mainstand

Feature

โททิลาส : ตำนานม้าเดรสซาจที่ค่าตัวแพงกว่านักฟุตบอลบัลลงดอร์ "ไมเคิล โอเว่น"



ม้า คือสัตว์ที่มีสัญชาตญาณสัตว์ป่าซ่อนอยู่ มันมีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง ดังนั้นไม่ง่ายเลยที่มันจะเชื่อฟังมนุษย์และทำตามสั่งได้ดั่งใจ


 

บนโลกนี้มีม้าแข่งมากมายหลายสายพันธุ์ที่ใช้ความเร็วฟาดฟันกันในสนาม แต่สำหรับศิลปะที่ยากยิ่งกว่าคือ "เดรสซาจ" หรือศิลปะการบังคับม้า ที่คนกับม้าต้องเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง

ไม่ใช่แค่ม้าเท่านั้นที่จะต้องมีเซนส์เพื่อรับการฝึก แต่คนสอนก็ต้องเก่งมากที่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในจิตใจของม้าทำในสิ่งที่กันและกันต้องการ นั่นทำให้ม้า เดรสซาจ สายพันธุ์ดีจึงกลายเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ที่มีเพียงไม่กี่ตัวบนโลกนี้ 

และนี่คือเรื่องราวตำนานศิลปะบังคับม้าสู่สุดยอดอาชาราคา 15 ล้านยูโร "โททิลาส" (Totilas)

 

เดรสซาจ 

ตั้งแต่โบราณกาล มนุษย์ไม่ได้ใช้ม้าเพื่อมาฝึกให้มีท่าทางที่สวยสง่าแบบทุกวันนี้ สัตว์ที่มีขาอันทรงพลังถูกใช้ในการสู้รบ เอาพลังของมันมาเป็นเครื่องมือในการชี้วัดชัยชนะในสงคราม 


Photo : horsenetwork.com

จนกระทั่งมาถึงช่วง 430 ปีก่อนคริสตกาล ความยิ่งใหญ่ของกองทัพกรีกนั้นต้องการแสนยานุภาพมากกว่าแค่กำลังรบ พวกเขาต้องการให้ม้าที่ปกติใช้ให้วิ่งและฟาดฟัน เปลี่ยนเป็นม้าที่พร้อมรับคำสั่งจากคนขี่ได้

เริ่มแรกนั้น การตั้งใจเปลี่ยนม้าศึกให้เป็น "ม้าเดรสซาจ" คือการยกระดับม้าไปอีกขั้น เพราะม้าที่ถูกฝึกมาเพื่อมาเป็นม้าเดรสซาจ จะได้เทคนิคที่ลึกซึ้งไปอีก 1 ขั้น นั่นคือการต่อสู้ในระยะประชิด หักหลบซ้ายขวาได้ดั่งใจไม่ใช่แค่วิ่งใส่ใช้แรงอย่างเดียว โดยหลักฐานดังกล่าวถูกบันทึกไว้โดยนายพลของกองทัพกรีกที่ชื่อ ซีโนโฟน 

ซีโนโฟนบันทึกไว้ว่าการฝึกม้าเดรสซาจนั้นแตกต่างจากม้าศึกทั่วไป ตรงที่จะเน้นการฝึกด้วยวิธีอันเมตตาและนุ่มนวล และจะต้องมีรางวัลให้ม้าเสมอเมื่อทำแต่ละสิ่งที่สั่งได้ และศิลปะการฝึกม้าก็ถูกส่งต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงยุควิคตอเรีย หรือยุคที่ศิลปะวิทยาการเฟื่องฟูสุดๆ ทุกอย่างถูกมองไปในแง่ของความหรูหราสง่างาม ดังนั้นม้าเดรสซาจจึงกลายเป็นที่นิยมสุดๆ ในเวลานั้น

เมื่อเฟื่องฟู ทุกอย่างก็รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในยุควิคตอเรียนั้น ศิลปะการบังคับม้าถูกพัฒนาให้ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใช่แค่ม้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่บังคับมันด้วย 

 

ตัวแทนของความหรูหรา 

เมื่อม้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งปราดเปรียวถูกฝึกให้มาทำสิ่งที่สวยสง่า กลายเป็นว่ามันได้เพิ่มมูลค่าให้กับม้าเดรสซาจอีกมากโขในยุคกลาง ผู้ขี่นอกจากจะมีความรู้ในการฝึกและบังคับม้าแล้ว พวกเขายังต้องแต่งตัวเต็มยศด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สุภาพเรียบร้อยตามธรรมเนียมของสังเวียนโชว์ 


Photo : absorbine.com

เหล่าขุนนางชั้นสูงในยุโรปผลักดันให้ ม้าเดรสซาจ กลายเป็นกีฬา กระทั่งในปี 1572 ก็ได้มีการสร้างโรงเรียนพัฒนาและฝึกอบรมม้าโดยเฉพาะในกรุงเวียนนา และหลังจากนั้นกีฬา ม้าเดรสซาจ ก็ถูกผลักดันเข้าสู่โอลิมปิกในปี 1912 ที่กรุงสตอคโฮล์ม โดยผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรเท่านั้น จนกระทั่งเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงกฎให้ทั้งพลเมืองชายและหญิงสามารถเข้าแข่งขันได้ในช่วงปี 1952 

เมื่อกีฬาขี่ม้าเดรสซาจกลายเป็นกีฬาของทุกคน อังกฤษ ก็เข้ามาเป็นชาติที่ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้แบบเต็มที่พวกเขาก่อตั้งสมาคมขี่ม้าเดรสซาจในปี 1961 และจัดแข่งต่อเนื่องตลอดทั้งปี และมีสมาชิกในกลุ่มถึง 13,000 คนและมีม้าลงทะเบียนกับสมาคมกว่า 10,000 ตัวในปัจจุบัน

เรียกได้ว่าเมื่ออังกฤษได้รันวงการแบบเต็มที่ ทุกวันนี้ เดรสซาจจึงกลายเป็นกีฬาขี่ม้าที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ และได้พัฒนาเป็นกีฬาขี่ม้าโอลิมปิกที่เติบโตเร็วที่สุดอีกด้วย 

แน่นอนว่าเมื่อมันเป็นกระแสหลักแล้วย่อมต้องมีผู้ที่เป็นหนึ่งในปฐพี และในวงการม้าเดรสซาจ มียอดอาชาที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกและม้าตัวนั้นมีชื่อว่า "โททิลาส" 

 

Totilas ม้าที่แพงกว่าโอเว่น 

หากเปรียบกับวงการฟุตบอล โททิลาส เปรียบได้กับ ลิโอเนล เมสซี่ ดีๆ นั่นเอง กล่าวคือมันเกิดมาเพื่อเป็นม้าบังคับโดยแท้จริง มีพรสวรรค์ในการรับการฝึก อีกทั้งยังมีร่างกายที่สง่างาม 


Photo : nataliaual.tumblr.com

แรกเริ่ม โททิลาส เป็นม้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีฉายาว่า "พ่อพันธุ์มหัศจรรย์" ตัวของ โททิลาส ถูกฝึกโดย เอ็ดเวิร์ด กัล (Edward Gal) จนกลายเป็นม้าที่ไร้เทียมทาน จนอายุได้ 5 ปี มันถูกพาไปแข่งขันในงาน World Championships for Young Horses (ชิงแชมป์โลกม้าวัยรุ่น) ที่ประเทศเยอรมัน และในการแข่งขันม้าเดรสซาจครั้งนั้น โททิลาส แสดงออกถึงความสง่าตั้งแต่ท่าเดิน มันเป็นม้าที่ไม่รู้จักความกดดัน และแสดงสิ่งที่ฝึกออกมาในสนามแข่งได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด 

หลังจากการแข่งขันระดับม้าวัยรุ่นในปี 2005 นั้น โททิลาส ก็กลายเป็นม้าที่ทุกสายตาจับต้องว่าจะกลายเป็นยอดอาชาของโลก ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในปี 2008 มันถูกส่งไปแข่งรายการเวิลด์กรังด์ปรีซ์ และสามารถเก็บแต้มทำลายสถิติโลกได้ในทันที และยังรักษาผลงานเตะตาทุกคนต่อเนื่องจนถึงปี 2010 และเมื่อนั้นกลุ่มเศรษฐีนักเลี้ยงม้าก็อดรนทนไม่ไหวที่จะทาบทาม

ในเดือนตุลาคมปี 2010 มีการประกาศว่าเศรษฐีผู้เพาะพันธุ์ม้าชาวเยอรมันชื่อ พอล โชเกอโมล ได้ทุ่มทุนก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ม้าเดรสซาจเป็นจำนวน 9.5 ล้านยูโร และมูลค่าโดยรวมทุกออปชั่นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร มากกว่าค่าตัวนักเตะระดับโลกอย่าง ไมเคิล โอเว่น ที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2005 เลยทีเดียว (ในปีนั้นโอเว่น ย้ายไปเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวที่ถูกกว่ามาตรฐาน เพราะใกล้หมดสัญญากับลิเวอร์พูล) 


Photo : www.horsemagazine.com

แม้สมาคมม้าเดรสซาจของเนเธอร์แลนด์นำโดย เอ็ดเวิร์ด กัล จะปฎิเสธข่าวลือการขายม้าที่ดีที่สุดในประเทศตัวนี้ แต่ความจริงคือ เจ้าของม้าตัวจริงไม่สามารถปฎิเสธข้อเสนอนี้ได้จริงๆ

"เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อความสนใจในตัว โททิลาส ได้ มันเป็นการตัดสินใจของ วิสเซอร์ แต่ผมเสียใจมากที่เราต้องเสียม้าที่ดีที่สุดไป มันเหมือนกับฟ้าผ่าเลยทีเดียว" เอ็ดเวิร์ด กัล ยอมรับด้วยความเสียดาย ที่ม้าระดับความหวังโอลิมปิกของประเทศต้องกลายเป็นของเยอรมันคู่แข่งโดยตรงของพวกเขา การขาย โททิลาส เปรียบเสมือนการปล่อย "สายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุด" ให้กับคู่แข่งไม่มีผิดเพี้ยน 

เมื่อได้ครอบครอง โททิลาส เรียบร้อย โชเกอโมล ก็จัดการพัฒนาทั้งสายพันธุ์และขีดความสามารถของมันเพิ่มขึ้นไปอีกราวกับเตรียมตัวมานานเล้ว พวกเขาเริ่มให้ มาธิอัส อเล็กซานเดอร์ รัธ วัย 26 ปี กลายเป็นนักขี่คู่ใจของ โททิลาส และเหมือนกับการประกบคู่ที่ลงตัว เพราะ โททิลาส ก็แสดงความแตกต่างทั้งสวยงามและสง่ายิ่งกว่าเดิมเมื่อครั้งที่มันออกโชว์ต่อหน้าสื่อในเยอรมันเป็นครั้งแรกในช่วงปลายปี 2010

สื่อเยอรมันตั้งฉายาให้กับ โททิลาส มากมายทั้ง ไอดอล, ฮีโร่, บิ๊กบอสแห่งการเคลื่อนไหว, นักมายากลดำกับรองเท้าบัลเล่ต์สีขาว เป็นต้น 

อย่างไรก็ตามเมื่อโอลิมปิกปี 2012 มาถึง กลับกลายเป็นว่า โททิลาส มีอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถเดินทางไปแข่งขันในกรุงลอนดอนได้ จนเยอรมันต้องพลาดเหรียญทอง และมีอาการบาดเจ็บหนักอีกครั้งในช่วงปี 2014 ที่มันถูกพบว่ากระดูกกีบขาหลังอักเสบ ซึ่งทำให้ไม่สามารถฝึกหนักเหมือนเดิมได้ จนสุดท้าย โททิลาส ต้องรีไทร์จากวงการม้าเดรสซาจในปี 2015 อย่างน่าเสียดาย


Photo : www.horseandhound.co.uk

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีเรื่องปลอบใจโชเกอโมลได้บ้างเมื่อในฐานะพ่อพันธุ์ โททิลาส สามารถตอบแทนพวกเขาได้อย่างคุ้มค่า น้ำเชื้อของ โททิลาส มีราคาสูงมากถึง 2,500 ยูโร ต่อการผสมพันธุ์ 1 ครั้ง โดยในยุครุ่งเรืองของโททิลาสนั้น สามารถขายน้ำเชื้อได้ครั้งละ 10,000 ยูโร และตัวอ่อน 32,000 ยูโรเลยทีเดียว 

บางครั้งอนาคตคือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลย เราอาจจะบอกได้ว่าโชเกอโมลไม่สามารถต่อยอดให้ โททิลาส กลายเป็นม้าระดับเหรียญทองโอลิมปิกได้ แต่สุดท้ายอย่างน้อยค่าตัว 15 ล้านยูโรของ โททิลาส จะถูกเสี่ยงทายในอนาคตอีกครั้ง เมื่อน้ำเชื้อของมันปฏิสนธิจนได้ลูกพันธุ์ที่สง่างามและแข็งแกร่งเหมือนกับมัน

และหากโชเกอโมลโชคดี สายเลือดของ โททิลาส อาจจะแกร่งกว่ามัน และเมื่อนั้นราคาของม้าจะต้องสูงขึ้นในอนาคต นั่นหมายความว่า 15 ล้านยูโรที่เสียไปให้โททิลาส อาจจะเปลี่ยน 30, 45 หรือ 60 ล้านยูโร สำหรับโททิลาส หรือแม้แต่ลูกหลานในอนาคตก็เป็นได้… 

หากคุณสนใจเรื่องเกี่ยวกับม้า ที่ใช้แข่งขันในศิลปะบังคับม้ามากขึ้นแล้ว ลองมาชมที่งานการแข่งขันกีฬาขี่ม้ารายการ Princess’ s Cup Thailand 2019 ภายใต้สโลแกน “Keep Working, Riding Happy with 2 Hearts, Feeling for Feeling” ณ สนามกีฬาขี่ม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า กทม.ระหว่างวันที่ 19 - 24 พฤศจิกายนนี้ และการแข่งขันขี่ม้าชิงแชมป์เอเชีย หรือ FEI Asian Championship 2019 ที่พัทยา, จังหวัดชลบุรี วันที่ 1 - 8 ธันวาคมนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับเอเชีย ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ขี่ม้านานาชาติ หรือ FEI ด้วย… บางทีคุณอาจได้เห็นลีลาความสง่างาม ของพวกเขา จนกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของกีฬาขี่ม้าไปเลยก็ได้ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.horseandhound.co.uk/dressage/dressage-sensation-totilas-sold-to-paul-schockemohle-302861
https://www.pri.org/stories/2016-08-10/ancient-military-origins-olympic-dressage
https://en.wikipedia.org/wiki/Totilas
https://beeandthehorse.com/2014/05/30/totilas-how-a-magnificent-stallion-became-a-poor-creature/
https://equine-world.co.uk/info/equestrian-sports/dressage/history-of-dressage.



ชื่นชอบบทความนี้ของ : Mainstand ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง