mainstand

Feature

ไม้จากป่า น้ำประปาฟรี : โรนัลดินโญ่ นักฟุตบอลที่โดนปรับหมดตัวจากคดีบุกรุกที่ดินป่า 



อาณาจักรลูกหนังที่ โรนัลดินโญ่ สร้างด้วยฝีเท้าของตัวเองนั้นยิ่งใหญ่จนหาใครมาเปรียบเทียบยาก ในวันที่เขาพีกที่สุดไม่มีใครบอกได้ว่าต้องใช้คนกี่คนเพื่อหยุดยั้งเขา 

ความยอดเยี่ยมนั้นนำพาชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินทองให้แก่เขาในระดับที่ใช้ทั้งชีวิตก็ไม่มีวันหมด ... อย่างไรก็ตามโลกนี้อะไรก็ไม่แน่นอน การเดินหมากชีวิตพลาดเพียงตาเดียว อาจจะทำให้ชีวิตของคุณล้มทั้งกระดานได้ และโรนัลดินโญ่ เองก็เช่นกัน

แม้จะรวยล้นฟ้าแต่เมื่อวันหนึ่งเขา "รู้เท่าไม่ถึงการณ์" ด้วยการบุกรุกพื้นที่ป่าและบอกว่าทำเพื่อประเทศ ซึ่งผลที่ตามจากหมากเกมนี้มันร้ายแรงจนถึงขั้นเขาต้องเสียทรัพย์หลักหมดเนื้อหมดตัวเลยทีเดียว 

รายได้ไม่สำคัญ...เท่ารายจ่าย

โรนัลดินโญ่ เก่งแค่ไหนคำถามนี้ง่ายมาก แม้แต่คนที่ไม่ดูฟุตบอลก็ยังตอบได้ว่าเขาดังเกินกว่าระดับนักฟุตบอลทั่วไปเสียอีก แม้ในช่วงปลายอาชีพค้าแข้งลายเซ็นของเขาก็ยังมีความหมาย การที่ทีมไหนจะได้ตัวเขาไปรับรองและการันตีได้เลยว่ายอดคนดูในสนามพุ่งทะยานขึ้นแน่นอน นอกจากนี้ทีมๆ นั้นก็จะปรากฎชื่อบนหน้าสื่อมากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

สิ่งนี้เราเรียกมันว่า "มูลค่านอกสนาม" ต่อให้โรนัลดินโญ่ ในวัย 35 ปี เดินพุงพลุ้ยลงแข่งเกมที่จริงจังทุกคนก็อยากจะดูเขาเล่นอยู่ดี และเมื่อเป็นเช่นนั้น โรนัลดินโญ่ จึงเป็นที่ต้องการของแบรนด์ต่างๆ ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทำให้เขามีเงินใช้ไม่ขาดมือ

อย่างไรก็ตามแม้ โรนัลดินโญ่ จะเป็นคนหาเงินเก่ง แต่เขาก็เป็นคนที่ใช้เงินเก่งไม่แพ้กัน เขาคือคนที่เรียกได้ว่า "บราซิเลี่ยนแท้ 100%" ซึ่งผู้ชายบราซิลส่วนใหญ่นั้นจะมีนิสัยชอบการดื่มกิน, ปาร์ตี้ และ ท่องเที่ยว ทั้ง 3 สิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขา

เหล่านี้และอีกสารพัดค่าใช้จ่ายทำให้หลังจากที่เขาแขวนสตั๊ด เขาจึงได้เริ่มรู้จักคำว่าฝืดเคืองขึ้นมาบ้าง แม้ว่าจะมีการแบ่งเงินไปลงทุนกับหลายสิ่งอย่างทั้งการสร้างโรงแรม และศูนย์พัฒนาฟุตบอลสำหรับเยาวชน แต่ไม่มีธุรกิจใดที่ทำให้ โรนัลดินโญ่ ประสบความสำเร็จเลย

รายได้ทางเดียวของเขาคือการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าต่างๆ อาทิ Nike แบรนด์คู่บุญที่อยู่กับเขามานมนาน นอกจากนี้ยังมีการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF ที่จะต้องเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลการกุศลตามที่ต่างๆ ทั่วโลก 

ซึ่งรายได้ที่ว่ามานั้นคงจะน้อยกว่าสมัยเป็นนักเตะพอสมควร มิเช่นนั้นคงไม่มีข่าวว่า เขากำลังจะถังแตกและมีหนี้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ 

มีการเปิดเผยว่าเขามีหนี้สะสมราว 2 ล้านยูโร และมีทรัพย์สินถึง 57 รายการของเขาที่ถูกยึดอยู่ นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าเขาชักหน้าไม่ถึงหลังหาเงินมาจ่ายนี้ก้อนนั้นไม่ได้ จนถึงขั้นโดนยึดพาสปอร์ตเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศบราซิลเลยทีเดียว  

ทั้งหมดนี้บอกให้เรารู้ว่าต่อให้รายได้มากมายแค่ไหน มันก็ไม่มีประโยชน์เลยถ้าคุณไม่สามารถควบคุมรายจ่ายให้อยู่ในสมดุลเท่าที่จ่ายไหว โรนัลดินโญ่ พลาดเต็มๆ สำหรับเรื่องนี้ และพลาดเข้าไปอีกด้วยความเจ้าสำราญของเขาอีกเช่นเคย 


ศูนย์ฝึกเพื่อเยาวชน

เงินของโรนัลดินโญ่ไม่ได้หมดไปกับเหล้ายาปาร์ตี้อย่างเดียวเท่านั้น เพราะในอีกแง่มุมหนึ่งเขาก็คืนกำไรให้สังคมเช่นกัน ในปี 2015 โรนัลดินโญ่ ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ (UN) ในการสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลสำหรับเยาวชนที่ชื่อว่า "Ronaldinho Gaucho Institute"

"UN แสดงความเคารพต่อ โรนัลดินโญ่ และครอบครัวที่ได้แสดงให้เห็นว่ากีฬาจะสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชีวิตเด็กและเยาวชน" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติกล่าวในวันเกิดสถานฝึกสอนแห่งนี้

ศูนย์ฝึกโรนัลดินโญ่ ตั้งอยู่ในเมือง ปอร์โต้ อเลเกร บ้านเกิดของเขา เขามีเด็กๆ ให้ดูแลกว่า 700 คน ที่แห่งนี้ให้ทั้งการศึกษา การฝึกฟุตบอล และการดูแลสุขภาพอย่างครบถ้วน นั่นคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ อย่างไรก็ตามศูนย์ฝึกนี้มีเบื้องหลังที่ไม่สวยงามนัก

เดือนพฤษภาคมปี 2018 มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศบราซิลเมื่อนาย ชาอีร์ โบลโซนาโร ถูกเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดี โดยมีนโยบายปราบปรามทุจริตในประเทศทุกรูปแบบ ซึ่งนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ทำให้เขาได้รับคะแนนโหวตจากชาวบราซิลอย่างล้นหลาม

ช่วงเวลาที่ โบลโซนาโร ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของประเทศ เป็นช่วงเวลาที่เกี่ยวเนื่องกับที่ศูนย์ฝึกของ โรนัลดินโญ่ เกี่ยวพันกับเรื่องทุจริตแบบพอดิบพอดี โดยคดีที่โดนคือบุกรุกพื้นที่ป่า ... 

คดีศูนย์ฝึกโรนัลดินโญ่ ถูกนำไปพิจารณาในชั้นศาลและถูกตัดสินให้เขาต้องจ่ายค่าปรับทั้งหมด 2 ล้านยูโร (ราวๆ 75 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามทีมทนายความของ โรนัลดินโญ่ ยืนยันว่า "ไม่มีเงิน" สำหรับนำมาจ่ายค่าปรับนี้ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตามแต่เมื่อรัฐบาลตรวจสอบบัญชีของ โรนัลดินโญ่ ดูแล้วกลับพบว่าเขาเหลือเงินอยู่แค่ 5 ยูโรเท่านั้น (ไม่ถึง 300 บาท)

การไม่มีเงินจ่ายค่าปรับดูจะเป็นไปได้เมื่อผูกกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เขาสร้างมาตลอดหลังเลิกเล่น เมื่อไม่มีเงินศาลจึงสั่งยึดยึดรถหรูของโรนัลดินโญ่ 3 คัน รวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้ราคาแพง เช่น โทรทัศน์, โต๊ะสนุกเกอร์ รวมถึงภาพวาดที่มีราคาอีกด้วย 

ทุกคำถามต้องย้อนกลับไปในช่วงที่สถานที่แห่งนี้ก่อสร้าง และสงสัยว่าแล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่มีใครเบรกโรนัลดินโญ่ เพราะการเปิดศูนย์ฝึกของเขานั้นเป็นข่าวใหญ่โตถึงขั้น UN ส่งคนเข้ามาแสดงความยินดี?

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว 

โครงการนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งจริงๆ ก่อนจะสร้างศูนย์ฝึกมีการประชุมกันของสภาเมือง ปอร์โต อเลเกร แล้วว่าสถาบันฝึกสอนนี้สามารถสร้างในจุดที่วางแผนได้หรือไม่?

และในการประชุมสภาเมืองนั้นมีถึง 7 จาก 10 เสียงที่บอกว่าศูนย์ฝึกนี้สร้างได้สบายมาก พวกเขาเห็นชอบว่าการบุกรุกพื้นที่ป่านั้นไม่มีการฉ้อโกงแต่อย่างใด และกฎกติกามีอยู่ว่าศูนย์ฝึกนี้จะต้องคืนเงินให้กองทุนเมืองด้วย นอกจากนี้ที่ดินนี้ยังสามารถถูกเวรคืนเพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ 

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงช่วงผลัดเปลี่ยนรัฐบาล และประกาศใช้นโยบายปราบทุจริต เรื่องเหล่านี้จึงถูกนำมาพิจารณาบนชั้นศาลอีกครั้ง แต่หนนี้คำตัดสินเป็นไปคนละเรื่องกับที่สภาเมืองเคยยกมือในครั้งแรก เนื่องจากศาลตัดสินให้ โรนัลดินโญ่ และ โรแบร์โต้ พี่ชายของเขามีความผิดในฐานรุกรานพื้นที่ป่าไม้ นอกจากนี้ยังมีการตัดป่าพื้นเมืองและยังดำเนินการระบายน้ำเสียจากศูนย์ฝึกโดยไม่มีใบอนุญาตอีกด้วย 

แต่เรื่องนี้มันมีอะไรแปลกๆ ที่แม้แต่คนบราซิลเองก็ยังสงสัย นั่นคือทำไม โรนัลดินโญ่ จึงรู้งานยอมให้ยึดของแต่ไม่ให้ยึดเงินสด ทั้งๆ ที่หลายคนก็รู้ว่าแม้เงินของเขาจะไม่มากเท่าสมัยเป็นผู้เล่น แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเหลือเงินติดบัญชีแค่ 5 ยูโรเท่านั้น 

มีทฤษฎีสมคบคิดเกิดขึ้นบ้างบางข้อ ว่ากันว่านี่คือการหาทางลงของทั้ง โรนัลดินโญ่ และ รัฐบาลบราซิลของนาย โบลโซนาโร ที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างเจ็บตัวน้อยที่สุด เพราะในปี 2017 ที่เริ่มหาเสียงประธานาธิบดีนั้น โรนัลดินโญ่ ถือเป็นหัวคะแนนใหญ่ของ โบลโซนาโร เลยทีเดียว เขาสนับสนุนและชูมือนโยบายล้างบางการทุจริตและปราบพวกมาเฟียมาโดยตลอด 

ดังนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้ว่าโรนัลดินโญ่ รู้ตัวก่อนแล้วว่าคดีนี้จะถูกมาคุยกันในชั้นศาล เขาจึงโยกย้ายทรัพย์สินและเงินไปยังบัญชีอื่นๆ (ของใครก็ตามแต่) เพื่อสามารถให้นโยบายของรัฐบาลบราซิลเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่ขรุขระ ชาวบราซิลจะได้เห็นว่าปราบปรามได้จริง แม้กระทั่งกับฮีโร่ของประเทศอย่าง โรนัลดินโญ่ ขณะที่ โรนัลดินโญ่ ก็เสียทรัพย์สินไปเพียงไม่กี่อย่าง แถมตอนนี้ทนายของเขายังคงสู้คดีนี้อยู่อีกด้วย 

สิ่งที่ชวนคิดไปกว่านั้นคือเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โรนัลดินโญ่ ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลบราซิลเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศบราซิล ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งนี้ต้องเดินทางไปหลายๆ ที่เพื่อโปรโมตประเทศบราซิลให้กับชาวโลกได้รู้ ซึ่งอย่างที่รู้ๆ กันโรนัลดินโญ่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หลังจากพาสปอร์ตทั้งของ บราซิล และ สเปนโดนระงับจากคดีบุกรุกป่าใน ปอร์โต อเลเกร เมื่อ 1 ปีก่อน ซึ่งการแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ครั้งนี้อาจจะทำให้มีข้อยกเว้นบางข้อเกิดขั้นในอนาคตก็เป็นได้ ... 

อย่างไรก็ตามนี่คือทฤษฎีสมคบคิดเท่านั้น บางทีอาจจะเป็นการจับแพะชนแกะจากใครสักคนที่ฝ่ายตรงกันข้ามก็เป็นกันได้ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ... การตัดสินคดีในอนาคต (ที่ยังไม่มีกำหนด) เท่านั้นจะบอกได้ว่าเรื่องนึ้จะจบลงอย่างไรกันแน่ 


https://catracalivre.com.br/viagem-livre/proibido-de-sair-do-pais-ronaldinho-gaucho-vira-embaixador-do-turismo/
https://www.thebangkokinsight.com/185039/
https://www.mirror.co.uk/sport/football/news/ronaldinho-pays-mammoth-119million-fine-20053615
https://www.hojeemdia.com.br/esportes/atl%C3%A9tico/ong-de-ronaldinho-ga%C3%BAcho-inocentada-em-acusa%C3%A7%C3%A3o-de-fraude-em-porto-alegre-1.32479
https://www.kick442.com/ronaldinho-in-trouble-juju-cant-leave-brazil/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง