mainstand

Feature

รู้จัก FCA Phillipines องค์กรที่นำหลักศาสนามาเปลี่ยนชีวิตโค้ชและนักกีฬาในฟิลิปปินส์



ฟิลิปปินส์ ประเทศเดียวใน 10 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ วิถีชีวิตของคนที่นี่ไม่เหมือนกับประเทศใดในภูมิภาค 


 

เราสามารถพบเห็นโบสถ์คาทอลิกได้ในทุกชุมชน สร้อยห้อยไม้กางเขนถูกแขวนไว้ตรงกระจกหน้ารถ ไม่ต่างกับที่คนไทยทำกับสร้อยพระเครื่อง

ศาสนาคริสต์แทรกเข้าไปในชีวิตของคนฟิลิปปินส์จนแยกไม่ออก คำสอนจากคัมภีร์ไบเบิลส่งอิทธิพลแก่ชีวิตคนในทุกด้าน รวมถึงแวดวงกีฬาด้วยเช่นกัน

Main Stand เดินทางมาถึงประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อพูดคุยกับ FCA Philippines องค์กรกีฬา ที่มีแนวคิดยึดมั่นในศาสนา พวกเขาต้องการเปลี่ยนชีวิตของโค้ชและนักกีฬาให้ดีขึ้น โดยใช้แนวทางตามคำสอนของคัมภีร์ไบเบิล

หลักการของพวกเขาคืออะไร? ศาสนาจะเปลี่ยนชีวิตคนในวงการกีฬาได้อย่างไร? มาทำความรู้จักกับ FCA Philippines ไปพร้อมกัน

 

ศาสนา สู่ นักกีฬา

FCA หรือในชื่อเต็ม The Fellowship of Christian Athletes (คณะผู้ติดตามแห่งนักกีฬาคริสเตียน) คือองค์กรกีฬาโดยไม่หวังผลกำไรของชาวคริสเตียน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1954 ในประเทศสหรัฐอเมริกา


Photo : fcaphilippines.org

เหตุผลพื้นฐานในการก่อตั้ง FCA มาจากการที่นักกีฬาชื่อดังในช่วงเวลาดังกล่าว หลงใหลไปกับชื่อเสียงและเงินตรา มากกว่าจะประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม Don McClanen อดีตโค้ชบาสเกตบอลของทีมแห่งหนึ่งในรัฐโอกลาโฮมา จึงลาออกจากงานเดิม เพื่อเปิดองค์กรศาสนาที่หวังเปลี่ยนแนวคิดของนักกีฬาเหล่านี้

“เราคือองค์กรศาสนาที่ทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนของพระเยซู โดยใช้กีฬาเป็นช่องทางในการเผยแพร่คำสอน” เฟอร์ดินานด์ “โจโจ” วิลลา (Ferdinand "Jojo" Villa) รองผู้อำนวยการ FCA Philippines กล่าวถึงความหมายขององค์กร

“มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะเผยแพร่คำสอนของพระเยซูผ่านช่องทางต่างๆ บางองค์กรอาจใช้ดนตรี หรือช่องทางที่แตกต่างออกไป แต่ FCA เรามีความสัมพันธ์กับกีฬา และเรามองว่าเราสามารถเผยแพร่คำสอนตรงนี้เข้าไปในวงการกีฬาได้”

FCA เดินทางเข้ามาสู่ประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปี 2010 โดยองค์กรยังคงมีเป้าหมายไม่แตกต่างไปจากที่เป็นในสหรัฐอเมริกา คือนำพานักกีฬาเข้าใกล้ชิดศาสนาอีกครั้ง

“วิสัยทัศน์ของเราคือ การเห็นโลกเปลี่ยนไปด้วยคำสอนของพระเยซู ผ่านทางโค้ชและนักกีฬา ส่วนภารกิจของเรา คือการทำให้โค้ชและนักกีฬาคริสเตียนทุกคน มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพระเยซู และโบสถ์ของพวกเขา”

 

สู่โค้ชและส่งผ่านโค้ช

แนวทางการทำงานของ FCA Philippines แตกต่างออกไปจากที่เราคุ้นเคยกันในประเทศไทย พวกเขาไม่ได้เปิดโรงเรียนสอนกีฬา เพื่อเรียนศาสนาควบคู่กันไป 


Photo : fcaphilippines.org

แต่เผยแพร่หลักศาสนา ผ่านทางโค้ชที่ทำงานอยู่แล้วตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยใช้หลักการที่ว่า To and Through the Coach (สู่โค้ชและส่งผ่านโค้ช)

กล่าวคือ ตัวแทนหรือมิสชันนารีของ FCA Philippines จะเดินทาเข้าไปพูดคุยและช่วยเหลือโค้ชกีฬาที่กำลังมีปัญหาด้วยหลักศาสนา นี่คือขั้นตอนที่เรียกว่า “สู่โค้ช”

เมื่อโค้ชคนดังกล่าวมีมีชีวิตที่ดีขึ้น โค้ชคนนั้นสามารถส่งต่อแนวคิดทางศาสนา เพื่อเปลี่ยนชีวิตนักกีฬาหรือคนรอบข้างที่อยู่นอกวงการกีฬาได้อีกมากมาย นั่นคือความหมายของ “ส่งผ่านโค้ช”

เมื่อรวมทั้งสองขั้นตอนแล้วจึงกลายเป็น “สู่โค้ชและส่งผ่านโค้ช” หลักการหลักของ FCA Philippines 

“องค์กรเรามีความเชื่อที่ว่า ในหนึ่งปีโค้ชกีฬาสามารถสร้างอิทธิพลต่อชีวิตคน ได้มากกว่าที่คนทั่วไปสามารถทำได้ตลอดทั้งชีวิต เพราะฉะนั้น เราคิดว่าหากเราสามารถเปลี่ยนชีวิตโค้ชคนหนึ่งได้ เราเชื่อว่าโค้ชคนนั้น สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนรอบตัวเขาได้เช่นกัน” โจโจกล่าวถึงหลักการทำงานของ FCA Philippines


Photo : Jojo-Janet Villa

“ผมมองเห็นความสำคัญในความสัมพันธ์ของโค้ชและนักกีฬา พวกเขามอบใจและใจให้แก่กัน ผมมองว่าสิ่งนี้มันมีความหมายมากกว่าชัยชนะ ผมจึงมองว่าสุดท้ายแล้ว สิ่งที่โค้ชต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือตัวนักกีฬาหรือลูกศิษย์ ไม่ใช่ชัยชนะ”

“ในทางกลับกัน ถ้าโค้ชสนใจแค่ชัยชนะ เขาสามารถทำอะไรกับเด็กก็ได้เพื่อชัยชนะ เขาอาจจะต่อว่า ทุบตี ทำร้ายร่างกายนักกีฬา โดยไม่รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ เพราะเขาสนใจแค่ชัยชนะ ในขณะที่นักกีฬากำลังได้รับความเจ็บปวดมหาศาล”

“ผมยกตัวอย่างในประเทศเกาหลีใต้ มันเป็นเรื่องปกติที่โค้ชจะใช้กำลังกับนักกีฬา ผมไม่ได้บอกว่ามันผิด เพราะว่ามันเป็นวัฒนธรรมของพวกเขา”

“อย่างไรก็ตาม ความจริงคือโค้ชเหล่านั้นกำลังใช้ความกลัวผลักดันนักกีฬา ทั้งที่เราสามารถใช้ความรักผลักดันนักกีฬาได้เหมือนกัน”

“ดังนั้น เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนโค้ชให้เป็น ผู้สร้างแรงบันดาลใจ คนที่คอยสนับสนุนนักกีฬาอยู่ข้างๆ คนที่สามารถบอกกับเด็กได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ถูก อะไรคือสิ่งที่ผิด ช่วยสอนว่านักกีฬาเหล่านั้นว่า อะไรคือการตัดสินใจที่ถูกต้องของเขา”

ก่อนที่โจโจจะอุทิศตัวให้แก่ศาสนาและทำงานกับ FCA Philippines โจโจเคยเป็นโค้ชกีฬาบาสเกตบอลในมหาวิทยาลัยมากาติ และก้าวขึ้นไปเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของ UAAP และ NCAA สมาคมบาสเกตบอลในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยของฟิลิปปินส์

แทนที่โจโจจะมีความสุขไปกับเกียรติยศมากมายในชีวิต เขากลับตกอยู่ภายใต้ความกดดัน จากความต้องการชัยชนะในทุกเกมที่ทีมลงแข่งขัน โจโจทำสิ่งไม่ดีมากมายในช่วงเวลานั้น เขาจึงตัดสินใจบอกลาเส้นทางเก่า เพื่อทำสิ่งที่ถูกต้องตามความคิดของเขา คือการเป็นผู้เผยแพร่คำสอนของพระเยซู หรือ มิสชันนารี ให้แก่ FCA Philippines


Photo : Jojo-Janet Villa

“เราถามโค้ชหลายคนว่า ทำไมคุณถึงสอนเด็กในแนวทางที่คุณสอน? แล้วคุณรู้สึกอย่างไรที่คุณสอนเด็กแบบนั้น? คุณเชื่อไหม โค้ชหลายคนไม่รู้เลยว่างานที่เขาทำในทุกวัน กำลังทำลายชีวิตของเด็กหลายคน จากการทำร้ายร่างกายและจิตใจของเด็กเหล่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันกำลังทำร้ายตัวเขาเอง” โจโจพูดถึงประสบการณ์ในชีวิตที่เขาเคยผ่านมา

“คำถามสุดท้ายที่เราจะถามโค้ชเหล่านั้น คุณยังต้องการสอนนักกีฬาแบบเดิมหรือไม่? เมื่อถึงเวลานั้น โค้ชจะมองหาชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม วิธีคิดที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะก่อนหน้านี้ โค้ชจะมองว่าความสำเร็จคือชัยชนะ ต่อให้เป็นชัยชนะที่ไม่ขาวสะอาด อย่างไรก็คือชัยชนะ”

“ชัยชนะมันเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ ถ้าผมคว้าชัยชนะไม่ได้วันนี้ ผมก็คงไม่ตายในวันพรุ่งนี้ แต่สิ่งที่คุณเป็นได้ในวันนี้ คือคุณสาสามารถเป็นพ่อคนที่สองของนักกีฬา เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พวกเขา”

 

ค้นหาจุดประสงค์ของชีวิต

“ผมคิดว่าคำถามที่สำคัญที่สุดของโค้ชกีฬาทุกคน ไม่ใช่ทำอย่างไรถึงจะชนะ? แต่เป็นทำไมเราถึงเป็นโค้ชกีฬามากกว่า” 


Photo : Jojo-Janet Villa

โจโจกล่าวถึงจุดประสงค์ของชีวิต (Purpose of Life) ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ พระเจ้าได้ประทานจุดประสงค์ของชีวิตแก่มนุษย์ทุกคน และมนุษย์จะพบคุณค่าในตัวเอง เมื่อค้นพบถึงจุดประสงค์ของพระเจ้า

FCA Philippines จึงนำแนวคิดดังกล่าวเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเปลี่ยนความคิดของโค้ชที่หลงใหลในชัยชนะ ให้กลับมามองคนรอบข้างอีกครั้ง ด้วยการทำให้โค้ชเหล่านั้นมองเห็นจุดประสงค์ของชีวิต ที่ไม่ได้มีแค่คำว่าชัยชนะอีกต่อไป

“เราเปลี่ยนกระบวนทัศน์แนวคิดของโค้ช ให้พวกเขาพบเจอจุดประสงค์ของชีวิต ให้พวกเขาพบเจอความหมายของชีวิต เพราะโค้ชจำนวนมาก ทำอาชีพโค้ชเพื่อแค่ให้ได้เงินมาเลี้ยงชีพ พวกเขาไม่มีเป้าหมายในชีวิต มันเป็นเรื่องยากที่คุณจะเข้าใจความหมายของการเป็นโค้ชที่ดี หากคุณไม่มีเป้าหมายให้ตัวเอง”

“สิ่งที่เราทำคือการเข้าไปมีส่วนร่วมกับโค้ช เรามีปฏิสัมพันธ์กับนักกีฬา เรายืนอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดเวลา ขั้นแรกเราเข้าไปพูดคุยกับพวกเขา ขั้นที่สองเราเข้าไปช่วยเหลือพวกเขา ขั้นที่สามเมื่อชีวิตเขาดีขึ้นแล้ว ถ้าเขาอยากจะช่วยเหลือผู้อื่นบ้าง เราจะให้เขาเข้าร่วมเผยแพร่แนวทางของเรา”


Photo : fcaphilippines.org

ปฏิสัมพันธ์ (ENGAGE), ช่วยเหลือ (EQUIP) และ มอบกำลัง (EMPOWER) สามขั้นตอนที่เป็นแนวทางหลักในการทำงานของ FCA Philippines เพื่อจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือให้โค้ชและนักกีฬา พบเจอจุดประสงค์และเป้าหมายของตัวเอง

โจโจกล่าวกับเราว่า การช่วยเหลือของ FCA Philippines ไม่ใช่การทุ่มทุนทรัพย์เพื่อให้ชีวิตของโค้ชและนักกีฬาดีขึ้น พวกเขาแค่นั่งล้อมวงเพื่ออ่านไบเบิล รับฟังปัญหาของกันและกัน เปลี่ยนโค้ชให้เป็นคนที่ดีขึ้นจากภายใน เพื่อให้พวกเขาส่งต่อความรักที่ได้รับ แก่นักกีฬาในทีมและคนรอบข้างต่อไป

“ผมพุดคุยกับโค้ชเสมอว่า ถ้าผมมีนักกีฬาอยู่ในทีม แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนต้องการที่สุดคือชัยชนะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผมรักนักกีฬาทุกคนในทีม ผมต้องการให้พวกเขามีความสุขที่สุดในการเป็นนักกีฬา มีชีวิตที่ดีต่อไปข้างหน้า นั่นคืองานของผมในฐานะโค้ช”

 

แบบอย่างที่ดีของสังคม

ปัจจุบัน FCA Philippines มีโค้ชที่อยู่ภายใต้การดูแลไม่ต่ำกว่า 200 คน และองค์กรยังมีบทบาทอย่างมากในมหาวิทยาลัยมากาติ สถาบันการศึกษาชื่อดังของประเทศฟิลิปปินส์


Photo : fcaphilippines.org

โจโจกล่าวอย่างภาคภูมิใจถึงเรื่องราวที่เขาได้ยินมา เกี่ยวกับนักกีฬาของมหาวิทยาลัยมากาติ อันเป็นหลักฐานยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำลงไปในนาม FCA Philippines สามารถเปลี่ยนชีวิตโค้ชและนักกีฬาด้วยคำสอนของพระเยซูได้อย่างไร

“ผมเคยพูดคุยกับโค้ชจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขามาทำงานเป็นโค้ชชั่วคราวที่มหาวิทยาลัยมากาติ เขาถามผมว่าทำไมนักกีฬาที่นี่ถึงให้ความเคารพแก่ตัวเขามาก ทั้งที่เขาเป็นแค่โค้ชชั่วคราวเท่านั้น”

“เขาบอกผมว่าทุกครั้งที่เจอกับนักกีฬา เขาจะได้รับการทักทายที่ดีเสมอ เขาสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ หลังจากนั้น เขาจึงขอให้ผมไปสอนแบบนี้ที่มหาวิทยาลัยของเขาบ้าง”

“ผมตอบกลับเขาไปว่า ไม่จำเป็นหรอก เพราะผมไม่ได้เป็นคนที่เปลี่ยนชีวิตนักกีฬา ถ้าคุณมีไบเบิลอยู่ที่บ้าน คุณก็สามารถเปลี่ยนชีวิตนักกีฬาของคุณได้ด้วยตัวของคุณเอง”


Photo : Jojo-Janet Villa

โจโจกล่าวเสมอว่า FCA Philippines ไม่ได้เป็นผู้เปลี่ยนชีวิตของโค้ชหรือนักกีฬาคนใด พวกเขาแค่แนะแนวทางตามหลักคำสอนของพระเยซูแก่คนเหล่านั้น หากคนเหล่านั้นเลือกที่จะเปลี่ยนความคิดและกระทำ นั่นเป็นเพราะตัวเขาเองกลับมาเชื่อมั่นในพระเจ้า กลับมาเชื่อมั่นในศาสนาอีกครั้ง

FCA Philippines จึงไม่เพียงแค่ส่งต่อหลักศาสนาผ่านโค้ช แต่ยังเข้าถึงตัวนักกีฬาในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยโดยตรง ด้วยการจัดแคมป์กิจกรรมเป็นเวลาหลายวัน เพื่อนำนักกีฬาจากหลายสถาบันเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกัน ลดความเป็นคู่แข่งขันลง และยังรวมไปถึงให้การสนับสนุนทีมกีฬา ในนามของโบสถ์อีกด้วย


Photo : fcaphilippines.org

“เราจัดแคมป์เพื่อเด็กในระดับชั้นมัธยม เรามีกิจกรรมมากมาย ไม่ใช่แค่อ่านไบเบิลหรือเรียนศาสนาแบบที่หลายคนเข้าใจ เราอยากให้พวกเขาได้เจอเพื่อนใหม่ แค่ให้พวกเขาสนุกด้วยกัน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนต่างโรงเรียน” โจโจกล่าวถึงการทำงานอีกรูปแบบของ FCA Philippines

“ในมุมมองส่วนตัวของผม นักกีฬาหลายวัยรุ่นหลายคน ยังไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำ พวกเขาไม่รู้ว่าทุกสิ่งที่พวกเขาทำในชีวิต มีผลกระทบตามมาเสมอ ผมเคยรู้จักนักกีฬาที่มีความสามารถ ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วเกิดตั้งท้องขึ้นมา มันเป็นการตัดสินใจในระยะสั้น ที่ส่งผลยาวนานต่อชีวิตของพวกเขา”

“ผมไม่ได้บอกว่าการตัดสินใจแบบไหนมันดีกว่ากัน มันเป็นทางเลือกในชีวิตของคุณเอง ผมแค่ต้องการให้นักกีฬาเป็นแบบอย่างแก่เด็กรุ่นต่อไป ถ้าวันหนึ่งคุณเป็นพ่อคน คุณก็อยากให้ลูกคุณมีแบบอย่างดี ใครสักคนที่ให้ความเคารพแก่ตัวคุณและคนรอบข้าง”

“ผมพยายามบอกกับนักกีฬาว่า ตอนนี้คุณอยู่ใน rat race (การแข่งขันเพื่อชิงดีชิงเด่น) ถ้าคุณมองแค่ชัยชนะ คุณก็เหมือนกับหนูตัวหนึ่ง หนูมันก็เป็นแค่หนู แต่คุณสามารถเป็นได้มากกว่านั้น”


Photo : fcaphilippines.org

คาร์ลอยด์ เทจาดา (Carloyd Tejada) คือตัวอย่างของนักกีฬาที่เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นต่อไป เขาคือนักกีฬาอาร์นิส (ศิลปะการป้องกันตัวของฟิลิปปินส์) ในระดับทีมชาติ และเพิ่งประสบความสำเร็จด้วยการคว้าเหรียญทองในรุ่นเวลเตอร์เวต ของการแข่งขันซีเกมส์ 2019 ที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่ทำให้ คาร์ลอยด์ เทจาดา กลายเป็นแบบอย่างที่ดีนั้น ไม่ใช่เหรียญทองที่ได้มา อีกด้านเขาทำงานเป็นโค้ชสอนกีฬาอาร์นิสอยู่ในมหาวิทยาลัยมากาติ เขาสอนนักเรียนของเขาด้วยความรัก ตามหลักศาสนาที่เขาได้เรียนรู้มาจาก FCA Philippines

สำหรับโจโจ ความสำเร็จของ คาร์ลอยด์ เทจาดา คือหนึ่งในความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของเขา เขาได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งประสบความสำเร็จ แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขาได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งกลายเป็นแบบอย่างของคนรอบตัวมากมาย และจะส่งต่อแนวคิดแบบนี้ออกไปในอนาคต


Photo : Jojo-Janet Villa

“ผมยกตัวอย่างให้คุณเข้าใจ คนไทยให้เกียรติพระราชาของพวกเขา เพราะคนไทยยึดถือพระราชาของพวกเขาเป็นแบบอย่าง นั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำ เรายึดถือพระเยซูเป็นแบบอย่าง และเราอยากให้ทุกคนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ชีวิตได้เหมือนกัน”

“ผู้คนทุกวันนี้เห็นแก่ตัว ต้องการจะเป็นหมายเลขหนึ่ง มากกว่าช่วยเหลือคนอื่น ผมแค่สอนให้โค้ชเป็นโค้ชที่ดี เป็นโค้ชที่รักนักกีฬา ให้กำลังใจนักกีฬา และผลักดันนักกีฬา สอนพวกเขาให้เป็นคนดี อยู่เคียงข้างพวกเขา”

“มีโค้ชคนหนึ่งส่งข้อความหาผมว่า เขาตื่นเต้นที่จะทำให้นักกีฬามีความสุขในทุกการฝึกซ้อม ถามว่าเรื่องนั้นมาจากผมไหม ไม่ มันมาจากพวกเขาเอง โค้ชและนักกีฬา นั่นแหละงานของผม” โจโจกล่าวทิ้งท้ายถึงหน้าที่ของ FCA Philippines



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง