ ได้เผชิญหน้ากับซาเวจ สองต่อสองอีกครั้ง หลังจากแยกทางกันไป ถึง 2 ปี

ทั้งคู่จ้องตากัน ก่อนจะสวมกอดกันอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นซาเวจแบกอลิซซาเบธขึ้นนั่งบนไหล่ของเขา คู่รักในดวงใจของแฟนมวยปล้ำ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

แฟนมวยปล้ำหลายคนที่อยู่ในสนามวันนั้น ถึงกับร้องไห้ในทันที หลังเห็นอลิซซาเบธกับซาเวจกลับมารวมตัวกัน ขณะที่ WWE ยกให้เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์อันดับ 1 ของเรื่องราวระหว่างคู่รักในวงการมวยปล้ำ

เมื่อกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซาเวจไม่รีรอที่จะเปิดเผยความในใจ ที่มีต่ออลิซซาเบธ เขาขอเธอแต่งงาน ในวันที่ 17 มิถุนายน 1991...และเธอตอบตกลง 

 

ความรักนอกสังเวียน

ขึ้นชื่อว่าวงการมวยปล้ำ ทุกคนมีบทบาทที่จะต้องเล่น รวมถึงซาเวจและอลิซซาเบธ...แม้ว่าทั้งคู่จะแต่งงานผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ในปี 1991 แต่ชีวิตจริง ทั้งคู่แต่งงานกันตั้งแต่ปี 1984 แล้ว


Photo : wwe.com

ก่อนหน้านี้อลิซซาเบธ ทำงานในสมาคมมวยปล้ำขนาดเล็ก ในรัฐเคนตัคกี ทำให้เธอได้พบรักกับแรนดี ซาเวจ ก่อนจะแต่งงานกัน และย้ายมาร่วมงานกับ WWE พร้อมกัน ในปี 1985

WWE ใช้ความเป็นคู่รักนอกสังเวียน ในการสร้างบทบาทระหว่างซาเวจกับอลิซซาเบธ ด้วยความสัมพันธ์การเป็นคู่รักในชีวิตจริง ทำให้ทั้งสองคนสามารถเล่นบทบาทในสังเวียนได้อย่างแนบเนียน จนทำให้แฟนมวยปล้ำอินไปกับบทบาทของทั้งคู่

ขณะเดียวกัน วงการมวยปล้ำในอดีต ไม่ได้มีพื้นที่สำหรับผู้หญิงแบบในปัจจุบัน คนในวงการเป็นผู้ชายแทบทั้งสิ้น การที่ซาเวจต้องพาภรรยาสุดสวยของเขา เดินทางไปพร้อมกับเหล่านักมวยปล้ำ ที่ชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลาด้านหลังฉาก ยิ่งทำให้เขาต้องปกป้องเธอ จากเหล่าเสือ สิงห์ ทั้งหลาย

“แรนดีพร้อมทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องภรรยาสุดที่รักของเขา...หลังฉากของมวยปล้ำก็คือสวนสัตว์ดีๆนี่เอง คนเดินแก้ผ้ากันเต็มไปหมด และตอนนั้นมีผู้หญิงคนเดียวที่อยู่หลังฉาก คืออลิซซาเบธ” ดิ อิลติเมท วอร์ริเออร์ เล่าถึงเรื่องราวหลังฉากของคู่รักคู่นี้ 

นักมวยปล้ำมากมาย เล่าถึงความอิจฉาระหว่างคู่รักคู่นี้ ความหวานระหว่างซาเวจกับอลิซซาเบธ เกิดขึ้นทั้งในและนอกสังเวียน ไม่ใช่แค่ซาเวจจะคอยปกป้องภรรยาของเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อลิซซาเบธก็เป็นภรรยาที่คอยเอาใจใส่สามีทุกอย่าง


Photo : fansided.com

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวโรแมนติคชวนฝันของทั้งคู่ต้องขาดสะบั้นลงในปี 1992 เมื่อซาเวจสัมภาษณ์กับสื่อว่า ตัวเขากับอลิซซาเบธ ได้หย่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเขาไม่ขอเปิดเผยถึงปัญหา และจะไม่ขอร่วมงานกับอลิซซาเบธอีก

กระทั่งสารคดี ดาร์ค ไซด์ ออฟ เดอะ ริง (Dark Side of the Ring) ที่เปิดเผยเรื่องราวอีกด้านของวงการมวยปล้ำ ได้เปิดเผยว่าทั้งสองคนแตกหักกัน เพราะความหึงหวงของซาเวจหลังฉาก ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยผู้ชาย ทำให้ซาเวจไม่ไว้ใจความสัมพันธ์ของอลิซซาเบธกับผู้ชายคนอื่นที่เธอสนิทด้วย

อีกทั้งแรนดี ซาเวจ ยังเป็นนักมวยปล้ำที่ขึ้นชื่อเรื่องความอารมณ์ร้อนนอกสังเวียน ทำให้สุดท้ายทั้งคู่ต้องแยกทางกันในที่สุด...อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะแยกทางกัน ทั้งคู่สามารถกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ในปี 1996 เมื่อซาเวจย้ายไปปล้ำกับ WCW และชวนอลิซซาเบธให้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งด้วยตัวเอง

แม้เรื่องราวความรักที่สวยงามที่สุด ในประวัติศาสตร์วงการมวยปล้ำ จะจบลงอย่างไม่สวยงามในโลกความเป็นจริง และทั้งแรนดี ซาเวจ กับมิส อลิซซาเบธ ต่างก็เสียชีวิตไปทั้งคู่แล้ว 

แต่เรื่องราวความรักของพวกเขา คือ หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการมวยปล้ำ แม้จะผ่านมาเกือบ 30 ปี ที่ยังคงเป็นที่เล่าขานกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน 

 

แหล่งอ้างอิง 

https://prowrestlingstories.com/pro-wrestling-stories/randy-savage-miss-elizabeth/
https://fansided.com/2019/04/18/match-made-heaven-recap-viceland-dark-side-ring-randy-savage-elizabeth/
http://www.thepostgame.com/blog/men-action/201306/george-animal-steele-jim-myers-wrestling-elizabeth-randy-savage
http://www.onlineworldofwrestling.com/bios/m/miss-elizabeth/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง