mainstand

Feature

เหตุใด ‘ดัลลัส คาวบอยส์’ จึงเป็นทีมกีฬามูลค่าสูงสุดในโลก ทั้งที่ไร้แชมป์มา 24 ปี



ทีมกีฬาทีมไหน คือทีมที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก?


 

บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล อาจจะเป็นคำตอบของแฟนฟุตบอล กีฬาอันดับหนึ่งของโลก หรืออาจจะเป็น ลอส แอนเจลิส เลเกอร์ส, โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส สำหรับแฟนบาสเกตบอล อีกหนึ่งกีฬายอดนิยมของคนทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีน

แต่คำตอบที่แท้จริงคือ ดัลลัส คาวบอยส์ (Dallas Cowboys) ทีมอเมริกันฟุตบอล จากลีก NFL ที่ยืนหนึ่ง คว้าตำแหน่งทีมกีฬาทีมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก 4 ปีติดต่อกัน จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes (ฟอร์บส์) นิตยสารทางการเงิน ที่น่าเชื่อมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในช่วงเวลาที่ ดัลลัส คาวบอยส์ ผงาดขึ้นมาเป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุด คือช่วงเวลาเดียวกับที่ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 3 สมัย ใน 4 ปี ขณะที่ ดัลลัส คาวบอยส์ กลับไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือมายาวนานถึง 24 ปีแล้ว แต่เรอัล มาดริด กลับเสียตำแหน่งทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ให้กับคาวบอยส์!

พบกับเรื่องราวของ ดัลลัส คาวบอยส์ และเคล็ดลับที่ทำให้กลายเป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ทั้งที่ตู้แชมป์ของทีม ไม่ได้ถูกเปิดมามากกว่า 2 ทศวรรษ

 

America's Team

ดัลลัส คาวบอยส์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1960 ตามความตั้งใจของกลุ่มนักธุรกิจจากเมืองดัลลัส ที่ต้องการเห็นเมืองยักษ์ใหญ่ ประจำรัฐเท็กซัส มีทีมอเมริกันฟุตบอลเป็นของตัวเอง ในลีกที่ใหญ่ที่สุดอย่าง NFL


Photo : www.dallascowboys.com

หลังจากก่อนหน้านี้ ทีมอเมริกันฟุตบอลของสหรัฐ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางตอนเหนือ และทางตะวันออกของประเทศ การก่อตั้ง ดัลลัส คาวบอยส์ จึงเป็นเหมือนการสร้างทีม เพื่อความภูมิใจของคนตอนใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวรัฐเท็กซัส

“เดอะ บิ๊ก ดี” ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วแม้เป็นทีมใหม่ ในช่วงยุค 60’s พวกเขาเป็นแชมป์ดิวิชั่น (แชมป์กลุ่ม ซึ่งคาวบอยส์อยู่ในกลุ่ม NFC ตะวันออกมาตลอด) ถึง 3 สมัย ได้เข้าร่วมเพลย์ออฟถึง 4 ครั้ง และเป็นแชมป์คอนเฟอเรนซ์ (แชมป์ประจำสาย ซึ่งแต่ละสายจะมีหลายดิวิชั่น) อีก 2 ครั้ง

เมื่อเข้าสู่ยุค 70’s ยุคทองของคาวบอยส์ได้มาถึง ทัพดาวเดียว เข้าเพลย์ออฟถึง 9 ครั้งจาก 10 ครั้งในทศวรรษนี้ เป็นแชมป์ดิวิชั่นอีก 7 สมัย และเป็นแชมป์คอนเฟอเรนซ์ 5 สมัย รวมถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการเป็นแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ 2 สมัย ในปี 1971 และ 1977

การจะประสบความสำเร็จต่อเนื่อง และยาวนานในกีฬาอเมริกันฟุตบอลไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นที่รู้กันดีว่า NFL พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อป้องกันการผูกขาดในลีกของตัวเอง เพราะต้องการให้ทุกทีมมีโอกาสเป็นผู้ชนะ และด้วยความเชื่อนี้ ลีกจะสามารถดึงดูดผู้ชมได้มากกว่า

แม้จะมีการป้องกันการผูกขาด แต่ ดัลลัส คาวบอยส์ สามารถทำลายกำแพงที่ขวางกั้น กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ ระดับแถวหน้าในยุค 70’s 

นอกจากจะสร้างชื่อเสียง จากความสำเร็จของทีม ดัลลัส คาวบอยส์ ยังมีกลุ่มผู้เล่นที่ถูกเรียกว่า ดูมส์เดย์ ดีเฟนส์ (Doomsday Defense) กลุ่มผู้เล่นทีมรับของคาวบอยส์ ที่สร้างชื่อตั้งแต่ช่วงปลายยุค 60’s จนถึงยุค 70’s หรือพูดง่ายๆคือกลุ่มผู้เล่นที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันเกรียงไกรของ “เดอะ บิ๊ก ดี”


Photo : www.charitybuzz.com

กลุ่มผู้เล่น ดูมส์เดย์ ดีเฟนส์ เข้ามารับบทซูเปอร์สตาร์ประจำทีม และพวกเขาสร้างความนิยมให้กับคาวบอยส์ ให้กระฉ่อนไปทั่วสหรัฐอเมริกา แม้จะเป็นทีมประจำเมืองดัลลัส ในรัฐเท็กซัส แต่ด้วยคุณสมบัติรอบด้านของทีมคาวบอยส์ ในเวลานั้น กองเชียร์ของทีมไม่ได้มีแค่กองเชียร์ท้องถิ่นนิยม แต่โด่งดังไปทั่วสหรัฐอเมริกา 

เพราะนอกจากภาพลักษณ์ของทีมที่ดูแข็งแกร่งผ่านผู้เล่น ดูมส์เดย์ ดีเฟนส์, ความสำเร็จที่ไม่ขาดมือ พวกเขายังมีโลโก้ดาวเดียวสุดเท่กระชากใจ ที่ดึงดูดกองเชียร์เข้าหาทีม รวมถึงชุดแข่งเหย้าสีขาว ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร (โดยปกติของ NFL ชุดสีขาวจะเป็นชุดที่ใช้ในกรณีเป็นทีมเยือน จึงเท่ากับว่าทีมดาวเดียวแทบจะใส่ชุดเหย้าลงสนามทุกนัด ยกเว้นกรณีพิเศษ) ทำให้คาวบอยส์ กลายเป็นทีมขวัญใจของคนสหรัฐฯ จนนำไปสู่ประโยคคลาสสิค ที่จะสร้างเครื่องหมายการค้า และความภูมิใจให้กับ ดัลลัส คาวบอยส์ ไปตลอดกาล

“พวกเขาปรากฎตัวผ่านโทรทัศน์บ่อยมาก ใบหน้าของผู้เล่นเป็นที่จดจำไม่ต่างอะไรจากประธานาธิบดี หรือดาราภาพยนตร์ เพราะพวกเขาคือดัลลัส คาวบอยส์ ‘ทีมของชาวอเมริกัน’ (America's Team)” จอห์น ฟาเซนดา (John Facenda) ผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง กล่าวประโยคนี้ในปี 1978 และกลายเป็นที่จดจำในหมู่แฟนกีฬา NFL จนถึงปัจจุบัน

America's Team กลายเป็นคำที่สื่อประโคมเรียก ดัลลัส คาวบอยส์ จนทีมอเมริกันฟุตบอลจากรัฐเท็กซัส กลายเป็นที่จดจำของคนทั้งประเทศ เป็นเรื่องยากมากที่ทีมกีฬาทีมหนึ่ง จะได้รับยกย่องให้เป็นทีมของคนทั้งชาติ แต่ความยิ่งใหญ่ของ ดัลลัส คาวบอยส์ ในยุค 70’s สร้างคำอันล้ำค่า ที่สร้างมูลค่าอันมหาศาลให้กับพวกเขา

“ผมเห็นแฟนคาวบอยส์จำนวนมาก เชียร์ทีมในเกมเยือน (ในกีฬา NFL ถ้ามีแฟนทีมเยือนมาก หมายความว่า ทีมนั้นมีแฟนอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศ) พวกเขาคือทีมที่ดังที่สุดในประเทศ ผมจะพูดอะไรได้ นอกจากเรียกพวกเขาว่าทีมของชาวอเมริกัน” บ็อบ ไรอัน (Bob Ryan) รองประธานของ NFL Films เป็นอีกคนที่พูดถึงความยิ่งใหญ่ของดัลลัส คาวบอยส์

 

ชายที่ชื่อ เจอร์รี โจนส์

ดัลลัส คาวบอยส์ สามารถคงความแข็งแกร่งของตัวเอง เข้ามาในยุค 80’s แต่หลังจากปี 1985 เป็นต้นมา พวกเขาพลาดการเข้ารอบเพลย์ออฟ ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1965 กลายเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายของเเฟรนไชส์อันดับหนึ่งของกีฬาอเมริกันฟุตบอล

นอกจากเรื่องผลงานที่จมดิ่ง สถานะทางการเงินของคาวบอยส์ ถือว่าย่ำแย่ไม่ต่างกัน ทีมขาดทุนปีละ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยตามช่วงเวลานั้น 312 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม วิกฤติของคาวบอยส์ในครั้งนี้ กับกลายเป็นโอกาสให้ทีมได้เจ้าของใหม่ ที่จะเข้ามาสร้างยุคทองให้กับเเฟรนไชส์อีกครั้ง

แม้สถานการณ์จะย่ำแย่ แต่ด้วยชื่อเสียงเก่าของทีม ทำให้นักธุรกิจรายหนึ่งมองว่า การซื้อทีมอเมริกันฟุตบอลทีมนี้มาเป็นของตัวเอง จะช่วยสร้างรายได้และกำไรให้กับเขาอย่างมหาศาล ชายคนนั้นคือ เจอร์รี โจนส์ (Jerry Jones)

หนุ่มนักธุรกิจ ผู้เริ่มต้นชีวิตด้วยการเปิดร้านพิซซ่าจากการยืมเงินของ จิมมี ฮอฟฟา (Jimmy Hoffa) จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจประกันภัย และธุรกิจพลังงานในสหรัฐฯ ตัดสินใจลงทุนทุ่มเงิน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือ 3,640 ล้านบาท) ซื้อแฟรนไชน์ที่ใกล้จะเจ๊งมาเป็นของตัวเอง ในปี 1989 เพื่อเดิมพันการตัดสินใจทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่สุดของเขา

“ตอนที่ผมซื้อคาวบอยส์ในตอนนั้น ไม่ได้ทำให้ผมเป็นที่เคารพเลย ในวงการธุรกิจ เพราะผมซื้อทีมที่ชื่อคาวบอยส์ ทีมที่ขาดทุนเดือนละ 1 ล้านดอลลาร์ (26 ล้านบาท) เดือนละล้านดอลลาร์เลยนะ” เจอร์รี โจนส์ ย้อนความหลัง ผ่าน ESPN 

“คุณสามารถเป็นเจ้าของทีมที่ดีได้ไม่ยาก ถ้าคุณสามารถเดิมพันมันอย่างถูกต้อง และย้อนกลับไปตอนนั้น สำหรับผม (การซื้อทีมคาวบอยส์) มันคือการเดิมพัน” 

แม้หลายคนจะไม่เข้าใจว่าเหตุใด เจอร์รี โจนส์ ถึงซื้อทีมคาวบอยส์ ด้วยเงินอันเป็นสถิติโลกของการซื้อทีมกีฬาในเวลานั้น แต่โจนส์รู้ดีว่า ทีมที่เขาซื้อสามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างง่ายดาย ด้วยชื่อเสียงของคาวบอยส์ที่สะสมมานานก่อนหน้านี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องทำให้ได้ คือพาคาวบอยส์กลับมามีผลงานที่ดีอีกครั้ง เหมือนในช่วงยุค 70’s

แม้จะเริ่มต้นในฤดูกาลแรกของโจนส์ ด้วยสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เขาใช้เวลาเพียง 3 ปีหลังจากนั้น พาดัลลัส คาวบอยส์ เป็นแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ ประจำฤดูกาล 1992 ก่อนจะคว้าแชมป์ได้อีกในปี 1993 และ 1995 ทีมของชาวอเมริกัน กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

ทันทีที่คาวบอยส์กลับมาเป็นทีมแกร่งในสนามแข่งขัน มูลค่าของแฟรนไชส์พุ่งขึ้นสูงในทันที และสิ่งที่ เจอร์รี โจนส์ ต้องการทำต่อไป คือหาทางที่เขาจะมั่นใจได้ว่า คาวบอยส์จะยังเป็นทีมที่มีมูลค่าสูงติดลมบน แม้ทีมจะผลงานร่วงหล่นหลังจากนี้

เจอร์รี โจนส์ ใช้อิทธิพลของโทรทัศน์เข้ามาช่วยเหลือทีมของเขา... ท่ามกลางสงครามแย่งชิงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด NFL โจนส์พา ดัลลัส คาวบอยส์ ย้ายจากช่อง CBS ไปอยู่กับ Fox พร้อมกับการล็อบบี้ ให้ Fox ฉายคาวบอยส์ออกโทรทัศน์ ในช่วงไพร์มไทม์ หรือการแข่งขันเกมในช่วงค่ำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่มีช่วงเวลาไหน ที่คนสหรัฐอเมริกา จะดู NFL ไปมากกว่าช่วงเวลาไพร์มไทม์ เมื่อมีผู้ชมเยอะ คาวบอยส์สามารถใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้ ในการดึงสปอนเซอร์ให้เข้ามาสนับสนุนทีมได้ไม่ยาก 

ขณะเดียวกันการได้ออกไพร์มไทม์ ยังทำให้ผู้คนเริ่มผูกพันกับแบรนด์คาวบอยส์ และรู้สึกว่าคาวบอยส์ ไม่ใช่ทีมธรรมดาทั่วไป แต่เป็นทีมหัวแถวของ NFL ยิ่งทำให้มูลค่าของคาวบอยส์เพิ่มสูง นำหน้าแฟรนไชส์อื่นแบบไม่เห็นฝุ่น

จนถึงตอนนี้เว็บไซต์ทางธุรกิจ ยกให้การทำดีลระหว่าง Fox กับคาวบอยส์ในครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คาวบอยส์ กลายเป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

 

ธุรกิจมาก่อน แชมป์มาทีหลัง

จากฤดูกาลปี 1995 ที่คาวบอยส์คว้าแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ สมัยที่ 5 ... 24 ฤดูกาลถัดมา พวกเขาไม่สามารถกลับไปถึงจุดนั้นได้อีก แม้แต่การกลับเข้าไปสู่รอบชิงแชมป์ ก็ยังไม่เคยไปถึง

แต่มูลค่าของ ดัลลัส คาวบอยส์ ไม่เคยรู้จักคำว่าร่วงหล่น ตลอด 24 ปีที่ไม่ได้แชมป์ มูลค่าของทีมกลับพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นทีมกีฬาทีมแรก และทีมเดียวของโลก ที่มีมูลค่าถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (150,000 ล้านบาท)

เจอร์รี โจนส์ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า เขามีหลักบริหารธุรกิจมาจากแนวทางของพรรครีพับลิกัน พรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมของสหรัฐฯ นั่นคือให้ความสำคัญกับด้านการค้ามากที่สุด สังคมสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยตลาดเสรี และเปลี่ยนกันด้วยผลประโยชน์

ดัลลัส คาวบอยส์ จึงกลายเป็นทีมที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทีมกีฬาทีมอื่นอาจใช้เรื่องผลงานในสนามมาขับเคลื่อนทีม แต่คาวบอยส์ใช้เรื่องของธุรกิจ เข้ามาขับเคลื่อนทีม

เว็บไซต์ด้านธุรกิจหลายเว็บไซต์ นำ ดัลลัส คาวบอยส์ มาเป็นกรณีศึกษาทางธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จ นั่นคือ การให้ความสำคัญกับกำไร และการเพิ่มมูลค่าของทีม อันเป็นเป้าหมายที่แท้จริงในการทำธุรกิจ ไม่ใช่ถ้วยแชมป์จากการแข่งขัน

ในทางธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาผลประโยชน์ ผ่านการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน แต่สำหรับแฟนคลับของทีม พวกเขาล้วนต้องการเห็นทีมประสบความสำเร็จ แต่คาวบอยส์ที่ไร้แชมป์มา 24 ปี กลับมีวิธีรักษาฐานแฟนเอาไว้ได้ ผ่านการสร้างความเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งให้กับทีม หรือพูดง่ายๆ ทำให้ทีมดูมีอนาคตอยู่เสมอ

การจะคว้าแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต่างอะไรกับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ถ้าไม่แข็งแกร่งจริง ไม่มีทางเป็นแชมป์ แฟนของ NFL ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ แต่อย่างน้อยพวกเขาขอแค่ได้มีโอกาสลุ้นในทุกๆ ปี ถือเป็นเรื่องที่น่าพอใจ ... สำหรับแฟน NFL นั่นคือการเห็นทีมผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ ที่ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ ไม่ต่างอะไรที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีก เห็นทีมรักติดท็อปโฟร์ ไปลุยฟุตบอลถ้วยใหญ่

แม้คาวบอยส์จะไม่เคยไปถึงแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ แต่พวกเขาได้ไปเพลย์ออฟถึง 10 ครั้ง ใน 24 ปี คว้าแชมป์ดิวิชั่นอีก 7 ครั้ง เป็นรองเพียงแค่ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ทีมเดียว ในกลุ่ม ... แม้ว่าจะไม่ใช่ผลงานที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ผลงานที่แย่ ที่สำคัญการมีผลงานที่ดีสลับกับแย่ของคาวบอยส์ กลายเป็นเรื่องที่ดีกับทีม เพราะทุกครั้งที่ทีมผลงานจมดิ่ง ทีมจะกลับมามีผลงานที่ดีอย่างเหลือเชื่อ ใน 1 ถึง 2 ฤดูกาลถัดมา

การรักษาความเป็นอันดับ 1 ของฐานแฟนคลับใน NFL เอาไว้ได้ มีส่วนสำคัญอย่างมาก กับการสร้างมูลค่าแบรนด์ให้กับทีม เพราะสปอนเซอร์ล้วนอยากวิ่งเข้าหา นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของแชมป์ซูเปอร์ โบวล์ 5 สมัย (มีแค่ พิทส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส และ นิว อิงแลนด์ เพเทรียตส์ ที่ได้แชมป์มากกว่า คือทีมละ 6 สมัย), ทีมยอดนิยมประจำรัฐเท็กซัส รัฐที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ยิ่งทำให้คาวบอยส์ มีแต้มต่อเหนือทีมอื่นใน NFL

นอกจากนี้ อีกหนึ่งหลักการของ ดัลลัส คาวบอยส์ คือกล้าคิดกล้าทำ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อให้นำมาสู่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ตัวอย่างที่ดีคือการสร้างสนาม คาวบอยส์ สเตเดียม (Cowboys Stadium) หรือที่ปัจจุบันถูกเรียกว่า เอทีแอนด์ที สเตเดียม (AT&T Stadium) สนามกีฬาที่ว่ากันว่า ดีที่สุดในโลกใบนี้

ในปี 2004 ดัลลัส คาวบอยส์ ประกาศเริ่มสร้างสนามแห่งนี้ เพื่อหวังให้เป็นเมกะของวงการกีฬา เป็นสนามที่ผู้คนต้องนึกถึงเป็นสนามแรก หากนึกถึงกีฬาอเมริกาฟุตบอล...เงิน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 45,000 ล้านบาทไทย) ถูกใช้ไปกับการสร้างสนามแห่งนี้ หลังเสร็จสิ้นในปี 2009 และกลายเป็นสนามกีฬาที่ทันสมัยที่สุดในโลก ในทันที


Photo : www.tripadvisor.com

นอกจากจะเป็นสนามแข่งขันที่มีหลังคา ทำให้สามารถจัดงานได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ต้องกลัวสภาพอากาศ สนามนี้ยังสามารถจุผู้ชมได้สูงสุดถึง 105,000 คน ซึ่งกลายเป็นสถิติสูงสุดของ NFL จนถึงปัจจุบันที่ 105,121 คน

ด้วยความอเนกประสงค์ของสนามแห่งนี้ จึงได้กลายเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกมากมาย รวมถึงการแข่งขันกีฬาประเภทอื่น ทั้งฟุตบอล, บาสเกตบอล, มวยปล้ำ, มวยสากล เป็นต้น ซึ่งรายได้ทั้งหมด ที่ได้รับจากการสนามแห่งนี้ ไม่ได้หนีไปไหน นอกจาก ดัลลัส คาวบอยส์

ปัจจุบัน คาวบอยส์สามารถทำรายได้อย่างน้อย 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8,100 ล้านบาท) จากสนามแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2009 นับเฉพาะแค่รายได้ที่มาจากตั๋วเข้าชม และเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ในส่วนของสนามแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การกล้าลงทุนกล้าทุ่มเงิน ทางธุรกิจต่างๆ แทนที่จะนำไปทุ่มค่าเหนื่อยให้กับผู้เล่น ช่วยเพิ่มมูลค่าให้คาวบอยส์อย่างมหาศาล แม้จะขัดใจแฟนคลับของทีม และไม่นำมาซึ่งถ้วยแชมป์ของทีมก็ตาม

 

ผู้ผลักดันชื่อ NFL

นอกจากตัวของ ดัลลัส คาวบอยส์ ทางฝั่งของลีก NFL คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญ ที่ทำให้คาวบอยส์กลายเป็นทีมที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก เหนือทีมฟุตบอลชื่อดังทั้งหลาย

แม้ไม่ใช่กีฬาที่มีผู้ชมทั่วทุกมุมโลกอย่างฟุตบอล แต่สิ่งที่ลีก NFL (รวมถึงลีกกีฬาอื่นในสหรัฐฯ) พยายามผลักดันทีมมาตลอด คือการสร้างมูลค่าของแบรนด์ให้กับแฟรนไชน์


Photo : www.wfaa.com

NFL พยายามผลักดันให้ทีมในลีก หาทางเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้สร้างสนามใหม่ หรือบีบให้แฟรนไชน์ย้ายไปอยู่กับเมืองใหญ่ เพื่อขยายตลาดของทีม 

ซึ่งหลายครั้งได้ผลอย่างมาก ดังในกรณีของทีมแรมส์ (Los Angeles Rams) ที่ย้ายจากเมืองเซนต์ หลุยส์ (St. Louis) ไปอยู่ที่ลอส แอนเจลิส (Los Angeles) ในปี 2016 จนทำให้แรมส์ กลายเป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่าเป็นอันดับที่ 12 ในปัจจุบัน มากกว่า ลิเวอร์พูล, เชลซี หรือ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งที่ย้อนไปในปี 2015 ปีสุดท้ายที่แรมส์อยู่ที่เซนต์ หลุยส์ พวกเขาไม่ติด 50 อันดับแรกด้วยซ้ำ

เหตุผลที่ NFL พยายามผลักดันให้ทีมในลีกเพิ่มมูลค่า เพราะสุดท้ายทุกทีมในลีกจะได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตไปด้วย ตลอดหลายปีที่ Forbes จัดอันดับมูลค่าทีมกีฬา ทีมจาก NFL นำหน้ามีจำนวนติด Top 50 เยอะที่สุดเสมอ ทีมฟุตบอลจาก 5 ลีกใหญ่รวมกัน ยังไม่เท่า NFL ลีกเดียว

การเพิ่มมูลค่าของทีม NFL ทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยข้อดีของการที่ทีมกีฬาเป็นเเฟรนไชน์ NFL ผลักดันให้ทีมย้ายเมือง ตามมาด้วยการสร้างสนามใหม่ แต่ทีมไม่ใช่ทีมใหม่ ทีมมีฐานแฟนคลับรองรับ มีประวัติศาสตร์ดั้งเดิม มีผู้เล่นชุดเดิม ทีมงานโค้ชเหมือนเดิม เปรียบเสมือนมีทีมกีฬาทีมเดิม ที่ได้โอกาสอัพเกรดมูลค่าของทีม ให้เพิ่มมากไปเรื่อยๆ

สำหรับคาวบอยส์ พวกเขาไม่ได้ย้ายถิ่นฐานไปไหน แต่เพียงแค่การย้ายเมืองของทีมแรมส์ ในปี 2016 ช่วยให้คาวบอยส์แซงหน้าเรอัล มาดริด ขึ้นมาเป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงสุดในทันที และสืบเนื่องยาวมาจนถึงปัจจุบัน 

ที่อิทธิพลของแรมส์ส่งมาถึงคาวบอยส์ เพราะการย้ายเมืองของทีมในครั้งนั้น Forbes ประเมินค่าการเติบโตของทีมแรมส์ว่า “ประเมินค่าไม่ได้” แค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้ทุกทีมใน NFL ได้รับอานิสงส์จากตรงนี้ ขณะที่ เรอัล มาดริด กลับมีมูลค่าลดลงด้วยซ้ำ ทั้งที่พวกเขาได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในปีนั้น

ด้วยหน้าที่หลักของลีก NFL คือการหาเงินเข้าลีกให้ได้มากที่สุด พวกเขาพร้อมทำทุกวิธีทาง เพื่อให้มั่นใจว่าลีกจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งประสบความสำเร็จเพียงอย่างเดียว เพราะแค่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในเกมคืนวันพฤหัส (Thursday night) เพียงอย่างเดียว NFL ฟันเงินจากค่าลิขสิทธิ์ตรงนี้ ไปมากกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (มากกว่า 27,000 ล้านบาทไทย) 


Photo : insidethestar.com

Forbes ให้นิยามของ NFL ว่า เป็นลีกกีฬาที่หยิบจับสิ่งใด ก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด เหตุนี้จึงทำให้ทีมใน NFL มีมูลค่ามหาศาล กลายเป็นลีกกีฬาที่รวมทีมกีฬามูลค่ามหาศาลเอาไว้ 

สำหรับ ดัลลัส คาวบอยส์ นอกจากจะได้ประโยชน์จากการอยู่ในลีกของ NFL แล้ว ทีมยังใช้ความสนิทสนมของตระกูลโจนส์ ในการทำข้อตกลงสามารถขายสินค้า แบบกำหนดราคาของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าในราคาที่เท่ากับทีมอื่นใน NFL ซึ่งถูกลีกบังคับให้ขายในราคาเท่ากัน

แน่นอนว่า คาวบอยส์เลือกขายสินค้าของทีมแพงกว่าทีมอื่นในลีก เพื่อให้ฟันกำไรได้มากกว่า และการขายแพงกว่า ไม่ได้ทำให้ยอดขายของพวกเขาตกลงแม้แต่น้อย ยอดขายเสื้อของผู้เล่นคาวบอยส์ ติด Top 10 ของลีกในทุกปี

ด้วยองค์ประกอบของทีม ไปจนถึงแรงสนับสนุนของลีก NFL ทำให้ดัลลัส คาวบอยส์ กลายเป็นทีมที่มีมูลค่าสูงสุดของโลกแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน และดูจะพุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ อย่างไม่มีหยุด 

แม้พวกเขาจะห่างหายจากความสำเร็จ ไม่มีถ้วยแชมป์ประดับตู้มาถึง 24 แล้วก็ตาม

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dallasnews.com/sports/cowboys/2019/04/16/remember-the-doomsday-defense-all-time-best-worst-cowboys-defensive-linemen-draft-picks/#/questions/
http://www.nfl.com/videos/nfl-videos/0ap3000000444613/Top-10-Nicknames-Show-America-s-Team
https://www.businessinsider.com/jerry-jones-bought-the-dallas-cowboys-2017-8
https://sportsday.dallasnews.com/dallas-cowboys/cowboys/2018/02/25/illustrated-timeline-jerry-jones-cowboys-ride-chargers-bid-tv-deals-super-bowls-tabloid-covers
https://www.businessinsider.com/jerry-jones-dallas-cowboys-purchase-price-2016-9
https://www.nydailynews.com/sports/football/jerry-jones-opens-super-bowl-drought-article-1.2906110
https://www.iconicman.com/the-dallas-cowboys-business-model--why-is-it-the-most-valuable-team-in-world-sports-215.html
https://www.theringer.com/nfl/2018/12/13/18137938/nfl-fox-deal-rupert-murdoch-1993-john-madden-terry-bradshaw-howie-long-jimmy-johnson-cbs-nbc
https://markets.businessinsider.com/news/stocks/how-dallas-cowboys-and-new-york-yankees-most-valuable-franchises-2019-7-1028414397
https://www.forbes.com/sites/mikeozanian/2019/09/04/the-nfls-most-valuable-teams-2019-cowboys-lead-league-at-55-billion/#32f17e962f1b
https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2015/07/15/the-worlds-50-most-valuable-sports-teams-2015/#7633b17c27cb
http://www.nfl.com/photoessays/0ap3000000530683/the-most-valuable-nfl-franchises-according-to-forbes
https://www.forbes.com/sites/kurtbadenhausen/2019/07/22/the-worlds-50-most-valuable-sports-teams-2019/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง