mainstand

Feature

เปิดตำนาน “Airwalk” ท่าดังค์เปลี่ยนโลกของไมเคิล จอร์แดน



ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) คือนักบาสเกตบอลที่อาจพูดได้ว่า ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ในฐานะแชมป์ NBA 6 สมัย ทำให้ตัวเขาและแฟรนไชส์ ชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls) โด่งดังไปทั่วโลก รวมถึงเป็นต้นกำเนิดแบรนด์แอร์ จอร์แดน (Air Jordan) แบรนด์แฟชั่นยอดนิยมในปัจจุบัน

นอกจากความสำเร็จแล้ว ลีลาการเล่นในสนาม คือ ส่วนสำคัญที่ทำให้จอร์แดน มีแฟนคลับติดตามอยู่ทั่วทุกมุมโลก ไมเคิล จอร์แดน ยังมีท่าดังค์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่สร้างชื่อให้กับตัวเขาคือ แอร์วอล์ค (Airwalk) หรือการเดินบนอากาศ นำลูกบาสไปยัดห่วงทำแต้ม

ทุกท่วงท่า ย่อมมีที่มาที่ไป สำหรับท่าแอร์วอล์คจุดเริ่มต้นอาจง่ายดายกว่าที่หลายคนคาดคิด แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับมีความหมายมหาศาลต่อวงการบาสเกตบอล

ต้นกำเนิด Airwalk

สำหรับใครที่ไม่ได้เป็นแฟนบาสเกตบอล หรือไม่เคยดูบาสเกตบอลมาก่อน อธิบายให้เขาใจก่อนว่า แอร์วอล์ค คือท่วงท่าในการกระโดดยัดห่วงลูกบาส หรือที่เรียกว่าดังค์ (Dunk) ในรูปแบบหนึ่ง

จากการดังค์ปกติทั่วไป ซึ่งเป็นการกระโดดให้สูง แล้วยัดลูกบาสลงหัวอย่างสุดแรงด้วยความสะใจ…

แต่ แอร์วอล์ค แตกต่างไปจากนั้น เพราะเป็นการวิ่งจากระยะไกล แล้วกระโดดขึ้นเดินบนอากาศ เพื่อเดินพาลูกบาสเข้าไปยัดห่วง อย่างสุดแรงด้วยความสะใจเช่นกัน 

แฟนกีฬายัดห่วงได้รู้จักกับท่าแอร์วอล์คครั้งแรก ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1988 กับการแข่งขันสแลม ดังค์ คอนเทสต์ประจำปี และไมเคิล จอร์แดน นักบาสที่กำลังมาแรงที่สุดในเวลานั้น รวมถึงเป็นแชมป์เก่าในปี 1987 ได้ลงแข่งขันในรายการนี้ด้วย

แต่การป้องกันแชมป์ของเขา ไม่ใช่เรื่องง่าย ในรอบรองชนะเลิศเขาต้องเจอกับโดมินิค วิลกินส์ (Dominique Wilkins) อดีตแชมป์สแลม ดังค์ คอนเทสต์ ในปี 1985...เพื่อป้องกันแชมป์ของเขาเอาไว้ จอร์แดนจึงต้องงัดท่าไม้ตายเด็ดของเขา ขึ้นมาเป็นครั้งแรก

จอร์แดนเดินไปยังอีกด้านของสนาม ก่อนจะค่อยๆวิ่งและเร่งความเร็วเข้าหาแป้นบาสที่อยู่ตรงหน้า หลังจากนั้นเขากระโดด และก้าวขาเดินกลางอากาศ พาตัวเองเข้าสู่แป้นบาส แล้วยัดลูกลงห่วงไปอย่างสวยงาม

“ผมทำแบบนั้นไม่ได้แน่นอน” นักพากย์กล่าวทันที หลังได้เห็นจอร์แดนโชว์ท่าแอร์วอล์ค ออกมาเป็นครั้งแรก

ทั้งจอร์แดนและวิลกินส์ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยกันทั้งคู่ ในรอบชิงชนะเลิศวิลกินส์กระโดดดังค์ ได้สูงถึง 10 ฟุต 2 นิ้ว (309.8 เซนติเมตร) และหลังจากแข่งขันไป 2 รอบ จอร์แดนตามหลังวิลกินส์อยู่ 100 ต่อ 97 ทำให้ในการแข่งขันรอบสุดท้าย จอร์แดนต้องงัดท่าเด็ดของเขาออกมาอีกครั้ง

จอร์แดนทำแบบเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ค่อยๆย่องมาอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งความเร็ว และกระโดดจากระยะไกล บริเวณจุดยิงลูกโทษ (free-throw line) เดินบนอากาศอย่างสวยงาม มากกว่าครั้งที่แล้ว แล้วยัดลูกบาสเข้าห่วงอย่างสุดแรงเกิด นี่คือท่าแอร์วอล์คที่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ

จอร์แดนชนะวิลกินส์ ด้วยคะแนน 147 ต่อ 145 หลังท่าแอร์วอล์ค ทำ 50 คะแนนให้กับเขา และนี่คือจุดกำเนิดของท่าดังค์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มากที่สุดอีกท่าหนึ่งของโลก

จุดกำเนิดจากความคิดสร้างสรรค์

หลังจากไมเคิล จอร์แดน ทำท่าแอร์วอล์คในวันนั้น ทำให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตกในทันที ภาพตอนที่เขาใช้ท่านี้ แพร่หลายไปทั่วโลก เขามีแฟนๆหลังรักมากกว่าเดิม และที่สำคัญรองเท้าแอร์ จอร์แดนของเขา โด่งดังมากขึ้นเป็นเท่าทวี

ผู้คนเฝ้าพูดถึงว่า ชื่อแอร์ จอร์แดน ไม่ได้ถูกตั้งมาเล่นๆ แต่ไมเคิล จอร์แดนคู่ควรกับชื่อนี้ เพราะเขาเดินบนอากาศได้จริง รวมไปถึงโลโก้จัมพ์แมน ที่เข้ากับท่วงท่าของจอร์แดน ตอนที่เขาก้าวขาบนอากาศได้เป็นอย่างดี

สำหรับไมเคิล จอร์แดน เขาไม่ได้พูดถึงท่าดังค์อันโด่งดังของเขาบ่อยนัก ด้วยท่าทีอันถ่อมตัวของเขา เขากล่าวว่า เขาไม่ได้คิดค้นท่านี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง เพียงแต่เห็นนักบาสคนอื่น ใช้ท่าดังค์แนวนี้มาก่อน เขาแค่นำมาปรับใช้ 

“ทั้งหมดมันเป็นเรื่องของศิลปะ เป็นเรื่องของการสร้างสรรค์ ย้อนไปในตอนนั้น ความคิดสร้างสรรค์คือตัวตนของเรา เราไม่ดังค์ด้วยการกระโดดสูงๆ ทำแบบนี้ซ้ำๆ มันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเราอย่างไร” ไมเคิล จอร์แดน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ในปี 2001


Photo : www.si.com

อ้างอิงจากคำพูดของจอร์แดน ดูเหมือนว่าท่าแอร์วอล์คอันโด่งดัง จะเกิดขึ้นจากความสวยงาม มากกว่าเรื่องของประสิทธิภาพการเล่นยามแข่งจริง ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นแบบนั้น จอร์แดนยอมรับว่า ท่าที่เขาใช้ไม่ได้ช่วยให้ทีมเป็นแชมป์มากขึ้น หรือเขาจะเล่นเก่งขึ้น แต่เขาทำท่านี้ เพื่อใช้ในการแข่งขันสแลม ดังค์ คอนเทสต์เท่านั้น

“ผมแค่ใส่ทั้งหมดที่ผมมี เพราะผมอยากจะชนะ สแลม ดังค์ คอนเทสต์ ที่สนามของชิคาโก บูลส์...สิ่งที่ผมอยากจะทำ คือทำในสิ่งที่มหัศจรรย์ กระโดดขึ้นไปบินกลางอากาศ ดังค์ลูกอย่างแข็งแรง มีพลัง”

“ก่อนหน้านี้ เราได้เห็นนักบาสรุ่นเก่าหลายคน ยกระดับการดังค์ไปอีกขั้น พวกเขาก็หวังว่าผมจะทำแบบนั้นเหมือนกัน มันยาก ไม่ง่ายเลย” 

“แต่ผมคิดว่ามันก็สนุกดี เพราะแฟนต้องการความสนุก ต้องการการเอนเตอร์เทน พวกเขาไม่สนด้วยซ้ำว่าใครจะชนะ เขาต้องการเห็นความคิดสร้างสรรค์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากเรา” จอร์แดนกล่าว 

ไม่ได้หมายความว่า จอร์แดนจะไม่เคยใช้ท่านี้ ในการแข่งขันเกม NBA เพราะหากเขาได้จังหวะสวนกลับเร็ว มีพื้นที่ว่างให้เขาได้ใช้ความเร็วในการเลี้ยงลูกบาส และกระโดดดังค์ ท่าแอร์วอล์คที่แฟนบาสชื่นชอบ จะกลับมาปรากฎตัวอีกครั้ง

มรดกที่ตกทอด

อย่างที่จอร์แดนกล่าวไว้ เขาเองได้ประยุกต์ท่านี้มาจาก นักบาสเกตบอลรุ่นก่อน ตัวของจอร์แดนไม่ได้รู้สึกหวงวิชาของเขาแต่อย่างใด และเขาหวังที่จะได้เห็นนักบาสรุ่นน้อง แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านท่าดังค์ต่อไป

เพียงแค่ในปีถัดมา การแข่งขันสแลม ดังค์ คอนเทสต์ 1989...เคนนี วอล์คเกอร์ (Kenny Walker) ได้นำทักษะการก้าวขากลางอากาศ มาประยุกต์ใช้กับการดังค์แบบหมุนตัวของเขา จนทำให้วอล์คเกอร์ คว้าแชมป์สแลม ดังค์ ในครั้งนั้นไปครอง


Photo : youtube.com/Nba chanel

ปัจจุบัน ท่าแอร์วอล์ค สามารถทำกันได้อย่างแพร่หลาย โดยนักบาสชั้นยอดหลายคน อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงการดังค์ ที่มีการก้าวขากลางอากาศอย่างสวยสดงดงาม แฟนบาสเกตบอลแทบทุกคน ล้วนจดจำชื่อของไมเคิล จอร์แดน ในฐานะต้นตำรับผู้ทำให้เกิดท่าในตำนานนี้ขึ้นมา รวมไปถึงในหมู่นักบาสเกตบอลด้วยกันเอง

“ตอนเป็นเด็กผมต้องการแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจที่ให้พลังด้านบวกกับผม คนคนนั้นคือไมเคิล จอร์แดน ผมอยากจะเป็นแบบเขา ผมอยากจะดังค์ โดยที่ทุกคนรู้สึกชื่นชอบ เหมือนกับไมเคิล จอร์แดน” เลบรอน เจมส์  (LeBron James) อีกหนึ่งสุดยอดนักบาสเกตบอล กล่าวถึงไมเคิล จอร์แดน

“ตอนที่จอร์แดนทำท่านี้ (ในสแลม ดังค์ คอนเทสต์ 1988) ผมฝึกทำมันทั้งวันทั้งคืน ผมใช้เวลาฝึกท่านี้ตั้งแต่เช้าจนฟ้ามืด” แชคีล โอนีล (Shaquille O'Neal) อีกหนึ่งตำนานบาสเกตบอล ย้อนถึงท่าดังค์ในดวงใจ

“พ่อผมต้องตั้งกฎว่าหากฟ้ามืด ไฟถนนหน้าบ้านเปิดเมื่อไหร่ ผมต้องเข้าบ้าน แต่ผมก็ยังหนีออกจากบ้าน เพื่อมาฝึกดังค์ลูก” 

สิ่งที่ท่าแอร์วอล์คทิ้งเอาไว้ให้วงการบาสเกตบอล ไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในการพัฒนาท่าดังค์เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจชั้นเลิศ ที่ก่อกำเนิดนักบาสเกตบอลระดับโลก ขึ้นมาประดับวงการมากมาย ดังเช่น เลบรอน เจมส์ และ แชคีล โอนีล


Photo : Lakeshow 

“ผมไม่ได้วิ่งออกไปทำท่านี้ทันที หลังจากเห็นมันในโทรทัศน์หรอกนะ เพราะว่าหลังจากผมได้เห็นแล้ว มันทำลายทุกความคิด ทุกความทรงจำของการดังค์ไปจนหมด ครั้งแล้วและครั้งเล่า ความทรงจำนี้มีความหมายกับเรา ทำให้เรา (นักบาสเกตบอลรุ่นใหม่) เติบโตขึ้น พัฒนาตัวเองขึ้นมา” เรย์ อัลเลน (Ray Allen) อีกหนึ่งนักบาสระดับแชมป์ NBA กล่าวถึงแรงบันดาลใจจากท่าดังค์ของไมเคิล จอร์แดน

แม้เวลาจะผ่านไปมากกว่า 30 ปี แต่ท่าดังค์ในตำนานของไมเคิล จอร์แดน ยังคงเป็นที่จดจำของคนรักกีฬาบาสเกตบอลทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือผู้ชม และเชื่อว่าท่าดังค์นี้ จะยังคงเป็นที่จดจำของผู้คน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับนักบาสรุ่นเยาว์ในยุคต่อไป เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา 

แหล่งอ้างอิง : 

https://solecollector.com/news/2011/01/the-story-behind-michael-jordan-s-iconic-free-throw-dunk-photo

https://pippenainteasy.com/2018/02/06/30-year-anniversary-of-m-j-s-historic-dunk/

https://www.youtube.com/watch?v=mny1kAxF2zQ

https://www.youtube.com/watch?v=3JxLHC8pqPI

https://www.youtube.com/watch?v=EQOCccaYIX0

https://www.youtube.com/watch?v=1SeCOT7riaQ

https://www.usatoday.com/story/sports/nba/2019/03/07/lebron-james-michael-jordan-lakers/39160245/

https://www.youtube.com/watch?v=wILcwr67oUg

https://bleacherreport.com/articles/1531491-nba-stars-and-legends-recall-the-greatest-dunk-contest-jordan-vs-wilkins

ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง